ป้าปปป...โอ้ย!!!
“นี่ยายแ... ( ̄■ ̄;)!?...จ...เจ้า...เจ้า...เอ่อ...ขออภัยด้วย...เพียงแต่
...ม...แม่นางน้อยเจ้าเป็นใครกัน...?!...ล...แล้วเจ้ามาตบหัวข้าด้วยสาเหตุใด?!”
ลุงคิหันไปมองคนที่ตบกะบาลตนกับต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ตนได้เห็น...มัน...มันไม่น่าเชื่อ...เมื่อเขาพบกับสตรีวัยกลางคนมีหน้าตางดงามทรงเสน่ห์ยิ่งนัก...
แต่กับต้องสะดุดตากับชุดที่นางใส่เขาคุ้นหูคุ้นตายิ่งนักเมื่อเขาพบว่ามันเป็นชุดของคนในกลุ่มของเขา กล่าวให้ถูกคือหัวหน้ากลุ่มของเขาสไตล์การแต่งกายแบบนี้มันคลับคล้ายคลับคลามัน...มันเหมือนการแต่งกายและเหมือนกับชุดของท่านยายหลงหัวหน้าของเขาเสีเหลือเกินเขาจำได้ดีเพราะนางมักใส่ชุดเช่นนี้เป็นประจำ และเขาก็กลัวนางเป็นอันมาก มากแบบมากมากถึงแม้จะกลัวแต่เขาอดสงบปากปีจอของเขาเสียมิได้ จึงกล่าวถามออกมา
“เอ๊ะ!!!...สไตล์การแต่งกายแบบนี้...ทำ...ทำไมชุดที่เจ้าสวมใส่มันช่างเหมือน...เหมือนกับยายแก่หลงลืมเลย?!”
“บอกมาเจ้าเอายายแก่หลงลืมคนนั้นไปซ่อนไว้ที่ไหนหากไม่บอกเจ้าได้เจอปู่คิคนนี้อัดแน่...”
*ป้าปปปปปปปป...*
*โอ้ยยยยยยยยยยยย!!! *
“น...นี่...เจ้า...ทำไมเจ้าน่ากลัวเหมือนยายแก่หลงลืมคนนั้น...จ...เจ้าเป็นใครกัน...???”
“ห...หรือ...จะเป็นหลานสาวของยายแก่หลงลืมรึ ?!”
*ป้าปปปปปปปป...*
*โอ้ยยยยยยยยยยยย!!! *
“…(´༎ຶㅂ༎ຶ`) แง แง!”
ลุงคิโดนแม่นางนิรนามตบกระบาลไปถึง3 ครั้ง เขามิกล้าส่งเสียงออกมาจากปากอีก... จนคนในกลุ่มถึงกลับต้องออกหน้าเพื่อช่วยพูดแทนเขาเมื่อเห็นว่าแม่นางนิรนามผู้นี้ยังคงมิลดมือลงแต่กลับยังยกมือค้างไว้กลางอากาศเป็นสัญญาณว่านางจะลงมือตบกะบาลของลุงคิอีกครั้ง...ป้ามิ่งเยวเดินมาถึงด้านข้างของแม่นางนิรนาม...
นางเดินวนรอบมองซ้ายมองขวาก้มหน้ามองหลังรอบตัวแม่นางนิรนามผู้นั้นอยู่มินานใช้เวลาไปเพียง 10 ลมหายใจ... ( ̄■ ̄;)!? หลังจากนั้นสีหน้าของนางแสดงออกถึงความรู้สึกแปลกใจระคนตกใจยิ่ง นางต้องใช้เวลาปรับลมหายใจอยู่อีก 15 ลมหายใจก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อของแม่นางนิรนารผู้นี้ด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า…
“ท...ท...ท่าน..คือ...พ...พ...พี่หลงหรือเจ้าค่ะ!?
