เมื่อััได้ถึงสายตาเ็าของประมุขตระกูล ผู้าุโใหญ่ก็ไม่กล้ากล่าวอะไรอีก รีบพาเฟิงชิงเทียนที่สองตาเลื่อนลอยลงจากเวทีไป ผู้าุโสี่ก็ถอยไปอย่างเก้อเขิน
เจินอูเฟิงกวาดตามองคนในตระกูล เอ่ยย้ำว่า ก่อนหน้านี้ข้าเก็บตัวฝึกฝนเลยไม่ได้ดูแล่เื่ในตระกูลจึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้น จากวันนี้ไปถ้ามีใครทำเื่ที่สกปรกเช่นนี้อีกข้าจะลงโทษตามกดของตระกูล
และข้าขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่าอีกกสามวันถัดจากนี้ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับชายหนุ่มและหญิงสาวที่คิดจะไปศึกษาที่สำนักศึกษาิหลิง
ตระกูลสาขาของเรามีที่นั่งในเรือบินยี่สิบที่นั่งพวกเ้าต้อง่ชิงมันมาด้วยความสามารถของตน อีกสามวันพวกเ้าจะต้องประลองกันภายในตระกูลสาขาเพื่อคัดเลือกยี่สิบคน
หลังจากนั้นพวกเ้าที่ได้รับเลือกจะไปนั่งเรือบินที่เมืองหลวงร่วมกับตระกูลหลักและตระกูลสาขาอีกสองตระกูล เพื่อมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาหลิงหยวน แล้วพวกเ้าทุกคนควรรู้ไว้ว่าสำนักศึกษาเองก็มีการคัดเลือกนักเรียนของสำนักเหมือนกัน สนั่นทุกคนจงทำให้ดีหากตระกูลสาขาของเรามีลูกศิษย์เข้าศึกษาที่สำนักได้เกินครึ่งทางตระกูลหลักจะมอบทรัพยากรในแต่ละปีเพิ่มให้อีก เอาล่ะวันนี้ก็พอเท่านี้ทุกคนแยกย้ายกันได้แล้ว
ทุกคนพอได้ฟังเจินอู้ฟองอธิบายเื่เข้าสำนักศึกษาก็ตื่นเต้นจนลืมเื่ของเหลยเฟิงและเฟิงชิงเทียนทันที สำหรับเฟิงชิงเทียนทุกคนรู้ว่าเขาชอบการประลองและมักท้าประลองกับคนอื่นไปทั่ว จึ่งไม่มีใครเห็นใจเขาเท่าไร การที่เฟิงชิงเทียนกล้าทำแบบนั้นก็เพราะมีปู่ที่เป็ผู้าุโใหญ่ค่อยให้ท้าย แต่วันนี้กลับแพ้ให้กับเหลยเฟิงบางคนถึงกับสะใจเสียด้วยช้ำ
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันหมด เหลยเฟิงและครอบครัวก็กล่าวขอบคุณเจินอูเฟิงที่ยื่นมือเข้าช่วยด้วยความเคารพ ก่อนจะพากันกลับบ้านของตนต้องบอกว่าเจินอูเฟิงนั้นดีกับครอบครัวของเหลยเฟิงมาก
พอพวกเหลยเฟิงมาถึงบ้านไม่นานก็มีหลายคนเอาของขวัญมาให้เพื่อผูกมิตร ก่อนหน้านี้ถึงแม้จะไม่มีใครดีต่อครอบครัวของเหลยเฟิงแต่ก็ไม่ถึงกับเป็ศัตรู ชูชิงเยว่ไม่ได้ปฏิเสธนางรับด้วยความเต็มใจและบอกให้ชายหนุ่มสนิทกับคนเหล่านี้เอาไว้
หลังจากนั้นก็มีบ่าวรับใช้ของท่านประมุขมาเรียกให้เหลยเฟิงไปพบประมุขตระกูล เ้าไม่ต้องรีบก็ได้จัดการเื่ในครอบครัวเสร็จแล้วค่อยไปก็ได้ ท่านประมุขตระกูลอยู่ที่โถงประชุมของตระกูลบ่าวรับใช้คนนั้นกล่าวแลละออกไปทำหน้าที่ของตนต่อ
เหลยเฟิงไม่ได้รีบร้อนที่จะไปพบประมุขตระกูลเขาช่วยแม่และน้องสาวจัดการเื่ต่างๆในบ้านจนเสร็จจึ่งไปพบหัวหน้าตระกูล พอมาถึงหน้าทางเข้าหลักของตระกูลก็มีบ่าวรับใช้พาเหลยเฟิงเข้าไปพบประมุขตระกูลที่อยู่ในโถงประชุม
