บทที่ 8 หอคณิกา
เมื่อชายที่เป็คนงานของหอคณิกาได้นำสุรามาให้แก่หนานลี่ตามที่นางสั่ง นางก็ได้สั่งอาหารมากินกับสุราอีกด้วย ส่วนจี่ซุนนั้นก็ได้นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกับนางเพราะเป็คำสั่งนางไม่อยากให้ผู้ใดรู้ว่านางเป็ใครและมาเที่ยวในที่แห่งนี้ หนานลี่คีบอาหารเข้าปากโดยเปิดผ้าขึ้นเล็กน้อย เมื่อนางได้ชิมสุราเลิศรสของดีของที่นี่ช่างดีจริงๆ ในยุคที่นางอยู่ไม่มีสุราอันใดเปรียบเทียบได้
" อืม รสชาติดียิ่งนัก" นางวางจอกสุราลงพร้อมชมสุราไม่ขาดปาก
"อย่าดื่มเยอะนะเพคะ " จี่ซุนได้เอ่ยด้วยความเป็ห่วง
"เ้าก็ดื่มกับข้าด้วยสิ สุรานี่รสชาติดียิ่งนัก " หนานลี่ยื่นจอกสุราให้กับสาวใช้ นางก็รับไม่กล้าจะขัดคำสั่งของนายหญิง
"อี้ ไม่อร่อยสักนิดเลยเพคะ"
"ฮ่า ฮ่า เ้านี่เด็กน้อยเสียจริง" หนานลี่หัวเราะชอบใจที่เห็นใบหน้าของสาวใช้ไม่ชอบสุราที่นางนำให้
"ทุกท่านในเวลานี้เป็เวลาอันสมควรยิ่ง เป็เวลาแก่การพาสาวงามที่สุดในเมืองแห่งนี้ได้เผยโฉมให้ทุกท่านได้เชยชม ขอเชิญทุกท่านพบกับ เสี่ยวมี่เออร์ " เสียงที่ดังกึกก้องประกาศให้ทุกคนต้องจับจ้องไปที่เขา ทุกคนจับตาจ้องมองการปรากฏตัวของหญิงงาม เสียงพิณบรรเลงอย่างไพเราะแสงส่องไปที่สตรีที่กำลังร่ายรำออกมาอย่างงดงามเป็ที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกคนที่อยู่ในหอคณิกาแห่งนี้ แม้กระทั่งหนานลี่เองก็ราวกับว่าถูกนางสะกดจิตให้ตกอยู่ในพะวงแห่งความงดงาม ส่วนบุรุษนั้นไม่ต้องกล่าวถึงสายตาหยดย้อยบางคนก็แทบเก็บอาการตนเองไม่ได้
"ว๊าว สวยจังเลย เ้าว่าเช่นข้าหรือไม่" หนานลี่หันไปถามสาวใช้ของตนเอง
"หม่อมฉันไม่เห็นว่านางจะงดงามเลยเพคะ ท่านงามมากกว่านางเสียอีก เมื่อท่านได้เห็นแล้วเรากลับโรงเตี้ยมกันเถอะเพคะ รุ่งสางเราต้องอออกเดินทางพระชายาไม่อยากไปหาท่านใต้เท้าหรือเพคะ"
"เ้านี่นับวันจะเป็ท่านแม่ของข้าอีกคนแล้วนะ ข้ารู้ตัวเองดี ข้าขอดื่มอีกนิดเถอะนะ" หนานลี่นั่งฟังเสียงดนตรีและดื่มด่ำจนใบหน้าเริ่มแดงก่ำ สักพักนางก็ง่วงนอนจึงชวนสาวใช้ของตนเองกลับโรงเตี้ยม
"จี่ซุนเรากลับโรงเตี้ยมกันเถิด"
"เพคะ "นางจับพระชายาให้ลุกขจึ้นเดินไปด้านหน้า แต่ก่อนจะากไปก็ไม่ลืมที่จะวางอัฐไว้ให้เป็ค่าของกิน
"พระชายาเดินตรงๆสิเพคะ " หนานลี่เริ่มเดินเซซ้ายเซขวาทำให้สาวใช้เริ่มจับตัวนางไว้ไม่ไหว
