บทที่ 13 เ้าก้อนแป้งถูกตี
ระหว่างทางกลับบ้าน หวังซื่อก็ระบายความโกรธที่มีทั้งหมดไปลงที่หลิวซิ่วหง คว้าแขนนางมาบิดจนเนื้อเขียว
“ฮึก” หลิวซิ่วหงก้มหน้าลงด้วยความคับข้องใจ
หวังซื่อโกรธมากเมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ “เ้าเด็กโง่ ทำไมเ้าถึงไม่พูดอะไรเลยฮะ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเ้า ข้าจำต้องโกรธขนาดนี้ด้วยหรือ!”
แม้ว่าหวังซื่อจะทำไปเพื่อเงิน แต่นางก็ชอบสกุลเซียวมากเหมือนกัน
ถึงอย่างไรั้แ่เซียวหย่งฝูแต่งงานกับหลินซื่อก็ได้ให้กำเนิดลูก ๆ มากมาย ไหนจะยังมีที่อุ้มอยู่ในแขนอีก
นางคิดอยู่พักหนึ่งก็เหลือบตามามอง “ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป เ้าจะต้องไปช่วยบ้านนั้น หลินซื่อเป็คนคุยง่าย นางไม่ไล่เ้าออกมาหรอก”
หลิวซิ่วหงไม่เข้าใจว่ามารดาหมายความว่าอะไร ในใจนางรู้สึกไม่ยินยอม “ท่านแม่ ข้าต้องไปช่วยงานบ้านพวกเขาทำไมกัน ข้าไม่อยากไป”
หวังซื่อใช้มือเคาะหน้าผากนาง หวังจะให้ลูกคนนี้ได้ดิบได้ดี “ถ้าตอนนี้พวกเขาไม่ยอม เช่นนั้นเ้าก็คิดหาวิธีทำให้พวกเขายอมซะ”
“ความสุขของเ้า ต้องพึ่งความพยายามของเ้าแล้ว”
เมื่อหลิวซิ่วหงคิดว่าบ้านสกุลเซียวโปรดปรานเซียวหน่วนหยางมากแค่ไหน ในใจก็นึกริษยา หากคนที่ได้รับความสนใจเป็ที่รักของทุกคนคือตัวนาง ชีวิตในอนาคตคงหวานปานน้ำผึ้งเป็แน่
หลิวต้าหย่งทุบตีภรรยาและลูก ๆ เป็ประจำสามเวลาหลังอาหาร ดังนั้นแล้วความปรารถนาของหลิวซิ่วหงก็ยิ่งเพิ่มพูนมากกว่าเดิม
นางต้องทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้ว่าตนดีกว่าเด็กเหลือขอตัวเล็กที่นอนดูดนมได้อย่างเดียว!
วันรุ่งขึ้น
“หว่านเมล็ดเถอะ! หากช้ากว่านี้ แสงแดดจะทำให้ดินแห้งเสียก่อน”
เซียวหย่งฝูหยิบเมล็ดหัวไชเท้า ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว แตงกวา และดอกกะหล่ำที่ซื้อมาจากในเมืองออกมาแจกจ่ายให้กับลูกชาย
เด็ก ๆ ต่างตั้งตารอที่จะปลูกมันลงดิน
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเมล็ดผักทุกชนิดล้วนได้รับการบำรุงด้วยพลังิญญาบริสุทธิ์มาแล้ว
บ้านสกุลเซียว
เซียวหย่งฝูและลูกชายออกจากบ้านไปั้แ่รุ่งสาง หลิวซิ่วหงที่มาถึงตอนสายจึงคลาดกับคนอื่น ๆ
หลินซื่อเพิ่งป้อนนมเสี่ยวลิ่วเสร็จและกำลังจะลุกไปจัดการเื่ในบ้านต่อ นางก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียก
“ท่านป้า ข้า ข้ามาช่วยงาน” หลิวซิ่วหงยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยใบหน้าแดงก่ำ
หลินซื่อมึนงงเล็กน้อย “ซิ่วหง เข้ามาก่อน ๆ เมื่อครู่เ้าพูดว่าอะไรนะ”
เ้าก้อนแป้งทำหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์ พี่สาวคนนี้ดูท่าทางเขินอายมาก แต่สายตาของนางที่มองมาที่ข้าดูแปลกพิลึก
“ท่านป้า ข้าคิดว่าครอบครัวท่านคงจะยุ่งกันมาก ข้าจึงมาช่วย” นางพูดพลางมองไปรอบ ๆ “พี่หยวนหลางไม่อยู่หรือ”
หลินซื่อคิดว่าเด็กสาวคงแค่อยากมาพบหยวนหลาง นางก็คลี่ยิ้มกว้าง “ลุงเ้าพาพวกเขาไปที่แปลงผักแล้วล่ะ ตอนเที่ยงถึงจะกลับมา”
ดวงตาของหลิวซิ่วหงก็สว่างขึ้นทันทีที่ได้ยิน “ท่านป้าเช่นนั้นให้ข้าไปส่งน้ำให้พวกเขาเอง พวกเขาคงจะเหนื่อยล้ามากแล้ว”
หลังจากพูดเช่นนั้น นางก็ตรงไปที่ห้องครัวเพื่อหยิบกระบอกตักน้ำแล้วออกไปทันที
เด็กสาวเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับพายุ หลินซื่อจึงเอ่ยรั้งไว้ไม่ทัน “เดี๋ยว... เ้า พวกเขาเอาน้ำไปกันแล้ว!”
