บทที่ 13 เกิดเื่ร้าย
ตำหนักฟู่หลาง
ฝั่งด้านเสี่ยวหลงนางเดินฟัดเหวี่ยงไปที่ตำหนักของหวงกุ้ยเฟยมารดาของนางด้วยอารมณ์โมโห
“ท่านแม่ ท่านอยู่ที่ใด นี่พวกเ้าไปตามท่านแม่มาให้ข้าเดี๋ยวนี้” นางมาถึงก็เอะอะโวยวายเสียงดังใส่นางกำนัลที่กำลังเดินทำหน้าที่ของตน เสียงของนางทำให้หวงกุ้ยเฟยที่กำลังแต่งเสื้อผ้าอาภรณ์ไปงานเลี้ยงได้ยินเข้า เมื่อนางเสร็จแล้วนางก็เดินออกมาหาบุตรสาวของนางที่นั่งหน้าบูดน่าเบี้ยวอยู่ที่เก้าอี้
“เอะอะโวยวายอะไรเสียงดังขนาดนี้ เ้าสำรวมเสียบ้างอย่าลืมสิว่าเ้าเป็องค์หญิงไหนจะเป็น้องสาวขององค์รัชทายาทอีกด้วย”
“ท่านแม่จะให้ข้านิ่งเฉยได้อย่างไรเพคะ ท่านแม่ทราบหรือไม่เมื่อครู่ข้าเจอผู้ใด”
“เ้าไม่พูดข้าจะรู้ได้อย่างไร”
“ก็นางตัวซวยนะสิเพคะ ข้าได้ยินเพียงเื่เล่าวันนี้ได้เจอนางมาที่วังหลวงแถมยังเข้ามายุ่งเื่ข้าอีกด้วย ทำร้ายทหารของข้าจนได้รับาเ็ ข้าไม่ยอมนะเพคะท่านแม่ต้องไปจัดการนางให้หม่อมฉัน นางจะได้รู้สำนึกว่าไม่ควรมายุ่งกับข้า”
“เ้าอย่าพลีพลามวันนี้ข้าไม่อยากมีเื่จัดการนางเมื่อไหร่ข้าก็จัดการได้ นางเป็เพียงแมลงตัวเล็กๆ ที่ข้าจะฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ เ้าไปเตรียมตัวเสียเถอะ ข้าได้ยินมาว่าอีกไม่นานแม่ทัพหลิวอี้เฟยจะกลับมาจากสนามรบ เมื่อเสร็จสิ้นการรบครั้งนี้แม่ทัพหลิวอี้เฟยได้มาพบข้าและจะมาขอเ้ากับฝ่าา” เมื่อได้ยินว่าคนรักของตนจะกลับมาเสี่ยวหลงก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
“ก็ได้เพคะ เื่ของวันนี้ข้าจะเก็บไว้สะสางในภายภาคหน้า กลับตำหนักข้าจะไปแต่งเติมประทินลงใบหน้าเล็กน้อยและเปลี่ยนชุดใหม่ดูสิชุดนี้เปียกไปหมดแล้ว หม่อมฉันไปก่อนนะเพคะแล้วพบกันที่งานพิธี” เสี่ยวหลงบอกนางกำนัลคนสนิทและโค้งคำนับมารดาของตนและพากันเดินกลับตำหนัก
เสียงกลองดังคึกโครม เครื่องดนตรีเล่นอย่างสนุกสนานนางรำพากันร่ายรำกลางลานพิธีฝ่าานั่งอยู่เบื้องบนสุด ข้างขวาเป็ที่นั่งของฮองเฮาที่นั่งอยู่การแสดงอย่างพอใจ อีกฝั่งก็เป็หวงกุ้ยเฟย
ฮองไทเฮาเสด็จมาที่ลานพิธีพร้อมกับหนิงเอ๋อ เมื่อฝ่าาพบเห็นใบหน้าของหนิงเอ๋อก็รีบเดินตรงเข้าไปหานางทันที
