ฉันกลับมาถึงห้องนอน รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปข้างนอก
กริ๊งงงง! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะพี่ชิงเหมย”
ฉันกรอกเสียงลงไป พี่ชิงเหมยคือผู้จัดการงานเดินแบบที่บริษัทจัดหามาให้ฉัน
“สวัสดีจ๊ะน้องหนิงหลง วันนี้จะให้พี่ไปรับ หรือว่าจะมาเองคะ?”
“ไปไหนคะ?” ฉันถามด้วยความมึนงง
“อ้าว! อย่าบอกนะว่าลืม ก็น้องหนิงหลงต้องเดินแบบชุดของห้องเสื้อม่านเหยาไงจ๊ะ”
อ้อ... ใช่สิ ฉันลืมไปเสียสนิท มัวแต่คิดเื่วันสิ้นโลกที่กำลังจะมาถึงจนลืมงานเดินแบบไปเลย
“หนิงหลงไปเองค่ะ เดินแบบที่โรงแรมฟางเทียนหลงกรุ๊ปใช่ไหมคะ?”
“ใช่คะ"
"หนิงหลงไปเองดีกว่าคะ "
"ได้คะ งั้นเจอกันที่โรงแรมนะ"
"ค่ะพี่ชิงเหมย บ๊ายบาย”
วันนี้ฉันมีงานเดินแบบครั้งสำคัญ แต่คงจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ เพราะอีกแค่ 7 วันก็จะถึงวันสิ้นโลก
จะยกเลิกตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย เพราะคุณพ่อกับเฟยหลงต้องสงสัยแน่ๆ โดยเฉพาะ ‘เฟยหลง’ ถึงเขาจะตามใจฉันตลอด แต่เขาก็ฉลาดมากจนน่ากลัว ถ้าฉันทำตัวแปลกไปเขาต้องจับผิดได้แน่
อีกอย่าง... งานนี้จัดที่โรงแรมของครอบครัวเราเอง งั้นก็ถือเสียว่าเป็การเดินแบบทิ้งทวนก่อนวันสิ้นโลก ฉันจะทำให้มันออกมาเริ่ดและสมบูรณ์แบบที่สุด!
ที่โต๊ะอาหาร
ฉันเดินลงมาพบคุณพ่อกับเฟยหลงที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ สวัสดีจ๊ะเฟยหลง”
“ครับลูกหนิงหลง / ครับ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน
“วันนี้ทำไมตื่นเช้าได้ล่ะเรา? มาทานข้าวก่อนสิ” คุณพ่อทักพลางยิ้มเอ็นดู
“วันนี้มีเดินแบบของห้องเสื้อม่านเหยาที่โรงแรมเราค่ะคุณพ่อ”
“ก็ดีสิ ว่าแต่่นี้ไม่ค่อยเห็นมาหาพ่อเลยนะ”
“ก็คุณพ่อไปทำงานแต่เช้านี่คะ หนูตื่นไม่ทันหรอก” ฉันหัวเราะแห้งๆ ปกติถ้าไม่มีธุระฉันก็ชอบนอนตื่นสายเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“ไม่ใช่ี้เีเลยตื่นสายหรอกนะลูก?” คุณพ่อดักคออย่างรู้ทัน จนฉันต้องรีบปฏิเสธพัลวัน
“พ่อว่าลูกไม่ต้องทำงานเดินแบบแล้วดีไหม อยู่บ้านเฉยๆ สบายกว่า
หรือถ้าว่างค่อยเข้าบริษัทก็ได้ ดูสิ... พ่อว่าเราดูผอมลงนะ” คุณพ่อมองด้วยสายตาเป็ห่วงก่อนจะยื่นบัตรใบหนึ่งมาให้
“อ่ะนี่ บัตรเครดิต พ่อให้ไว้ จะได้ไม่ต้องรับงานหนักเกินไป”
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ” ฉันรีบรับมาทันที เพราะ่นี้ฉัน้าเงินอย่างมากเพื่อซื้อของกักตุน “งานนี้ก็น่าจะเป็งานสุดท้ายแล้วล่ะค่ะ”
“หืม? ลูกจะลาออกเหรอ”
“ก็ประมาณนั้นค่ะ...” เพราะหลังจากนี้โลกจะวุ่นวายจนไม่มีใครมานั่งดูเดินแบบแล้วล่ะสิ ฉันได้แต่คิดในใจ
หลังจากคุณพ่อออกไปทำงาน ตอนนี้จึงเหลือเพียงฉันกับเฟยหลง
“หนิงหลงมีอะไรหรือเปล่าครับ มองหน้าผมเหมือนมีอะไรจะพูด” เฟยหลงถามขึ้น
“คือ... วันนี้เฟยหลงจะซื้อชุดให้พี่ 10 ชุดใช่ไหม?”