บ่าวรับใช้มาส่งถึงหน้าโถงประชุมแล้วกลับทันที เหลยเฟิงเดินเข้าไปในห้องประชุมเห็นเจินอูเฟิงนั่งทำสมาธิอยู่ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นระดับของเจินอูเฟิงแล้วว่าอยู่ระดับกึ่งท่องเวหาไปแล้ว คารวะท่านประมุขตระกูล ยินดีด้วยที่ท่านใกล้บรรลุระดับท่องเวหาแล้ว
เจินอูเฟิงลืมตาขึ้นมาก่อนจะถามเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าใกล้บรรลุแล้ว ข้าแค่คาดเดาตามความผันผวนของพลังิญญารอบตัวท่านขอรับ เจอนอูเฟิงไม่ได้คิดมาก ก่อนจะเอ่ย ไม่คิดว่าเ้าจะเก่งกาจขนาดนี้สมแล้วที่เป็บุตรของชูชิงเยว่กับตู่ถิงเฟิง
ตอนที่เ้ารับคำท้าคิดว่าเ้าคงมั่นใจว่าจะเอาชนะเฟิงชิงเทียนอยู่แล้วกระมัง ข้ากลับต้องกังวลแท่นเ้าเกือบเดือน ที่ไหนได้ เป็ข้าที่คิดมากไปเอง
เหลยเฟิงไม่ได้ตั้งใจปิดบังยังต้องขอให้ท่านประมุขโปรดอภัย เหลยเฟิงย่อมไม่สามารถเหล่าเื่ของเหยนและวิชาหมัดทะลายเมฆาให้เจินอูเฟิงฟัง
ไม่เป็ไร ใครบ้างจะไม่ความลับเล็กๆน้อยๆกัน นี่เป็เื่ดี เจินอูเฟิงเอ่ยด้วยความยินดี เจินอูเฟิงมองเหลยเฟิงด้วยด้วยความพอใจ
เหลยเฟิงเก็บคำถามไว้ในใจตลอดวันนี้เขาต้องถามท่านประมุขให้ได้ ไม่รอช้าเหลยเฟิงจึงถามเจินอูเฟิงไปตรงๆ ท่านหัวหน้าตระกูลบิดาของข้าทำไมถึงไม่มีข่าวคราวเลย ในความทรงจำของข้าอยู่ๆบิดาก็หายไปไม่ทราบว่าท่านพอจะ....
หลังจากได้ยินคำพูดของเหลยเฟิง สีหน้าของประมุขก็เปลียนไป เหลยเฟิงเื่ของบิดาเ้า ยามนี้ยังบอกกับเ้าไปได้ เ้าก็อย่าได้ไตรถามให้มาก หากถึงเวลาที่เหมาะสมข้าย่อมต้องเล่าให้เ้าฟัง
เหลยเฟิงได้ฟังแบบนี้ในใจก็นักอึ้ง จากคำพูดของเจินอูเฟิง เื่ของบิดาตนจะต้องเป็เื่ที่ซับซ้อน ไม่แน่ว่าอาจเกี่ยวพันกับขั้วอำนาจใหญ่ ตอนนี้ความสามารถของตนมีเพียงน้อยนิด ดังนั้นเจินอูเฟิงจึงไม่ยินดีเล่าเื่ของตู่ถิงเฟิงให้ตนฟัง
ขอท่านบอกด้วยว่าบิดาของข้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
หลังเงียบไปนานเจินอูเฟิงจึงได้เอ่ยปาก เขายังมีชีวิตอยู่แต่ว่าตอนนี้ข้ายังบอกเื่ของเขากับเ้าไม่ได้
เหลยเฟิงทำความเคารพเจินอูเฟิง เพียงรู้ว่าบิดายังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว ภายหน้าเขาจะต้องตามหาบิดดาของตนให้เจอ
ท่านประมุขตระกูลฟังจากคำพูดของท่าน เหมือนว่าพร์ด้านวรยุทธของท่านแม่ข้าจะไม่เลว แต่ว่าทำไม เหลยเฟิงดูไม่ผิดว่าระดับของมารดายังที่ระดับเสริมกำลังขั้นเก้า แต่ว่าทำไมดูเหมือนไม่ใช่ผู้มีพร์
เจินอูเฟิงถอนหายใจก่อนกล่าว เื่การแบ่งระดับของผู้ฝึกยุทธเ้าสมควรมีความรู้อยู่บ้างแล้วกระมัง
อืม เหลยเฟิงพยักหน้า เขาได้ถามเหยนเื่ระดับของผู้ฝึกยุทธ์มาแล้ว กล่าวได้ว่าเขาอาจรู้มากกว่าเจินอูเฟิงด้วยช้ำ
