บทที่ 150
ไม่แต่งงาน
“ เอ๋? ” ซูฉีแสดงใบหน้าประหลาดใจ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความงุนงง จ้องมองไปที่แม่ทัพหนุ่มมที่อยู่บริเวณด้านหน้า
สิ่งที่นางได้ยินหูฝาดใช่หรือไม่ นางยังเต็มไปด้วยความสับสนใบหน้าของซูฉีราวกับว่าตกลงไปภายในพ่วงภวังค์บางอย่าง
ดวงตาที่จ้องมองไปที่แม่ทัพหนุ่มมองอย่างไม่กระพริบตา ไม่เพียงแค่น้ำแม้แต่เหล่าทหารพี่อยู่บริเวณรอบๆเองก็แสดงใบหน้าตกตะลึง
ไม่มีผู้ใดคาดคิดถึงคำถามผู้ที่ไม่ทับกลุ่มทำการพูดออกมา
บริเวณรอบๆถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ซูฉีที่นั่งอยู่ตั้งสติได้นางส่ายใบหน้าไปมา “ เมื่อครู่ท่านแม่ทัพพูดว่าอย่างไรนะเจ้าคะ ”
“ ข้ากำลังพูดว่าเจ้าคิดจะออกเรือนหรือไม่ ”
นางได้ยินไม่ผิดแม่ทัพหนุ่มถามแบบนั้นจริงๆ “ เหตุใดท่านแม่ทัพถึงถามเช่นนั้นละจ้าคะ? ” ซูฉีถามกลับ
ที่จริงแล้วคำถามเช่นนี้มันไม่ใช่คำถามที่ผู้ใดจะถามกันก็ได้ นั่งกับแม่ทัพหนุ่มแม้ว่าจะรู้จักกันแต่ว่าก็ยังไม่รู้นิสัยใจคอกันมากพอ
สำหรับงานแล้วมุมมองของแม่ทัพหลวงผู้นี้ยังรู้สึกว่าเป็นคนที่ห่างเหินอยู่ การที่อยู่ๆอีกฝ่ายเอ่ยถามเช่นนี้ออกมามันออกจะ..
“ มีอันใดข้าอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้อย่างนั้น ”
“ อันที่จริงแล้วช่วงวัยของเจ้ามันเองก็น่าจะเลยช่วงวัยออกเรือนมาสักพักแล้ว ”
“ อันที่จริงแล้วถ้าเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ภายในเมืองหลวงช่วงวัยเท่านี้คงออกเรือนหรือบางคนอาจจะมีลูกไปแล้วด้วยซ้ำ ”
ที่แม่ทัพหนุ่มกล่าวออกมาเป็นความจริง ด้วยผู้คนภายในยุคสมัยนี้ยิ่งมีฐานะสูงส่งการออกเรือนเองก็ยิ่งเร็วมากขึ้นเท่านั้น
บางทีพวกเขาอาจจะมีลูกตั้งแต่ตนเองนั้นอายุเพียงแค่สิบเจ็ด แต่ซูฉีในตอนนี้อายุของนางเองก็ปาเข้าไป 19 เข้าแล้ว
นางโดนเนรเทศมาที่เมืองแห่งนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 18 หลังจากนั้นตอนนี้ก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว กล่าวได้ว่าอย่างไรเสียหน้าเองก็เลยช่วงเวลาออกเดินมาสักพักแล้ว
“ เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่หรือเจ้าคะ ”
“ บอกแล้วอย่างไรว่าถ้าเจ้าตอบคำถามนี้ข้าจะไม่ซักไซร้เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้ารู้เรื่องราวในอดีตของข้า ” แม่ครับหนุ่มยุคสุราขึ้นมาดื่มด้วยท่าทางใจเย็น รอยยิ้มเล็กๆที่ปรากฏอยู่บริเวณมุมปากเป็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์พอควร
ซูฉีขมวดคิ้วเข้าหากัน ‘ คนผู้นี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ’
