ผู้ชายเฮงซวย
วันนี้ไม่ใช่เพียงวันธรรมดาแต่มันคือวันเกิดของณัฐดนัย แฟนคนแรกของเธอปารีณาเพิ่งก้าวเข้าสู่วัยยี่สิบสามหมาดๆ เป็บัณฑิตป้ายแดงที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาได้ไม่นานเธอตัดสินใจแล้วว่าของขวัญปีนี้จะไม่ใช่เสื้อแบรนด์เนมหรือน้ำหอมราคาแพงเหมือนที่ผ่านมา
แต่จะเป็...ตัวเธอเองที่จะผูกโบว์แดงถวายใส่พานให้เขาการตัดสินใจครั้งนี้เรียกได้ว่าบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต เพราะมันช่างขัดกับคำที่พี่ชายพร่ำกรอกหูอยู่เสมอว่า...
‘เรียนให้จบก่อนค่อยมีผัว’ หรือไม่ก็ขู่หน้าตายว่า...
‘คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาก็กลับมาเลี้ยงวัวเลี้ยงควายที่บ้าน’
คำขู่! ไม่สิ... คำพูดเ่าั้ราวกับสมอเรือที่คอยฉุดรั้งจิตใต้สำนึกไม่ให้เธอลอยเตลิดไปตามแรงอารมณ์
ตลอดเวลาที่คบกันมาสามปีสกินชิปที่ไปไกลที่สุดจึงหยุดอยู่แค่การจูบดูดิญญาจนปากเปื่อย และก็ยอมปล่อยให้มือปลาหมึกของเขาเข้ามาทำความคุ้นเคยกับความอวบอิ่มบนเรือนร่างพอให้แก้ขัดเท่านั้น
จะบอกว่าแฟนหนุ่มเป็พระอิฐพระปูนไม่เคยร้องขอ... เื่อย่างว่ากับเธอเลยก็คงโกหกณัฐดนัยเพียรพยายามขอมีสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งกับเธออยู่บ่อยครั้งแต่สติของเธอก็คอยดึงเบรกไว้ได้ทุกทีซึ่งเขาก็แสนดีไม่เคยดึงดันทำเกินกว่าที่เธออนุญาต
และนั่นแหละเขาถึงควรได้รางวัลตอบแทนความแสนดี...
ร่างสะโอดสะองอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวสะอาดตาขับเน้นผิวกายที่ขาวผ่องเป็ยองใยตามแบบฉบับสาวเหนือให้ยิ่งดูโดดเด่นแต่ไฮไลต์อยู่ที่โบว์ผ้าสีแดงสดอันเบ้อเริ่มเทิ่มแปะอยู่กลางอกเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มตรงหน้าอยากแกะ... ของขวัญ ชิ้นนี้ใจจะขาด
ถึงกระนั้นสิ่งที่ขโมยซีนที่สุดคงหนีไม่พ้นเต้าอวบอิ่มที่เกินกว่าคนปกตินิดหน่อยดันทรงโผล่พ้นขอบชุดดึงดูดสายตาจนไม่อาจละไปมองสิ่งอื่นได้
มือหนาที่สั่นพร่าด้วยความหิวกระหายลูบไล้ไปตามเรือนร่างสะโอดสะอง ก่อนจะหยุดลงที่โบว์ผ้าสีแดงสดสายตาของเขาจดจ้องเนินเนื้อนุ่มที่ล้นทะลักโผล่พ้นขอบชุดราวกับเสือโหยที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ...
