อิ้งเย่วเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่ในดวงตาคู่นั้น ดวงตาของิเจ๋อช่างดูลึกลับน่าค้นหายิ่ง เหมือนต้องมนต์สะกดดูดจิติญญาของคนดูเข้าไป อิ้งเย่วยอมรับ ถึงแม้ว่านางจะเป็มือสังหารที่มีจิตใจเ็าแข็งกระด้าง แต่บุรุษที่อยู่ตรงหน้านางอย่างิเจ๋อ คือบุรุษที่สุดยอดจริงๆ หล่อไม่บันยะบันยัง
“ ว่าอย่างไร ไม่อยากจะได้ของของเ้าคืนหรือ ?” ิเจ๋อหยิบเอาอาวุธมีดของนางออกมา
อิ้งเย่วเห็นแบบนั้นก็รีบยื่นมือออกไปเตรียมจะเอามันกลับ แต่ิเจ๋อกลับไม่ให้นางเอาไปได้ง่ายๆ นางยิ่งตัวเล็กอยู่ด้วย เขย่งให้ตายก็เอามันมาไม่ได้หรอก ดูเหมือนิเจ๋อจะชอบใจยิ่งกับกิริยาทีท่าของนาง ริมฝีปากยักโค้งอย่างชอบใจ
อิ้งเย่วถูกิเจ๋อแหย่ประสาทแทบอยากจะะเิอารมณ์ออกมา ั้แ่นางทะลุมิติมาที่นี่มิเคยมีผู้ใดทำกับนางเช่นนี้มาก่อน ร่างกายของอิ้งเย่วหลังจากที่ได้รับยาถอนพิษจากิเจ๋อ นางก็รู้สึกได้ว่าร่างกายนางแข็งแรงนัก อิ้งเย่วจึงใช้วิชาคาราเต้ที่ได้เรียนมาในยุคประจุบัน เตะไปที่ขาของิเจ๋อ
ิเจ๋อร้องโอดโอยดังทั่วตำหนัก เขาไม่คิดว่าอิ้งเย่วจะมีวรยุทธร้ายกาจเช่นนี้ เป็วรยุทธช่างแปลกยิ่ง ิเจ๋อไม่เคยเห็นผู้ใดใช้วรยุทธแปลกเช่นนี้มาก่อน ิเจ๋อรีบถอยห่างอิ้งเย่วออกไป สายตาของอิ้งเย่วเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง
นางใช้ทักษะการต่อสู้ทุกประเภทเมื่อคราที่ยังเป็มือสังหาร แต่ละท่วงท่าอิ้งเย่วไม่มีความปราณีิเจ๋อเลยแม้แต่น้อย อิ้งเย่วไม่ได้หมายเอาชีวิตของิเจ๋อ เพียงอยากจะทำให้เขาเจ็บแล้วจำแค่นั้นพอ ิเจ๋อเลือกที่จะไม่สู้กลับเลือกที่จะหลบหมัดและทักษะนางแทน
จากห้องที่ระเบียบเรียบร้อยกลายเป็สนามฝึกซ้อมให้กับพวกเขาสองคนในทันที ห่าวอี้ที่ยืนอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงดังจึงรีบวิ่งเข้ามาดูสถานการณ์
“ องค์รัชทายาท ” ภาพที่อยู่ตรงหน้าห่าวอี้ทำให้ตาของห่าวอี้แทบทะลักออกมาข้างนอก ห่าวอี้แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
พวกเขากำลังต้องสู้กันอยู่ ไยถึงมาโผล่ที่เตียงได้ ิเจ๋อรวบแขนทั้งสองข้างนางไว้ ร่างสูงค่อมอยู่บนร่างอันบอบบางของนางอยู่ อิ้งเย่วไม่สามารถขยับตัวได้เลย ทว่าอิ้งเย่วคิดแผนอะไรบางอย่างได้ จึงกัดไปที่แขนแกร่งของิเจ๋ออย่างแรง
“ อ๊ากกกกกกกกกกกกก ” ิเจ๋อเปลี่ยนจากจับแขนเรียวมาบีบที่คางอิ้งเย่วแทน รอยฟันเรียงสวยของนางประทับอยู่บนแขนแกร่งเป็ที่เรียบร้อยแถมยังมีโลหิตไหลชิบออกมาด้วย
“ องค์รัชทายาท ” ห่าวอี้กำลังจะเดินเข้าไปดูอาการของิเจ๋อแต่กลับถูกเขาะโห้ามเสียก่อน
“ ออกไป !!! ” ห่าวอี้หยุดชะงักไปครู่นึง เหลือบมองไปที่อิ้งเย่วอย่างเป็ห่วงก่อนจะเดินออกจากตำหนักไป นางจะรอดออกไปจากที่นี่หรือไม่ มิมีผู้ใดรู้ได้
