เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    บทที่ 28

    บทที่ 28 ตำหนักเหลี่ยมขนาดใหญ่ประตูสีแดงเบื้องหน้าที่ค่อยๆถูกดันเปิดเข้ามาสูู่ด้านใน เท้าของบุรุษที่ย่างกายเข้ามาในสถานที่หวงห้าม ดวงตาของหยางหลงได้มองทอดยาวเข้ามาภายในท้องพระคลัง กองเหรียญทองขนาดใหญ่ได้ถูกไว้ทับกันจนกลายเป็นภูเขาอันใหญ่โตมันสว่างสไวจนทำให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความสว่าง เมื่อได้มองดูแล้วหยางหลงก็ประเมินคราวๆน่าจะมีผู้สักประมาณหนึ่งล้านเหรียญทอง นี่ยังไม่นับรวมกับพวกทองคำก้อนที่มีมากพอกัน นัยน์ตาของบุรุษหนุ่มกำลังสะท้อนภาพภูเขาเหรียญทองอยู่ภายในดวงตานั้น ทรัพย์สมบัติมากมายถูกเก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้นั่นทำให้ดวงตาของหยางหลงงั้นเปล่งประกายขึ้นมาทันที แต่เขานั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะขโมยสมบัติเหล่านี้เพราะสำหรับเขาแล้วเงินทองพวกนี้เขาสามารถหาได้อย่างง่ายดายเมื่อทุกอย่างที่เขานั้นเตรียมการเอาไว้เข้าที่เข้าทาง สิ่งเดียวที่เขานั้นปรารถนาจากที่นี่ก็คืออาวุธชั้นเยี่ยมที่ถูกราชวงศ์นั้นรวบรวมเก็บเอาไว้ภายใต้การปกครอง หยางหลงได้ดึงสติของตนเองกลับมาเขานั้นเดินตรงไปด้านหน้าเพื่อตามหาสิ่งที่ตนเองนั้นต้องการ บุรุษในชุดดำนั้นเดินผ่านกองทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลที่อยู่เบื้องหน้าไปทางด้านหลัง สิ่งที่อยู่ด้านหลังของกองทรัพย์สมบัติมากมายนั่นคือสิ่งที่เป็นของสะสมของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันและเป็นสิ่งที่หยางหลงนั้นต้องการ อาวุธชั้นเยี่ยมมากมายถูกเก็บไว้ภายในท้องพระคลังอย่างนี้พวกมันได้ถูกจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีเบื้องหน้าของเขา เมื่อหยางหลงได้ใช้สายตากวาดมองรอบๆอย่างถี่ถ้วนแล้ว ดูจากจำนวนน่าจะมีสักราวๆร้อยชิ้น อาวุธฉันเยี่ยมที่อยู่เบื้องหน้าของเขานั้นมีอยู่มากมายหลายชนิดตั้งแต่ ดาบ มีด มีสั้น ง้าว ทวน กระบี่ ของเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นมาด้วยวัสดุที่พิเศษและหาได้ยาก ลักษณะของพวกมันนั้นแตกต่างจากอาวุธธรรมดาทั่วไป ทั้งลวดลายความแข็งแกร่งและความปราณีตในการทำ หยางหลงที่ยืนนิ่งอยู่สักพักได้ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเหล่าอาวุธชั้นเยี่ยมที่อยู่เบื้องหน้าของตนเอง ดวงตาของหยางหลงนั้นเปล่งประกายยิ่งกว่าการได้พบเจอกองสมบัติเบื้องหน้าเสียอีก เมื่อเข้าไปใกล้เหล่าอาวุธชั้นเยี่ยมแล้ว เขาเริ่มใช้ดวงตาของตนเองนั้นมองเรียงไปที่พวกมันอย่างละเอียดลออ ของพวกนี้ส่วนใหญ่เขาก็เคยพบเห็นมันมาจากความทรงจำของบุรุษปริศนาที่เขาได้รับมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังมีบางชิ้นที่เขานั้นยังไม่เคยพบเห็นมันมาก่อนจะความทรงจำของบุรุษผู้นั้น หยางหลงนั้นก็ไม่รู้สึกประหลาดใจอะไร ไม่มีทางที่คนผู้หนึ่งจะสามารถรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับโลกอันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้ทั้งหมด หยางหลงเริ่มมองไล่เรียงอาวุธเหล่านั้น ดาบหยกเขียว ดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการนำหยกสีเขียวชั้นเยี่ยมนับพันชิ้นหลอมรวมเป็นหนึ่งแล้วแกะสลักมันให้กลายเป็นเอาชิ้นหนึ่ง มันมีความแข็งแกร่งมากกว่าดาบธรรมดาหลายสิบเท่า คันธนูพฤกษา คันธนูที่ทำมาจากรากของต้นไม้โบราณที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี มันคือคันธนูที่เหมือนกับธนูไม้ธรรมดาธรรมดาที่มีเถาวัลย์พันรอบ ด้วยความเหนียวและความแข็งแกร่งของรากต้นไม้พันปีมันสามารถทำให้เวลาง้างคันธนูจะสามารถง้างได้มากกว่าคันทั่วไปหลายเท่าทำให้มีพลังในยิงลูกศรออกไปรุนแรงกว่าคันธนูธรรมดาหลายเท่า ทันใดนั้นเองหยางหลงก็ได้เหลือบไปเห็นกับอาวุธชิ้นหนึ่งที่ถูกแขวนติดไว้ครับเป็นผนัง มันคือโล่ขนาดใหญ่ที่มีลวดลายเป็เหมือนกับเกล็ดสีดำของอะไรสักอย่าง เมื่อตรองดูแล้วแม้จะเพียงนิดเดียวเคยเห็นจากความทรงจำของบุรุษผู้นั้นเพียงครู่เดียวแต่หยางหลงก็นึกถึงอาวุธชั้นนี้ขึ้นมาได้ มันคือโล่เกล็ดมังกรดำ โล่ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับตัวคนว่ากันว่าวัสดุที่ใช้สร้างโล่ชนิดนี้ขึ้นมามันคือเกล็ดของมังกร แต่นั้นมันก็เป็นเรื่องที่นานมาแล้วมิไม่ผู้ใดรู้ว่าสิ่งที่นำมาสร้างโล่อันนี้ขึ้นมา จะใช้เกล็ดมังกรจริงๆหรือเปล่า โดยตามคำบอกเล่าแล้วโล่อันนี้สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกชนิดไม่มีการโจมตีชนิดใดที่สามารถทะลุผ่านการป้องกันของมันเข้ามาได้ แต่หยางหลงก็ได้เพียงมองดูมันเท่านั้นเพราะเขาคงจะไม่มีปัญญานำมันออกไปสถานที่แห่งนี้ เขาได้เดินดูอาวุธชนิดอื่นต่ออย่างใจเย็น จนกระทั่งเขานั้นได้มาพบกับของที่น่าจะนำพามันออกไปได้อย่างง่ายดาย มันคือ พัดหยกราตรี สิ่งนี้เป็นพัดที่ทำมาจากหยกราตรีที่เป็นหยกที่หาได้ยากยิ่งในยุทธภพ ว่ากันว่ามันจะส่องแสงสว่างสีขาวในยามราตรีเท่านั้น เมื่อหยางหลงนั้นเอื้อมมือไปหยิบมันมาเขาได้กางมันออกเพื่อชมมันอย่างใกล้ๆ เมื่อมันถูกหางออกบริเวณตัวพักนั้นเป็นรูปวาดของมังกรสีดำที่สง่างาม ก็จริงอยู่ที่พัดหยกราตรีนี้จะไม่สามารถใช้เป็นอาวุธที่ทรงอนุภาคเท่ากับพวกกระบี่หรือดาบ แต่มันก็พกพาได้ง่ายสำหรับเขา เมื่อพกมันติดตัวกลับไปด้วยมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเพียงเก็บมันไว้ภายในเสื้อเขาก็สามารถเลือกอาวุธไปได้อีกชิ้นนึง หลังจากนำพัดหยกราตรีเก็บไว้ภายในเสื้อของตนเองแล้ว หยางหลงก็ได้เดินหาอาวุธที่ตนเองต้องการต่อ ขนาดที่กำลังเดินชมอาวุธต่างๆอยู่นั้นมีสิ่งบางอย่างดึงดูดให้ดวงตาของเขานั้นหันไปมองกับอาวุธชิ้นหนึ่ง มันเป็นไม้เท้าที่เหมือนกับเถาวัลย์มาพันรวมกันเท่านั้น หยางหลงไม่เคยเห็นสิ่งๆนี้มาก่อนเขานั้นเดินเข้าไปใกล้ๆมันเพื่อจะมองดูอย่างละเอียด หลังจากที่ได้มองดูแล้วหยางหลงไม่รู้สึกถึงความพิเศษของมันเลยสักนิด แถมตำแหน่งที่วางของมันราวกลับว่ามันถูกทิ้งขว้างมานานแล้ว แต่ภายในใจของเขาเองก็รู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดให้ดวงตาของเขานั้นจับจ้องไปที่มัน หยางหลงได้จ้องไม้เท้าเก่าๆนั้นอยู่สักพักใหญ่ๆ ในขนาดนั้นเองเขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งตรงมาทางท้องพระคลังแห่งนี้ เขาไม่ได้คิดไปเองแน่นอนหยางหลงมั่นใจเช่นนั้น บุรุษที่กำลังตื่นตระหนกเขานั้นไม่มีเวลาที่จะตัดสินใจแล้ว