"ข้าเดินตรงแล้ว ข้ามีเื่จะเล่าให้เ้าฟัง เ้าเชื่อหรือไม่ว่าสุราของที่นี่อร่อยกว่าที่ข้าอยู่มากเลย ทั้งอร่อยแถมยังกินง่ายไม่แปลกเลยที่ข้าอ่านนิยายแล้วเขามักจะดื่มกันเวลาทุกข์ใจ ขนาดข้าไม่ได้ทุกข์ยังอยากจะดื่มอีกเลย เอิ้ก"
"พระชายาหม่อมฉันว่าท่านทรงโดนสุราทำเื่แล้วเพคะ " หนานลี่มองหน้าของสาวใช้ก็ได้ยิ้มออกมา
"เ้าเองก็คงเหนื่อยใช่มั้ย หากเ้าอยู่ที่โลกของข้า ข้าจะพาเ้าไปท่องเที่ยวหากข้ามีเพื่อนดีๆอย่างนี้ก็คงจะดี" หนานลี่เริ่มพูดเื่ราวของตนเองออกพร้อมน้ำตาที่เริ่มปริ่มออกมาจากดวงตา เมื่อนึกถึงความโดดเดี่ยวที่เคยเจอมา
"พระชายาเอ่ยเื่อันใดเพคะ หม่อมฉันไม่เห็นเข้าใจสักนิดเรารีบเดินเถิดเพคะ "นางพยายามพาพระชายาของตนเองเดินกลับแต่แล้วจู่ๆก็ต้องใกับคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของนาง ใบหน้าตื่นตระหนกทันที
"ท่านอ๋องท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเพคะ" นางรีบก้มหน้าลงเมื่อเห็นท่านอ๋องที่ยืนอยู่เบืองหน้าจ้องมองอยู่
"ข้าต้องถามพวกเ้าเสียมากกว่าเหตุใดเ้ากับพระชายาถึงมาอยู่ที่นี่ได้" ท่านอ๋องเอ่ยถามออกมาเสียงดังทำให้หนานลี่ที่เริ่มเมาถึงกับรำคาญ ใช้มือปิดที่ปากของเขาไว้
"โอ๊ย จะเสียงดังทำไมกัน ชู่ๆ ข้าไม่อยากได้ยินเสียงเ้าบ่นหรอกนะ เอ๊ะ!ว่าแต่เ้าเป็ผู้ใดกันแม้จะมีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่เ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าพวกข้าได้ จี่ซุนเราไปกันเถอะ ข้าไม่อยากเสวนากับคนผู้นี้" หนานลี่ดึงมือออกจากปากของโม่อี้หลาน เขาเองก็รีบดึงแขนนางไว้และต่อว่านางอีกครั้ง
"นี่เ้าจำไม่ได้แม้กระทั่งสวามีตนเองอย่างนั้นรึ พระชายา"
"ใครเป็พระชายาอะไร ไม่เห็นรู้เื่เลย ฉันยังโสดอยู่ปล่อยนะฉันเจ็บ" หนานลี่เริ่มพูดจาไม่รู้เื่ ยิ่งทำให้โม่อี้หลานหัวเสีย
"นี่เ้าดูแลพระชายาอย่างไรให้นางดื่มมากขนาดนี้ ปล่อยเดี๋ยวข้าจะพานางกลับไปเอง" โม่อี้หลานบอกให้จี่ซุนปล่อยตัวของนางมาให้กับเขา จี่ซุนมีหรือที่จะไม่ทำตามเพราะเบื้องหน้าของนางตอนนี้มีใบหน้าที่เกรี้ยวโกรธราวกับจะฆ่าใครต่อใครได้หากขัดคำสั่ง
"เอ่อ หม่อมฉันมิอาจขัดคำสั่งพระชายาได้เพคะ หม่อมฉันบอกแล้วแต่พระองค์ไม่ฟังหม่อมฉันเลยสักนิด แถมยังดื่มไปมาก"
