เธอหวีดร้องด้วยความใ กลัวอย่างที่สุดเมื่อลงมาเจอผู้ชายตัวโตเข้ามาในบริเวณบ้านยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมเขายังเป็คนที่เธอนึกหวาดระแวงอยู่ก่อนแล้วด้วย ภาพข่าวอาชญากรรมต่างๆนานาที่เคยดูเคยรู้หลั่งไหลเข้ามาในหัวจนเต็มไปหมด
“ชู่ว์ จะร้องเอะอะทำไมคุณ”
ชายหนุ่มปรามเสียงที่ดังคับบ้านของเธอ
“แก แกเข้ามาทำไมในบ้านของฉันตอนดึกๆดื่นๆ แกเป็โจรใช่ไหม แกเป็คนร้ายเป็คนเลวเหมือนที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด”
ชายหนุ่มส่ายหัวกับคำกล่าวหาที่มาเป็ชุดของเธอ แต่นี่ไม่ใช่เื่ที่เขาควรจะสนใจในตอนนี้
“แล้วนี่คุณกำลังจะวิ่งทะเล่อทะล่าออกไปไหน”
คำถามของเขาทำให้หญิงสาวนึกถึงเจตนาแรกของตนขึ้นมาได้
“เพียงพอไม่สบายมาก ฉันจะออกไปเรียกแท็กซี่ พาลูกไปหาหมอ”
“แล้วคุณจะออกไปจากบ้านโดยที่ทิ้งลูกกำลังป่วยหนักไว้คนเดียวอย่างนั้นเหรอ”
ประโยคถามเสียงเข้มราวกับจะตำหนิของเขาทำให้หญิงสาวถึงกับร้องไห้โฮออกมาทีเดียว
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อฉันอยู่กับลูกแค่สองคน แล้วฉันก็อุ้มลูกไปที่ปากซอยไม่ไหว คุณจะให้ฉันทำยังไง ทำยังไง”
เธอตะเบ็งเสียงใส่หน้าเขาอย่างสุดกลั้น ร่างบางสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นๆตบหลังเธอเบาๆอย่างปลอบประโลมอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะปล่อยแล้ววิ่งขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็ว
ขณะนั้นพิมพ์ชนกรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัยที่วาบเข้าในใจอย่างท้วมท้น หญิงสาวยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกตัว รีบวิ่งตามเขาขึ้นไป
“นี่คุณ จะทำอะไรนะ”
เธอเอ็ดเขาเสียงแหวเพราะยังปักใจว่าเขาเป็คนร้ายอยู่ นึกโมโหตัวเองที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์มาด้วย จะได้โทรแจ้งตำรวจ
ร่างสูงของเขาวิ่งเข้าไปในห้องนอนซึ่งเธอไม่ได้ล๊อคประตูไว้ แต่เธอยังตามไปไม่ทันเขาก็วิ่งกลับออกมาโดยอุ้มเอาลูกน้อยของเธอออกมาด้วย พิมพ์ชนกแทบขาอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทีเดียวเมื่อคิดว่าเขาเข้ามาเพื่อลักพาตัวลูกของเธอ นี่ไงล่ะ คือเหตุผลที่เขาเข้ามาตีสนิทกับลูกของเธอ เขาต้องเป็สมาชิกแก๊งลักพาตัวเด็กแน่ๆแต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำซึ่งๆหน้าอย่างนี้
“นี่คุณ วางลูกของฉันลงเดียวนี้นะคุณจะเอาลูกของฉันไปไหน ฉันบอกให้เอาลูกของฉันคืนมาไงล่ะ”
หญิงสาวกรีดร้องเหมือนใจจะขาดทีเดียว ก็ลูกคือยอดดวงใจของเธอนี่นะ
“อย่าพูดมากน่า ตามมาเร็ว”
ชายหนุ่มดุเข้าให้ก่อนเดินลิ่วออกไปจากบ้าน พิมพ์ชนกวิ่งตามทั้งๆที่รู้สึกแทบจะเดินไม่ไหว
ร่างสูงของเขาอุ้มลูกของเธอเดินตรงไปทางปากซอยอย่างรีบเร่ง โดยมีเธอซอยเท้าวิ่งตามเขาไปติดๆทั้งๆที่รู้สึกเหมือนจะก้าวขาไม่ออกอยู่แล้ว แต่ด้วยความรักและเป็ห่วงลูกอย่างท่วมท้นทำให้เธอยังวิ่งตามเขาต่อไปได้
ออกไปถึงปากซอย เวลาเกือบห้าทุ่ม ผู้คนดูบางตา แท็กซี่ไม่ได้ผ่านมาให้เห็นถี่ๆเหมือนตอนกลางวัน พิมพ์ชนกรู้สึกกังวลใจมากมาย ลูกของเธอก็ยังอาเจียนอยู่เป็ระยะๆจนเลอะเทอะเสื้อผ้าของคนตัวโตที่อุ้มอยู่จนเต็มไปหมด วูบหนึ่งที่พิมพ์ชนกฉุกใจคิดว่าทำไมเขาจึงทนยอมขนาดนี้ ในขณะที่คนเป็พ่อแท้ๆกลับไม่เคยสนใจ เธอยังจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ลูกยังเป็ทารก แค่ลูกสำรอกนมออกมาเปื้อนแขนเสื้อเพียงเล็กน้อยคนที่เป็พ่อแท้ๆก็ถึงกับโวยลั่นแบบว่าแทบจะโยนลูกลงกับพื้นเลยทีเดียว
แต่สำหรับเขาคนนี้....
รถแท็กซี่คันที่ว่างแล่นเข้ามาใกล้ เขายกมือขึ้นโบกเป็สันญาณ และเมื่อรถจอดลงริมฟุตบาธใกล้ๆ เขาก็พยักหน้าให้เธอเข้าไปนั่งในรถ ทีแรกหญิงสาวลังเลแต่ถูกเขาสำทับด้วยสายตาดุๆเธอจึงยอมก้าวเข้าไปนั่งในรถและเมื่อเขาอุ้มลูกตามเข้ามาเธอจึงรู้สึกโล่งใจขึ้น