“ เ้าเป็โก่วหรือ ?!! ” *โก่ว = สุนัข เสียงเข้มเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
มืออีกข้างที่ไม่เจ็บบีบคางอิ้งเย่วแน่นไม่ยอมปล่อย สายตาที่มองไปที่นางเหมือนจะฆ่านางให้ได้ อิ้งเย่วรู้สึกปวดไปหมด กระดูกเหมือนกำลังจะแตกสลาย เขากล้าดีอย่างไรมาหาว่านางเป็โก่ว
“ ปล่อยหม่อมฉันนะ !!! ” อิ้งเย่วจ้องมองดวงตาคู่นั้นแข็งกร้าว เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่กลัวตายเลยแม้แต่น้อย
“ เ้าทำข้าเจ็บนะ ” ิเจ๋อเน้นชัดถ้อยชัดคำให้นางได้รู้แล้วเขาก็ไม่คิดที่จะปล่อยนางไปด้วย อิ้งเย่วปวดไปหมดทั้งร่างกาย ไยร่างกายเขาถึงได้แกร่งเช่นนี้
“ งั้นรัชทายาทก็กัดหม่อมฉันกลับสิเพคะ ”
“ ข้ามิใช่โก่ว !!! ” ิเจ๋อแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะผละออกจากร่างขออิ้งเย่ว แขนแกร่งของิเจ๋อโลหิตไหลออกมาไม่หยุด
“ หม่อมฉันต้องรีบกลับไปที่จวนเพคะ ” อิ้งเย่วเห็นิเจ๋อไม่สนใจที่จะทำแผล
นางก็ไม่สนใจนั่งจิบชาอย่างสบายใจเฉิบ แล้วอิ้งเย่วก็ไม่คิดที่จะบอกให้ิเจ๋อไปทำแผลด้วย เพราะนั่นคือร่างกายของเขา ไม่เกี่ยวกับนางแม้แต่น้อย ร่างกายเขาก็มิใช่ของนางด้วย
“ เ้าช่างร้ายกาจนัก ทำข้าเจ็บไม่คิดที่จะถามไถ่ข้าบ้างเลยหรือ ? ”
ิเจ๋อแย่งจอกชาจากมืออิ้งเย่วแล้วปาไปที่พื้นอย่างโกรธเคือง หากเป็ผู้อื่นที่ไม่ใช่นาง ิเจ๋อคงตัดหัวไปแล้ว น้ำชาร้อนกระเด็นที่ขานางพอดี แต่ยังดีที่มีรองเท้าใส่ไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นขาเรียวสวยของนางคงพองพอดี
“ หม่อมฉันจะต้องทำอย่างไร ? หม่อมฉันให้พระองค์กัดหม่อมฉันกลับพระองค์ก็ไม่ยอม ”
อิ้งเย่วคิดได้ว่าไม่ควรที่จะแหย่ให้ิเจ๋อโกรธไปมากกว่านี้ มิเช่นนั้นนางอาจจะไม่มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ก็เป็ได้ ิเจ๋อไม่อยากแม้แต่จะปรายตามองนาง ได้แต่ยืนเงียบเหมือนใช้ความคิดอยู่ ห้องที่เคยเป็ระเบียบเรียบร้อยตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากกองขยะ
“ บ่าวอยู่ไหน ?!!! ” ิเจ๋อะโเรียกบ่าวสุดเสียง สาวใช้รีบวิ่งเข้ามาทันที
“ เพคะองค์รัชทายาท ”
“ เอาของพวกนี้ไปทิ้ง !!! ” บ่าวคนอื่นๆรีบวิ่งเข้ามาเก็บกวาดกันทันที พวกนางได้แต่สงสัยว่าทำไมองค์รัชทายาทถึงได้โกรธเช่นนี้
อิ้งเย่วไม่พูดอะไร รู้ว่าเขามีเงินมากโขอยู่แล้ว จะเอาของพวกนี้ไปทิ้งซื้อของใหม่เข้ามาแทนก็ไม่เห็นแปลก อิ้งเย่วเห็นฟ้าเริ่มมืด มือเล็กกำหมัดแน่น นางเป็ห่วงลี่มี่ที่รออยู่ที่จวนเสียมากกว่า นางกลัวว่าลี่มี่จะรับมือกับฮูหยินฟางหรงแสนจะเ้าเล่ห์ไม่ไหว นิสัยฮูหยินฟางหรงเป็อย่างไร มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้
“ เ้าไม่รู้หรือว่าเ้าถูกยาพิษฟู่จื่อ ? ” อิ้งเย่วกำลังเป็ห่วงลี่มี่อยู่ จู่ๆิเจ๋อก็เอ่ยถามนางขึ้น