แม่นางนิรนามผู้นั้นหันไปส่งยิ้มหวานให้กับป้ามิ่งเยวก่อนจะตอบออกมาหนึ่งคำสั้นสั้นด้วยน้ำเสียงแข็งแกร่ง ห้าวหาญ ว่า “อืม !!!...นี่ข้าเอง”
5 นาทีแห่งความเงียบสงบ
ผู้เฒ่าทั้งสี่มองมาที่แม่นางนิรนามผู้นั้นด้วยสายตาวิเคราะห์และพิจารณาสภาพการณ์ตรงหน้าพวกเขาเพียงเฝ้ามองมิได้เดินวนรอบเหมือนป้ามิ่งเยวแต่มีผู้นึงที่เดินวนรอบก้มมองสำรวจตั้งแต่หัวยันเท้าของนางเขาสำรวจทุกระเบียดนิ้วก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ด้านหน้าของแม่นางนิรนามที่อ้างตนว่าเป็นคนคุ้นเคยของพวกเขา...
เมื่อพวกเขาพิจารณาได้แล้วจึงกล่าวถามออกมาทีละคนด้วยเสียงที่สั่นเครือ...เสียงสั่นเครือมันสั่นด้วยความระคนตกใจ มิใช่สั่นด้วยความหวาดกลัว
“จ...เจ้า...เจ้าคือ...ย...ยายหลงรึ...น...นี่...?”
คุณตากงกล่าวออกมาด้วยความเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง
“แม่นาง...เจ้าล้อคนแก่เล่น...มิดีนะ...แต่...ทำไมข้ารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้ายิ่ง?”
คุณตาชิกล่าวออกมาติดตลกไม่ยึดถือคำพูดของนางเป็นจริงเป็นจัง
“พ...พี่สาว...น...นี่…นี่ใช่เรื่องจริงอย่างนั้นรึ ?!”
คุณป้ามิ่งเยวกล่าวตะกุกตะกักด้วยความดีใจปนเปกับตกใจยิ่ง
“ย...ยายแก่หลงลืมจริงรึ...ยายแก่หลงนั้นทั้งหน้าเหี่ยวย่นขี้บ่น ปากมาก มือหนัก มันไม่มีตรงไหนที่เหมือนกับเจ้าสักนิดมีเพียงแค่ชุดเสื้อผ้าเท่านั้นแหละแต่พวกนี้มันปลอมแปลงกันได้...หึ...แม่นางน้อยหยุดโกหกได้แล้วกระมั้ง...แต่...ถ้า...ถ้าหากเจ้ายืนยันว่าเจ้าคือยายแก่หลงลืมคนนั้นจ...เจ้าต้องอธิบายมาเสียว่า...ก...เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าของเจ้ากันแน่ หรือ หรือว่าข้ายังคงอยู่ในความฝัน?”
ลุงคิที่หวาดกลัวยายหลงสุดขีดยังไม่เชื่อถือคำพูดของแม่นางคนนี้เลยแม้เพียงนิดเขาเป็นคู่กัด อืมต้องบอกว่า โดนท่านยายซ้อมเพราะปากหมาอยู่ตลอดดีกว่า...
“หึ~หึ ! ไม่เข็ดไม่หลาบเจ็บแล้วไม่รู้จักจำ...แม้ปากจะมีไว้พูดแต่ถ้าปากปีจอเยี่ยงนี้...ข้าจะช่วยเจ้าเองสัก3 ฝ่ามือเป็นไงจะได้ตื่นจากฝันและสงบปากสงบคำเสียที...”
=_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)
*ป้าปปปปปปปป...ป้าปปปปปปปป...ป้าปปปปปปปป...*
*อ้าคคคคคคคค!!!...โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย…!!!*
“…(⊙ヮ⊙) ! (อึ้ง)...” x3
“ಠ , ಥ โอ้ย ! น้ำตาซึมเบย...” x1
เมื่อพวกเขาทั้งห้าได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยและประโยคที่นางได้กล่าวออกมาเพียงเท่านั้นพวกเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าแม่นางนิรนามผู้นี้ก็คือ ท่านยายหลงหัวหน้ากลุ่มของพวกเขาตัวจริงเสียงจริง นางมักพูดบ่นเจ้าแก่คิเป็นประจำกับถึงความปากปีจอ ปากมิมีหูรูดของเขา...
