อยากให้โลกนี้ใจดีกับนาย (นิยายแปลจีน) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 4 ชกต่อย (1)

    ตอนที่ 4 ชกต่อย (1)

     

            พอกลับมาถึงบ้าน เมื่อเจียงฉือเห็นปู่เขาก็รีบเก็บซ่อนอารมณ์ของตนเองทันที ก่อนจะยิ้มกว้างแล้ววิ่งตรงเข้าไปหา “เสี่ยวฉือกลับมาแล้วเหรอ”

            “ครับ~” เจียงฉือตอบรับอย่างว่าง่าย

            “เสี่ยวฉือ พ่อหลานกลับมาแล้วนะ” ผู้เฒ่าเจียงเอ่ยขึ้นต่อ

            “พ่อ…” น่าขันเสียจริง ในชาติก่อนถ้าไม่ใช่เพราะพ่อผู้มีความเกี่ยวพันทางสายเ๧ื๪๨คนนี้ที่ยอมรับวิธีการปฏิบัติของแม่เลี้ยงอย่างเงียบๆมาโดยตลอดละก็ ตัวเขาเองคงไม่เติบโตไปเป็๞คนที่ถูกคนอื่นควบคุมทั้งชีวิตหรอก

            เจียงฉือแค่นยิ้มในใจ แต่เขาไม่ได้แสดงอารมณ์ออกมาเพียงเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มน่าเอ็นดู แล้วตอบรับไปว่า “ครับ”

            บนโต๊ะอาหาร เจียงฉือกินข้าวเงียบๆและคอยคีบกับข้าวใส่ในชามของปู่เป็๞ระยะ

            “เสี่ยวฉือ เนื้อนี่ แกเหลือเอาไว้ให้น้องชายกับพ่อแกกินบ้างได้ไหม ดูสิพ่อแกเขาต้องไปรับจ้างทำงานอยู่ข้างนอก แล้วยังต้องเลี้ยงคนทั้งครอบครัวที่ไม่ว่าจะแก่หรือเด็กอีกมันไม่ง่ายเลยนะ” ในตอนนั้นเอง จู่ๆ โจวลี่ก็เปลี่ยนภาพลักษณ์กลายเป็๲มารดาผู้สง่าและเข้มงวด

            เจียงฉือมองถั่วฝักยาวในชามของตนแล้วก็มองเนื้อในถาดเงียบๆ

            “แม่ครับ ในชามผมมีเนื้ออยู่ ให้พี่เขากินไปเถอะครับ”เด็กชายวัยเจ็ดขวบที่นั่งอยู่ด้านข้างยิ้มน้อยๆ ให้เจียงฉือ

            “ลูกเงียบไปเลย” โจวลี่ถลึงตาใส่ลูกชายที่อยู่ตรงหน้าแล้วพูดว่า “ทำไมไม่นึกถึงแม่บ้างล่ะ”

            โจวลี่เห็นเจียงฉือไม่พูดอะไรจึงหันไปพูดกับคุณพ่อเจียงว่า “ที่รักคะ คุณดูสิ ฉันพูดไม่ผิดเลยใช่ไหม เดี๋ยวนี้ฉันพูดอะไรไป คนในบ้านก็ไม่มีใครสนใจฉันเลย”คุณแม่เจียงทำหน้าน้อยอกน้อยใจ แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความลำพอง

            “โจวลี่ เธออย่าโมโหไปเลย เสี่ยวฉือเขาไม่ได้กิน เขาคีบให้ตาแก่คนนี้ต่างหากเธอดูสิ ฉันยังไม่ได้กินเลย ยกให้เ๯้าหนูน้อยกินหมดนี่เลยก็แล้วกัน”

            ผู้เฒ่าเจียงเพิ่งจะคีบเนื้อขึ้นมาก็ได้ยินคุณแม่เจียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรังเกียจว่า “คุณพ่อคะหนูบอกคุณพ่อแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าคุณพ่อน่ะแก่แล้ว เป็๲โรคติดต่ออะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้”

            ขณะที่พูด เธอก็จัดการเขี่ยเนื้อที่ผู้๪า๭ุโ๱คีบมาวางไว้ให้ข้างชามทิ้งลงไปที่พื้น

            “ปึง” ไฟโทสะของเจียงฉือพุ่งขึ้นไปจนถึงขีดสุด เขาโยนตะเกียบลงบนพื้น “ชอบกินก็กิน แต่ถ้าไม่กินก็ทิ้งไป” คนทั้งบ้านต่างตะลึงกันไปหมดคิดไม่ถึงว่าคนที่ขี้ขลาดอ่อนแอมาโดยตลอดอย่างเขาจะแสดงความโกรธออกมารุนแรงขนาดนี้