แต่ว่า ยาพิษฟู่จื่องั้นหรือ ? นางจะรู้ได้อย่างไรกันว่ามันคือยาพิษแบบไหน ยาพิษโบราณนางไม่ค่อยจะรู้หรอก ฟังจากน้ำเสียงที่ิเจ๋อเอ่ยถามนางแล้วคงเป็ยาพิษที่ร้ายแรงถึงชีวิตแน่ๆ อิ้งเย่วส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ นางพอจะรู้แล้วว่าใครเป็คนวางยาพิษตน
“ ข้าช่วยชีวิตเ้าให้รอดจากความเป็ความตาย ข้าอยากจะให้เ้าช่วยข้าอย่างนึง ”
อิ้งเย่วกระตุกยิ้มที่มุมปาก นางคิดไว้ไม่มีผิด บนโลกนี้จะมีใครช่วยชีวิตคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนกันเล่า
“ ท่านบอกหม่อมฉันมาเถิดเพคะ ” อิ้งเย่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็าห่างเหิน ิเจ๋อหมุนแหวนที่นิ้วชี้ไปมาแล้วมองอิ้งเย่วก่อนจะเอ่ยกับนางว่า
“ มาเป็พระชายาของข้า ” ได้ยินคำนั้น อิ้งเย่วถึงกับใ ดวงตากลมโตเบิกกว้างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่พึ่งจะได้ยิน
พระชายาอย่างนั้นหรือ ? ตำแหน่งที่สตรีทั้งเมืองนี้ใฝ่ฝันอยากจะได้มันมาแต่ก็ได้แค่ฝัน เพราะเหตุใดกันเขาถึงอยากให้นางนั่งตำแหน่งพระชายา ? เขาไม่รู้จักนางเสียด้วยซ้ำ
“ รัชทายาทเสียสติไปแล้วเหรอเพคะ ? ” อิ้งเย่วรีบเอ่ยถามทันที ิเจ๋อไม่ได้มีเพียงใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เขาทรงอำนาจที่สุดในแคว้น อิ้งเย่วรู้สึกว่าเขาเ็าไปหน่อย
เดิมที องค์รัชทายาทก็เป็เช่นนี้มิใช่หรือ ? ตอนนี้เขาเป็รัชทายาท อีกไม่นานก็ต้องขึ้นครองราชย์เป็ฮ่องเต้ นางไม่อยากมีชีวิตที่ซับซ้อนแบบนั้น ิเจ๋อจ้องดูกิริยาของนาง ในแววตาของนางสงบนิ่ง ไม่มีอาการดีใจหรือใเลยแม้แต่น้อย หากเป็สตรีอื่นเขาคงไล่ไปแล้ว
ิเจ๋อเติบโตมาในราชวงค์ที่เอาแต่แย่งชิงตำแหน่งกัน เขาชินกับสตรีที่ลุ่มหลงในอำนาจ จอมมารยาเ้าเล่ห์ ไยนางถึงไม่เหมือนกับสตรีเ่าั้
“ เ้ากล้าปฎิเสธข้าหรือ ? ” ิเจ๋อจ้องมองหน้าอิ้งเย่วเขม็ง ในแววตาลึกลับคู่สวยนั้นอิ้งเย่วไม่อาจรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
หากนางปฎิเสธิเจ๋อไปตรงๆต้องทำให้เขาเสียหน้าเป็แน่ ิเจ๋อเกิดมามีเกียรติสูงส่ง ชินกับการที่ทุกคนเอาใจ อิ้งเย่วกระพริบตาปริบๆก่อนจะเอ่ยกับิเจ๋อว่า
“ องค์รัชทายาทให้ค่าหม่อมฉันเกินไปแล้ว หม่อมฉันเป็เพียงสตรีผู้อ่อนแอคนนึง รูปโฉมก็ไม่ได้ดูดีไปกว่าผู้ใด หม่อมฉันจะเหมาะสมกับพระองค์ได้อย่างไรกัน คงจะมีเพียงองค์หญิงโจวหนิงเฟิ่งแห่งแคว้นเทียนเฉาที่จะเหมาะสมกับองค์รัชทายาทเพคะ ”
อิ้งเย่วพยายามพูดให้ตัวเองฟังดูด้อยไปกว่าสตรีอื่นในเมืองนี้ไม่เหมาะสมกับิเจ๋อ อีกเื่ มีเพียงองค์หญิงหนิงเฟิ่งเท่านั้นที่เหมาะสมกับเขา ิเจ๋อควรจะเลือกองค์หญิงแคว้นเทียนเฉาที่ไม่ใช่ตน
