บทที่ 28 ถุงวิเวทที่ไร้เจ้าของ (100%)
แสงอรุณสาดส่องเข้ามาในถ้ำ ทุกคนลืมตาตื่นด้วยความกระปรี้กระเปร่าเพราะนอนหลับสนิทมาตลอดคืน ซู่หลันรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายทันทีเมื่อสติฟื้นตัวเต็มที่“ขุมพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่างมาได้อย่างไร?”ซู่หลันลองโคจรพลังสำรวจร่างกายตนเองอย่างละเอียด ความดีใจปนประหลาดใจแทบจะล้นออกมานอกอก เมื่อพบว่าเส้นชีพจรวิญญาณถูกเปิดเพิ่มขึ้นสองเส้น“นี่..นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ซู่หลันบ่นพึมพำ พลางเอามือลูบที่หน้าอกตัวเอง“มีอะไรรึ น้องหลัน” ถานฟงเห็นซู่หลันมีอาการผิดปกติ จึงเอ่ยถาม“ไม่มีอะไร” ซู่หลันตอบด้วยน้ำเสียงปกติ เขายังไม่ลืมว่าในร่างกายตน มีความลับที่บอกใครไม่ได้ซ่อนอยู่“วันนี้พวกเราเก็บสมุนไพรในป่าชั้นนี้กันต่ออีกวัน แล้ววันต่อไปพวกเราเข้าไปลองล่าในป่าชั้นในกัน ถ้าลองแล้วไม่ไหวก็ค่อยกลับมาล่าที่นี่เหมือนเดิมดีไหมเจ้าคะ” ซู่มินลองเอ่ยปากชวนสามหนุ่ม“อาจารย์บ้าสั่งให้ล่าต้นน้ำแข็งหยกให้ได้ห้าต้น เพื่อนำกลับไปหลอมยาเพลิงวารี คาดว่าพวกมันน่าจะอยู่ในป่าชั้นใน” ซู่หลันบอกน้องสาว“รีบกินอาหารเช้าเถอะ จะได้เริ่มออกล่า พรุ่งนี้ค่อยไปลองล่าในป่าชั้นในกัน” อี้หานเอ่ยสรุปกลุ่มซู่มินออกล่าเพียงหนึ่งชั่วยาม ก็ได้สมุนไพรมาเกือบยี่สิบต้นแล้ว สัมผัสแห่งมังกรในกายของเด็กน้อยสามารถรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวรอบตัวได้อย่างชัดเจน ทั้งการขยับของดอกไม้ใบหญ้ายามถูกลมพัด การขยับปีกของแมลง และเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังแอบตามพวกนางมา“พี่หลัน ศิษย์พี่ มีชายห้าคนแอบตามพวกเรามา เดี๋ยวพวกเราแกล้งทำเป็นนั่งพักเหนื่อย เพื่อล่อให้พวกมันปรากฏตัว” ซู่มินเอ่ยบอกสามหนุ่มเสียงเบาสามหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วทำตามที่เด็กหญิงบอกทันที ผ่านไปหนึ่งเค่อ บุรุษหนุ่มห้าคนก็ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนสวมใส่เสื้อผ้าสีดำเหมือนกันหมด บนปกเสื้อมีลายปักรูปดาบสีแดง“ทั้งอุ้มเด็ก ทั้งไล่จับสมุนไพร คงจะเหนื่อยกันมากสินะ งั้น..พวกข้าช่วยเอานางเด็กนั่นมาอุ้มแท...”“เลิกพล่ามซะ ไอ้หมาแก่ อย่ามาแตะต้องน้องสาวข้า”ซู่หลันหยุดคำพูดของชายชุดดำรูปร่างสูงใหญ่ พร้อมกระโจนตัวพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วดุจแมวป่า มีดสั้นในมืออัดแน่นไปด้วยพลังปราณจนเกิดเป็นรังสีที่ใบมีด ปาดเข้าที่ลำคอหนา“ฉัวะ!…..อ๊อคคค!”เสียงมีดสั้นกรีดผ่านเนื้อ ดังขึ้นพร้อมเสียงร้องที่ไม่เต็มเสียง เพราะเส้นเสียงถูกตัดขาด เลือดสีสดพุ่งกระฉูดออกจากลำคอที่โดนปาดจนเกือบขาด ร่างไร้ลมหายใจของชายชุดดำหงายหลังล้มลงกับพื้น ชายชุดดำอีกสี่คนที่เหลือรีบยกดาบขึ้นฟันใส่ซู่หลันพร้อมกัน“เคร่ง!” เสียงดาบหนึ่งเล่มฟันปะทะกับมีดสั้นของซู่หลันอย่างแรงจนเกิดประกายไฟ ส่วนมือดาบอีกสองคนถูกเวทคาถาของอี้หานกับถานฟงผนึกร่างไว้ ซู่หลันขยับมือเพียงไม่กี่ครั้ง ลำคอใหญ่ของชายชุดดำคนที่สองก็ขาดกระเด็น“ผัวะ! ผัวะ!” เวทโจมตีสีเหลืองอ่อนที่พุ่งออกจากสองมือเล็กของซู่มิน ซัดใส่หน้าอกชายชุดดำที่ถูกผนึกร่างไว้อย่างแรง ร่างใหญ่พ่นเลือดออกจากปากก่อนลอยกระเด็นไปกระแทกต้นไม้จนแน่นิ่ง“หยุดมือ..