บ่ายคล้อยหลันเยวี่ยและถิงถิงไม่ได้ขึ้นเขาไปหาของป่าวันนี้สองพี่น้องตามหูฉางหมินไปปลูกผักที่สวน
สวนผักใหญ่โตมีสระน้ำวงกลมขุดด้วยแรงคนอยู่ตรงกลาง แต่ไม่ได้ก่ออิฐ พวกเขาเรียกมันว่า‘วัง [1]’
เพราะในวังมีตาน้ำตราบใดที่ไม่ใช่่แล้งจัด โดยพื้นฐานแล้วก็จะมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี
ในเมื่อสวนผักมีวังนี้ก็ไม่จำเป็ต้องหาบน้ำไปรดผักอีกต่อไป แค่ใช้ท่อสูบเอาก็พอ
แบบนี้ทั้งประหยัดเวลาและแรงงาน
พอเห็นต้นหอมสีเขียวสดในสวนผักดวงตาของหลันเยวี่ยก็เป็ประกาย "พอดีที่บ้านมีแป้งกับเนื้องั้นเราตัดต้นหอมไปทำไส้เกี๊ยว เย็นนี้กินเกี๊ยวไส้ต้นหอมกันเถอะ"
ถิงถิงตอบรับอย่างกระตือรือร้น"ดีเลย ดีเลย หนูไม่ได้กินเกี๊ยวไส้ต้นหอมนานแล้วค่ะ"
หูฉางหมินจึงพูดขึ้น"งั้นพวกเราปลูกผักกาดขาวกับหัวไชเท้าก่อน แล้วค่อยตัดต้นหอมนะ"
่บ่ายทั้งสามพ่อลูกก็ปลูกหัวไชเท้าและผักกาดขาวเสร็จ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดตอนนั้นน่าจะเก็บผักกาดขาวได้ประมาณพันต้น หัวไชเท้าอีกประมาณพันหัว
หลังจากปลูกผักเสร็จหลันเยวี่ยและถิงถิงก็ถือต้นหอมกลับบ้าน
หลันเยวี่ยใช้ชีวิตมาสองชาตินี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ทำงานเกษตร
ถึงแม้จะทำน้อยกว่าถิงถิงแต่หลันเยวี่ยก็รู้สึกเหนื่อยล้าราวกับกระดูกจะแตก
พอกลับถึงบ้านแล้วพักผ่อนสักหน่อยหลันเยวี่ยก็ช่วยถิงถิงทำความสะอาดต้นหอม แล้วเตรียมทำไส้เกี๊ยว และลงมือห่อเกี๊ยว
จ้าวหงเหมยจะมาช่วยแต่หลันเยวี่ยห้ามไว้แล้วไล่ให้แม่กลับเข้าไปพักในห้อง
พอห่อเกี๊ยวจนใกล้เสร็จจ้าวหงเหมยก็บอกหลันเยวี่ย "พอเกี๊ยวสุกแล้วตักใส่จานใหญ่ๆ แยกไว้ต่างหาก ให้ลูกกับถิงถิงเอาไปให้ย่าใหญ่นะ"
"หมายถึงย่าใหญ่คนที่เอาไก่มาให้เรากินใช่ไหมคะ?" หลันเยวี่ยถามเสียงแ่
จ้าวหงเหมยตอบอย่างอ่อนโยน"ใช่แล้ว ก็คนนั้นแหละ ปกติบ้านย่าใหญ่มีอะไรอร่อยๆก็ไม่เคยลืมเรา เราก็ต้องนึกถึงเขาบ้าง"
หลันเยวี่ยพยักหน้า
ไม่นานเกี๊ยวก็สุกหลันเยวี่ยจัดแจงหาจานขนาดใหญ่มากๆ ตามที่แม่สั่ง แล้วตักเกี๊ยวขึ้นมาวาง
"แม่คะ หนูรู้ว่าบ้านย่าใหญ่อยู่ไหน หนูไปส่งเองได้ไม่ต้องให้ถิงถิงไปด้วยหรอกค่ะ"
จ้าวหงเหมยพูดตอบ"ลูกไปเองก็ได้ บ้านย่าใหญ่มีหมาด่างตัวเล็กผูกไว้ที่ลานบ้านตอนที่ลูกอยู่หน้าประตูบ้านก็อย่าลืมเรียกย่าใหญ่ดังๆ บอกให้ออกมาช่วยลูกดูหมาด้วย"
จ้าวหงเหมยหวังว่าหลันเยวี่ยจะติดต่อกับญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านให้มากขึ้นดังนั้นเธอถึงให้หลันเยวี่ยไปส่งเกี๊ยวที่บ้านย่าหลิน
ความหวังดีของแม่หลันเยวี่ยก็เข้าใจ