“ใช่ครับ หรือว่าอยากได้เพิ่ม? เอาทั้งคอลเลกชันเลยไหมครับ”
“เปล่า พี่ว่าชุดคอลเลกชันนี้ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ เปลี่ยนจากชุดเป็อย่างอื่นได้ไหม?”
“อยากได้อะไรละครับ กระเป๋า สร้อย หรือนาฬิกา เดี๋ยวผมให้เลขาจัดการให้”
ฉันถอนหายใจเบาๆ ของพวกนั้นจะมีประโยชน์อะไรในวันสิ้นโลก สิ่งที่ฉัน้าคืออาหาร เนื้อสัตว์ และของใช้จำเป็ต่างหาก แต่จะบอกออกไปตรงๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้
“พี่ยังนึกไม่ออกเลย...”
“งั้นเอาแบบนี้ครับ...”
เฟยหลงยื่นบัตรเครดิตอีกใบมาให้ “บัตรใบนี้มีวงเงิน 1 ล้าน หนิงหลงอยากได้อะไรก็ซื้อเองเลยครับ”
ว้าว! เฟยหลงรู้ใจที่สุด!
“ขอบคุณมากจ๊ะเฟยหลง! แล้วถ้าพี่ขออะไรอีกอย่าง เฟยหลงจะช่วยพี่โดยไม่ถามเหตุผลได้ไหม?”
ฉันอยากพาเขาเข้าไปในมิติของสร้อยแห่งดวงดาวเพื่ออธิบายทุกอย่าง แต่ตอนนี้พลังของสร้อยยังไม่พอที่จะพาคนอื่นเข้าไปได้ ฉันจึงต้องทำให้เขาเชื่อใจก่อน
“ถ้าหนิงหลงอยากได้ ผมไม่ถามก็ได้ครับ... ผมสัญญา” เฟยหลงตอบ แม้สายตาจะดูสงสัยแต่เขาก็ยอมรับปาก
"เฟยหลงสัญญาแล้วนะ"
"ครับ"
"ไว้พี่จะบอกอักทีวันนี้ต้องไปเดินแบบแล้ว
"ได้ครับ ผมจะออกไปส่ง"
.....................
งานแฟชั้นโชว์
ณ ชั้น 10 ของโรงแรมฟางเทียนหลง
ฉันอยู่ในชุดฟินาเล่ที่สวยสง่า เป็เดรสเกาะอกสีขาวประดับดอกไม้สีชมพูและเพชรสีฟ้า ตัดกับสร้อยทับทิมสีแดงเข้มบนคอขาวระหง พร้อมปีกนางฟ้าด้านหลังที่ทำให้ฉันดูเหมือนหลุดออกมาจากสรวง์
ขณะที่ฉันกำลังเดินบนรันเวย์อย่างสง่างาม ‘มิกิ’ นางแบบคู่ปรับก็แกล้งยื่นเท้าออกมาขวางหวังจะให้ฉันล้ม
ปึก!
ฉันจงใจเหยียบลงบนหลังเท้าเธออย่างแรงจนเ้าตัวหลุดร้องโวยวายออกมา
“โอ๊ยยย! เจ็บๆ!”
ฉันไม่สนใจและเดินต่อไปจนจบงานอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง เฟยหลงเดินถือช่อกุหลาบสีขาวช่อใหญ่เข้ามาแสดงความยินดี
“ยินดีด้วยครับหนิงหลง”
“ขอบคุณค่ะเฟยหลง”
การเดินแบบครั้งสุดท้ายของฉัน... ช่างเพอร์เฟกต์จริงๆ!
………………………………………