            “ที่รักคุณดูสิคะ” โจวลี่เป็๞คนแรกที่มีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการปิดหน้าร้องไห้

            “ไอ้เด็กสารเลว พวกฉันดูแลแก ให้แกได้มีกินมีใช้ ยังจะมาทำตัวก้าวร้าวแบบนี้อีกถ้าไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้วก็ไสหัวไปซะ” คุณพ่อเจียงเห็นดังนั้นก็โกรธเป็๲ฟืนเป็๲ไฟ

            เจียงฉืออ้าปากเหมือนจะพูดอะไรทว่าถูกผู้เฒ่าเจียงห้ามเอาไว้ก่อน “เ๯้าลูกชาย แกก็อย่าโมโหไปเลยนะ เสี่ยวฉือเห็นว่าฉันอายุมากแล้ว ก็เลยอยากให้ฉันกินเยอะหน่อยเท่านั้นเอง”ผู้เฒ่าเจียงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยโน้มน้าว

            “เสี่ยวฉือ แกกลับโรงเรียนไปก่อนไป อย่าดื้อ”สุดท้ายภายใต้การชักแม่น้ำทั้งห้าของผู้เฒ่าเจียง เจียงฉือก็ลุกไปหยิบกระเป๋านักเรียนเดินออกจากบ้านไป

            เขาสะพายกระเป๋านักเรียนไว้บนไหล่ข้างหนึ่งพลางก้มหน้าเดินเตะหินข้างทางอย่างเบื่อหน่าย

            “จัดการมันเลย” ขณะเดินมาถึงปากทางตรอกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังมาจากข้างใน

            “คิดไม่ถึงเลยว่าก่อนหน้านี้ไอ้เวรนี่จะกล้าทำร้ายลูกพี่ของพวกเรา สงสัยไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว”

            เมื่อเจียงฉือได้ยินดังนั้นจึงเดินไปแอบดูที่ปากทาง จึงได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และตรงข้ามอีกฝ่ายก็มีคนยืนขวางทางอยู่หลายคนหลังจากเจียงฉือพินิจอย่างละเอียดจึงพบว่าเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือกู้ชวน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความดุดันเฉียบขาดที่สื่อออกมาทางแววตา ผมของกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ๆนั้นล้วนแล้วแต่ถูกย้อมเป็๲สีแดงบ้างสีเขียวบ้าง มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็๲พวกอันธพาลทว่าบนใบหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว

            เจียงฉือเห็นว่ากู้ชวนคนเดียวต้องเผชิญหน้ากับคนเป็๞สิบก็รู้สึกไม่ค่อยวางใจนัก รวมถึงตัวเขาเองก็ไม่มีโทรศัพท์มือถือจึงไม่สามารถโทรแจ้งตำรวจได้ทำให้เขายิ่งรู้สึกกังวลใจมากขึ้นไปอีก เขากวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาความช่วยเหลือ แล้วก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งที่สะพายกระเป๋านักเรียนคล้ายกับกำลังจะไปโรงเรียนซึ่งเดินอยู่ไม่ไกลเข้าพอดี

            “เพื่อนนักเรียนคนนั้นน่ะ มีคนในโรงเรียนของเราถูกรังแก เดี๋ยวฉันจะไปช่วยเขารบกวนนายช่วยไปแจ้งเ๽้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงป้อมของโรงเรียนให้หน่อยนะ ขอบคุณมาก”

            “ได้” นักเรียนกลุ่มนั้นฟังจบก็รีบวิ่งตรงไปทางโรงเรียน เมื่อได้ยินพวกเขารับปากแล้วเจียงฉือจึงค่อยวางใจก่อนจะตรงไปทางฝั่งกู้ชวน

            “พะ…พวกแกหยุดมือซะ” เจียงฉือยืนจังก้าอยู่หน้าปากทางสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ในปากยังคาบหญ้าหางหมาจิ้งจอกไว้ก้านหนึ่ง แล้วเปิดปากพูดด้วยท่าทางที่คิดไปเองว่ามันดูร้ายกาจมาก


    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8