“ เอาล่ะถ้าตอบหรือไม่ถ้าเกิดว่าเจ้าไม่ตอบข้าคงจะต้องทำการซักไซ้เกี่ยวกับเรื่องก่อน ”
“ เพราะว่าอดีตของข้าเองถึงแม้ว่าข้าจะพูดว่าไม่สนใจ แต่ว่าการที่เจ้ารู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นข้าก็คงจะต้องหาสาเหตุ ”
“ และหาที่มาที่ไปว่าตัวของเจ้าไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นมาจากที่ไหน ”
ซูฉีเบะปากเล็กน้อยนั่งเบรนหน้าไปทางด้านข้าง ‘ ไม่น่าเลยซูฉี ออเจ้าหลุดปากเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลในนิ เลยทำให้เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นี่มาขู่เข็ญเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ’
ซูฉีรู้สึกว่าตนเองนั้นพลาดไปแล้ว ถ้าเกิดว่านางไม่พูดเกี่ยวกับเรื่อง อย่างไรเสียผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็คงจะไม่สามารถใช้ข้ออันใดมาขู่เข็ญนางเช่นนี้ได้
“ ถ้าพูดถึงตอนนี้ข้าก็คงยังไม่มีความคิด ”
“ ขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าเหตุใด ”
“ ไม่รู้สิเจ้าคะ ถ้าคิดว่าในตอนนี้ตัวของค่าก็สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองกระมัง ”
“ อีกอย่างท่านแม่ทัพลืมไปหรือไม่ถ้าเขาว่าข้าเป็นคนที่โดนเนรเทศออกมาจากเมืองหลวง ”
“ ฐานะที่เลวร้ายนั้นติดตัวของข้าอยู่การจะออกเรือนก็เป็นเรื่องที่ยากเย็น ”
“ ข้าผู้ที่ถูกขนานนามว่านางมารร้ายแห่งเมืองหลวงผู้ใดจะอยากออกเรือนด้วยเจ้าค่ะ ”
“ เพราะแบบนั้นถ้าคิดว่าการอยู่คนเดียวเช่นนี้มันเองก็ไม่เลว ยังไงเสียการใช้ชีวิตที่ชายแดนเช่นนี้มันก็เงียบสงบ ”
“ ถึงแม้ว่าในช่วงนี้มันจะมีปัญหามากมายผ่านเข้ามาก็เถอะ ราคาก็คิดว่าการอยู่คนเดียวน่าจะดีกว่า ” ซูฉีพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ดวงตาของนางมองไปยังเทศกาลที่มีผู้คนเดินเพ่นพ่านอยู่ด้านหน้า ภายในใจของนางคิดเช่นนั้นจริงๆ
ในชีวิตก่อนนางก็ไม่เคยมีความรัก ในชีวิตนี้เองก็เช่นเดียวกัน ซูฉีต้องการเพียงแค่ความเงียบสงบเท่านั้น
“ แต่ว่าการที่สตรีเพียงคนเดียวจะยืนหยัดภายในยุคสมัยนี้มันเป็นเรื่องที่ยากเย็น ”
“ เรื่องนั้นเจ้าเองก็น่าจะรู้ดี ”
“ แน่นอนเจ้าค่ะข้ารู้ดีสิทธิและก็หลายๆอย่างที่สตรีได้รับภายในยุคสมัยนี้มันน้อยเกินไป ”
“ ผู้คนมากมายต่างให้ความสำคัญกับบุรุษมากกว่าสตรี เรื่องนั้นข้ากลับมองเห็นต่างจากคนภายในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เพราะว่าข้าเป็นสตรีแต่ข้ารู้สึกแบบนั้นจริงๆ ”
“ แต่ว่าสตรีเองก็มีสิ่งที่ไม่สามารถทำได้อยู่ไม่ใช่หรือ”
“ แน่นอนเจ้าค่ะสตรีมีสิ่งที่ไม่สามารถทำได้อยู่บุรุษเองก็เช่นเดียวกัน ”