ในที่สุดปราการด่านแรกก็พ่ายแพ้...สายเดี่ยวเส้นบางถูกร่นลงไปกองอยู่ที่เอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นเนินเนื้อนุ่มขาวผ่องราวกับมาร์ชเมลโลว์โดยมีเพียงซิลิโคนปิดจุกชิ้นจิ๋วแปะทับยอดถันสีหวานเอาไว้
ทว่าแม้ใจจะสู้แต่ร่างกายกลับทรยศ ปารีณายืนตัวสั่นเทา แววตาสวยไหวระริกไม่ต่างจากกระต่ายน้อยที่เพิ่งรู้ตัวว่าเดินหลงเข้ามาในถ้ำเสือแน่นอนว่าณัฐดนัยที่ประสบการณ์โชกโชนกว่าถึงกับหลุดยิ้มเอ็นดู
“เป้ยไม่ต้องกลัวนะ... พี่จะทำเบาๆ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า สายตาหวานเยิ้มหยดย้อยจ้องมองเธอเหมือนเสือโหยที่เจอเนื้อเกรดพรีเมียม
มือหนาเริ่มปฏิบัติการนาบขยำลงบนเต้านุ่มหยุ่นอย่างมันเขี้ยวััเด้งสู้มือทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่งเพราะความหิวกระหาย
ปลายนิ้วสากเริ่มสะกิดขอบซิลิโคนชิ้นสุดท้ายเตรียมกระชากหน้ากากที่ขวางกั้นนั้นออกไปให้พ้นทาง
แต่ทันใดนั้น!...
ปัง! ปัง! ปัง! ~
เสียงทุบประตูที่ดังสนั่นราวกับจะพังทลายกำแพงทำเอาบรรยากาศสวาทชะงักกึกกะทันหัน!
“พี่นัท! อยู่ข้างในใช่ไหม?ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
พรึบ! ~
ชายหนุ่มทะลึ่งพรวดขึ้นจากเตียงราวกับติดสปริงทันทีที่สิ้นเสียงแผดร้องของผู้หญิงคนนั้นใบหน้าที่เคยฉายแววหิวกระหายเปลี่ยนเป็ซีดเผือด ช็อกสุดขีดจนเก็บอาการไม่อยู่ ปารีณาเองก็ใจหายวับไม่ต่างกัน
“พี่นัท! หมิวรู้นะว่าพี่อยู่ในนั้น ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ปัง! ปัง! ปัง! ~
น้ำเสียงที่แผดลั่นทะลุบานประตูเข้ามาเปี่ยมไปด้วยโทสะคุกรุ่นราวกับพร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่คำถามที่ดังยิ่งกว่าเสียงทุบประตูในใจของปารีณาก็คือ...ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร?
ปารีณาได้สติรีบถกชุดเดรสจากเอวขึ้นมา จัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ณัฐดนัยยังคงยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยแรงปรารถนา บัดนี้เต็มไปด้วยความลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด
“เดี๋ยวๆๆ!เป้ยอย่าเพิ่งเปิด” เขาถลันเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแววตาตื่นตระหนกเหมือนคนเห็นผี “อย่าเพิ่งเปิด...”
“ปล่อย…” เสียงหวานที่เคยออดอ้อน บัดนี้กลับเ็า
“พี่อธิบายได้นะเป้ย... พี่อธิบายได้”
ปารีณาสะบัดแขนออกอย่างแรงไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ เธอก้าวฉับๆ ไปปลดล็อกและกระชากบานประตูเปิดออกทันที!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างแทบถลนภาพตรงหน้าคือ... หญิงสาวท้องโต ใบหน้าหม่นหมองเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
“พี่นัท...”เสียงตวาดแผดลั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็เสียงสะอื้นฮึกแววตาที่พร่ามัวด้วยม่านน้ำตาจ้องเลยไหล่ปารีณาไปยังชายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะตวัดขวับกลับมาจ้องหน้าเธอแววตาเศร้าสร้อยพลันวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้นเกลียดชังในพริบตา
ไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆจากปากชายหนุ่ม ณัฐดนัยเปลี่ยนสีหน้าเป็ถมึงทึงทันควันเขาไม่แม้แต่จะปรายตามาสบตากับปารีณาเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงก้าวอาดๆออกไปคว้าท่อนแขนของสาวท้องโต แล้วออกแรงกระชากให้เดินตามเขาไปทันที
พรึ่บ! ~
สาวท้องโตสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง
“ไม่!พี่นัทต้องอธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่านังนี่มันเป็ใคร?!” เสียงตวาดแผดลั่น ก่อนที่เ้าของร่างอวบอุ้ยอ้ายจะเหยียดสายตาจิกทึ้งมาที่ปารีณาอย่างไม่ปิดบังความรังเกียจ“ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือยังไง? ถึงหน้าด้านมา... แบ ...ให้ผัวคนอื่นแบบนี้”
พร้อมกวาดสายตาโลมเลียเชิงเหยียดหยามไล่มองปารีณาั้แ่หัวจรดจุดกึ่งกลางลำตัว...
