“ฉันลงก่อน ส่วนเธอลงทีหลัง ห้ามลงพร้อมฉันเด็ดขาด ยอมให้นั่งมาด้วยดีเท่าไหร่แล้ว” เขาว่าเหยียดปากให้ก่อนเปิดประตูออกไป เสียงสาว ๆ กรี๊ดจนหูแทบแตก พอเหวินหลงเดินไปพวกนั้นก็ตามเป็พรวน เหม่ยอิงจึงเปิดประตูออกมาโดยไม่มีใครสนใจ เธอเดินก้มหน้าเข้าอาคาร
“เหม่ยอิง ง” เสียงเม่ยเม่ย กับซิ่วเหลียน ที่ยืนเกาะกันอยู่สองคนกวักมือเรียกเธอ สองสาวนั่นก็แอบชอบเหวินหลงด้วย เหม่ยอิงเดินไปหาเพื่อน ๆ
“เธอขึ้นรถมากับเหวินหลงด้วยเหรอ” เม่ยเม่ยถามเสียงตื่นเต้น
“อือ” เหม่ยอิงตอบรับสีหน้าเซ็ง สองสาวมีดวงตาเป็ประกายขึ้นมาเชียว
“ท่านประธานสั่งให้ฉันไปอยู่ที่นั่น ช่วยติวหนังสือให้เขา”
“ฮ้า! ดีจังเลย ได้อยู่บ้านเดียวกับคุณชายเหวินหลงด้วย” เม่ยเม่ยทำท่าเคลิ้ม
“ดีอะไรล่ะสยองขวัญล่ะไม่ว่า เขาร้ายจะตาย” ทั้งสามเดินกันไปคุยกันไปที่ห้องอาหารของโรงเรียน ที่สุดหรูแห่งนี้ ที่นี่มีแต่ลูกท่านหลานเธอทั้งนั้นที่มีสิทธิ์เข้าเรียนด้วยค่าเทอมที่แพงหูฉี่ ห้องเรียน ห้องอาหารต่าง ๆ หรูหรา
และมีการสอนหลากหลาย โรงเรียนแห่งนี้เป็ของตระกูลหยู
เพราะงั้นเหวินหลงจึงเป็ที่กรี๊ดกร๊าดอันดับหนึ่งของทุกคนโดยเฉพาะเด็กสาว ๆ ในโรงเรียน แม้แต่ครูใหญ่ยังต้องเกรงใจเขา โรงเรียนมัธยมแห่งนี้มีอายุมากว่าหนึ่งร้อยปี คุณชายของตระกูลเหวินอย่างคุณชายใหญ่เหวินหยูเหว่ย และคุณชายรองเหวินซิ่วก็จบจากที่นี่ก่อนที่คุณชายใหญ่จะเข้าฮาวาด ตามด้วยคุณชายรอง
แต่สำหรับเหวินหลงเขาไม่คิดจะเรียนที่นั่นเขาอยากอยู่เซี่ยงไฮ้ มากกว่า ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริง นอกจากตัวเขาเอง เหวินหลงใช่ว่าจะเป็คนหัวไม่ดี เขามีความจำเป็เลิศ แต่ไม่ใส่ใจศึกษาเอาแต่เที่ยวเตร่ กับกลุ่มเพื่อนคุณชายของเขา และหาเื่กลั่นแกล้งเหม่ยอิงเป็งานอดิเรก
เหม่ยอิงกับเพื่อน ๆ เดินเข้าไปนั่งมุมหนึ่งของห้องเหม่ยงอิงเห็น ห้าวหนานทักทายกับเหวินหลงก่อนที่ทั้งสองจะเดินขึ้นชั้นบน ชั้นที่สงวนไว้เฉพาะกลุ่มของเหวินหลงเท่านั้นคนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้ขึ้นไป
“นี่ แล้วเขายอมให้เธอติวให้เหรอ” ซิ่วเหลียนถามสงสัย
