ณ ห้องโถงหารือตระกูลอัน
นอกจากเ้าบ้านตระกูลอันอย่างอันหนานซานที่ไม่อยู่แล้ว ผู้าุโของแต่ละสายในตระกูลต่างก็อยู่กันครบ ฮูหยินอันนั่งตัวตรงอยู่บนตำแหน่งประธาน คิ้วทั้งสองเลิกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความใจแคบและร้ายกาจ โดยกลางห้องโถงมีหญิงสาวนางหนึ่งคุกเข่าหมอบราบอยู่กับพื้น ซึ่งสตรีผู้นี้ก็คือโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนานหลี อันฉือเยว่
ฉู่ิชวน ผู้าุโของตระกูลฉู่นั่งอยู่ที่ตำแหน่งด้านล่าง สายตาจดจ้องไปยังเรือนร่างอันเย้ายวนของอันฉือเยว่ จนในใจอดไม่ได้ที่จะเกิดความรุ่มร้อน
แม้ในยามนี้อันฉือเยว่จะคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่ก็ยังไม่อาจปกปิดทรวดทรงที่อ้อนแอ้น อกเป็อก เอวเป็เอว ใบหน้าที่งดงามราวกับดอกไม้ที่เปียกปอนด้วยหยาดฝน ยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ความงามล่มเมืองเช่นนี้ มีบุรุษใดบ้างที่จะไม่แอบชื่นชมในใจว่าเป็ยอดหญิง?
คุณชายรองช่างมีวาสนาในเื่สตรีเสียจริง แม้ว่าอันฉือเยว่ผู้นี้จะมีพร์ไม่ดีจนไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ แต่หากได้นำมาไว้บนเตียง ก็นับเป็ความสุขครั้งใหญ่ในชีวิต!
"หึหึ ฮูหยินอัน นี่คือสินสอดของตระกูลฉู่ข้า เชิญท่านตรวจสอบดู นอกจากนี้ วันพรุ่งนี้สำนักเฉียนหยวนจะเปิดรับศิษย์ใหม่ที่เชิงูเาชิงเฉิง คุณชายรองของข้าครั้งนี้จะต้องได้เข้าเป็ศิษย์สายในของูเาชิงเฉิงอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นคุณหนูอันก็สามารถเข้าสู่สำนักเฉียนหยวนไปพร้อมกันได้"
"นายท่านอันเองก็รออยู่ที่เชิงูเาชิงเฉิงแล้ว เมื่อถึงเวลา คุณชายของข้าและคุณหนูอันจะเข้าพิธีวิวาห์ โดยมีทูตเซียนจากสำนักเฉียนหยวนและตระกูลต่าง ๆ ในเมืองแห่งแดนใต้เป็พยาน" ฉู่ิชวนกล่าวพร้อมกับยื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้
ใบหน้าที่เ็าของฮูหยินอันจึงปรากฏรอยยิ้มประจบประแจงขึ้นมาวูบหนึ่ง หลังจากรับแหวนมานางก็ยิ่งดีใจ "คุณชายรองตระกูลฉู่เป็ดั่งัในหมู่มนุษย์ ฉือเยว่แต่งออกไปก็นับเป็วาสนา"
คุณชายใหญ่ของตระกูลฉู่เป็ถึงอัจฉริยะศิษย์สายในของสำนักเฉียนหยวน แม้จะมีฐานะไม่เท่าหลิงเซียวแห่งตระกูลหลิงในสำนักหวงจี๋ แต่หากเทียบกับตระกูลอันแล้ว ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งกว่ากันเพียงใด
"ข้าไม่แต่ง! ตอนนี้ข้าแต่งงานแล้ว สามีของข้ามีเพียงคนเดียว นั่นคือหลิงเทียน! ท่านแม่ โปรดเมตตาข้าด้วย!"
อันฉือเยว่ที่คุกเข่าอยู่ในห้องโถงโขกศีรษะไม่หยุด เพียงชั่วครู่ บนหน้าผากขาวนวลก็เต็มไปด้วยเื
"บังอาจ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้เ้ามาสอดปาก!"
ทว่าฮูหยินอันกลับไม่หวั่นไหว ตวาดเสียงดัง "แม่ของเ้าตายเร็ว หากไม่ใช่เพราะข้า เ้าจะมีวันนี้ได้อย่างไร?"
"การได้แต่งให้ฉู่เฮ่า คือวาสนาที่เ้าสั่งสมมาหลายชาติ แม้เ้าจะเป็เพียงดอกไม้ที่ร่วงโรย แต่ก็ควรจะดีใจเสียเถอะ!"
