ตอนที่ 10เชฟส่วนตัว
หร่วนหยวนหยวนตะลึงจนเบิกตาโต“คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม”
ความสามารถระดับเธอให้มาเป็เชฟส่วนตัวของเยี่ยหรงเจิน
เห็นทีท่าตกตะลึงของหร่วนหยวนหยวนแล้วเยี่ยหรงเจินจึงพูดเสียงเรียบ “ผมไม่เคยล้อเล่น”
เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พ่อบ้านที่อยู่อีกด้านหลังจากพ่อบ้านโค้งให้เล็กน้อย ก็เดินจากไป
พ่อบ้านกลับมาอยู่หน้าโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ยื่นสัญญาฉบับหนึ่งมาให้
หร่วนหยวนหยวนรับมาดูนั่นเป็สัญญาทำงาน ไม่รู้ว่าเยี่ยหรงเจินร่างขึ้นั้แ่เมื่อไรไม่เสียแรงที่เป็ประธานคนปัจจุบันของเยี่ยซื่อกรุ๊ป เขาใจกว้างมาก ไม่เพียงให้ค่าจ้างสูงเป็พิเศษแต่สวัสดิการและผลตอบแทนก็ดีมาก พูดได้ว่าเงื่อนไขที่เสนอให้เธอดีมากแค่รับค่าจ้างนี้ เธอก็ไม่ต้องลำบากลำบนพึ่งเงินจากการทำสตรีมเพื่อเลี้ยงตัวเองอีกแล้ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งล่อลวงที่คนธรรมดายากจะปฏิเสธหร่วนหยวนหยวนอดสงสัยไม่ได้ จึงถามเยี่ยหรงเจินว่า “เพราะอะไร”
เยี่ยหรงเจินยิ้มเรียบๆพูดขึ้น “คุณไม่พอใจเงื่อนไขที่ผมเสนอเหรอ”
หร่วนหยวนหยวนส่ายหน้า“ไม่ใช่แน่นอน แต่ว่า...เงื่อนไขดีเกินไป ฉันเลยเกิดลังเลขึ้นมา”
เยี่ยหรงเจินพูดเสียงเรียบ“คุณคิดให้ดีๆ เถอะ ผมไม่รีบ รอให้คุณตัดสินใจ”
หร่วนหยวนหยวนพยักหน้า“ฉันจะคิดให้รอบคอบ” เธอไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีเื่ดีเช่นขนมเปี๊ยะตกจากฟ้า
ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทันที
เยี่ยหรงเจินปรายตามองหร่วนหยวนหยวน“ตามสบาย”
หร่วนหยวนหยวนรู้ว่าน่าจะเป็ฟางอิงอิงโทรหาเธอเธอยิ้มให้เยี่ยหรงเจินอย่างเกรงใจ
เขายืนขึ้นพูดอย่างเรียบง่าย “ผมยังมีเื่สำคัญต้องทำ คุณเดินชมรอบๆ กับลุงพ่อบ้านได้แต่ถ้าอยากกลับผมจะให้ลุงพ่อบ้านหาคนไปส่งคุณ”
หลังจากที่เยี่ยหรงเจินเดินออกไปหร่วนหยวนหยวนจึงรับสายฟางอิงอิง หลังจากบอกอีกฝ่ายว่าไม่เป็อะไรแล้ว เธอก็วางสาย
ั้แ่เยี่ยหรงเจินกินอาหารที่หร่วนหยวนหยวนทำจนหมดโต๊ะท่าทีที่พ่อบ้านมีต่อเธอก็เปลี่ยนไปไม่น้อย รอหร่วนหยวนหยวนคุยโทรศัพท์เสร็จเขาก็โค้งคำนับให้เธออย่างเคารพ “คุณหนูหร่วน้าจะเดินชมหรือไม่”
หร่วนหยวนหยวนยิ้มให้พ่อบ้าน“ได้สิ รบกวนคุณแล้ว”
พ่อบ้านก้มหัวเล็กน้อยแล้วหันไปนำทางให้หร่วนหยวนหยวน
วิลล่าแห่งนี้นับว่าหรูหราแม้หร่วนหยวนหยวนจะเติบโตในครอบครัวเศรษฐี แต่ระหว่างชมวิลล่าของเยี่ยหรงเจินนั้นก็ยังตะลึงกับความหรูหราของที่นี่อยู่ดี