"นี่จี่ซุนเ้าไปพูดกับชายผู้นี้ทำไมรีบพาข้าโรงเตี้ยมเถอะ ข้ารู้สึกว่าตอนนี้ถนนเริ่มส่ายไปมาจนน่าเวียนหัว " หนานลี่ใช้มือจับหัวตัวเองพร้อมขยี้ตาไปมา ทำให้ท่านอ๋องคว้าตัวของนางขึ้นบ่าพร้อมพานางดินไปขึ้นม้าของเขาที่ถูกผูกไว้ใต้ต้นไม้
"อ๊ายย!!!ปลอยฉันนะ ปล่อยฉัน " หนานลี่ะโออกมาราวกับว่าตนเองถูกลักพาตัว
"เงียบเสียงซะ มิเช่นนั้นข้าจะพาเ้าไปปล่อยลงแม่น้ำซะเดี๋ยวนี้" นางรีบใช้มือปิดปากตัวเองทันที
ส่วนจี่ซุนนั้นได้นั่งบนหลังมากับองครักษ์ของท่านอ๋อง เขาไม่ได้พานางกลับโรงเตี้ยมแต่เขาได้พานางกลับที่จวนของเขา หนานลี่นั่งด้านหน้าของท่านอ๋องที่กำลังควบม้า นางเงยหน้ามองเขาก็พบกับใบหน้าที่เรียวงาม
"นายนี่ก็หล่อไม่น้อย แต่เสียอย่างเดียวปากหมา นิสัยไม่ดีชอบใช้ผู้หญิงทิ้งๆขว้างๆ" หนานลี่ใช้มือลูบ ที่ใบหน้าของเขา ทำให้โม่อี้หลานสะดุ้งเล็กน้อย ที่จู่ๆนางทำเช่นนี้ และต้องแปลกใจที่นางเอ่ยออกมาไม่ใช่ภาษาที่เขาคุ้นเคยแม้แต่น้อย
"นี่เ้าเอามือออกจากใบหน้าของข้า และเลิกพูดจาอันใดไม่รู้เื่ได้แล้ว เห็นหรือไม่ว่าข้ากับลังบังคับม้าอยู่"
"หึ หึ เป็พระชายาเอกนี่มันช่างน่าสงสารเสียจริง สวามีไม่รักแถมยังคอยต่อว่าแม้แต่เศษความรักก็ไม่เคยได้ัั หากเป็ฉันนะ ฉันจะหาสวามีใหม่และตอนนี้กำลังจะทำอยู่ ไม่อยากจะอยู่กับชายที่ไร้หัวใจเช่นนี้หรอก" หนานลี่บ่นออกมาพึมพำแต่ก็ทำให้ท่านอ๋องได้ยินที่นางเอ่ยออกมาทั้งหมด และได้เข้าใจที่นางขอเขาหย่าก็น่าจะเป็เื่นี้
ก่อนที่ท่านอ๋องจะมาพบพระชายาที่หอคณิกาเขาเองก็ได้ดื่มสุราอยู่ที่ห้องสตรีงามที่องครักษ์หามาให้ก็ได้เอ่ยเื่หอคณิกานี่ขึ้นมาว่ามีสตรีที่งดงามมาแสดงกายให้ทุกคนได้เห็น เขาจึงได้ออกไปที่หอคณิกานั้น แต่สิ่งที่โม่อี้หลานได้เห็นคือพระชายาของตนที่นั่งดื่มสุราอย่างสบายใจแม้นางจะใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเหลือเพียงลูกตานั้นเขาเองก็ยังจดจำมันได้ วันแรกที่ทั้งสองคนพบกันเขาได้มองดูนางก็เห็นแววตาที่ส่องประกาย นั้นจึงทำให้เขาจำแววตาของนางได้ ท่านอ๋องจึงได้เฝ้ามองดูนางอยู่ห่าง ๆ จนเห็นว่านางกำลังจะออกไปด้วยท่าทางที่เมามาย เขาจึงไปยืนรอนางอยู่ที่หน้าหอคณิกา แม้ใจไม่อยากจะสนใจแต่ถ้าหากมีผู้ใดพบเห็นนางขึ้นมาเื่จะใหญ่โตและทำให้เขาเสียชื่อเสียงได้