บทที่ 58 ขยายธุรกิจ
ในขณะที่เหยียนฮ่าวเดินทางไปสอบที่ในเมือง สวี่หรานก็ยังคงสอนหนังสือที่โรงเรียนตามปกติ ตอนพักเที่ยงครูใหญ่หวังพูดว่า "หมู่บ้านเราไม่ได้มีคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยมานานแล้ว หวังว่าเหยียนฮ่าวจะสอบได้นะ!" ก่อนหน้านี้ คนที่สอบติดมหาวิทยาลัยล้วนเป็นปัญญาชนที่ถูกส่งลงมา ส่วนคนในหมู่บ้านเอง โอกาสทางการศึกษามีน้อย เหยียนฮ่าวถือว่าเก่งมาก เรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนที่ดีที่สุดในอำเภอ ไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องหนักใจ
สวี่หรานยิ้ม "ฉันมั่นใจในตัวเขาค่ะ"
ครูใหญ่หวังเห็นสวี่หรานยิ้มอย่างมั่นใจก็พูดว่า "เหยียนฮ่าวเป็นเด็กดี ถึงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็คงไม่ลืมบุญคุณคนหรอก"
สวี่หรานได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม เหมือนครูใหญ่หวังจะพูดให้เธอเบาใจ
เรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัย สำหรับเธอแล้วไม่ใช่เรื่องยาก ชาติที่แล้ว เธอเองก็ผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรียนต่อปริญญาโท จนถึงปริญญาเอกมาแล้ว การสอบเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ เพียงแต่ชีวิตที่ผ่านมาช่างเหนื่อยเหลือเกิน ตอนเเรกเธอรู้สึกเกลียดชังที่ต้องมาอยู่ในยุคสมัยแบบนี้ แต่ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่ายุคนี้มีเสน่ห์ น่าหลงใหล แค่ได้สัมผัสเพียงเล็กน้อย เธอก็เริ่มหลงรักที่นี่ ตอนนี้เธอเองก็ใช้ชีวิตในเเต่ละวันอย่างมีความสุข ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันตามสถานการณ์
ตกดึก สวี่หรานนอนอยู่บนเตียงคนเดียว จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าห้องนี้มันช่างว่างกว้างกว่าทุกวัน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเธอรู้สึกว่าห้องมันเล็ก แต่ตอนนี้ อยู่คนเดียวกลับรู้สึกเหงา ที่ผ่านมาเธอพยายามรักษาระยะห่างกับเหยียนฮ่าวมาตลอด แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกว่าการมีเขาอยู่เคียงข้าง กลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
บ่ายวันรุ่งขึ้นเหยียนฮ่าวก็กลับถึงบ้านหลังจากสอบเสร็จ สวี่หรานทำกับข้าวรอไว้เรียบร้อย ฝีมือทำอาหารของเธอไม่ค่อยดี ส่วนใหญ่เป็น เหยียนเยว่ที่ทำมากกว่า
"กินข้าวก่อนเถอะ" สวี่หรานเรียกเหยียนฮ่าวมานั่งที่โต๊ะอาหาร เธอไม่ได้ถามเรื่องข้อสอบ เพราะถามไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้เหยียน ฮ่าวกดดันเปล่าๆ
วันเวลาผ่านไป ในระหว่างที่รอผลสอบ ชีวิตประจำวันก็ยังคงดำเนินต่อไป
เรื่องการแบ่งที่ดินทำกิน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป ตกลงกันว่าจะแบ่งตามจำนวนคน และแน่นอนว่า ไม่มีส่วนของสวี่หราน
เหยียนฮ่าวกับน้องๆ ได้ที่ดินไปทั้งหมดสามไร่หกงาน ทำเลไม่ดีไม่แย่ เพราะใช้วิธีจับฉลาก ได้ที่ดินตรงไหนก็ต้องยอมรับ
จากที่เคยได้คะแนนแรงงาน ตอนนี้ เหยียนฮ่าวต้องพึ่งพาฟ้าดินในการทำกินเสียแล้ว
"ที่นาที่ได้มา นายคงทำไม่ไหวหรอก เอาไว้ฉันทำเองก็ได้ อีกหน่อย นายก็ต้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแล้ว"
เหยียนฮ่าวยิ้ม "มั่นใจในตัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"แน่นอนสิ ถ้านายสอบไม่ติด ก็ไม่มีใครสอบติดแล้ว" สวี่หรานตอบอย่างมั่นใจ
สวี่หรานเอาที่ดินที่ได้แบ่งมา เพาะต้นกล้าพันธุ์ใหม่ ทำเป็นโรงเพาะชำแบบง่ายๆ ไว้สำหรับทดลองปลูกพืชโดยเฉพาะ
ส่วนต้นกล้าที่เธอเพาะไว้ก่อนหน้านี้ ก็เริ่มได้ผล มีต้นที่แข็งแรงอยู่ไม่น้อย รอจนถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ก็คงจะออกผลให้เก็บเกี่ยวได้
ผลไม้พันธุ์เก่าในสวนเริ่มสุก สวี่หรานไม่ได้อยู่เฉยๆ เธอเริ่มมองหาช่องทางการขาย
ตอนนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะปลูกได้ไม่ดี กลัวอย่างเดียวคือไม่มีที่ขาย ผลไม้พันธุ์เก่าราคาไม่ดี แต่ก็ปล่อยให้เน่าคาต้นไม่ได้ สวี่หรานจึงตัดสินใจติดต่อโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องในเมือง
โรงงานผลิตผลไม้กระป๋องเองก็ต้องการผลไม้ การนำผลไม้พันธุ์เก่ามาแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง ถือว่าไม่เลว
"ทางเราก็ต้องการผลไม้อยู่เหมือนกันครับ แต่ว่า...เรามีแหล่งรับซื้อประจำอยู่แล้ว เรื่องนี้..." ผู้อำนวยการซุนดูลำบากใจ
สวี่หรานได้ยินดังนั้นก็พูด "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่มาแนะนำตัวไว้ก่อน เผื่ออนาคต ทางโรงงานต้องการผลไม้ คุณผู้อำนวยการจะได้นึกถึงฉัน" สิ่งที่เธอต้องการก็แค่โอกาสเท่านั้น!