“ไม่รู้เหมือนกันฉันเองก็กลุ้มใจจะแย่ ไม่รู้จะทำยังไง” เหม่ยอิงยกมือขึ้นเท้าคาง เม่ยเม่ยที่ปลีกตัวไปซื้อน้ำ ถือถาดที่มีแก้วน้ำสามแก้วและอาหารเช้าแบบฝรั่งมาวางลงสำหรับสามที่ พวกเธอมักกินอะไรที่เหมือน ๆ กัน เหม่ยอิงหันมองไปที่ชั้นสอง เห็นเหวินหลงมองเธออยู่ ก่อนแล้วและยักคิ้วให้ ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนของเขา เหม่ยอิงหน้าง้ำก้มลงกินอาหารที่เม่ยเม่ยนำมาไม่พูดไม่จา
เหวินหลงหันกลับมาที่ห้าวหนาน “ว่าไงบ้าง เื่นั้น” เขาถาม
“ไม่มีข่าวออกมาเลย แม้กระทั่งคนของพ่อฉันยังไม่มีใครรู้เื่” ห้าวหนานบอก เหวินหลงนิ่งพี่ชายของเขาถูกยิงอาการสาหัสแต่ไม่มีข่าวจากที่นั่นเลยสักนิด บิดาของเขาช่างปิดข่าวได้เงียบสนิทจริง ๆ เมื่อคืนเหวินหลงแทบไม่ได้นอนต่อโทรศัพท์หาพี่รองและอาเฉียงที่เฝ้าพี่ใหญ่อยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอด จนป่านนี้หมอยังไม่ออกมาเลย
ส่วนพี่รองก็กำลังหัวเสียอย่างหนักกับสภาพอากาศของเมืองนิวยอร์ก
****************************
อาซันเปิดประตูเข้ามาอ้าปากหาว โดยไม่ใช้มือปิดปาก ขณะที่ชิงหลินยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเธอหันไปทำตาเขียวใส่น้องชาย
“ไปอาบน้ำจะได้ลงไปทานอาหารเช้า” เธอบอกหน้าเรื่อขึ้นมาอีกเมื่อคิดว่าต้องเผชิญหน้ากับเหวินซิ่วเช้านี้ อาซันไม่สนใจทำท่าจะทิ้งตัวลงไปนอนต่อ
“ไม่ได้ บอกให้ไปอาบน้ำ” เธอรั้งคอเสื้อด้านหลังน้องชายไว้ อาซันทำเสียงอย่างขัดใจ
“ขอนอนต่ออีกนิดเดียวนะนะ” เขาทำมือ อีกนิ๊ดเดียว
“ไม่ได้ ไปอาบน้ำเลยไป” ชิงหลินเสียงแข็งลากน้องชายไปโยนใส่ห้องน้ำและปิดประตู เสียงเด็กชายโวยแต่ก็ยอมทำตามพี่สาวแต่โดยดี ชิงหลินกลับมาส่องกระจกดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ใบหน้าสวยอิ่มเอิบ ดวงตาเป็ประกายสดใส เขาว่าผู้หญิงที่หัวใจกำลังเป็สีชมพูจะดูสวยกว่าปกติ อ่า! ชิงหลินทำตากลมโต นี่เธอหลงรักเหวินซิ่วจริงๆ หรือนี่
“ไม่รอพี่เหวินซิ่วหรือ ...” อาซันร้องเมื่อเห็นว่าชิงหลิงเดินเลยหน้าห้องของเหวินซิ่วไปโดยไม่คิดจะเคาะเรียก เพื่อจะได้ลงไปพร้อมกัน อาซันมองหน้าเธอแปลก ๆ
“งั้นอาซันจะรอไปกับพี่เหวินซิ่ว” น้องชายเธอดื้นแพ่ง หยุดเดิน ชิงหลินนึกอยากจะร้องกรี๊ด ๆ ขึ้นมา นี่เหวินซิ่วมีดีอะไรหนักหนาน้องเธอถึงติดเขาแจขนาดนี้ แล้วเป็เธอเองที่ต้องชะงัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ชิงหลินเลยตัดใจลงไปก่อนเพราะไม่กล้าเจอหน้าเหวินซิ่ว ขืนเห็นเขาเธอต้องเขินจนหน้าแดง