ไม่ต้องมีคำแปลก็รู้ว่าสายตานั้นจงใจสื่อถึงอะไรแววตาหยามเหยียดและคำด่าทอนั้นทำเอาปารีณารู้สึกเหมือนถูกจับแก้ผ้าประจานกลางสี่แยกไฟแดง
ทั้งช็อกจากที่โดนดูถูกและช็อกยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มที่แสนดีกำลังจะมีลูก!... มีเมียอยู่แล้ว!
ไอ้ผู้ชายสารเลว!
ถ้าเธอรู้หรือระแคะระคายสักนิด...ไม่มีวันที่คนอย่างเธอจะยอมลดตัวลงมาทำเื่สิ้นคิดแบบนี้แน่!
“ฉันไม่รู้...”
เพียะ! ~
ว่าเขามีเมีย...
คำพูดยังไม่ทันหลุดพ้นลำคอใบหน้าของปารีณาก็หันขวับตามแรงตบที่ฟาดลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในความเงียบ
ทิ้งไว้เพียงความแสบชาที่แล่นริ้วไปทั่วซีกหน้ามือบางยกขึ้นทาบแก้มตัวเองโดยสัญชาตญาณ
“หมิว! เลิกบ้า!” เสียงตะคอกของชายหนุ่มดังขัดขึ้นเขารีบถลันไปคว้าแขนคนที่ประกาศตัวว่าเป็เมียไว้แน่นกัดฟันกรอดพูดลอดไรฟันอย่างสะกดอารมณ์ พลางกวาดสายตามองซ้ายขวาอย่างลุกลี้ลุกลนเมื่อเห็นว่าผู้คนในชั้นเริ่มแง้มประตูออกมามุงดูมหรสพฉากเด็ด “กลับไปคุยที่บ้าน!”
น่าสมเพช...น่าสมเพชที่สุด
วินาทีนั้นปารีณารู้สึกอายแสนอาย...ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตต้องมาเจอเหตุการณ์น่าอับอายอะไรแบบนี้
“หมิวอุ้มท้องโตขนาดนี้ พี่ยังมาซุกอยู่กับผู้หญิงคนอื่นได้อีกเหรอจิตใจทำด้วยอะไรฮะ!” มือน้อยที่สั่นเทาระรัวระดมทุบลงกลางอกกว้างของคนเป็สามีอย่างบ้าคลั่งหวังระบายความอัดอั้นที่จุกแน่นอยู่ในอก
ในขณะที่ปารีณายังคงจุกจนพูดไม่ออกสมองของเธออื้ออึงไปกับความจริงที่เพิ่งถูกกระชากหน้ากาก
ใบหน้าสวยร้อนผ่าวจนแยกไม่ออกว่ามันคือความโกรธความอับอาย หรือความเสียใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันแน่
“หมิว! กลับ!” เขาตะคอกเสียงแข็ง
“ไม่! หมิวจะไม่ไปไหนจนกว่าพี่จะอธิบายให้รู้เื่!”
