บทที่6 ตานเซินโสมคนจน
หลังจากทั้งขุดทั้งถอนต้นกระเทียมป่า กุยช่ายและหอมป่า ได้มาเกือบเต็มตะกร้า นางจึงมานั่งพักเหนื่อย ที่บริเวณก้อนหิน ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลำธาร
ทั้งลานทุ่งหญ้าเห็นจะมีต้นไม้นี้ นี่แหล่ะ ที่ดูใหญ่โตมากที่สุด ที่เหลือก็เป็พวกพุ่มใบและกอหญ้า หลังจากล้างไม้ล้างมือ ลูบหน้าตาเนื้อตัวจนสะอาดสดชื่น จึงหันไปมองหาลู่เหวิน พบว่าลู่เหวินกำลังเดินตรงมาหานาง พร้อมกับท่านลุง ลู่คงอยู่พอดี
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านลุง ได้สัตว์อะไรมาบ้าง”
“ได้กระต่ายมา3ตัว ไก่ป่ามาอีก5ตัว แล้วก็ได้ไข่ของไก่ป่าติดมาด้วย บังเอิญตามไปเจอรังของมันมาเข้านะ”
“เออ…ข้าว่าจะมาตามพวกเ้าไปช่วยกันเก็บสมุนไพรที่ด้านในเขา ส่วนอาเหวิน เ้าแบกสัตว์ป่าพวกนี้ลงไปไว้ที่บ้านก่อน แล้วหยิบตะกร้าสานมาเพิ่มอีก2ใบ ข้าไปเจอ ตานเซิน เจียวกู่หลาน โป๊ยกั๊กและตังกุย จะได้เก็บกลับไปทีเดียว”
หลังจากนั้นลู่เหวินก็เดินแบกตะกร้าลงเขา นางไม่ลืมที่จะฝากกระเทียม กุยช่าย และต้นหอมกลับไปด้วย
‘ท่านลุงบอกว่าจะพาเข้าไปในของป่าลึกขึ้นอีก ถ้าตามปกติในซีรีส์หรือนิยายทะลุมิติข้ามภพชาติ เมื่อนางเอกได้ขึ้นเขานางต้องพบกับไอเทมที่ช่วยให้รวยในพริบตาอย่างเช่น โสมอายุหลายร้อยปี หรือพบเจอกับเห็ดหลินจือราคาแพง ข้าก็ต้องได้เจอเหมือนกัันซิ ข้าเองก็ข้ามภพทะลุมิติมาด้วยเหมือนกันนี่น่า’
ลู่ชิงยิ้มหวานคิดอยู่ในใจอย่างเข้าข้างตนเอง
จนกระทั่งเดินมาถึงจุดที่ท่านลุง พบสมุนไพร ท่านลุงให้นางช่วยเก็บรากของต้นตานเซิน ท่านลุงกล่าวให้นางฟังว่า ตานเซินพวกนี้เป็สมุนไพรที่มีคุณค่ามาก สรรพคุณเทียบเท่าตำรับยา ซื่ออู้ทัง ทั้งตำรับ ซึ่งยาซื่ออู้ทัง ในหนึ่งตำรับจะต้องใช้สมุนไพรถึง4ชนิด เพื่อให้ได้สรรพคุณ บำรุงร่างกาย บำรุงเื แต่หากใช้เ้าตานเซินนี้เพียงอย่างตัวเดียว ก็ให้สรรพคุณบำรุงได้เหมือนกัน และยังช่วยเนื่องอาการนอนไม่หลับอีกด้วย
ลู่ชิงหูฟังท่านลุงเล่าสรรพคุณสมุนไพรตัวนั้นบ้างตัวนี้บ้าง มือก็ทั้งขุดทั้งถอนต้นตานเซิน ส่วนสายตายังคงมุ่งมั่นหาต้นโสมอย่างมีความหวัง
แต่ประโยคสุดท้ายที่ได้ฟังจากท่านลุงนี่สิ “เ้ารู้ไหม แถวนี้ข้ายังไม่เคยพบโสมมาก่อน แต่เ้าตานเซินที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกันกับโสม ชาวบ้านแถวนี้จึงพากันเรียกมันว่า โสมคนจน”
‘นี่ข้าเจอโสมจริงเสียด้วย แต่เป็โสมคนจน’