"นั่นสิ! ฉือเยว่ เ้าเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลอัน เ้าต้องเห็นแก่ตระกูลเป็สำคัญ!"
"การเกี่ยวดองระหว่างตระกูลอันและตระกูลฉู่ จะทำให้ตระกูลอันรุ่งเรืองไปอีกหลายชั่วอายุคน!"
เหล่าผู้าุโตระกูลอันที่อยู่ทั้งสองข้างต่างก็พากันเอ่ยปาก ส่วนลูกหลานคนอื่น ๆ ของตระกูลอันกลับพากันหัวเราะเยาะ บุตรสาวคนโตที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้ ช่างเหมาะสมกับเ้าเขยขยะนั่นเสียจริง ตอนนี้มีโอกาสได้แต่งกับศิษย์สำนักดัง กลับยังไม่ยินดีอีกหรือ!?
"ผู้าุโิชวนโปรดใจเย็นก่อน ข้าได้ให้คนไปนำหนังสือหย่ามาแล้ว ขอเพียงเ้าขยะนั่นลงนามประทับตราในหนังสือหย่า การแต่งงานครั้งนี้ก็ถือว่าตกลง" ฮูหยินอันกล่าวด้วยรอยยิ้มประจบ ท่าทางราวกับกลัวว่าคนตระกูลฉู่จะเปลี่ยนใจ
แต่เมื่อฉู่ิชวนได้ยินเช่นนั้น กลับหัวเราะลั่น "ฮ่าฮ่าฮ่า ความจริงไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ข้าได้สั่งให้คนไปฆ่าเ้าขยะนั่นแล้ว เขาจะยินยอมหย่าหรือไม่ก็ไม่สำคัญ!"
อะไรนะ!?
ฮูหยินอันและอันฉือเยว่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็อุทานออกมาพร้อมกัน ฮูหยินอันรู้สึกว่าการที่เ้าเขยมาตายในบ้านเป็เื่อัปมงคล ส่วนอันฉือเยว่กลับตกตะลึงจนใจลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะลุกขึ้นและพยายามจะวิ่งออกไป
"ใครก็ได้! จับนางลูกไม่รักดีนี่ไว้!" ไม่นานนัก ฮูหยินอันก็สั่งให้ลูกศิษย์ในตระกูลหลายคนกดตัวอันฉือเยว่ไว้
"ก็แค่เ้าเขยขยะคนหนึ่ง ตายก็ตายไป หรือว่าเ้าคิดจะต่อต้าน?" ฮูหยินอันลุกขึ้น จากนั้นมองไปยังฉู่ิชวนและกล่าวอย่างมั่นใจ "ผู้าุโโปรดวางใจ ในเมื่อเ้าขยะนั่นตายแล้ว ต่อให้ต้องมัด ข้าก็จะมัดฉือเยว่ไปทีู่เาชิงเฉิงเพื่อแต่งงานกับคุณชายรองให้ได้"
"เช่นนี้ก็ดีเยี่ยม!" ฉู่ิชวนลุกขึ้นด้วยความดีใจ
"ข้า... ข้าไม่แต่ง! ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะตายไปพร้อมกับหลิงเทียน!"
อันฉือเยว่ยังคงพยายามดิ้นรนขัดขืนจนผมเผ้ายุ่งเหยิง แม้จะนางไร้วรยุทธ์ แต่กลับทำให้ลูกศิษย์ในตระกูลหลายคนกดตัวนางไว้ไม่อยู่
"อยากตายงั้นหรือ? นั่นมันง่ายเกินไปสำหรับเ้า ตบปากนางซะ ข้าอยากรู้นักว่านางจะปากแข็งไปได้ถึงเมื่อไหร่!" ฮูหยินอันโกรธจัด
ทันใดนั้น ลูกหลานตระกูลอันคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เงื้อมือใหญ่เตรียมจะฟาดลงไป
"ผู้ใดกล้าแตะต้องนาง... มันผู้นั้นต้องตาย!" น้ำเสียงหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจสายหนึ่ง พลันดังขึ้นที่หน้าห้องโถง
วูบ!
วินาทีถัดมา หินั์ก้อนหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศกระแทกเข้ากลางตัวลูกหลานตระกูลอันที่กำลังเงื้อมือพอดี
ปึก!
ร่างของลูกหลานตระกูลอันผู้นั้นพลันแหลกเป็ชิ้น ๆ กระเด็นลอยออกไป เืสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างของคนตระกูลอัน
"ผู้ใด!?"
ทุกคนในห้องโถงต่างพากันลุกพรวดขึ้นด้วยความใ และพบว่าที่ประตูห้องโถง มีร่างหนึ่งเดินเข้ามา ชายหนุ่มสวมชุดสีเื เส้นผมปลิวไสว ในมือถือกระบี่อาบเื ราวกับยมทูตที่มาทวงิญญา
"หลิง... หลิงเทียน?!"