ิเจ๋อไม่ค่อยจะพอใจกับคำพูดของนางเสียเท่าไร ความโกรธพุ่งเข้ามาในใจของิเจ๋อ ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันไยถึงได้โกรธนางเช่นนี้ อิ้งเย่วยังคงปฏิเสธเขาให้ได้ ยังจับคู่เขาให้องค์หญิงหนิงเฟิ่งอีก สายตาเต็มไปด้วยไอสังหารมองไปที่อิ้งเย่วอีกครั้ง
“ เ้าไสหัวไปซะ !!! ” ิเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคืองๆ อิ้งเย่วถึงกับงง ไม่พอใจถึงกลับไล่นางเช่นนี้เลยหรือ
“ หม่อมฉันไปนะเพคะ ทูลลา ” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบางๆก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากตำหนักไปโดยที่ไม่สนใจิเจ๋อเลยสักนิด
“ จำไว้ เ้าติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ !!! ” ิเจ๋อะโไล่หลังอิ้งเย่วไป แต่นางก็ไม่สนใจอยู่ดี
เรือนเล็กที่ท้ายจวนสกุลลู่
อิ้งเย่วกลับมาถึงที่จวนฟ้ามืดพอดี ที่หน้าจวนมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนมุงกันอยู่
“ เ้ามันไร้ประโยนช์ ไม่ได้เื่อะไรเลย ” ฮูหยินฟางหรงกำลังดุด่าใครบางคนอยู่ บังเอิญหันไปเห็นอิ้งเย่วเดินมาพอดีจึงเอ่ยถามนางอย่างสงสัย
“ คุณหนูรองอิ้งเย่ว เ้าไปไหนมาหรือ ? ” อิ้งเย่วยักคิ้วเบาๆ
นางรู้ว่าหากนางไปเที่ยวกลับมาต้องมีเื่แน่ๆ ดูแล้วฮูหยินช่างกล้านัก อิ้งเย่วเลือกที่จะไม่ตอบแล้วเดินผ่านหน้าฮูหยินฟางหรงไป สายตากวาดมองรอบๆตามหาลี่มี่ ในใจนางรู้สึกเป็ห่วงลี่มี่มาก
“ คุณหนูเ้าคะ ” ลี่มี่คุกเข่าอยู่ข้างหลังฮูหยินฟางหรง เห็นสภาพของลี่มี่แล้วอิ้งเย่วเจ็บใจนัก
อิ้งเย่วประคองลี่มี่ลุกขึ้น มองดูใบหน้าของลี่มีแล้ว แววตาของอิ้งเย่วเปลี่ยนไปทันที ใบหน้าลี่มี่ทั้งบวมแดงและเป็รอยฝ่ามือที่โดนตบ ที่มุมปากมีโลหิตชิบออกมาไม่หยุดด้วย
“ ใครเป็คนทำ ?!!! ” อิ้งเย่วะโถามออกไป บ่าวรับใช้ถึงกับสะดุ้งกลัวกันหมด พักนี้คุณหนูรองช่างน่ากลัวเสียจริง
“ คุณหนูเ้าคะ บ่าวไม่เป็ไรเ้าค่ะ ” ลี่มี่ไม่อยากให้อิ้งเย่วเป็กังวล
ที่สำคัญไม่อยากให้นางต้องมามีเื่กับฮูหยินฟางหรงเช่นนี้ ฮูหยินฟางหรงเห็นทีท่าอันน่ากลัวของอิ้งเย่วจึงเอ่ยถามเบาๆว่า
“ บ่าวดูแลเ้านายไม่ดี ปล่อยให้คุณหนูรองออกไปเที่ยวป่านนี้ถึงกลับมาที่จวน เ้าลองคิดดูว่าเื่นี้นางสมควรจะถูกทำโทษหรือไม่ ? ”
“ แต่ลี่มี่คือคนของข้า !!! ” อิ้งเย่วจ้องตาฮูหยินฟางหรงตาเขม็ง หากสายตาฆ่าคนได้ฮูหยินฟางหรงคงถูกนางฆ่าไปแล้ว
สายตาของอิ้งเย่วช่างน่ากลัวยิ่ง มือหยาบของฮูหยินฟางหรงสั่นระริกเล็กน้อย ฟางหรงรู้สึกได้ว่าอิ้งเย่วนางเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วจริงๆ นางไม่อยากจะเชื่อว่าอิ้งเย่วจะเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ นอกจากใบหน้าและน้ำเสียงของอิ้งเย่วแล้วไม่เหมือนอิ้งเย่วที่อ่อนแอในเมื่อก่อนอีกแล้ว
ฟางหรงตบไปที่หน้าเรียวสวยของอิ้งเย่วอย่างแรง แต่นางก็ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาเลย