ตอนที่ 2 นวดหัวใจกู้ชีพ (2)
จนกระทั่งในตอนที่กู้เชียนเสวี่ยทำรอบที่ห้า จู่ๆ บุรุษก็ลืมตาขึ้นมา ดวงตาสีดำสนิทราวกับบ่อน้ำลึกอันสงบ ดูเยือกเย็นเหมือนจะแทงกันให้ถึงไขกระดูก มีรังสีสังหารราวกับนักรบที่กระหายเื ดวงตาที่สอดส่องก็เหมือนกับผู้พิพากษาในขุมอเวจี
เป็อีกครั้งที่กลุ่มคนพากันนิ่งเงียบ
ยามนี้กระอักกระอ่วนยิ่ง!
ที่หนักไปกว่าความกระอักกระอ่วนคือกู้เชียนเสวี่ยในสายตาของลี่อ๋องเห็นแต่รังสีสังหารเต็มไปหมด
“ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง!” เซ่ากงกงเป็คนแรกที่ได้สติจากความตื่นตระหนก รีบผลักตัวกู้เชียนเสวี่ยออก คุกเข่าลงข้างๆ ลี่อ๋อง “บ่าวสมควรตาย บ่าวสมควรตายเป็หมื่นครั้งที่มิสามารถปกป้องท่านอ๋องได้!” แล้วก็ร้องไห้โฮออกมา
เหล่าองครักษ์ต่างพากันคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง กลุ่มคนก็พากันคุกเข่า ก้มหน้าลง ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมา
เต็มไปด้วยความเคารพเป็อย่างสูง
ในตอนนี้ ทั้งสวนดอกไม้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่ได้คุกเข่าลง คนแรกคือลี่อ๋องที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา ส่วนอีกคนคือกู้เชียนเสวี่ยที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นกว้างด้วยความมึนงง
อ๋องลี่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งด้วยแรงประคองของเซ่ากงกง แล้วกวาดสายตาอันเย็นเยือกไปรอบๆ
“แค่ก...” ยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด ก็ไอออกมาอย่างอ่อนแรงเสียก่อน “เ้ากรมกู้”
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงจะอ่อนแรง แต่กลับไพเราะน่าฟัง เรียบนิ่ง และสงบ เสียงที่เปล่งออกมาฟังดูเชื่องช้า แต่กลับให้แรงกดดันบางอย่างแก่คนฟัง ราวกับมีเมฆดำเข้าปกคลุม กดดันเสียจนทำเอาหายใจแทบไม่ออก
“กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ ร่างกายของท่านอ๋อง...ยังดีอยู่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เ้ากรมกู้ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
ร่างผอมโปร่งของลี่อ๋อง กำลังพิงอยู่บนตัวของเซ่ากงกงอย่างไร้เรี่ยวแรง จ้องมองไปที่เ้ากรมกู้อย่างไม่ใส่ใจ ริมฝีปากซีดเม้มแน่น “เ้าเห็นอย่างไร”
เ้ากรมกู้รีบก้มหัวลงทันที “ท่านอ๋องโปรดอภัย กระหม่อมสมควรตายหมื่นครั้ง ท่านอ๋องโปรดอภัย!” ใบหน้าที่ซีดราวกับกระดาษก็มีเหงื่อผุดจนชื้นในทันที ราวกับว่าคนที่ถูกดึงขึ้นมาจากทะเลสาบเป็ตัวเขาเอง
“สมควรตายหมื่นครั้งจริงๆ ...แค่ก แค่ก...” นิ้วมือเรียวยาวของลี่อ๋องปิดปากเอาไว้ ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ไออยู่นาน สีหน้าก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย จึงเริ่มกลับสู่สภาพปกติ “ข้าตอบรับคำเชิญมางานเลี้ยงตามที่เ้ากรมได้ส่งมา แต่กลับต้องมาตกน้ำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เ้ากรมกู้สมควรตายเป็หมื่นครั้งแล้วจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเก้าชั่วโคตรของเ้ากรมกู้เพียงพอที่จะตายสักหมื่นคนหรือไม่”