แต่ที่ทำให้หร่วนหยวนหยวนตะลึงที่สุดก็คือแม้ที่นี่จะใหญ่มาก แต่ก็แทบไม่เห็นใครคนอื่นนอกจากเยี่ยหรงเจินเลย มีเพียงพ่อบ้านและคนงานไม่กี่คนเท่านั้นกระทั่งครอบครัวของเขาก็ไม่เห็นแม้แต่คนเดียว
หร่วนหยวนหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งอดเอ่ยปากถามเื่นี้กับพ่อบ้านไม่ได้
พ่อบ้านยิ้มเล็กน้อย“ที่นี่เป็เพียงบ้านพักแห่งหนึ่งในเมือง A ของคุณชายเท่านั้น บ้านใหญ่ตระกูลเยี่ยไม่ได้อยู่ที่นี่คุณท่านและคนอื่นในตระกูลเยี่ยต่างก็อยู่บ้านใหญ่ครับ”
หร่วนหยวนหยวนเข้าใจทันทีที่แท้ที่นี่เป็เพียงบ้านพักแห่งหนึ่งของเยี่ยหรงเจินเท่านั้นวิลล่าหรูหราขนาดนี้กลับเป็เพียงบ้านพักแห่งหนึ่งงั้นเหรอไม่เสียชื่อที่เป็ประธานคนปัจจุบันของเยี่ยซื่อกรุ๊ป
ในเวลาเดียวกันเธอก็รู้สึกถึงกลิ่นไม่ค่อยดี พ่อบ้านเรียกคนในครอบครัวของเยี่ยหรงเจินว่า ‘คุณท่านและคนอื่นในตระกูลเยี่ย’หรือว่าสำหรับพ่อบ้านแล้ว คุณนายและคุณชายคุณหนูคนอื่นล้วนเป็แค่ ‘คนอื่นในตระกูลเยี่ย’ เท่านั้น
ถึงแม้ว่าซูซื่อกรุ๊ปจะมีอิทธิพลในเมืองA ค่อนข้างมาก แต่ตระกูลซูเทียบกับตระกูลเยี่ยไม่ได้แม้แต่น้อยเยี่ยซื่อกรุ๊ปภายใต้การดูแลของตระกูลเยี่ยไม่เพียงมีอิทธิพลในเมือง A เท่านั้น ทั้งในและต่างประเทศก็มีอิทธิพลไม่น้อย อีกทั้งตระกูลเยี่ยยังหยั่งรากลึกยาวนานไม่ใช่ตระกูลเล็กๆ เช่นตระกูลซูที่เพิ่งเติบโตเมื่อสิบกว่าปีก่อนจะเทียบได้
รากฐานตระกูลซูตื้นไปไม่ว่าซูหงปินจะคิดหาวิธีการจนสุดตัวเพื่อเข้าถึงแวดวงตระกูลเยี่ยยังไง ก็เป็ได้แค่เศรษฐีใหม่ในสายตาของตระกูลใหญ่เช่นตระกูลเยี่ยเท่านั้นด้วยเหตุนี้เขาจึงเข้าถึงแวดวงนั้นไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าข้างในเป็เช่นไร ขนาดเขายังไม่รู้แน่ชัดหร่วนหยวนหยวนก็ยิ่งไม่รู้
เมื่อคิดถึงซูหงปินหร่วนหยวนหยวนอดไม่ได้ที่จะมีแววตาเยาะเย้ย เธอเคยเฝ้าคอยบิดาในนามคนนี้มานานแต่เขากลับทำให้เธอผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งหลังจากได้ยินจากปากของหลัวรั่วซีว่าตอนนั้นซูหงปินตามหร่วนซู่หลันผู้เป็แม่ของเธอไม่ปล่อย ก็เพราะโลภในทรัพย์สมบัติของตระกูลหร่วนเท่านั้นเธอก็ผิดหวังในตัวผู้ชายคนนี้
ตระกูลหร่วนเป็ตระกูลนักวิชาการหร่วนซู่หลันเป็คุณหนูใหญ่ตระกูลหร่วน รู้ความั้แ่เล็กไม่ว่าพิณหมากอักษรภาพล้วนชำนาญทั้งสิ้น แต่น่าสงสารที่เธอเป็คุณหนูใหญ่ สิบนิ้วจึงไม่เคยแตะต้องน้ำในฤดูใบไม้ผลิ[1] เพื่อจะได้อยู่กับซูหงปิน เธอไม่ลังเลจะหนีตามเพราะความรักบิดาของเธอโกรธจัดถึงกับประกาศตัดความสัมพันธ์ แต่แม้ว่าจะเป็เช่นนั้น แต่เธอก็ยังมีเงินสะสมมากมายไม่เพียงแต่ใช้เงินสะสมนี้ช่วยให้ซูหงปินเริ่มทำธุรกิจ ยังยอมทิ้งฐานะคุณหนูใหญ่ยอมล้างมือทำซุปข้น[2]ให้ซูหงปิน แต่เสียดายที่เธอโดนหักหลังอย่างไม่ปรานีเป็การตอบแทน