“ แต่ว่าผู้คนภายในยุคสมัยนี้ก็ควรจะให้ความสำคัญกับเราสตรีมากกว่านี้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ อย่างเช่นการสืบทอดตระกูลก็ต้องให้เหล่าบุรุษเป็นคนจัดการ ”
“ เหล่าสตรีภายในตระกูลที่เติบโตมามีหน้าที่เพียงแค่แต่งงานออกไปเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กับตระกูลอื่นๆเท่านั้น ”
“ ข้ามองเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ”
“ เหล่าสตรีเองก็มีความสามารถมากมายเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าหลายๆอย่างมันไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราสตรีพวกนั้นแสดงความสามารถของตนเองออกมา ”
“ วันนี้เจ้าช่างพูดจริงๆ ก็จริงอย่างที่เจ้าพูดสตรีมีความสามารถเองก็มีมากมาย ”
“ ข้าเองก็เคยเห็นกับตามาแล้ว ว่ามีสตรีที่มีความสามารถเป็นอย่างไร ”
“ ท่านเคยเห็นที่ใดเจ้าคะ ”
“ ก็เช่าอย่างไรเล่า ” หวงเจียวลู่แสดงรอยยิ้ม
“ ถ้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ ใช่ เจ้านั่นแหละถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถ ”
“ เจ้าดูสิ่งที่เจ้าทำในตอนนี้สิมีความสามารถมากกว่าบุรุษมากขนาดไหน ข้ามั่นใจว่าบุรุษมากมายภายในแผ่นดินนี้คงจะมีหลายหมื่นหลายแสนชีวิตที่มีความสามารถไม่เทียบเท่าเจ้า ”
“ เจ้าเพียงคนเดียวสร้างกิจการอย่างใหญ่โต แถมยังเป็นคนที่หาเงินเก่งดูจากที่เจ้าต่อรองราคา ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นยังขูดรีดเงินทองจากกองทัพของข้าไปได้มากมาย ”
“ ถ้าเป็นแบบนี้จะไม่เรียกว่าเจ้านั้นมีความสามารถแล้วจะให้เรียกว่าอะไร เจ้านั้นถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถมาก ”
“ อย่างนั้นหรือเจ้าคะข้าก็เพียงทำเพราะว่าดิ้นรนในการมีชีวิตเท่านั้น ”
“ มาอยู่ที่เมืองชายแดนเช่นนี้ถ้าอยากมีชีวิตรอดก็จำเป็นจะต้องทำเช่นนั้น ”
“ อืม…. ”
“ ข้าตอบคำถามท่านแม่ทัพแล้วถ้าเช่นนั้นเรื่องนั้นท่านแม่ทัพโปรดมองข้าม” ซูฉีทักท้วงสัญญาที่แม่ทัพหนุ่มเคยให้กับนางก่อนหน้านี้
“ เข้าใจแล้วข้าจะมองข้ามไปก็แล้วกันว่าเจ้ารู้เกี่ยวกับเรื่องข้าได้อย่างไร ”
“ งั้นข้าขอถามกลับได้หรือไม่เจ้าคะ ”
“ ถามอย่างนั้นหรือถามอันใด? ”
“ ท่านแม่ทัพยังไม่ออกเรือนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” ซูฉีถามกับแม่ทัพหนุ่ม ถึงแม้ว่านางจะรู้อยู่แล้วว่าตามประวัติภายในนิยายแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ยังไม่ออกเรือน
เพราะว่าชื่อเสียงในด้านลบของเขา มันเลยทำให้เขายังไม่มีฮูหยินข้างกาย “ ”
“ ฮ่าๆๆๆๆ ” แม่ทัพหนุ่มหัวเราะดังลั่น
ซูฉีแสดงแววตางุนงงนี่นางพูดอะไรผิดไปหรือไม่
จบบท