“มัวแต่ตะลึงอะไรกันอยู่ จับตัวเ้ากรมกู้เอาไว้!” เซ่ากงกงออกคำสั่ง
เหล่าองครักษ์เดินไปด้านหน้า จับตัวเ้ากรมกู้ให้หมอบลงกับพื้น
องครักษ์ของจวนตระกูลกู้ก็ไม่กล้าที่จะขัดขืน นั่งคุกเข่าก้มหัวลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ
สตรีบางคนก็เริ่มสะอึกสะอื้นเบาๆ มาสักพักแล้ว เพราะหากลี่อ๋องสั่งลงโทษขึ้นมาจริงๆ ละก็ พวกนางเองก็คงไม่มีปัญญาจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้
ส่วนกู้เชียนเสวี่ยที่อยู่อีกด้านนั้นก็เริ่มสับสนเข้าไปทุกที ในใจมีข้อสงสัยข้อใหญ่อยู่สองข้อ
ข้อที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็ถึงชินอ๋องที่มีตำแหน่งอันสูงศักดิ์ แต่เ้ากรมเองก็เป็ตำแหน่งขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งภายในราชสำนัก เรียกได้ว่าเป็ตำแหน่งที่สำคัญทีเดียว ในเมื่อยังไม่มีการกราบทูลเื่ต่อฮ่องเต้และไม่มีการติดสินบนบิดเบือนเื่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หากไม่มีรับสั่งจากฮ่องเต้ แล้วจะมาตัดสินคดีตามใจได้อย่างไรกัน บอกจะฆ่าก็ฆ่า แถมยังจะฆ่าทั้งตระกูลอีกต่างหาก
ข้อที่สอง ตอนที่อยู่ในน้ำ นางได้ลองแตะชีพจรของลี่อ๋องดูแล้ว ชีพจรก็มีแรงเต้น ไม่มีอาการป่วยเลยสักนิด แต่สีหน้าท่าทางของลี่อ๋องที่แสดงออกเมื่อครู่นี้ดูอ่อนแอเป็อย่างมาก ตอนที่นางซีพีอาร์ ก็รู้สึกได้ว่าเืไหลเวียนช้า นี่มันเป็เพราะอะไรกัน
ในขณะที่กู้เชียนเสวี่ยกำลังสงสัยอยู่นั่นเอง ก็รู้สึกได้ว่ามีสายตาทมิฬกำลังจ้องมองนางราวกับธนูสองดอกที่พุ่งเข้าใส่
นางอาศัยจังหวะมองไป และสายตาก็ประสานเข้ากับลี่อ๋อง
นั่นเป็ดวงตาแบบใดกัน ราวกับน้ำลึกที่เย็นเยือกจนหนาวเข้ากระดูก ดวงตาคู่นั้นของลี่อ๋องเหมือนกับน้ำลึกของแคว้นทางเหนือที่หนาวเย็น แค่เพียงสบตาก็ทำให้คนเป็ๆ แข็งตายได้เลย
เป็อีกครั้งที่กู้เชียนเสวี่ยััได้ถึงรังสีอำมหิตที่แน่วแน่ยิ่ง
ลี่อ๋อง้าจะสังหารนาง เป็เพราะโกรธที่ถูกทำให้ตกน้ำ หรือเป็เพราะ...นางไปเจอเข้ากับความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้กันล่ะ
ในตอนนี้เอง องครักษ์ของวังลี่อ๋องก็ยกเกี้ยวเข้ามา พร้อมกับมีคนนำเอาเสื้อคลุมปักลายดิ้นทองมาด้วย
สาวใช้ของวังอ๋องนำเสื้อคลุมมาคลุมให้กับลี่อ๋อง แล้วห่มด้วยผ้าห่มบางๆ จากนั้นองครักษ์ก็พาตัวลี่อ๋องขึ้นเกี้ยวไปอย่างระมัดระวัง
“จะจัดการอย่างไร ประชุมขุนนางพรุ่งนี้เช้าเ้ากรมกู้ก็กราบทูลต่อองค์ฮ่องเต้เองก็แล้วกัน” เมื่อขึ้นเกี้ยวแล้ว ลี่อ๋องก็เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่สายตากลับจ้องมองมาแต่ที่กู้เชียนเสวี่ย
ดวงตาหลุบลงครึ่งหนึ่ง ขนตาหนาปรกไปครึ่งดวงตา ซ่อนดวงเนตรอันงดงาม และรังสีอำมหิตเอาไว้ด้วย
“เอาตัวนางไปด้วย”
ไม่ได้หมายถึงใครที่ไหน หมายถึงกู้เชียนเสวี่ยนั่นละ
ในใจของกู้เชียนเสวี่ยบีบรัดแน่น นางรู้ดี ว่าถ้าตนไปแล้วไม่มีทางได้กลับมาเป็แน่ ลี่อ๋องคิดจะฆ่าปิดปากแน่นอน
นางจะไปไม่ได้!