บทที่ ๘
รักษาใบหน้า
นับว่าผ่านมาได้ปีกว่าเข้าสู่เหมันตฤดูอากาศเย็นลงหิมะสีขาวโพลนที่โหมกระหน่ำตกลงมาอย่างหนักเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนที่แทบจะออกไปข้างนอกไม่ได้ตอนนี้ละลายเป็น้ำไปบ้างแล้วเนื่องจากมีแสงแดดยามสายทำให้อากาศอุ่นขึ้น
หานฟางเหนียงมาอาศัยอยู่เรือนเล็กของตระกูลหานบนเขาคนเดียวทั้งยังห่างไกลจากผู้คนก็ยังไม่มีวี่แววที่หานจงจะส่งคนมารับนางกลับจวนเสียทีแต่ทว่าอยู่ที่นี่นางกลับสบายใจมากกว่า ยามเฉินออกไปอารามทำความสะอาดและสวดมนต์ภาวนาจนถึง่ยามเซินนางถึงเดินทางกลับเรือนและระหว่างทางนางมักจะแวะเข้าไปคำนับสุสานบรรพชนตรวจดูความเรียบร้อยที่นั้นก่อนกลับทุกครั้ง
ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่มาทำบุญไหว้พระอารามอยู่บ่อยๆจะพบร่างบางปิดใบหน้าด้วยผ้าสีขาวอยู่ตลอดจนชินตา ถึงหานฟางเหนียงจะเป็คนเงียบนิ่งแต่นางก็เป็คนจิตใจดีอ่อนโยนชอบช่วยเหลือผู้คนโดยไม่ต้องเอ่ยจนทุกคนเอ็นดูนาง โดยเฉพาะอี้จูสตรีวัยชราที่อาศัยอยู่กระท่อมกลางป่าตัวคนเดียวไม่มีลูกหลานหรือญาติพี่น้อง นางจะเพาะปลูกผักพืชไร่หาสมุนไพรในป่าไปขายและชอบเข้าวัดทำบุญทุกวัน จนกระทั่งได้พบกับหานฟางเหนียงจนได้พูดคุยกันไม่กี่เดือนอี้จูกลับรักเอ็นดูนางเหมือนลูกหลานแท้ๆ
"อาเหนียงข้าถามจริงๆเถิดเ้าปิดใบหน้าทำไมหรือ"เสียงแหบแห้งของอี้จูเอ่ยถามหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆกำลังช่วยกันกวาดใบไม้แห้งบริเวณลานวัดกลางแสงแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นยิ่งขึ้นแม้ตอนนี้จะสวมใส่อาภรณ์ตัวหนาอยู่
"....."หานฟางเหนียงหยุดชะงักสองมือที่จับไม้กวาด แล้วยกมือข้างหนึ่งััใบหน้าของนาง
"อย่าหาว่าข้าละลาบละล้วงเ้าเลยนะเพียงข้าเกรงว่าเ้าจะอึดอัดหายใจมิสะดวกที่เ้าต้องปิดใบหน้าเช่นนี้อยู่ตลอดเวลา ดีที่ยามนี้อากาศหนาวเย็น"
"ข้าไม่เป็อันใดหรอกเ้าค่ะ"นางหันหน้าไปตอบ
"เฮ้อ อาเหนียงเ้าก็รู้ใช่ไหมว่าข้าเอ็นดูเ้าเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ มีอะไรที่เ้าไม่สบายใจก็ขอคำชี้แนะจากข้าได้"อี้จูวางไม้กวาดลงแล้วกุมมือหยาบกร้านจากการทำงานและขาดการดูแลของร่างบางเบาๆสบแววตาอันว่างเปล่าของนาง
"ถ้าท่านเห็นข้าก็หวังว่าท่านจะไม่ในะเ้าคะ"นางคิดชั่งใจก่อนจะตัดสินใจที่จะบอกอีกฝ่าย
"หึ อาเหนียงข้าอายุปูนนี้แล้วและข้าก็ผ่านอะไรมาเยอะ มาทางนี้มา"จากนั้นจึงจูงมือนางไปนั่งเก้าอี้ไม้หลังต้นไม้ใหญ่เพื่อหลบไม่ให้ผู้อื่นเห็น