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮูหยินอันจึงได้สติคืนกลับมา ส่วนหลิงเทียนที่มาถึงที่นี่ ดวงตาสีเืคู่หนึ่งเงยขึ้น มองไปยังอันฉือเยว่ที่มีคราบเืและน้ำตาเปรอะใบหน้าในห้องโถง ยามสายตาสบกัน หัวใจของเขาราวกับถูกมีดกรีด
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา อันฉือเยว่ไม่เคยทอดทิ้งเขา แม้ว่าร่างเดิมจะเป็เศษสวะไร้ค่า แต่อันฉือเยว่ก็ไม่ตัดพ้อหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เื่นี้ทำให้หลิงเทียนนับถือในตัวนางมาก
บัดนี้ เขาได้รับสืบทอดทุกอย่างจากร่างเดิม ไม่เพียงแต่พลังยุทธ์จะฟื้นคืน แต่ยังมีพร์อันสูงสุด แล้วเขาจะยอมให้อันฉือเยว่ต้องาเ็แม้เพียงนิดได้อย่างไร!?
"เ้า... เ้าจะทำอะไรก็ระวังฐานะของเ้าด้วย! เป็แค่เขย ใครก็ได้ จับตัวมันไว้!"
ฮูหยินอันแผดเสียงคำราม แต่ในยามนี้กลิ่นอายของหลิงเทียนน่าเกรงขามยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าพลังยุทธ์ฟื้นคืนแล้ว ถึงอย่างไรเมื่อหนึ่งปีก่อน หลิงเทียนผู้นี้ก็เป็ถึงเทพสังหารแห่งตระกูลหลิง แล้วตอนนี้ใครจะกล้าขยับ!?
"หึหึ นึกไม่ถึงว่าคนที่ถูกทำลายเส้นลมปราณจะยังฟื้นตัวได้? แต่แล้วอย่างไรเล่า ถึงจะยุ่งยากขึ้นนิดหน่อย แต่เ้าก็ต้องตายอยู่ดี!"
แม้คนตระกูลอันจะไม่กล้าลงมือ แต่ฉู่ิชวนกลับหัวเราะเยาะ เขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมปราณ การจะสังหารผู้ที่อยู่ระดับขัดเกลากายาขั้นสูงสุดนั้น เป็เื่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!
พูดจบ ฉู่ิชวนก็ยกมือขึ้น ฝ่ามือหนึ่งซัดลงมาทันที
วูบ!
ฝ่ามือนั้นควบแน่นคลื่นอากาศ ขยายใหญ่ขึ้นในพริบตาจนมีขนาดกว้างถึงหนึ่งจั้ง!
นี่คือวิชาฝ่ามือเมฆาหมอก ที่มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมปราณเท่านั้นที่สามารถใช้ได้!
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนในตระกูลอันต่างดีใจ ขอเพียงมีฉู่ิชวนอยู่ หลิงเทียนจะสร้างคลื่นลมอะไรได้!?
เมื่อเห็นฝ่ามือที่ซัดเข้ามา หลิงเทียนกลับแสยะยิ้ม ฝ่ามือนี้แม้ดูยิ่งใหญ่ แต่ในสายตาของเขา มันเต็มไปด้วยช่องโหว่และเปราะบางยิ่งนัก เขาจึงยกแขนขึ้นและปล่อยหมัดออกไปตรง ๆ
ตูม!
เมื่อฝ่ามือและหมัดปะทะกันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ฝ่ามือเมฆาหมอกกลับแตกสลายไปในชั่วพริบตา
"อ๊าก!"
ใบหน้าของฉู่ิชวนบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป เสียงโหยหวนดังระงมไปทั่วจวนตระกูลอัน
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักดังขึ้น ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน ฝ่ามือของฉู่ิชวนกลับแตกละเอียดทันที
"มะ... ไม่ เป็ไปไม่ได้! เ้ามีพลังต่อสู้ระดับไหนกันแน่!?"
เมื่อถูกหมัดเดียวชกจนฝ่ามือแหลก ฉู่ิชวนถอยร่นด้วยความหวาดกลัว แต่หลิงเทียนยังคงแสยะยิ้มโดยไม่พูดจา ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป คนตระกูลฉู่ทุกคนที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาจะต้องตาย!