ท่านยายหลงเป็นหัวหน้ากลุ่มที่1 สมาชิกในทีมมีด้วยกัน 5 คน ประกอบด้วย คุณตากง คุณตาชิ คุณยายหลงคุณลุงคิ คุณป้ามิ่งเยวรวมเป็น 5สหายแห่งหมู่บ้านทรายขาวพวกเขามีหน้าที่ป้องกันหมู่บ้านทรายขาวฝั่งตะวันตกแห่งนี้เพียงแต่หลังจากสงครามในครั้งนั้นพูดเขาก็จำเป็นต้องเกษียณตัวเองออกมา(โดนบีบให้ลาออก)เนื่องจากเบื้องบนเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเลี้ยงคนที่ไม่มีชื่อเสียงและไม่มีประโยชน์ไว้...
“มันช่างน่ายินดียิ่งนัก...เพียงแต่ว่ามันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน...หรือว่า?!”
ควับควับ ควับ ควับ ควับ....
“อ...เอ่อ...เอิ่ม...”
กันจิที่เห็นความเปลี่ยนแปลงตลอดกระบวนการถึงกับสตั้น แถมยังโดนสายตาผ่านศึกของพวกผู้เฒ่าจ้องมองมาอีกแม้เขาจะสู้ได้แต่จะเอาอะไรมาสู้กับทหารผ่านศึกกันเขาเริ่มมีกังวลขึ้นมาหลายส่วน เริ่มย่อตัวลงใช้รถเข็นเป็นที่กำบังแต่เขาอดกั้นความสงสัยไม่ได้จึงได้กล่าวถามผู้เฒ่าทั้งห้าคนด้วยน้ำเสียงที่ประหม่าดูเป็นกังวลอย่างมากว่า...
“ԅ[ •́ ﹏├┬┴┬┴ ….ท...ท่าน...พวกท่าน...ม...มองข้าเยี่ยงนั้นท...ทำไมหรือ ข...ขอรับ ?!”
“………………….”
ทั้งห้าคนมิได้ตอบคำถามของเขา พวกเขาทำเพียงจ้องมองไปที่กันจิด้วยความคิดต่างต่างนานา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงมันกินเวลาไม่นานมันรวดเร็วเสียยิ่งกว่ากายผลายลมเสียอีก ผู้เห็นเหตุการณ์ดันมีแค่เขาคนเดียวและเป็นคนเดียวเท่านั้นที่เห็นชัดเต็มสองตา…
เพียงแต่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้กับไม่มีใครให้ความสนใจคำพูดพึมพำที่ผู้เฒ่าผู้แก่บ่นออกมาหรือสนใจการเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยที่กำลังเกิดขึ้นกับคนทั้ง15 โดยความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนของ 5 สหายแห่งหมู่บ้านทรายขาวฝั่งตะวันตกทำไมถึงไม่มีคนสนใจก็เนื่องจาก...
เนื่องจากอิทธิพลของระเบิดกลิ่นทั้ง15 ลูกมันมากมายเกินไปเกิดกระจายซ้อนทับกันออกไปเป็นชั้นชั้นมันเพิ่มวงกว้างจากการซ้อนทับชองคลื่นแห่งกลิ่นให้มีพลังยั่วยวนชวนน้ำลายสอเพิ่มพลังเป็นทวีคูณจนมีกลิ่นหอมในตอนนี้ถูกเพิ่มพลังความรุนแรงไปถึง 15 เท่า แต่จะกล่าวให้ถูกคือการกระจายของวงมันซ้อนทับกันมากขึ้น และกระจัดกระจายได้ไกลขึ้นเพียงแต่จุดที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางจะหอมละมุนละไมเปรียบกับระเบิดปรมนูญของกลิ่นหอมมันอาจจะดึงวิญญาณให้หลุดลอยออกจากร่างก็เป็นได้...