“หนิงฮวาเ้ากลับมาแล้ว เ้ากลับมาหาข้าแล้ว” ฝ่าาสติเริ่มเลอะเลือนและใบหน้าของหนิงเอ๋อที่เหมือนกุ้ยเฟยหนิงฮวาทำให้ฝ่าาหวนคิดถึงนางและคิดว่านางนั้นกลับมาหาตน ฝ่าาวิ่งเข้าไปสวมกอดโดยไม่ได้สนสายตาผู้ใด ทำให้ทุกคนต่างพากันมองการกระทำของฝ่าา ฮองเฮารีบลุบขึ้นเดินเข้าไปบอกฝ่าาเช่นกัน ส่วนหนิงเอ๋อนั้นเคยจิตนาการมากมายไว้ในหัวแต่บัดนี้ภาพจิตนาการได้หายออกไปหมดเมื่อนางได้เห็นพระพักตร์ของท่านพ่ออย่างใกล้ชิด แววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่ารอบดวงตาหมองคล้ำ ร่างกายซีดผอมแทบไม่มีราศีของฮ่องเต้แม้แต่น้อย
“ฝ่าาเพคะ นี่มิใช่กุ้ยเฟยหนิงฮวาหรอกนะเพคะ ปล่อยนางเสียก่อนตอนนี้ผู้คนมองมาทางพระองค์อยู่นะเพคะ”
“ฮองเฮาเ้าอะไรมาพูดนี่คือหนิงฮวาของข้า นางกลับมาหาข้าแล้วจริงๆ” ฝ่าาใช้มือทั้งสองข้างประคองหน้าของหนิงเอ๋อให้เงยมองมาทางเขา แต่แล้วก็เหมือนหนิงเอ๋อจะหยุดฝันของฝ่าา
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา หม่อมฉันมิใช่กุ้ยเฟยหนิงฮวาของท่าน หากแต่หม่อมฉันคือองค์หญิงหนิงเอ๋อผู้ที่ท่านทอดทิ้งั้แ่ลืมตาดูโลก ข้าคือองค์หญิงกาลกิณีหนิงเอ๋อเพคะ” ฝ่าาถึงกับผงะก่อนจะปล่อยมือออกจากใบหน้าของหนิงเอ๋ออย่างไร้เรี่ยวแรงและเหมือนจะล้มลงขันทีประจำพระองค์ได้เข้ามาประคองไว้ก่อนทัน
“ไม่จริง!ข้าไม่เชื่อ ฮองเฮาเ้าบอกข้าสิว่าไม่จริง”
“เอ่อ หม่อมฉันมิบังอาจโกหกฝ่าาได้เพคะ นี่คือองค์หญิงเอ๋อหม่อมฉันเป็คนเชิญนางเข้าร่วมงานพิธีในวันนี้เองเพคะ” ฮองเฮาพูดเสร็จไม่เพียงแต่ฝ่าาที่ตกตระลึง หวงกุ้ยเฟยเองก็เช่นกันเมื่อนางเห็นหน้าหนิงเอ๋อในตอนแรกก็คิดว่าตนเองตาฟาด ไม่คิดเลยว่าบุตรสาวของกุ้ยเฟยหนิงฮวาจะมีใบหน้าที่งดงามและเหมือนกันเช่นนี้
“เอาล่ะๆ ในเมื่อพ่อลูกพบเจอและรู้แล้วก็ไปนั่งที่ของตนเถอะนะ วันนี้เป็วันดีอย่าทำอันใดให้แตกตื่นเลยดูสิเสนบาดีน้อยใหญ่ต่างจับจ้องมองมาทางนี้แล้ว” ฮองไทเฮารีบบอกทุกคนเพื่อไม่ให้มันเสียฤกษ์งามยามดี
ทุกคนก็ได้นั่งประจำที่ของตน ไม่นานการร่ายรำก็เสร็จสิ้น พิธีการก็ได้เริ่มขึ้นทุกคนต่างเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานแต่ทว่าหวงกุ้ยเฟยนั้นกลับนั่งนิ่งเงียบ นางกลัวว่าหากฝ่าารักนางมากกว่าเสี่ยวหลงจะทำเช่นใด นางจึงคิดหาทางกำจัดหนิงเอ๋อไม่ให้ได้เข้ามาที่วังหลวงได้อีก นางจึงหันไปหาเสนาบดีไป๋อี้หลางหรือใต้เท้าไป๋ เขาก็รีบเดินเข้ามาหานางอย่างไว นางกระซิบข้างหูเขาได้ไม่นานก็ได้เดินออกไป
“หนิงเอ๋อเ้าลองชิมนี่ดูสิ นอกวังเ้าคงไม่ได้กินอย่างนี้ใช่มั้ย นี่คือของโปรดของแม่เ้า” ฮองไทเฮาบอกชี้บอกหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้ชิมอาหารที่อยู่ตรงหน้า