หลิงเทียนยกกระบี่ขึ้น เสริมด้วยไอปราณระดับขัดเกลากายาขั้นสูงสุด แล้วฟันลงมาหนึ่งกระบี่ บนคมกระบี่เปี่ยมด้วยไอปราณ ยามที่เขาเป็เทพาในโลกเบื้องบน หลิงเทียนก็ใช้กระบี่พิชิตแปดทิศ แม้ตอนนี้จะมีเพียงท่อนเหล็กธรรมดาในระดับขัดเกลากายา แต่เมื่ออยู่ในมือของหลิงเทียนก็ไม่มีสิ่งใดที่ทำลายไม่ได้!
"ไม่!"
ฉู่ิชวนตระหนกสุดขีด ใช้มืออีกข้างชักดาบออกมาขวางหน้าไว้
เคร้ง!
แต่เมื่อคมกระบี่ฟันลงมา ปราณคุ้มกายรอบตัวฉู่ิชวนก็แตกสลาย ดาบยาวหักสะบั้น ร่างกายกระดูกแหลกละเอียด กระเด็นออกไปกองกับพื้นราวกับสุนัขตาย!
ขัดเกลากายา ปะทะ หลอมปราณ
กระบี่เดียว าเ็สาหัส!?
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ คนตระกูลอันจึงได้สติ แต่เมื่อมองดูฉู่ิชวนที่าเ็สาหัส พวกเขาก็พากันงุนงง
"เยว่เอ๋อร์ ข้ามาช้าไป"
แต่หลิงเทียนกลับทิ้งกระบี่โลหิตในมือ ก้มลงเช็ดเืและน้ำตาบนใบหน้าของอันฉือเยว่ ความงามบริสุทธิ์ของนาง ยิ่งทำให้หัวใจของเขาปวดร้าว
"มะ... ไม่ช้า!"
ในยามนี้ ดวงตาของอันฉือเยว่ยังคงมีความสับสน หลิงเทียนที่จู่ ๆ ก็แข็งแกร่งและดุดันเช่นนี้ดูแปลกหน้าสำหรับนาง แต่เมื่อััได้ถึงความรักใคร่ในคำพูดของชายหนุ่ม น้ำตาที่หางตาก็ไหลบ่าออกมาอย่างไม่อาจกลั้น ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา นางต้องทนรับความอัปยศมามากมายเหลือเกิน
"หลิงเทียน! เ้าบ้าไปแล้วหรือ? ทำร้ายฉู่ิชวนจนาเ็สาหัส ล่วงเกินตระกูลฉู่ เ้ายังคิดจะทำลายตระกูลอันของข้าให้ย่อยยับอีกหรือ?!" ฮูหยินอันแผดเสียงคำราม
เื่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป และมันได้ทำลายความฝันอันสวยงามของนางจนหมดสิ้น
"ใช่แล้ว! เ้าจะให้พวกเราแบกรับโทสะของตระกูลฉู่หรืออย่างไร หลิงเทียน เ้าทำพวกเราเดือดร้อนแล้ว!"
คนอื่น ๆ ในตระกูลอันต่างก็มีสีหน้ากังวลและหวาดกลัว พวกเขาสนใจเพียงผลประโยชน์และความเป็ตายของตนเองเท่านั้น
"ท่านพี่ รีบหนีไปเถิด แม้ท่านจะฟื้นพลังยุทธ์แล้ว แต่ท่านไม่อาจล่วงเกินตระกูลฉู่ได้ ข้ายอมแต่งให้ฉู่เฮ่า ขอเพียงท่านปลอดภัยก็พอ" อันฉือเยว่รีบลุกขึ้นและกล่าวทั้งน้ำตา
"หึหึ หลิงเทียนสินะ รอการแก้แค้นจากตระกูลฉู่ของข้าเถอะ คุณชายรองกำลังจะเข้าสู่สำนักเฉียนหยวน การบี้เ้าให้ตายก็เหมือนบี้มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น!" ฉู่ิชวนผู้นั้นดิ้นรนอยู่บนพื้น กระอักเืออกมาพร้อมกับหัวเราะเยาะอย่างเคียดแค้น!
"ความเป็ตายของตระกูลอัน ไม่เกี่ยวข้องกับข้าและภรรยา ส่วนฉู่เฮ่าผู้นั้น..." หลิงเทียนแสยะยิ้ม และอุ้มอันฉือเยว่ขึ้นมาแนบกาย
"หึหึ อยู่ทีู่เาชิงเฉิงสินะ วางใจเถอะ ข้าจะทำให้มันรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็มดปลวก!"
วูบ!
สิ้นเสียงของหลิงเทียน เขากระแทกเท้าหนึ่งครั้ง คมกระบี่บนพื้นพุ่งทะยานราวกับลูกศร ปักร่างของฉู่ิชวนติดกับผนังห้องโถงหารือทันที