หานฟางเหนียงนั่งทำใจครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาค่อยๆเอื้อมมือขึ้นไปแกะผ้าจากใบหน้าซึ่งเป็ระยะเวลาหนึ่งปีที่นางไม่เคยส่องกระจกดูจนกระทั่งผ้าสีขาวหลุดออกจนหมดแล้วนางก็สังเกตท่าทีของอี้จู อกข้างซ้ายเต้นรัวแรงหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบจึงรู้สึกอับอายมือเล็กจับผ้าผืนบางหวังจะผูกปิดใบหน้ากลับดั่งเดิมแต่กลับถูกมือเหี่ยวย่นรั้งเหนี่ยวห้ามไว้ก่อน
"เดี๋ยว"หญิงชราร้องห้าม
"เ้าคะ"ดวงตากลมโตเบิกกว้างร่างเล็กสะดุ้งใตั้งคำถาม
"เอิ่ม เ้านี่นะเป็สตรีแต่ทำไมไม่ดูแลผิวพรรณเลยเล่า เฮ้อ ช่างน่าตีนัก"มือย่นจับใบหน้าของอีกฝ่ายหันไปมามองสำรวจทั่วใบหน้าพูดดุนางอย่างไม่จริงจัง
และเมื่อได้มองสังเกตดีๆจึงรู้ว่าร่างบางมีใบหน้าที่งดงามรูปหน้าเรียวเล็กดวงตากลมโตขนตาดำแพหนายาวคิ้วเรียวจมูกเป็สันรั้นริมฝีปากแดงอวบอิ่มผิวนวลแต่เนื่องจากขาดการดูแลจึงทำให้ใบหน้าเป็สิวมีกระทั่วใบหน้าผิวคล้ำแห้งกร้าน
"ทะ...ท่านไม่รังเกียจข้าหรือเ้าคะ"
"ทำไมข้าจะต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่า เอาล่ะพรุ่งนี้หลังเ้าว่างจากเข้ามาที่อารามให้ไปหาข้าที่กระท่อมด้วย"
"ไปทำไมหรือเ้าคะแล้วพรุ่งนี้ท่านจะไม่เข้ามาที่อารามหรือ"
"อืม ข้าจะต้องหาจัดเตรียมสมุนไพรไว้ให้เ้าน่ะ"
"ให้ข้าหรือแต่ข้ามิได้ป่วยนะเ้าคะ"
"หึ เด็กน้อยเอ๊ยข้ามิได้ว่าเ้าป่วย ข้ากำลังจะรักษาใบหน้าให้เ้าอย่างไรเล่า"นางหัวเราะเอ็นดู
"ท่านรักษาได้ด้วยหรือเ้าคะ"
"แล้วเ้าคิดว่าข้าเพียงแค่เชี่ยวชาญหาสมุนไพรไปขายหรือ"นางทั้งเชี่ยวชาญการปรุงยาด้วยนางถึงได้แข็งแรงอายุยืนถึงตอนนี้
วันรุ่งขึ้นหลังหานฟางเหนียงไปอารามตามปกติแล้วอยู่สวดมนต์ภาวนาเพียงครู่นางจึงเดินทางไปกระท่อมของอี้จูในยามอู่ เนื่องจากนางเกรงใจกลัวผู้เป็หญิงชราคอยนางนาน
"ท่านยายจูอยู่หรือไม่เ้าคะ"หานฟางเหนียงยืนอยู่หน้ากระท่อมหลังเล็กชะเง้อคอหาเ้าของบ้าน
"อาเหนียงเ้ามาแล้วหรือเช่นนั้นเดินมาหาข้าด้านหลังนี่มา"เสียงแหบของหญิงวัยชราะโบอก
"....."นางที่ได้ยินเช่นนั้นก็เดินอ้อมไปตามเสียงทันที
"เ้ามาก็ดีแล้วช่วยบดสมุนไพรแทนข้าหน่อยข้าจะได้ไปเตรียมของอย่างอื่น"เมื่อเห็นร่างบางเดินเข้ามาในห้องครัวอี้จูที่กำลังนั่งบดสมุนไพรอยู่ได้วางมือลงแล้วให้หญิงสาวทำต่อ
"เ้าค่ะ เอ่อ ท่านยายเ้าคะหน้าหนาวเช่นนี้ยังจะมีสมุนไพรให้หาอีกหรือ"หานฟางเหนียงที่นั่งบดสมุนไพรตามคำสั่งเอ่ยถาม
"มีอยู่แต่จะหายากหน่อย แต่ของพวกนี้ข้าเก็บกักตุนเอาไว้"