“ขอบพระทัยเพคะ” หนิงเอ๋อกำลังคีบอาหารเข้าปากไม่นานก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของนางกำนัลที่กำลังวิ่งกันอย่างแตกตื่น
“กรี๊ด ๆ ๆ”
ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นมองไปยังนางกำนัลฮ่องเต้ก็รีบสั่งทหารไปถามนางกำนัลที่กำลังขวัญผวาให้รู้ความ
“เกิดอันใดขึ้นเ้าไปดูสิ” ยังไม่ทันที่ทหารจะไปดูก็มีทหารอีกคนวิ่งเข้ามากราบทูล
“ทูลฝ่าาตอนนี้ได้มีนางกำนัลนางหนึ่งถูกทำร้ายร่างกายถึงแก่ชีวิต กระหม่อมเข้าไปตรวจสอบดูแล้ว น่าจะไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์พะย่ะค่ะ ใบหน้าของนางเละและมีรอยเล็บของสัตว์ร้ายหน้าท้องของนางก็ถูกควักไส้ออกจนเป็รูโบ๋ ั้แ่เกิดมากระหม่อมพึ่งเคยพบเคยเจอเื่เช่นนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกินพะย่ะค่ะ” คำพูดของทหารที่พูดออกมาทำให้ฝ่าาได้สั่งเสนาบดีฝ่ายกรมตุลาการเข้าไปตรวจสอบศพที่ตายอย่างปริศนานี้
“เสนาบดีอู่เฟิ่งเ้าเข้าไปตรวจสอบแล้วมาแจ้งข้าอีกที ในวังหลวงแห่งนี้จะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร สัตว์ร้ายจะเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร หากเป็เช่นนั้นก็ต้องมีทหารเห็นบ้าง นี่ไม่เห็นผู้ใดมาแจ้งว่าเจอสัตว์ร้ายในวังหลวงสักคน”
“น้อมรับพระบัญชาพะย่ะค่ะ” เสนาบดีอู่เฟิ่งกับทหารหลายนายได้เข้าไปตรวจสอบดู หวงกุ้ยเฟยเอามือทาบอกพร้อมพูดออกมาอย่างเสียงดัง
“หรือว่าเกิดจากองค์หญิงกาลกิณีเพคะ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีเื่อะไรเกิด นางเข้ามาวังหลวงวันนี้ก็เกิดเื่น่ากลัวขึ้นหรืออาจจะเป็เช่นดังคำทำนาย”
“เหลวไหลเ้าเอาเื่อะไรมาพูด เ้าก็เห็นว่าหนิงเอ๋ออยู่ที่นี่ตลอดเวลา นางจะไปทำผู้ใดได้” ฮองเฮารีบขัดเมื่อจู่ๆ หวงกุ้ยเฟยได้หาเื่หนิงเอ๋อ
“ฮองเฮาเพคะ หรือว่าพระองค์ทรงลืมไปแล้วว่าที่องค์รัชทายาทองค์ก่อนที่เป็บุตรของท่านต้องมาตายด้วยน้ำมือสัตว์ร้าย มิหนำซ้ำยังเกิดเื่เช่นเดียวกันนี้อีกด้วย ไม่แน่อาจจะเป็คำนายที่โหรหลวงได้ทำนายไว้เมื่อหลายปีก่อน หากองค์หญิงหนิงเอ๋อยังอยู่ในวังหลวงก็อาจจะเกิดเื่ร้ายขึ้นนี่ยังไม่ร้ายแรงพอหรือเพคะ”