หยุดมือ..ข้า..ข้า..ข้าเป็นหลานชายของเจ้าสำนักดาบใหญ่..ถ้า..ถ้าพวกเจ้าฆ่าข้า สำนักดาบใหญ่ต้องไปคิดบัญชีแค้นกับสำนักของพวกเจ้าแน่นอน”ชายชุดดำที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวพูดจาแทบไม่เป็นภาษาคน พร้อมก้าวถอยหลังหนีพวกซู่หลันอย่างลนลาน เขาคิดไม่ถึงว่าพวกตนที่เป็นชายฉกรรจ์มีอาวุธครบมือ จะพ่ายแพ้ต่อคนกลุ่มเล็กกว่าที่มีสมาชิกเป็นเด็กน้อยด้วยเช่นนี้พวกเขาบังเอิญเห็นเด็กน้อยเป็นผู้ชี้ตำแหน่งเก็บสมุนไพรให้คนในกลุ่ม จึงแอบตามมาเพื่อฆ่าคนชิงของและชิงตัวเด็กอย่างที่เคยทำมาตลอด แต่คราวนี้กลายเป็นว่าพวกเขากลับเป็นศพซะเอง“โพละ!” เสียงกะโหลกแตกด้วยพลังหมัดดังก้อง ร่างสมองเละล้มลงสิ้นใจอย่างน่าสังเวช“ถ้าวิญญาณเจ้ามีปัญญากลับไปฟ้องเจ้าสำนัก ข้าก็ยินดีรอรับการแก้แค้น”ซู่หลันเช็ดมือเปื้อนเลือดเปื้อนเศษมันสมองกับแขนเสื้อของชายชุดดำ ก่อนคว้าเอาถุงวิเวทที่เอวของมันมาดู“มีศิลาวิเศษกับสมุนไพรอยู่ในถุงของมันมิใช่น้อย พวกมันต้องปล้นมาจากคนอื่นแน่”ซู่หลันโยนถุงวิเวทในมือให้น้องสาว แล้วเดินไปค้นตัวศพอื่น อี้หานกับถานฟงก็ทำเช่นเดียวกัน ถุงวิเวทของพวกมันทั้งห้าคนมีของอยู่มากจริง ๆซู่มินน้อยมองถุงวิเวทในมือครู่หนึ่ง แล้วมองหน้าสามหนุ่มอย่างสับสน“พวกเราไม่ได้ปล้นใคร แค่เก็บถุงวิเวทไร้เจ้าของได้เท่านั้นเอง” ซู่หลันบอกน้องสาวเด็กน้อยพยักหน้า แล้วย้ายของทั้งหมดมาใส่ไว้ในถุงวิเวทของตัวเอง ก่อนจะโยนถุงทั้งห้าใบทิ้งลงบนพื้น“บนถุงพวกนี้มีตราประทับเลือดอยู่ ถ้าเราเอาถุงไปด้วย คนในสำนักพวกมันก็จะตามตัวพวกเราเจอ”ตลอดทั้งวันมีกลุ่มโจรเอาถุงวิเวทไร้เจ้าของมาทำตกให้ถึงที่รวมสิบห้าใบ เมื่อนำของในถุงโจรมารวมกับสมุนไพรที่เก็บได้เอง ในถุงวิเวทของซู่มินมีสมุนไพรมากกว่าสามร้อยต้นแล้วอี้หานพาน้อง ๆ ไปกลับไปพักในถ้ำที่เดิม ซู่หลันใช้เวลาตามหาสัตว์อสูรกว่าครึ่งชั่วยาม ถึงได้เนื้อกลับมาย่างให้น้องสาวกิน“สัตว์อสูรในหุบเขานี้หาได้ยากมาก กว่าข้าจะหาเจ้าตัวนี้พบก็เหนื่อยแทบตาย” ซู่หลันบ่นขณะแล่เนื้อไก่สามหาง“ปกติพวกสัตว์อสูรมักจะอาศัยอยู่ในป่าชั้นกลางกับป่าชั้นใน น่าจะมีบางอย่างผิดปกติ พวกสัตว์อสูรถึงได้หายไปหมดป่าเช่นนี้” ถานฟงตอบซู่หลัน สัตว์อสูรกลุ่มใหญ่ไปรวมตัวกันที่ป่าชั้นแรกใกล้ม่านพลังตรงประตูทางออกจากหุบเขา ดวงตากระหายเลือดจ้องมองกลุ่มคนสภาพไม่ต่างจากศพกำลังคลานออกไปจากประตูศิลายักษ์ เมื่อร่างน่าอนาถพ้นไปจากสายตา พวกมันก็แยกย้ายกันกลับเข้าป่าตามเดิมทหารยามที่ยืนเฝ้าประตูศิลายักษ์เห็นมีคนคลานออกมาจากหุบเขาก็ส่งสัญญาณแจ้งแม่ทัพใหญ่ สภาพผู้ที่คลานออกมาแต่ละคนคล้ายใกล้จะสิ้นลมหายใจ เมื่อพากันคลานออกมาจากหุบเขาได้ก็สลบไสลไปทันที“นี่มันศิษย์จากสำนักไหนกัน เสื้อผ้าขาดวิ่นจนมองไม่ออก ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงอยู่หนึ่งคน”แม่ทัพใหญ่ที่เพิ่งมาถึงมองร่างน่าเวทนาที่นอนสลบอยู่บนพื้นด้วยความสงสาร ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องแบกคนทั้งหมดไปยังกระโจมหมอหลวง