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าไม่นานทุกคนก็เริ่มได้สติกันทีละคนสองคน
*แมร่ง!!! พลิกฟ้าคว่ำพสุธาไปอีก...เปลี่ยนท่านยายหนังเหี่ยวย่นเป็นแม่นางเต่งตึงสวยเชร่งไปแล้ว...*
*ทำไงดีวะ...ข้าแค่ทดลองเล่นเล่นขณะทำซาลาเปาทั้งหมด15 ลูกเองนะ เพราะฟลุ๊ค 7 ลูก ในนั้นถึงกลายเป็นซาลาเปากลายพันธ์หรือ ?! หากจะทดลองอีกครั้งก็ไม่ได้ด้วยสิมันยากเกินไปยากสะยิ่งกว่าลงนรกเสียอีก...*
กันจิกำลังคิดคำนวณว่าจะเบี่ยงเบนความสนใจไปในทางไหนดีเพื่อมิให้มีพิรุธเขาไม่ต้องการให้ทุกคนในบริเวณนี้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของผู้เฒ่าทั้งห้าที่มันช่างเหนือล้ำเกินจินตนการพลิกฟ้าคว่ำพสุธาโดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏชัดเจนของท่านยายหลงเค้าโครงของท่านยายมิเหลืออยู่เลยสักนิด ตอนนี้นางกลายเป็นแม่นางวัยกลางคนรูปร่างน่าตาต่างจากเดิมลิบลับอายุน่าจะอยู่ประมาณ 25-28 ปี มีความสวยเป็นลองเพียงดรุณีน้อยถงทงเพียงเท่านั้น แต่กลับมีเสน่ห์คนละแบบกับสาวน้อย
*ใจเย็นนนน...เราต้องใจเย็นเย็นไว้ก่อนอัจฉริยะอย่างเราไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้...*
*ยุ่งหนอ...พ่องหนอ...ยุ่งหนอ...พ่องหนอ...ฟู้วส์...*
ปิ้งปิ้งปิ้ง...
“(≖ ‿ ≖) หึหึ! รู้ล่ะว่าต้องทำเยี่ยงไร...ขั้นแรกต้องเบี่ยงเบนความสนใจก่อนแล้วกัน...*
“ท่านทั้ง 5ขอรับช่วยมายืนหลังข้าได้หรือไม่ขอรับ...”
หงึก หงึก หงึก หงึก หงึก
พวกเขามองสบตากันก่อนจะพยักหน้าเดินอ้อมรถเข็นไปยืนด้านหลังกันจิเยี่ยงบอดิการ์ด...
แต่แขกตัวน้อยที่ไม่ได้รับเชิญเช่นเสี่ยวเฉากับเสี่ยวเกอ ดันวิ่งมายืนประกบข้างบริเวณข้างตัวของกันจิด้วยตนเองโดยที่เขายังมิได้เอ่ยปากชวนเสียด้วยซ้ำ...
*เอ้า...ช่างเถอะ ช่างเถอะ ก็แค่เด็ก...*
*มาเริ่มงานใหญ่กันดีกว่า...เอาล่ะนะ*
“ชาวยุทธทั้งหลาย พี่ป้าน้า อา พ่อค้า แม่ค้า ที่เคารพ ข้าน้อยมีเรื่องจะประกาศขอรับ...”
พรึบ...พรึบ...พรีบ
หลังจากได้ยินเสียงตะโกนของกันจิทุกคนที่ยังคงดื่มด่ำอยู่กับกลิ่นหอม เริ่มทยอยลืมตาขึ้นพร้อมมองมาที่กันจิก่อนที่จะลดระดับสายตาลงพร้อมกับจ้องไปที่เข่งซาลาเปาด้วยแววตากระหายอยาก
“ข้าน้อยได้แจกจ่าย...เป็นเพราะรู้สึกสงสารและเห็นใจ...
“อืม!!! แต่ของซื้อของขายข้าน้อยคงทำเยี่ยงนั้นอีกคงมิดีเป็นแน่...”
“แต่ในเมื่อพวกท่านได้ตั้งใจมาเข้าแถวต่อแถวทั้งทั้งที่ข้าน้อยได้บอกไว้แล้วว่าวัตถุดิบเหลือเพียงพอสำหรับซาลาเปาเพียงแค่30 ลูกเท่านั้นเพื่อตอบรับความจริงใจของพวกท่านที่อยากลิ้มลองรสซาลาเปาฝีมือของข้าน้อยรสชาติอาจจะพอรับประทาน...สำหรับข้า...”