“ข้าถูกกล่าวร้าย ข้านั่งอยู่ที่นี่ตลอดเวลาข้าจะเอาเวลาใดไปทำร้ายนางกำนัลได้ ั้แ่ข้าเกิดและออกไปอยู่นอกวังหลวงยังไม่เคยมีผู้ใดต้องเกิดอันตราย หากเป็เช่นนั้นแม่นม ฟางลี่เว่ยและบ่าวรับใช้ก็คงต้องตายกันหมด แต่ท่านดูสิเพคะคนที่ข้ากล่าวมาทั้งหมดก็ยังคงอยู่ข้างกายหม่อมฉัน ฝ่าาโปรดให้ความเป็ธรรมกับหม่อมฉันด้วย” หนิงเอ๋อไม่ยอมนิ่งเฉยในเมื่อเื่ทั้งหมดนางไม่ได้เป็คนทำมีหรือที่นางจะยอมรับความผิดนั้นง่ายๆ เมื่อหนิงเอ๋อพูดมาเช่นนั้นทำให้เหล่าเสนาบดีที่ตอนแรกก็คิดไปทางเดียวกับหวงกุ้ยเฟยก็ได้คิดแย้งในใจในคำพูดของหนิงเอ๋อ จึงได้แบ่งพรรคแบ่งพวกเพื่อความเป็ธรรม
“นั่นสิเพคะหากเป็เช่นดังหวงกุ้ยเฟยกล่าวหม่อมฉันก็คงเป็คนแรกที่จะต้องพบเจอกับอันตรายนั้นแต่หม่อมฉันยังคงสบายดีจนตอนนี้นางอายุได้18ปีแล้วนะเพคะ”
“ฝ่าาอย่าไปฟังนะเพคะ หากเช่นนั้นองค์รัชทายาทกับกุ้ยเฟยหนิงฮวาจะเสียชีวิตหรือเพคะ ไหนจะโหรหลวงที่ตรวจชะตาขององค์หญิงหนิงเอ๋อ หม่อมฉันว่าโหรหลวงมิกล้าโกหกฝ่าาหรอกเพคะ” เมื่อทั้งสองฝั่งกำลังถกเถียงเพื่อความเป็ธรรมฝ่าาเกิดปวดหัวและได้สั่งให้ทั้งสองฝ่ายเงียบ
“หยุด!!!ข้าจะไม่ฟังฝ่ายใดทั้งนั้นจนกว่าข้าจะได้ยินจากเสนาบดีอี้เฟิ่ง เ้าพาข้ากลับห้องที” ฝ่าากุมขมับและหันไปบอกขันทีของตน ทำให้หวงกุ้ยเฟยไม่พอใจเป็อย่างมากที่ฝ่าาไม่เชื่อคำพูดของนาง
เสี่ยวหลงที่พึ่งมาถึงก็ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้เข้ามาถามองค์รัชทายาทหลีเจียซินหรือพี่ชายของตน
“ท่านพี่เกิดเื่อันใดขึ้นเพคะ”
“ก็เกิดเื่ในวังขึ้นนะสิ นางกำนัลที่ถูกฆ่าตายอย่างโเี้ ท่านแม่กล่าวว่าเื่ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นจากองค์หญิงหนิงเอ๋อ ส่วนจะเป็อย่างไรต่อข้าเองก็ไม่อาจทราบได้ ข้าเบื่อข้าจะออกไปนอกวังหลวงไปหาเด็กๆ ของข้าที่หอนางโลมดีกว่า” องค์รัชทายาททำสีหน้าเอือมระอาเขาเองไม่เคยคิดสนใจเื่ในวังอยู่แล้ว เื่ทั้งหมดและตำแหน่งที่เขายืนอยู่ตอนนี้ทั้งหมดก็เพราะหวงกุ้ยเฟยเป็คนจัดการให้ทั้งหมด
“ท่านพี่ท่านอย่าลืมสิเพคะว่าท่านคือองค์รัชทายาทหัดทำตัวให้สมฐานะหน่อยเพคะ ไม่เช่นนั้นถึงวันนั้นขึ้นมาเหล่าเสนาบดีที่อยู่ฝ่ายฮองเฮาได้คัดค้านเอานะเพคะ”
“เ้าไม่ต้องมาสั่งสอนข้า อย่างไรเสียบัลลังก์ต้องเป็ของข้าแน่นอนอยู่แล้ว พูดกับเ้าช่างหน้าเบื่อเ้านี่ช่างเหมือนท่านแม่ยิ่งนัก ระวังแม่ทัพหลิวอี้เฟยจะเบื่อเอาได้และไม่มาสู่ขอเ้า วันนั้นข้าจะสมน้ำหน้าให้ ฮาฮ่า” องค์รัชทายาทพูดจบก็เดินหัวเราะออกไปปล่อยให้เสี่ยงหลงนั่งหงุดหงิดและว่าตามหลังอยู่เพียงลำพัง