ระหว่างทางหลิวซิ่วหงนึกภาพตนเองจะส่งน้ำอย่างไร บุตรชายสกุลเซียวถึงจะรู้สึกประทับใจว่าที่นางเป็คนมีน้ำใจ ขยันช่วยเหลือ
เมื่อมาถึงก็พบว่าทุกคนกำลังพักผ่อนดื่มน้ำอยู่บนสันทุ่ง
เซียวเฉินหลางเป็คนแรกที่เห็นหลิวซิ่วหงเดินมาแต่ไกล เขาส่งสายตาให้พี่น้องตนเองอย่างรวดเร็ว
“พี่ใหญ่ ดูสิว่าใครมา”
เมื่อเซียวหยวนหลางเห็นผู้มาเยือน สีหน้าของเขาก็มืดลง ในใจรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลัน
เซียวหย่งฝูเผยสีหน้ามึนงง “ซิ่วหง เ้ามาทำอะไรที่นี่”
หลิวซิ่วหงอยากให้ทุกคนเห็นว่าตนเองมีน้ำใจ นางยกกระบอกน้ำในมือขึ้น “ท่านลุง ข้าเอาน้ำมาให้...”
ก่อนที่จะพูดจบ นางก็เห็นคนหลายคนถือกระบอกไม้ไผ่อยู่ในมือแล้ว
เด็กสาวมองดูกระบอกน้ำของตนเอง รู้สึกพูดอะไรไม่ออก อับอายมากจนอยากจะมุดดินหนี
เซียวหย่งฝู “เ้านี่นะ พวกเราเตรียมน้ำออกมาแล้ว เ้ารีบกลับไปเถอะที่นี่มันแดดร้อน”
หลิวซิ่วหงมองไปยังเซียวหยวนหลาง นางอยากให้เขารั้งนางไว้ แต่เด็กหนุ่มกลับหยิบจอบขึ้นมาแล้วลงไปที่แปลงผัก
เมื่อเห็นลูกชายปฏิเสธเงียบ ๆ เซียวหย่งฝูก็ปลอบใจหลิวซิ่วหงกลับด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน พวกเขาก็หว่านเมล็ดกันเสร็จแล้ว
ทันทีที่เดินกลับมาถึงหน้าประตูบ้านเขาก็เห็นหลิวซิ่วหงถือจานอาหารไว้ในมือ นางยิ้มสดใสพร้อมกับเขินอายเล็กน้อย “พี่หยวนหลาง ท่านกลับมาแล้ว ไปล้างมือก่อนเถอะจะได้กินข้าวกัน”
หลินซื่อรู้สึกพูดอะไรไม่ออกเมื่อมองดูเด็กสาวตรงหน้าทำตัวเหมือนภรรยาตัวน้อยรอสามีกลับบ้าน
ในเวลานี้เอง ที่แม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวหย่งฝูก็หายไป
“พี่ใหญ่ ทำไมพี่ซิ่วหงถึงทำตัวแปลกไปเช่นนี้” เซียวจ้งหลางซึ่งปกติตามคนไม่ทันอยู่แล้ว เขาจึงงุนงงและรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
เซียวหยวนหลาง “อย่าสนใจเลย ไปล้างมือให้สะอาด”
เซียวเฉินหลางส่งสายตาให้เซียวจ้งหลาง เมื่อเห็นพี่ใหญ่เข้าห้องไปแล้ว เขาก็กระซิบเสียงเบา “ข้าคิดว่าพี่ใหญ่กับหลิวซิ่วหงคงเข้ากันไม่ได้ พวกเราอย่าไปพูดถึงมันอีกเลย ่สองวันมานี้พี่ใหญ่มีสีหน้าเปลี่ยนไปแล้ว”
เซียวจ้งหลางไม่เข้าใจ แต่เขาเชื่อสิ่งที่น้องชายพูด “ข้าไม่ชอบนาง และไม่อยากพูดถึงอีก”
หลังจากที่เซียวหยวนหลางเข้าไปในบ้าน เขาก็ตรงไปหาน้องสาวทันที