ใจดวงน้อย ของชิงหลินคิดแต่จะหาทางหลบหน้าเหวินซิ่ว และใจก็เต้นตุบเมื่อรับรู้ถึงร่างสูงโดดเด่นของเขาที่กำลังเข้ามายังห้องรับประทานอาหารเช้าของโรงแรม และกำลังตรงมาที่ที่เธอนั่งอยู่ ชิงหลินก้มหน้ากินอาหารเมื่อรับรู้ว่าร่างสูงของเหวินซิ่วและอาซันกำลังเดินตรงมาอาซันนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเธอ และเหวินซิ่วนั่งตรงข้าม
“อร่อยไหมฮะ พี่ชิงหลิน” อาซันเปิดฉาก เธอเงยหน้ามองน้องชายและเลยมาที่เหวินซิ่ว ทำหน้าตาให้ดูปกติที่สุด
“อืม” ชิงหลินตอบยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
อาหารแบบอเมริกันของอาซันและเหวินซิ่ว มาเสริฟ์บ้าง ทั้งสองลงมือกินในส่วนของพวกเขา ชิงหลินลอบถอนหายใจที่เหวินซิ่วมีสีหน้าเรียบเฉยออกจะดูตึงเครียดเสียด้วยซ้ำ ซึ่งช่วยเธอได้มากทีเดียวเพราะเขาไม่ได้มองเธอแบบจ้องอย่างที่ชอบทำ แต่ชิงหลินก็ดีใจชั่วคราวเพราะเสียงเล็กๆ ลอยเข้าโสดประสาทมาให้ได้ยินกันถ้วนทั่วทั้งโต๊ะ
“พี่ไม่ต้องเขินหรอกน่า แค่เนี้ย ก็ไม่ยอมรอมากินอาหารเช้าด้วย” ปากเล็ก ๆ ของอาซันที่เคี้ยวขนมปังไปพลางพูดไปพลางทำเอาชิงหลินแทบสำลักน้ำ ทำตาเขียวปัด ใส่ดวงตาซุกซนเ้าเล่ห์ของน้องชาย หากแต่อาซันมีหรือจะกลัว ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มอมยิ้มแก้มตุ๋ยขณะเคี้ยวอาหารในปาก
เหวินซิ่วเงยหน้ามองเธอ ด้วยใบหน้าขรึมจัดและราวกับไม่ได้ยินเื่เย้าแหย่ตรงหน้า
“สนามบินจะเปิดทำการ ได้แล้ว” เสียงห้าวบอกกล่าว
“คะ” ชิงหลินใช้ผ้าซับปาก อาซันใช้มีดตัดเนื้อสเต็กเคี้ยวตุ้ยๆ มองพี่สาวกับพี่เหวินซิ่วคุยกัน อย่างสนใจแต่ ไม่น้อยไปกว่าอาหารตรงหน้า
“ฉันให้ทู้เต่อจองเที่ยวบินไปสิงคโปร์ให้เธอกับอาซันแล้ว เครื่องออกสิบเอ็ดโมง” เขาบอกเวลา มันเป็เที่ยวบินแรกที่หาได้ในสภาพอากาศที่เลวร้าย เหวินซิ่วกำลังจะเป็บ้าเขาร้อนใจเื่พี่ชาย เมื่อครู่ อาเฉียงโทรมารายงาน ว่าหมอที่ทำการผ่าตัดพี่ใหญ่ ยังไม่ออกจากห้องผ่าตัดเลยทั้งที่เลยเวลามาเกือบหกชั่วโมง พ่อของเขาไปถึงที่นั่นแล้วตอนที่อาเฉียงโทรมา
“เราจะออกจากโรงแรมไปสนามบินพร้อมกัน “เหวินซิ่วบอกก้มหน้ากินอาหารเช้าต่อ
“พี่เหวินซิ่วจะไปสิงคโปร์กับเรา” อาซันบอกพี่สาว
“มีธุระด่วนน่ะ” เหวินซิ่วบอก ชิงหลินมองใบหน้าที่ดูบึ้ง ๆ ตึง ๆ และเป็กังวลของชายหนุ่ม