เยี่ยซางรู้ดีว่าหนังของสัตว์อสูรบางตัวนั้นแข็งมากไม่มีประโยชน์ที่จะโจมตีโดยตรง แต่หั่นหรือตัดอาจได้ผล
หนวดสีแดงโดนเยี่ยซางตัดออกด้วยคมหอกสีดำอย่างที่เขาคาดไว้
ถึงอย่างนั้นหนวดที่าเ็กลับไม่ได้ปล่อยนกสีขาวแต่เป็อีกเส้นที่ไม่ได้รับาเ็ปล่อยเ้านกแทน
มันคลายหนวดออกจากนกสีขาวแล้วโต้กลับด้วยการดึงเยี่ยซางให้ล้มลงจากนั้นก็พันเท้าของเยี่ยซางไว้ก่อนจะลากเขาไปข้างหน้าเหมือนที่มันทำกับนกสีขาว
หนวดทั้งสองลากเยี่ยซางและนกสีขาวไปจนเกือบจะมัดรวมคนกับนกเข้าด้วยกัน
เยี่ยซางถือหอกเหล็กสีดำด้วยมือขวาของเขาแล้วฟันไปทางหนวดสีแดงที่พันร่างของนกสีขาวอยู่ตอนนี้เยี่ยซางไม่สะดวกจะจัดการกับหนวดสีแดงที่พันรอบตัวเอง ทั้งเขาและนกตัวนั้นต่างก็โดนรัดแน่นจนขยับเพื่อช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เยี่ยซางจึงช่วยนกสีขาวตัวนั้นก่อน
ขณะที่หอกเหล็กสีดำในมือของเยี่ยซางโจมตีอย่างต่อเนื่องหนวดที่พันรอบนกสีขาวก็ถูกฟันไปแล้วครึ่งหนึ่ง
นกสีขาวก็ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้เช่นเดียวกับเยี่ยซางมันได้แต่ก้มจิกหนวดสีแดงบนเท้าของเยี่ยซางด้วยจะงอยปากแหลมคม
เมื่อเห็นการกระทำของนกสีขาวเยี่ยซางก็ใ นกสีขาวตัวนี้มีจิติญญา มันรู้ว่าเขาไม่ได้้าที่จะฆ่ามันแต่หนวดสีแดงต่างหากที่อันตรายถึงตาย
หนวดสีแดงลากหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวถูกดึงออกจากป่าไปยังที่โล่งเมื่อปราศจากต้นไม้มากีดขวาง ทั้งคนทั้งนกก็ถูกลากไปเร็วขึ้นอย่างไรก็ตามเมื่อหนวดสีแดงที่พันรอบกรงเล็บอันแหลมคมของนกสีขาวกำลังจะถูกตัดขาดด้วยหอกเหล็กดำของเยี่ยซางมันจึงยอมปล่อยนกสีขาวไปเพื่อไม่ให้เยี่ยซางตัดหนวดของมันออก
นกสีขาวซึ่งเป็อิสระจากพันธนาการไม่ได้จากไปไหนมันกลับขยับออกห่างจากเยี่ยซางเพียงเล็กน้อยก่อนก้มศีรษะลงและจิกโจมตีหนวดสีแดงที่เท้าของเยี่ยซาง
สีหน้าของเยี่ยซางเปลี่ยนไปเมื่อถูกลากไปไกลขึ้นหนวดสีแดงก็ดูยาวขึ้นเรื่อยๆหนวดที่เด็กหนุ่มมองเห็นก็หนาขึ้น ส่วนที่หนาที่สุดของมันแทบจะเท่าของศีรษะมนุษย์อยู่แล้ว
หนวดสีแดงสะบัดไปใช้หนวดพันรอบเยี่ยซางอีกสองรอบแขนของเยี่ยซางที่ถือหอกเหล็กดำก็ถูกพันไว้เช่นกันหนวดสีแดงยังคงลากเยี่ยซางไปข้างหน้า ขณะที่อีกเส้นพยายามโจมตีนกสีขาว
แต่เ้านกที่พยายามช่วยเหลือเยี่ยซางก็ไม่โดนหนวดแดงรัดตามไปด้วยระหว่างที่มันหลีกเลี่ยงหนวดสีแดงมันก็ยังพุ่งเข้าหาเยี่ยซางโจมตีหนวดสีแดงที่พันรอบร่างของเยี่ยซางอย่างต่อเนื่อง
หน้าผา!
เยี่ยซางกำลังคิดว่าต้องทำอย่างไรถึงรอดไปได้จนกระทั่งหน้าผาที่ไม่มีก้นเหวปรากฏขึ้น
สถานการณ์นี้ทำให้เยี่ยซางรู้สึกหวั่นใจเขามองไปที่นกสีขาวซึ่งยังคงต่อสู้อยู่ เยี่ยซางจึงะโขึ้น“ข้ารู้ว่าเ้าเข้าใจข้า ไปเถิด เร็วเข้า!”