“หน่วนเป่า ให้พี่ใหญ่อุ้มเ้าหน่อยเถอะ” เขารับน้องมาจากมือท่านแม่แล้วหยอกเล่นกับนาง
เ้าก้อนแป้งพอเห็นพี่ใหญ่มา นางก็ทำปากพ่นฟองอย่างมีความสุข
“หน่วนเป่า น่าเอ็นดูนัก เมื่อใดเ้าจะเรียกพี่ใหญ่ได้สักทีล่ะ พี่ใหญ่จะซื้อของอร่อยที่สุดในโลกให้เ้ากิน”
เ้าก้อนแป้งคิดในใจ ‘ตอนนี้ข้าก็เรียกได้ แต่ถ้าเรียกออกไปท่านต้องใกลัวแน่’
นางคิดอย่างเบิกบานใจ พลางเอื้อมมือไปคว้าผมของเซียวหยวนหลาง
ทันใดนั้นก็มีฝ่ามือตีไปที่มือของเซียวหน่วนหยางเข้าอย่างจัง
เสียงดังชัดทำให้ทุกคนตะลึง
เจ็บมาก โกรธแล้วนะ!
“แง้!!”
เซียวหยวนหลางหันกลับไปมองหลิวซิ่วหงที่ยังคงยกมือค้าง เขาจับมือน้อย ๆ ของน้องสาวขึ้นมาดูก็พบว่าเป็รอยแดงปื้นใหญ่
เซียวหยวนหลางโกรธมากและพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “เ้าตีน้องข้าทำไม”
เซียวหย่งฝูรีบก้าวไปรับลูกสาวเข้าสู่อ้อมอกและพยายามปลอบเด็กน้อย เขาปวดใจจนแทบหลั่งน้ำตา
หลินซื่อเองก็ร้อนใจ ถลาเข้ามาจนเกือบล้ม “ส่งหน่วนเป่ามาให้ข้าดูหน่อย ทำไมอยู่ ๆ ถึงร้องไห้แบบนี้”
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ เซียวจ้งหลางและเซียวเฉินหลางก็วิ่งเข้ามาเช่นกัน “น้องเป็อะไรไปหรือ”
เมื่อเห็นว่าหลิวซิ่วหงไม่พูดอะไร เซียวหยวนหลางก็แค่นเสียงในลำคออีกครั้ง
เด็กสาวไม่คาดคิดว่าแค่ตีเ้าเด็กนี่เบา ๆ ทุกคนจะมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้ คนสกุลเซียวจ้องนางแทบจะกินเืกินเนื้อ
นางยอมรับ “ข้าก็แค่… เห็นนาง… จะจับผมท่าน ข้าเพียงแค่ตีเบา ๆ เพื่อสั่งสอนนางเท่านั้น”
ดวงตาของเซียวหยวนหลางแทบจะลุกเป็ไฟ “น้องข้าจับผมข้าแล้วมันทำไมกัน นางอยากจะทำอะไรก็ให้นางทำอย่างนั้น เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงจะมาสอนนาง”
เมื่อหลิวซิ่วหงได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของนางก็ดูน่าเกลียดทันที
เซียวหย่งฝูดุ “หยวนหลาง! พูดเช่นนั้นได้อย่างไร”
จากนั้นเขาก็มองไปที่หลิวซิ่วหงอย่างเ็า “หยวนหลางเขากังวลเกี่ยวกับน้องของตนเอง ซิ่วหงเ้ากลับไปก่อนเถอะ ่นี้ที่บ้านวุ่นวายนักเ้าไม่ต้องมาก็ได้”
หลิวซิ่วหงั้แ่เล็กก็ถูกบิดาทุบตี ถูกมารดาและน้องสาวดุด่าสารพัด ในใจนางไม่เข้าใจว่าการทุบตีเป็เื่ผิดอะไร
แต่ตอนนี้เมื่อถูกไล่ออกมาแล้ว นางจึงรู้สึกเสียใจและเดินจากมาทั้งน้ำตา