หยางหลงเลือกที่จะคว้าไม้เท้าเก่าๆอันนั้นแล้วรีบวิ่งออกมาจากท้องพระคลังทันที เมื่อวิ่งออกมาจนถึงประตูสีแดงบานใหญ่ด้านหน้า ปรากฏว่าเหยียนหานนั้นยังคงยืนดูต้นทางอย่างสบายใจ หยางหลงรีบนำผ้าพื้นสีดำสนิทที่เตรียมมาก่อนแล้วขึ้นมาปิดใบหน้าของตนเองเอาไว้ “ เจ้ารีบไปซะเหยียนหานกำลังมีคนมุ่งตรงมาทางนี้.... ” หยางหลงเอ่ยด้วยท่าทางตื่นตระหนก เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหยียนหานก็ไม่รีรอหรืออยู่ซักถามอะไรเขารีบวิ่งออกไปจากบริเวณนี้ทันที ในขณะที่ร่างของเหยียนหานนั้นพ้นเข้าไปในเงามืด สิ่งที่หยางหลงนั้นคิดก็เป็นจริงบุรุษผู้แสนน่ายำเกรงกำลังพุ่งตรงมาทางเขาด้วยวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ ผมสีน้ำตาลเข้มใบหน้าที่มีหนวดเขาอยู่ปะปรายร่างกายที่กำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามแม้จะสวมทับโดยชุดเกราะอันหนาแน่นก็สามารถมองเห็นมัดกล้ามเหล่านั้นได้ด้วยตาเปล่า หยางหลงรู้จักชายผู้นี้ภายในความทรงจำของหยางหลงนั้นเคยพบเจอชายผู้นี้อยู่ครั้งแต่ไม่รู้จักชื่อ เขานั้นมีตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพของวังหลวงแห่งนี้ บุรุษผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและพุ่งตรงเข้ามาใส่ร่างของหยางหลงด้วยความรวดเร็ว เมื่อเข้ามาเผชิญหน้ากันใกล้ๆการประมือก็เข้ามาถึง ทั้งสองนั้นต่างแลกหมัดกันอย่างดุเดือด โดยระหว่างที่กำลังแลกหมัดกันอยู่นั้นหยางหลงก็รู้สึกได้ถึงความเสียเปรียบของตน อีกฝ่ายมีเพลงหมัดที่เหนือขั้นกว่าเขา จริงอยู่ที่หยางหลงนั้นได้เรียนรู้วรยุทธประเภทหมัดหรือมือเปล่ามามากพอสมควรแต่เขานั้นก็ไม่ได้ฝ่าอย่างจริงจัง สิ่งที่เขานั้นจะฝึกมากที่สุดก็น่าจะเป็น‘ฝ่ามือมังกรแปดเซียน’ที่เขากำลังใช้รับมือบุรุษผู้นี้อยู่ แม้แต่‘ฝ่ามือมังกรแปดเซียน’ที่ตนนั้นใช้รับมืออยู่เขาก็ยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่าขั้นหนึ่ง ฝ่ามือมังกรแปดเซียนเป็นท่าการโจมตีด้วยฝ่ามือในครั้งเดียวโดยการรวบรวมลมปราณทางร่างกายแล้วปล่อยออกไปทางฝ่ามือ มันมิใช่วรยุทธที่จะใช้ต่อกรในหลายสิบกระบวนท่าเช่นนี้ มันเดินทางมาถึงกระบวนท่าหนึ่งของการต่อสู้ อีกฝ่ายได้ออกหมัดขวาตรงมาใส่บริเวณใบหน้าของหยางหลงแต่เขาก็สามารถใช้มือปัดป้องมันได้อย่างทันควัน ชั่ววินาทีนั้นเองจุดบอดของร่างกายของอีกฝ่ายก็เปิดกว้างขึ้นหยางหลงใช้โอกาสนี้ถีบเข้าไปที่หน้าอกของรองแม่ทัพตรงหน้า ตึง!!! ร่างของบุรุษผู้เคร่งขรึมได้กระเด็นออกไปจากร่างของหยางหลง ร่างของเขานั้นได้กลิ้งไปกับพื้นแต่การโจมตีนั้นก็มิได้ทำอันตรายให้กับรองแม่ทัพผู้นี้มากนักเขารีบลุกขึ้นมาทันที แต่เมื่อสายตาของรองแม่ทัพใหญ่แห่งวังหลวงได้เงยมองขึ้นมาเช่นเดิมเบื้องหน้าของเขามิเห็นร่างของบุรุษชุดดำอยู่บริเวณนั้นแล้วใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเอี้ยวหูฟังเขาก็มิไม่ได้ยินเสียงของสิ่งชีวิตอยู่แถวนี้แล้วเหลืออยู่เพียงสายลมที่พัดผ่านในยามราตรีเท่านั้น ไม่นานนักพวกทหารก็พากันวิ่งมามากมาย “ ออกตามหาคนสวมใส่ชุดสีดำให้ทั่ว!!! ” รองแม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยเสียงหนักแน่น “ ขอรับ!!! ” เหล่าทหารพากันขานรับอย่างพร้อมเพรียง จบบท