“งั้นอยากอยู่ก็เชิญ!” ชายหนุ่มสะบัดหัวอย่างหมดความอดทนก่อนจะหันหลังเดินหนีเอาตัวรอดไปดื้อๆ โดยไม่สนใจไยดีสาวท้องโต และแน่นอน...เขาก็ไม่ปรายตามาสนใจปารีณาแม้แต่วินาทีเดียว
“พี่นัท...”เพียงแค่ผู้เป็สามีเดินทิ้งระยะห่างออกไป สาวท้องโตก็รีบวิ่งเตาะแตะตามไปติดๆทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและสายตาใคร่รู้ของคนร่วมชั้นที่ยังคงแง้มประตูจับจ้องมหรสพฉากนี้
ไม่มีคำพูดใดอธิบายจากปากผู้ชายที่เธอเคยเรียกว่า...แฟน
ปารีณายืนนิ่งงันมือเท้าเย็นเฉียบจนชาหนึบราวกับเืในกายหยุดหมุนเวียน รู้ตัวอีกทีน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ร่วงเผาะไหลอาบแก้มที่ยังคงเห่อแดงจากแรงตบ
มันเป็ความเจ็บทางกายที่เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกทางใจ...แล้วทิ้งให้ตายทั้งเป็อยู่เพียงลำพัง
มันคือความโชคร้ายในความโชคดีอย่างน้อย์ก็ยังเมตตาให้เธอตาสว่างเห็นสันดานสารเลวๆ ของเขาก่อน... ก่อนที่จะตัดสินใจมอบครั้งแรกเป็ของขวัญวันเกิดให้คนพรรค์นั้น!
แผนการปักหลักสร้างครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพฯพังทลายลงไม่เป็ท่า เพราะคนที่เธอมองไปถึงการแต่งงานด้วย ตอนนี้กลับมีเมียตัวจริงไว้อยู่แล้วหยาดน้ำตาและความอับอายถูกแปรเปลี่ยนความเข้มแข็งที่ถูกรีดเค้นขึ้นมา
ปารีณารีบจัดการกวาดเสื้อผ้าและข้าวของจำเป็ยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบโตเตรียมมุ่งหน้ากลับจังหวัดน่านบ้านเกิดในทันที
ใครจะไปคิดว่าลูกชายเ้าของหอพักโปรไฟล์ดีที่เธอเช่าอยู่มาตลอดสี่ปีจะซ่อนเขี้ยวเล็บได้แเีระดับรางวัลออสการ์
เขาเพียรเทียวไล้เทียวขื่อจีบเธออยู่หลายเดือนจนเธอใจอ่อนยอมคบหาและตลอดสามปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยเผยพิรุธให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ถ้าความจริงไม่ฟาดหน้าเข้าวันนี้...อนาคตของเธอก็คงจบลงที่สถานะเมียน้อยแบบไม่รู้ตัว
แม้แรงสั่นะเืจากสมาร์ตโฟนแจ้งเตือนรัวๆหน้าจอปรากฏข้อความจากณัฐดนัย ที่เพียรส่งมาอ้อนวอนขอโอกาสอธิบายแต่สิ่งเดียวที่เธอเลือกตอบกลับไปคือความชัดเจนที่แฝงไปด้วยความรังเกียจ
Pei:
ไอ้ผู้ชายเฮงซวย
ชาตินี้อย่ามาเจอกันอีกเลย
นิ้วเรียวรีบกดบล็อกทุกช่องทางการติดต่อจากอดีตแฟนคนแรกในทันที
วินาทีนี้สมองสั่งการแค่ว่าต้องเผ่นไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผู้ชายหน้าไม่อายจะโผล่มาหลอกหลอนเธอถึงห้องเพราะอย่างไรเสีย หอพักแห่งนี้แม่ของเขาก็เป็เ้าของ
ปารีณากระชากประตูขึ้นรถยนต์ส่วนตัวอย่างไม่ลังเลสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมกับระบายความอัดอั้นที่จุกอกลงในกรุ๊ปไลน์เพื่อนสนิทแจ้งข่าวร้ายให้ทุกคนทราบว่า... แผนเคานต์ดาวน์ปีนี้พังพินาศไม่มีชิ้นดีแล้ว