ลู่ชิงรู้สึกหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก นางพบเจอโสมดั่งใจหวัง แต่มันขายไม่ได้ราคา ท่านลุงเล่าว่า มันพบเจอได้ทั่วๆไปไม่ใช่สมุนไพรหายากแต่อย่างใด
เก็บสมุนไพรเรื่อยมาจนเข้ายามเว่ย(13.00-14.59น.) ลู่ชิง ท่านลุง และลู่เหวิน ก็พักกินซาลาเป่าฟักทองเป็มื้อกลางวัน ลู่ชิงกำลังนั่งคิดวางแผนอนาคตของต้นเอง ว่าควรทำอะไรบ้างต่อจากนี้ หลังจากได้พูดคุยสอบถามท่านลุงถึงเื่ราวต่าง ๆ มากมาย
สรุปได้ว่า ในหมู่บ้านนี้ทุกคนมีฐานะค่อนข้างยากจน อาศัยเลี้ยงชีพด้วยการทำการเกษตร เช่นปลูกข้าว และเนื่องจากอยู่ติดทะเล บางครอบครัวทำอาชีพประมงจับสัตว์น้ำต่าง ๆ นำไปขายในตลาดของตัวเมือง
ฟังจากท่านลุงเล่ามานั้น บ้านครอบครัวตระกูลลู่ ถือว่ามีฐานนะที่ดีกว่าชาวบ้านอยู่มาก และยังเป็ที่นับถือของคนในหมู่บ้านนี้มากอีกด้วย
เนื่องจากท่านปู่เป็แพทย์เพียงคนเดียวในหมู่บ้าน ท่านปู่จะออกไปตั้งโต๊ะรักษาชาวบ้านทุก7วัน ไม่เคยเก็บค่ารักษาหรือค่าสมุนไพรใด แต่ท่านปู่มีกฎเหล็กอยู่ว่า ชาวบ้านห้ามมารบกวนครอบครัวลู่ที่บ้าน หากมีเหตุจำเป็เร่งด่วนจริงๆให้ผู้ใหญ่บ้านมาแจ้งได้
ท่านปู่ชอบความสงบหากใครมายุ่มย่ามหรือสร้างความรำคาญกับคนตระกูลลู่ ท่านปู่จะยกเลิก การรักษาผู้ป่วยในหมู่บ้านทันที และความรักสงบของท่านปู่ จึงได้ตั้งบ้านอยู่บนเนินเขาติดชายป่าริมลำธาร ซึ่งหากเดินเท้าเข้าไปยังตัวหมู่บ้านจะใช้เวลาราว 1 ก้านธูป (20-30นาที)
แต่เพราะความใจดีของท่านปู่ที่รักษาผู้คนโดยไม่คิดเงิน สมุนไพรท่านปู่ก็ต้องเป็คนขึ้นเขาไปเตรียมจัดหามาเอง และด้วยอายุที่มากขึ้นของท่านปู่ ทำให้คนในครอบครัวเป็ห่วง พวกเขาจึงแบ่งเวลามาช่วยท่านปู่เก็บสมุนไพรอย่างเช่นวันนี้ ส่วนบางชนิดที่จำเป็และหาบนเขาไม่ได้ ท่านปู่ก็จะซื้อหา มาจากร้านยาในเมืองแทน
ลู่ชิงคิดว่าคงเพราะแบบนี้เอง สภาพความเป็อยู่ในบ้านตระกูลลู่ แม้ไม่เรียกว่าขัดสนย่ำแย่นัก เพราะยังพอมีอาหารให้กินครบ3มื้อ แต่สภาพเครื่องใช้ไม้สอยและตัวเรือน ก็ดูเก่าพุพังตามกาลเวลา เพราะไม่ได้มีเงินเหลือมากพอ ที่จะนำมาซ่อมแซมมัน แล้วยิ่งรับนางมาเป็ภาระเพิ่มอีกคน พวกเขาคงยิ่งลำบากมากแน่
นางคิดว่าต้องรีบหาอะไรทำเพื่อนำไปขายเป็เงินสักก้อนเสียแล้ว จึงรีบยัดซาลาเปาคำสุดท้ายเข้าปาก พร้อมกับก้าวเดินลัดเลาะสำรวจหา ของที่สามารถนำมาขายทำเงินสร้างรายได้รอบบริเวณ ดังกล่าวทันที
‘ต้องมีอะไรบ้างแหล่ะ ที่ข้ารู้จักแล้วนำมันไปทำเงินได้’