“…ในเมื่ออยากลิ้มรสชาติก็ได้...สำหรับวันนี้และคนในแถวนี้เท่านั้นที่จะได้ราคาที่ข้าน้อยตั้งไว้...”
“ก่อนอื่นถงน้อยไปจดชื่อคนในแถวให้ละเอียดเรียงลำดับให้ถูกต้องห้ามตกหล่นเพียงคนเดียวหากทีหลังพวกเขามาร้องเรียนว่าเจ้าระบุตำแหน่งผิดเจ้าต้องรับผิดชอบในส่วนของพวกเขาเองจำไว้ให้ดีต้องถี่ถ้วนห้ามผิดพลาดเด็ดขาด”

Sir Yes Sir ไม่ใช่แหละ “เจ้าค่ะพี่ชายน้อย”
ถงน้อยที่ได้ยินว่าต้องรับผิดชอบถ้าผิดพลาดนางก็ตอบรับด้วยเสียงเข้มแข็งนางไม่ลีลาชักช้าล่วงหยิบสมุดเล่มน้อยของนางที่ซ่อนไว้ตรงหน้าอกออกมาโดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของนางทำให้บางคนสติหลุดไปเสียแล้วนางเร่งจ้ำเดินไปที่แถวผู้คนทั้ง 6 แถวด้วยสีหน้าจริงจังก่อนที่จะจดรายชื่อทุกตำแหน่งลำดับทุกคนอย่างละเอียดนางใช้เวลาไป30 นาทีก่อนจะกลับมายืนข้างพี่ชายน้อยของนาง พร้อมกับยื่นสมุดที่จดไปให้เขาเพื่อที่เขาจะได้ตรวจเช็คความถูกต้อง
แต่ 3 นาทีผ่านไปก็แล้ว 5นาทีก็มา นางยื่นให้เขานานแล้วแต่ทำไมเขาถึงไม่รับสมุดไปเสียทีอดไม่ได้จึงเงยหน้าขึ้นมองผลปรากฏว่านางเห็นพี่ชายน้อยของนางกำลังจ้องมองมาที่ใบหน้าของนางนางจึงกล่าวเรียกอีกครั้ง...
“พี่ชายน้อยเจ้าค่ะ!”
เขาก็ยังไม่ได้สติเอาแต่จ้องมาที่หน้าของนางแต่นางเริ่มแปลกใจว่าสิ่งนี้มิถูกต้อง เมื่อนางเริ่มพิจารณามองตามสายตาของเขา จึงพบกับความจริงว่าพี่ชายน้อยของนางเขากำลังมองมาที่หน้า..อ...หน้าอกของตนเองอยู่นางเริ่มเกิดอาการเขินอาย ใบหน้าเห่อร้อนแต่งแต้มไปด้วยสีแดง...
แม่นางที่แต่งตัวเยี่ยงบุรุษเห็นภาพเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ครั้งที่ถงน้อยก้มตัวล่วงสมุดที่เก็บไว้บริเวณหน้าอกไอ้หื่นน้อย...เอ่อ...พ่อครัวในตำนานคนนี้ก็จ้องมองหน้าอกของถงน้อยตาเป็นมันอยู่ตลอดนางทนไม่ไหวจึงได้...
““อะแห่ม! อะแห่ม!””
o(︶︿︶)o (เอื้อมระอาใจ)
“...อ...เอ่อ...(¬ε¬…) วี้ดวิ้ว...ผิวปากกลบเกลื่อน”
พรืด...พรืด...
กันจิเช็ดน้ำลายบริเวณมุมปากของตนก่อนที่จะเก๊กหน้าเข้มกล่าวออกมาว่า
“กลมมน...พอดีมือ...ข...ขาวยิ่งนัก..........
#ขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยนะขอรับข้าพเจ้าไม่ได้แต่งตอนเพิ่มมาลงเพราะกำลังอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบท้องถิ่นขอรับ