ซูหงปินอาศัยเงินเก็บของหร่วนซู่หลันมาลงทุนก่อตั้งซูซื่อกรุ๊ปแต่สำหรับหร่วนซู่หลันที่เสียสละเพื่อเขาเกือบทั้งหมดแล้ว เขากลับไม่มีความรู้สึกซาบซึ้งให้แม้แต่น้อยกระทั่งหร่วนหยวนหยวนที่เป็ลูกสาวแท้ๆ ยิ่งไม่ได้รับความรักของพ่อแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่หร่วนหยวนหยวนคิดถึงแต่เื่ของตนเองนั้นเธอและพ่อบ้านก็เดินมาถึงสวนด้านนอกโดยไม่รู้ตัว ที่นี่เป็สนามหญ้ากว้างมีสุนัขตัวหนึ่งกำลังกลิ้งไปมาอย่างออดอ้อนอยู่บนสนามหญ้าส่วนเยี่ยหรงเจินก็อยู่อีกด้าน
เมื่อหร่วนหยวนหยวนตั้งใจมองที่แท้เยี่ยหรงเจินกำลังเล่นลูกบอลกับลาบราดอร์สีทองตัวนั้น เขาโยนบอลออกไปไกล มันก็พุ่งออกไปคาบลูกบอลขึ้นมาแล้ววิ่งส่ายก้นนำลูกบอลกลับมาให้เขา แลกกับที่เยี่ยหรงเจินลูบหัวหนึ่งครั้ง
หร่วนหยวนหยวนแอบคิดในใจหรือว่านี่คือสิ่งที่เยี่ยหรงเจินบอกว่า ‘เื่สำคัญ’
ที่แท้เื่สำคัญของเขาก็คือเล่นบอลกับลูกชาย
เมื่อเห็นสายตาของหร่วนหยวนหยวนพ่อบ้านที่อยู่อีกด้านก็เอ่ยปากขึ้นทันที“คุณชายมักจะมีท่าทางเ็าเหมือนไม่สนอะไรทั้งนั้นมีเพียงตอนที่เล่นกับสุนัขเท่านั้น จึงจะแสดงอาการบ้าง”
“ลาบราดอร์ตัวนั้นชื่อว่าอะไรเหรอคะ”หร่วนหยวนหยวนถามอย่างสงสัย
พ่อบ้านบอกว่า“คุณชายไม่ได้ตั้งชื่อ แต่เรียกมันว่าลูกชาย”
“มีเอกลักษณ์จริงๆ”หร่วนหยวนหยวนยิ้ม
พ่อบ้านเงยหน้ามองหร่วนหยวนหยวนแล้วพูดต่อ“หวังว่าคุณจะพิจารณาคำเชิญของคุณชายดีๆ หลังจากที่คุณชายเป็โรคเบื่ออาหาร เขาก็ไม่สนและไม่ยอมกินอะไรทั้งนั้นยากนักที่เขาจะอยากกินอาหารที่คนอื่นทำ ถ้าคุณไม่ยินยอมเขาอาจไม่อยากกินอะไรอีกเลย”
หร่วนหยวนหยวนชะงักไป“ฉันจะตั้งใจพิจารณาค่ะ”
“อาจจะเป็การเปรียบเทียบที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก”พ่อบ้านพูดด้วยความรู้สึกล้ำลึก “แต่ผมรู้สึกว่า คุณอาจจะเป็ผู้กอบกู้ชีวิตเขา”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/Z212c5-ท่านประธานเทาเที่ยที่รัก-?r=search_article
[1] เป็ประโยคหนึ่งของกลอนโบราณมีความหมายว่าถึงแม้อากาศในเดือนสามจะหนาวเย็นเพียงใดก็ไม่ต้องลงมือซักผ้าเองเปรียบเทียบกับผู้ที่ครอบครัวมีฐานะดีไม่ต้องซักผ้าทำงานบ้านเอง
[2] มาจากส่วนหนึ่งของบทกวีจีนโบราณหมายถึงฝ่ายหญิงยินยอมละทิ้งชีวิตที่ดีกว่าเพื่อฝ่ายชายเป็การกระทำด้วยความรักโดยไม่สนใจสิ่งอื่น