เธอรู้ว่าชนบทเป็สังคมคนรู้จักต้องเรียนรู้ที่จะติดต่อกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงไว้
หลันเยวี่ยก็ตระหนักได้ว่าถ้าเธอยังเป็เหมือนตอนที่เพิ่งกลับมาไม่อยากติดต่อกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง นานวันเข้าชื่อเสียงคงไม่ดีแน่
เธอไม่สนใจเื่ชื่อเสียงแต่ถ้าชื่อเสียงของเธอไม่ดีมากๆ เข้า พ่อแม่ก็คงเสียหน้า
หลันเยวี่ยคิดเื่ต่างๆในใจพลางถือเกี๊ยวร้อนๆ ออกจากบ้าน แล้วเลี้ยวไปทางทิศตะวันออก
บ้านย่าหลินกับบ้านหลันเยวี่ยอยู่ห่างกันแค่ป่าไผ่เขียวชอุ่มกั้น
เดินไปไม่กี่ก้าวหลันเยวี่ยก็เดินมาถึงหน้าบ้านย่าหลินแล้ว
เธอยังไม่ทันไปถึงหน้าประตูหมาด่างที่ลานบ้านก็เริ่มเห่าแล้ว
หมาด่างยังไม่ได้ผูกเชือก
พอเห็นว่าหมาด่างไม่ได้ผูกเชือกหลันเยวี่ยก็เกิดกลัวขึ้นมาจริงๆ
เธอถอยไปข้างหลังพลางะโเข้าไปขณะอยู่ที่ลานบ้าน"ย่าใหญ่คะ หนูหลันเยวี่ยค่ะ แม่ให้หนูเอาเกี๊ยวมาให้บ้านย่า!"
ตอนที่หมาด่างกำลังจะกระโจนเข้ามาถึงตัวหลันเยวี่ยย่าหลินก็ออกมาจากข้างในพอดี
พอเห็นว่าหมาด่างกำลังจะกระโจนเข้าใส่หลันเยวี่ยย่าหลินก็รีบเอ็ด
"เ้าด่าง ไปนอนตรงนั้นไป!"
เ้าด่างเชื่องจริงๆมันหมอบลงข้างๆ อย่างว่าง่าย
ถึงแม้เ้าด่างจะหมอบลงไปแล้วแต่หลันเยวี่ยก็ยังกลัวอยู่ดี เธอรีบยื่นจานเกี๊ยวให้ย่าหลิน"ย่าใหญ่คะ นี่เป็เกี๊ยวไส้หมูสับต้นหอมที่บ้านหนูห่อแม่ฝากหนูเอามาให้ย่าลองชิมดู เกี๊ยวอาจจะไม่เยอะ ย่าใหญ่อย่าถือสาเลยนะคะ"
หลันเยวี่ยใช้ชีวิตมาสองชาตินี่เป็ครั้งแรกที่เธอติดต่อกับเพื่อนบ้านทางฝั่งพ่อแม่แท้ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับใบหน้าเปี่ยมความเมตตาของแม่เฒ่าหลินหลันเยวี่ยไม่เพียงหายเกร็ง กลับรู้สึกสนิทใจอย่างน่าประหลาด
แม่เฒ่าหลินยิ้มแย้มก่อนจะรับจานเกี๊ยวจากมือของหลันเยวี่ยไป"หลันเยวี่ย หนูตามย่าเข้ามาในบ้านเร็ว ย่าจะเอาของอร่อยๆ ให้"
ั้แ่หลันเยวี่ยกลับมานี่เป็ครั้งแรกที่แม่เฒ่าหลินได้เจอหน้าเด็กสาวตัวเป็ๆ
แต่แม่เฒ่าก็ได้ยินคนในตระกูลหูพูดถึงเื่ไม่ดีของหลันเยวี่ยมาเยอะ
ทว่าเด็กสาวตรงหน้าดูยิ้มแย้มพูดจาไพเราะ แม่เฒ่าหลินเห็นก็รู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้น่ารักดี
หลันเยวี่ยส่งยิ้มให้แม่เฒ่าหลินที่ชวนเธอเข้าบ้าน"ย่าใหญ่คะ หนูไม่เข้าไปจะดีกว่าค่ะรบกวนย่าใหญ่ตักเกี๊ยวออกจากจาน หนูจะได้ถือกลับบ้านค่ะ"
แม่เฒ่าหลินเห็นว่าหลันเยวี่ยไม่ยอมตามเข้าไปในบ้านเธอก็เริ่มบ่น
"ยัยหนูคนนี้ ทำไมขี้เกรงใจขนาดนี้ หนูรังเกียจว่าบ้านย่าใหญ่สกปรกเลยไม่ยอมเข้าไปใช่ไหม?"