Pingpong:
ไม่อยากจะคิดเลย
ถ้าเมียมันไม่บุกไปหา
ป่านนี้แกจะเป็ยังไง
Baibua:
ถือว่าฟาดเคราะห์ล้างซวยส่งท้ายปีเว้ยแก
เริ่มปีใหม่กับคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม
Sheryn:
สารเลวได้โล่จริงๆ ไอ้พี่นัท
Pei:
ฉันขอให้ชาตินี้
อย่าเจอะอย่าเจอกันอีกเลย
Sheryn:
อยู่ปาร์ตี้เคานต์ดาวน์ด้วยกันก่อนสิ
ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่เคานต์ดาวน์กับเพื่อนแต่กว่าจะถึงวันนั้นเธอคงไร้ที่ซุกหัวนอน เพราะทันทีที่ตัดสินใจจากมาเธอก็แจ้งคืนห้องพักไปเรียบร้อยแล้ว
เธอไม่อาจแบกรับความเสี่ยง...ที่จะต้องเจอหน้าผู้ชายเฮงซวยคนนั้นได้อีกแม้แต่วินาทีเดียวครั้นจะไปขออาศัยบ้านเพื่อน เธอก็เกรงใจเกินกว่าจะหอบเอาความทุกข์ไปหย่อนทิ้งไว้ให้ใคร
Pei:
ไว้ปีหน้านะพวกแก
Baibua:
มาแก มาปาร์ตี้ประชดรัก
เอาให้ได้แฟนใหม่กลับไปเลย
Pei:
เข็ดแล้วค่ะ
ไม่อยากมีแฟนแล้ว
Pingpong:
อย่าเข็ดค่ะ ผู้ชายดีๆ ยังมีอยู่ค่ะ
Baibua:
เหมือนพี่คิมใช่มั้ยคะ
Pingpong:
ถูกค่ะ ของดีต้องอวดเนอะ
Baibua:
อิจฉาค่า
คำหยอกล้อของเพื่อนรักทำให้ปารีณาหลุดยิ้มบางๆ ออกมาได้เป็ครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อน...และนั่นอาจเป็สิ่งเดียวที่ช่วยประคองหัวใจพังๆ ของเธอไว้ได้ในตอนนี้
มือบางปาดน้ำตาที่ยังรินไหลอย่างลวกๆเธอเข้าใจดีว่าที่เพื่อนยุให้มีแฟนใหม่ ก็เพื่อใช้ความรักครั้งใหม่มาเยียวยาาแของคนเก่า
แต่นิยายรักสามปีไม่ใช่เื่สั้นสามวันมันนานพอที่จะผูกพัน นานพอจะวาดอนาคตในหัว และนานพอจะทำให้หัวใจมันเจ็บจริง
กระนั้นเธอก็ไม่คิดจะเปิดโอกาสให้คนเลวๆกลับมาแก้ตัว ส่วนหนึ่งเพราะกลัวความใจอ่อนของตัวเองจะกลับมาทำงาน แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความเห็นใจที่มีต่อผู้หญิงท้องคนนั้น
ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของเื่ราวจะบิดเบี้ยวเป็มายังไงแต่ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน เธอย่อมเข้าใจหัวอกของอีกฝ่ายได้ดีที่สุด
ปารีณาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกพละกำลังที่หลงเหลืออยู่ก่อนจะเหยียบคันเร่งบังคับพวงมาลัยเคลื่อนรถออกจากหอพักที่เต็มไปด้วยเศษซากความฝัน
ทว่าเมื่อสติเริ่มเข้าร่างความกังวลใหม่ก็เริ่มก่อตัว... หากเธอกลับบ้านไปในสภาพบอบช้ำเช่นนี้พ่อกับแม่คงไม่สบายใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ และที่น่าห่วงยิ่งกว่า... คือพี่ชายของเธอหากรู้เื่นี้เข้า มีหวังณัฐดนัยคงไม่มีโอกาส ได้เดินเหินบนโลกใบนี้อย่างครบสามสิบสองแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น...ที่บ้านไม่เคยมีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเธอแอบมีแฟน
เมื่อกลับบ้านที่น่านก็ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้... ปารีณาจึงได้แต่ขับรถล่องลอยหนีความเลวร้ายไปตามทางเรื่อยเปื่อยรู้ตัวอีกทีสองข้างทางก็เปลี่ยนเป็ป่าเขาและป้ายบอกทางก็เตือนว่าเธอแล่นเข้าสู่เขตจังหวัด... พิษณุโลก เสียแล้ว
ท่ามกลางบรรยากาศปลายปีแบบนี้สถานที่ที่เหมาะแก่การปล่อยใจให้จมดิ่งและรับบทนางเอกมิวสิควิดีโอที่ช้ำรักเห็นจะเป็ที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก... บ้านร่องกล้า
การได้นั่งโง่ๆรับลมหนาว มองดูดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพู...คงพอช่วยบรรเทาความเจ็บช้ำได้บ้างล่ะมั้ง
สีชมพูงั้นเหรอ?...
ฟังดูเหมือนจะเหมาะกับคนมีความรักมากกว่า
แต่พอมาคิดดูอีกทีมันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปสำหรับคนเพิ่งอกหักมาหมาดๆ ถือเสียว่าเป็การเยียวยาที่สงบเงียบไม่ต้องมีใครมาตั้งคำถาม และไม่ต้องเอ่ยปากอธิบายความโง่เขลาของตัวเองให้ใครฟัง...
แต่เพราะการเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นปุบปับราวกับพายุเข้าไม่ได้มีการเตรียมจองห้องพักไว้ล่วงหน้า ผลลัพธ์ที่ได้จึงเดาไม่ยาก… ห้องพักเต็มเกลี้ยงเหลือเพียงลานกางเต็นท์เท่านั้น
เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องน้อมรับชะตากรรมเพราะไหนๆ ก็ดั้นด้นมาถึงนี่แล้ว แม้ว่าตลอดทั้งชีวิตปารีณาจะไม่เคยััการนอนเต็นท์เลยก็ตาม
ยังถือว่า์พอมีเมตตาอยู่บ้างที่ทางที่พักมีบริการให้เช่าอุปกรณ์พร้อมเ้าหน้าที่กางให้เสร็จสรรพไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอคงได้นอนกอดเข่าหนาวตายอยู่ข้างรถแน่ๆ
บรรยากาศยามโพล้เพล้ท้องฟ้าถูกแต้มด้วยสีส้ม สีเหลือง และสีแดงไล่เฉดสีราวกับจิตรกรตั้งใจสะบัดพู่กันระบาย โทนสีเ่าั้ช่างกลมกลืนกับดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งทั่วผืนเขา
มันงดงามเสียจนปารีณาเผลอปล่อยใจทอดมองอย่างลืมตัว
ร่างบางนั่งนิ่งทอดสายตามองขอบฟ้าลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกพรูออกมาแ่เบาหวังให้มันพัดพาความเศร้าที่อัดแน่นอยู่ในอกให้ลอยหายไปพร้อมกับสายลมหนาว
“ผมขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ?”เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านข้าง
“...” ทำให้ปารีณาสะดุ้งหลุดจากภวังค์เธอหันขวับไปมองเ้าของเสียงโดยอัตโนมัติ
“พอดีโต๊ะอื่นเต็มหมดแล้วน่ะครับเห็นคุณนั่งอยู่คนเดียว... น่าจะพอมีที่ว่างเหลือให้ผมบ้าง”
โอ้โห...หล่อเกินต้านไปไหมเนี่ย!
-------
มี E-Book ใน Meb
#เผลอรัก...โดยตั้งใจ
-------