ถัดขึ้นไปจากระดับเสริมกำลังคือระดับชีพจรยุทธ ค่อยเข้าสู่ระดับพลังยุทธเที่ยงแท้ ระดับท่องเวหา ระดับเขตแดนยุทธ์และอื่นๆ หากเป็ผู้มีเส้นชีพจรในร่างกายก็จะสามารถฝึกฝนได้ ระดับชีพจรยุทธสามารถแปลงชีพจรเป็ลมปราณ สะสมและบ่มเพาะในเส้นชีพจรและจุดตันเถียนจนถึงระดับที่สามารถััปราณธรรมชาติในโลก ระดับพลังยุทธแท้จริงดูดทรัพย์จิติญญาแห่งฟ้าดินเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายและใช้จิติญญาโจมตี ระดับห้องเวหาหลุดพ้นจากพื้นดินสามารถเหาะเหินเดินอากาศอย่างอิสระ ระดับเขตแดนยุทธเข้าใจวิถีแห่งฟ้าดินสร้างเขตแดนโจมตีและป้องกัน
เจินอูเฟิงกล่าวต่อ ตอนนั้นมารดาของเ้าฝึกฝนจนถึงระดับชีพจรยุทธขั้นเก้าสามารถแปลงชีพจรหยุดทั้งหมดเป็ลมปราณแล้ว ขาเพียงก้าวเดียวก็จะเป็ยอดฝีมือระดับพลังยุทธแท้จริงแล้ว เ้าควรรู้ดีว่าพลังปราณในร่างของผู้ฝึกยุทธยามอยู่ระดับชีพจรยุทธเป็สิ่งสำคัญมากไม่อาจถ่ายเทออกจากร่างกายไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับพลังยึดแท้จริงได้
ท่านหมายความว่า เหลยเฟิงตกตะลึงเขารู้ลมปราณในร่างผู้ประยุทธ์ระดับชีพจรยุทธเกิดจากภายในร่างกายของผู้ฝึกเองสะสมบ่มเพาะในเส้นชีพจรและจุดตันเถียน
ทันทีที่ลมปราณทั้งหมดในร่างของผู้ฝึกยุทธระดับชีพจรยุทธ์สูญสลายไปก็จะไม่อ่านบรรลุถึงระดับพลังยุทธแท้จริงได้แล้วหลังจากนั้นพลังยุทธจะเสื่อมถอยลง อาจถดถอยไปถึงระดับเสริมกำลัง
ตอนนั้นเพราะเื่ราวบางประการมารดาของเ้าจึงจำเป็ถ่ายเทพลังลมปราณของตนเองจากนั้นระดับยุทธก็เสื่อมถอยจนถึงระดับเสริมกำลัง
เหลยเฟิงตกอยู่ในความเงียบเขาคาดเดาได้ว่าสาเหตุที่ระดับพลังของมารดาเสื่อมถอยหน้าจะเกี่ยวข้องกับบิดา ไม่ว่าจะเป็เพราะเหตุใด เหลยเฟิงในวันนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงไม่ถามอะไรมาก การรักษาผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพจรยุทธที่สูญเสียพลังลมปราณในร่างเป็เื่ยาก อย่างน้อยต้องให้แพทย์โอสถระดับสูงถึงจะมีวิธีรักษามารดาของตนได้ และตอนนี้เขาคิดว่าจะลองถามเหยนดูว่าสามารถทำได้ไหม
เอาล่ะข้าขอถามเ้าอีกหน่อยตอนนี้ระดับของเ้าคงอยู่ที่เสริมกำลังขั้นเจ็ดแล้ว ข้าอยู่ที่ระดับเสริมกำลังขั้นเจ็ดจริงๆก่อนที่ท่านประมุขเข้าไปเก็บตนฝึกฝนข้ายังอยู่ที่ขั้นสีขอรับ
อืม อาจเป็เพราะได้รับโอกาสเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็เลื่อนระดับได้สามขั้นแถมยังเอาชนะเฟิงชิงเทียนที่ฝึกวิชาระดับสูงของตระกูลได้ อีกสามวันเ้าจงเตรียมตัวให้พร้อมข้าเชื่อว่าเ้าจะได้ไปเรียนที่สำนักศึกษาแน่ข้าหวังว่าเ้าจะบรรลุระดับแปดในไม่ช้านี้เพราะการที่เรามีระดับสูงโอกาสที่จะได้เข้าศึกษาที่สำนักก็ยิงมากขึ้นเช่นกันเอาละข้าไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว เ้ากลับไปได้แล้ว