"ถ้าท่านให้ข้าเช่นนี้จะไม่เป็ไรหรือเ้าคะ"
"อาเหนียงเ้าอย่าได้เกรงใจข้านักเลย ข้าไม่ได้เดือนร้อนอันใดที่ให้เ้า"
"ข้าขอบคุณท่านมากเ้าค่ะที่ท่านหวังดีต่อข้า ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดี"นางตื้นตันใจกับความเมตตาที่หญิงชรามอบให้
"ในชีวิตนี้ขอเพียงเ้ามีความสุขข้าก็พอใจแล้ว"อี้จูคลี่ยิ้มอ่อนโยนยกมือลูบศีรษะเล็กแ่เบา
ระหว่างที่พวกนางช่วยกันเตรียมสมุนไพรอี้จูก็ได้สอนหานฟางเหนียงเกี่ยวกับสมุนไพรไปด้วยทั้งชื่อและสรรพคุณของสมุนไพรนั้นๆจนแล้วเสร็จ ก่อนกลับอี้จูก็มอบห่อผ้าสมุนไพรให้นางกลับไปด้วย
"รากไม้พวกนี้เ้าเอาไปต้มกินเพื่อช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายส่วนที่เป็ผงนี้ให้เอาไปผสมน้ำพอกหน้าก่อนนอนทุกคืนเพื่อให้เม็ดสิวแห้งผลัดผิวใหม่และที่เป็น้ำให้ใช้ทาบำรุงระหว่างวัน อ้อ แล้วอย่าลืมขัดผิวตอนแช่น้ำด้วย เข้าใจหรือไม่"นางยกห่อผ้าทีละห่อก่อนจะยื่นให้
"เ้าค่ะ"มือเล็กรับห่อผ้ามาถือ
"ทำทุกวันอย่าได้ขาดเมื่อหมดแล้วข้าจะทำให้ใหม่ และจากนี้ไปเ้าต้องเข้ามาเรียนรู้สมุนไพรกับข้าด้วยเพราะมันมีทั้งคุณและโทษเผื่อภายภาคหน้าเ้าจะได้ใช้ประโชน์จากมัน"
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านยาย"นางพยักหน้ารับ
หลังจากนั้นหานฟางเหนียงก็หมั่นดูแลบำรุงร่างกายและผิวพรรณที่อี้จูบอกอยู่สม่ำเสมอไม่ขาดแต่นางก็ยังขาดความมั่นใจพอที่จะส่องกระจก ระหว่างวันของทุกวัน่ยามเฉินนางจะอยู่ที่อารามถึงยามอู่เพราะต้องเผื่อเวลาไปศึกษาเื่สมุนไพรกับอี้จูอีก จนฤดูกาลผันเปลี่ยนสภาพอากาศอุ่นขึ้นใบไม้ใบหญ้าเริ่มผลิแตกใบหญิงชราก็พานางเข้าป่าไปหาขุดสมุนไพรมาทำยาจนนางเชี่ยวชาญเื่สมุนไพร
จนกระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งปีจนหานฟางเหนียงเป็หญิงสาวงดงามเต็มตัวในวัยสิบห้ารูปร่างที่ผอมแห้งครานี้มีส่วนโค้งเว้าเย้ายวนทรวงอกอวบเอวคอดเล็กสะโพกผายน่าหลงไหลผิวขาวนวลเนียนนุ่มน่าััถึงแม้ใบหน้างามจะคงยังปกปิดด้วยผ้าสีขาวอยู่
และในวันปักปิ่นของนางที่ผ่านมานั้นก็ยังไร้วี่แววคำสั่งของผู้เป็บิดาแต่ยังดีที่เขายังไม่หลงลืมบุตรีผู้นี้เขาได้ส่งกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่ด้านในมีปิ่นปักผมทองรูปผีเสื้อมาให้นาง และหานหลินเหอก็ได้ส่งกำไลหยกสีเขียวอ่อนโปร่งใสมาพร้อมกับจดหมายหนึ่งฉบับเมื่อนางอ่านแล้วทำให้นึกถึงใบหน้าของผู้เป็น้องชายที่ตอนนี้คงจะโตเป็หนุ่มน้อยหล่อเหลาเป็แน่ เรียวปากอวบอิ่มค่อยๆคลี่ยิ้มตามความคิด