มันเพิกเฉยต่อคำพูดของเยี่ยซางนกสีขาวกรีดร้องและเลือกจะสู้ต่อ จะงอยปากที่แหลมคมยังคงโจมตีหนวดสีแดงที่พันอยู่กับร่างกายของเยี่ยซางต่อไป
เมื่อเข้าใกล้หน้าผามากขึ้นเรื่อยๆในใจของเยี่ยซางก็ตระหนักอย่างชัดเจนมันเป็ความผิดพลาดของเขาที่หาเื่ใส่ตัวเช่นนี้นกสีขาวที่เขาไล่ตามทั้งที่ไม่มีความผิดมันสมควรแล้วที่เขาต้องช่วยเหลือนกตัวนี้ให้รอดไปได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นย่อมต้องเป็เขาที่ได้รับผลกรรมนี้โดยไม่จำเป็ต้องดึงนกสีขาวเข้ามายุ่งเกี่ยวเขาเหยียดมือซ้ายที่ยังไม่ได้ถูกรัดไว้แล้ววางบนร่างของนกสีขาวจากนั้นก็ใช้กำลังทั้งหมดเพื่อผลักมันออกอย่างแรง “ไป!”
นกสีขาวแม้จะถูกเยี่ยซางผลักออกไปแต่มันหนีไม่พ้นหนวดสีแดงสองเส้นพุ่งเข้ามาพันตัวมันไว้ ทั้งคนและนกจึงถูกลากลงไปใต้หน้าผาพร้อมกัน
ร่างกายกำลังร่วงลงตกจากหน้าผาพอร่างของทั้งคู่ร่วงลงมาแล้ว เยี่ยซางก็ได้รู้ว่าหนวดสีแดงคืออะไรมันคือหนอนัดินนั่นเอง!
หนอนัดินเรียกอีกอย่างว่า ‘หนวดผี’ มันเป็สัตว์อสูรทั่วไปไม่ใช่สัตว์อสูรดุร้าย
หนอนัดินธรรมดาไม่มีพลังต่อสู้มากนักพวกมันกินซากศพของสัตว์และไม่ค่อยโจมตีสิ่งอื่นๆ
หนอนัดินที่ใหญ่ที่สุดที่เยี่ยซางเคยเห็นคือตัวหนาเท่านิ้วโป้งยาวสี่หรือห้าจั้ง
แต่หนอนัดินที่อยู่ตรงหน้านั้นใหญ่เกินไปไม่สามารถคาดเดาความยาวของมันได้เลย แม้แต่ส่วนที่หนาที่สุดของมันหนาเท่าเอวมนุษย์ต้องรู้ก่อนว่าการเติบโตของหนอนัดินโดยทั่วไปจะเพิ่มความยาวมากกว่าความหนาหนอนัดินยาวห้าจั้งก็มีความหนาเท่านิ้วหัวแม่มือเท่านั้นแต่หนอนัดินที่อยู่ข้างหน้าเขากลับมีความหนาเท่าเอวมนุษย์!
เมื่อร่วงลงมาอีกเยี่ยซางก็รู้ว่าทำไมหนอนัดินจึงมีเพียงสองหนวดที่ใช้โจมตีบนหน้าผาเพราะร่างกายของมันถูกตรึงไว้ใต้หน้าผานี้
มีต้นไม้โบราณขนาดใหญ่อยู่้าของหน้าผาและร่างของหนอนัดินตัวนี้ก็ติดอยู่ที่โคนของต้นไม้ต้นนั้น
ปกติแล้วหนอนัดินเป็สัตว์ที่เกียจคร้านมากหลังกินอาหารอิ่มแล้วก็จะหลับเป็เวลานาน อาจเป็เพราะ่ที่หลับใหลตอนมันยังเล็กเพราะอย่างนั้นเมื่อมันโตขึ้นตัวของมันจึงติดอยู่ใต้รากของต้นไม้โบราณแล้วไม่สามารถออกมาได้
เยี่ยซางและนกสีขาวร่วงลงมาเรื่อยๆความเร็วในการตกก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ตูม!
มีเสียงกระแทกดังออกมาเป็เสียงของหนวดที่ถูกยืดจนตึงอยู่ฉับพลันนั้นร่างของเยี่ยซางและนกสีขาวก็ลอยขึ้นด้วยแรงปะทะของหนวดก่อนจะตกลงมาอีกครั้ง
การร่วงลงมาอีกครั้งนี้หนวดของหนอนัดินซึ่งได้รับาเ็สาหัสถูกดึงอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในที่สุดมันจึงไม่สามารถรัดร่างของคนและนกเอาไว้ได้ทั้งเยี่ยซางและนกสีขาวที่หลุดออกจากหนวดของหนอนัดินยังคงร่วงลงไปอีก
ปัง!เยี่ยซางรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาถูกกระแทกอย่างแรงทำให้ความเ็ปแล่นตามมาติดๆเด็กหนุ่มมองขึ้นไปบนท้องฟ้าหนวดสีแดงสองเส้นยังคงสะบัดไปมาอยู่บนหน้าผาสูงห้าหรือหกจั้ง
เยี่ยซางจึงรู้ว่าที่เขาไม่ตายเพราะหนวดของหนอนัดินนั้นยาวมากพอ
หลังจากขยับตัวเยี่ยซางพบว่าแขนขวาของเขาหักแต่ก็ไม่มีอาการาเ็ที่ร้ายแรงตรงจุดอื่น
นกสีขาวยืนอยู่ข้างเยี่ยซางแต่สภาพของมันดีกว่าเขามาก เมื่อหนอนัดินปล่อยตัวมันเ้านกก็กระพือปีกเพื่อลดแรงกระแทกจึงไม่ได้รับาเ็เพิ่ม
เยี่ยซางลุกขึ้นนั่งจับแขนตนเองไว้แล้วหาเม็ดยาที่เก็บไว้ในแขนเสื้อ
เขาพบว่ายาปี้กู่และยาเผยหยวนของเขายังอยู่ดีแต่ขวดที่ใส่ยาทงลั่วนั้นแตกออกเรียบร้อยแล้ว ถึงอย่างนั้นเม็ดยากลับไม่ได้รับความเสียหาย
หลังจากกินยาทงลั่วแล้วเยี่ยซางก็มองไปยังปีกที่าเ็ของนกสีขาวจากนั้นเขาก็ส่งยาทงลั่วเม็ดสุดท้ายให้กับมัน
เมื่อจัดการตัวเองอย่างเรียบง่ายเสร็จเยี่ยซางก็หันมองไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบเขาสังเกตเห็นว่าแท่นหินอยู่ใต้เท้าเขามีพื้นที่ราวสองหรือสามจั้ง
เยี่ยซางชะโงกศีรษะมองลงไปที่เหวใต้แท่นหินมันยังคงมีหมอกหนาปกคลุมจนมองไม่เห็นด้านล่าง
เด็กหนุ่มจึงหันศีรษะไปสำรวจส่วนที่เหลือของแท่นคราวนี้เยี่ยซางพบว่าสถานที่ที่ผิดปกตินี้มีร่องรอยของบางอย่างบนหน้าผาหลังจากสังเกตอย่างระมัดระวัง เยี่ยซางก็เห็นว่าสิ่งที่อยู่ใต้เถาวัลย์คือประตูหินซึ่งน่าจะเป็ทางเข้าถ้ำ มีลายมือชัดเจนทั้งสองข้างของประตู ด้านซ้ายคือตื่นขึ้นด้านขวาคือรู้แจ้ง
เมื่อเห็นเส้นทางที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์เยี่ยซางก็ถือหอกเหล็กดำเดินไปทางนั้น
ถ้าเป็เวลาปกติเยี่ยซางจะไม่ทำเช่นนี้อย่างน้อยที่สุดเขาจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปแต่ไม่ใช่ในเวลานี้
ที่นี่อันตรายเกินไปพื้นที่ของแท่นหินมีขนาดเล็ก หากมีสัตว์อสูรตัวใดออกมาจากถ้ำเขาจะถูกบีบตกจากแท่นได้ง่ายอย่างแน่นอน ถ้าจะมีการต่อสู้ก็ควรจะต่อสู้ในถ้ำ
เดิมทีเยี่ยซางคิดว่าถ้ำแห่งนี้จะต้องมืดและชื้นมีงูพิษ แมลงและมดจำนวนมาก แต่เท่าที่เดินผ่านมา กลับค่อนข้างโล่งและสะอาด จึงทำให้เยี่ยซางรู้สึกประหลาดใจนอกจากต้นหญ้าเล็กน้อยที่ทางเข้าแล้ว ด้านในของถ้ำนั้นสะอาดมาก
เมื่อหันศีรษะไปดูกำแพงหินเยี่ยซางก็เห็นรอยมีด แต่เมื่อขยับเข้าไปมองใกล้ๆ เยี่ยซางก็พบรอยมีดที่มีระยะห่างสองหรือสามจั้งกล่าวได้ว่ากำแพงหินนี้ถูกตัดออกมาด้วยดาบห้าหรือหกเล่ม
เยี่ยซางใช้หอกเหล็กดำทุบไปที่ผนังกำแพงหินส่งเสียงดังลั่น แต่ก็ไม่มีผงหินตกลงมา ทั้งยังไม่มีรอยร้าวปรากฏขึ้นทำให้เขารู้ถึงความแข็งของกำแพงหิน