ในเมื่อคนเขาออกปากถึงขนาดนี้แล้วหลันเยวี่ยก็ไม่กล้าปฏิเสธต่ออีก "หนูได้ยินแม่พูดว่าบ้านย่าใหญ่สะอาดมากงั้นหนูขอเข้าไปเยี่ยมชมบ้านย่าใหญ่หน่อยนะคะ"
ผ่านไปไม่นานหลันเยวี่ยก็เดินตามแม่เฒ่าหลินเข้าไปในสวนแล้วเดินต่อเข้าไปในห้องโถง
สวนของบ้านหลินไม่ใช่เล็กๆแต่พื้นกลับถูกกวาดจนสะอาด ไม่มีแม้แต่เศษใบไม้ร่วงสักชิ้น
ในสวนนั้นยังมีต้นแอปเปิลกับต้นสาลี่ปลูกอยู่ด้วย
ส่วนที่มุมกำแพงยังมีกุหลาบเยวี่ยจี้[2]สูงประมาณไหล่สองต้น
ห้องโถงก็แบ่งเป็ห้องด้านนอกและด้านในห้องด้านนอกเป็ทั้งห้องอาหารและห้องนั่งเล่น
ถึงแม้ด้านในห้องจะมีของเยอะแต่จัดวางอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ดูแลจนสะอาดสะอ้าน
"ย่าใหญ่คะ ในห้องย่าสะอาดจริงๆ ด้วยค่ะ!" คำชมของหลันเยวี่ยมาจากใจจริง
แม่เฒ่าหลินหัวเราะคิกคัก"สะอาดอะไรกัน แค่พอใช้ได้เท่านั้นแหละ"
พอตักเกี๊ยวออกจากจานเรียบร้อยแม่เฒ่าหลินก็ล้างจนสะอาดแล้วคืนให้หลันเยวี่ย "หนูอย่าเพิ่งไปเดี๋ยวย่าจะเอาของอร่อยๆ ให้"
พูดพลางแม่เฒ่าก็เปิดลิ้นชักหยิบกระป๋องส้มแมนดารินในน้ำเชื่อมส่งให้หลันเยวี่ย "เอาไปแบ่งกินกับถิงถิงที่บ้านนะ"
"ย่าใหญ่คะ หนูไม่เอาค่ะ ย่าเก็บไว้กินเองเถอะนะคะ" ถึงหลันเยวี่ยจะชอบกินของกระป๋อง แต่เธอรู้ว่าของพวกนี้มีราคาแพง
ไม่ว่าในเมืองหรือชนบทของกระป๋องในยุค 80 เป็ของหายากตอนที่ไปเยี่ยมญาติ ถ้าใครถือกระป๋องไปสักสองกระป๋อง ถือว่าใจป้ำสุดๆ แล้ว
แม่เฒ่าหลินเห็นว่าหลันเยวี่ยไม่ยอมรับกระป๋องเธอก็แสร้งทำเป็ไม่พอใจ "ยัยหนูคนนี้ทำไมขี้เกรงใจอีกแล้ว ของที่ผู้ใหญ่ให้ ห้ามปฏิเสธนะ!"
"ขอบคุณย่าใหญ่มากๆ ค่ะ" หลันเยวี่ยรู้ว่าถ้าเธอยังปฏิเสธต่อไปแม่เฒ่าหลินคงโกรธจริง
พอหลันเยวี่ยรับกระป๋องไปแม่เฒ่าหลินก็ยิ้มออกทันที "อืม แบบนี้ถึงจะถูกรีบกลับบ้านเถอะ พ่อแม่ของหนูยังรอหนูกินข้าวอยู่นะ"
"ย่าใหญ่ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ วันหลังจะมาหาใหม่ค่ะ" หลันเยวี่ยส่งยิ้มหวานให้แม่เฒ่าหลิน แล้วหันหลังเตรียมจะลาจาก
แม่เฒ่าหลินรู้ว่าหลันเยวี่ยกลัวหมาดังนั้นเธอจึงไปส่งที่หน้าประตูด้วยตัวเอง
หลังจากส่งคนออกไปแม่เฒ่าหลินก็ะโไปทางฝั่งตะวันตกของห้องโถง "หย่วนจื่อออกมากินข้าวเย็นเร็ว"
จากนั้นก็มีเสียงทุ้มนุ่มตอบกลับมา"ผมรู้แล้ว กำลังไปครับ"
เพราะไม่ได้อยู่ไกลกันมากหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงของผู้ชายที่ดังมาจากบ้านหลินด้วย
หลันเยวี่ยต้องยอมรับว่าน้ำเสียงนั้นไพเราะมากถ้ามีสำเนียงมาตรฐาน เสียงนั้นคงไม่แพ้นักพากย์ภาพยนตร์เลย
คนนั้นก็คือหลินซือหย่วนหลานชายคนเดียวของย่าหลินสินะ
เสียงดีขนาดนี้แต่ชื่อเสียงกลับไม่ค่อยดีนัก ได้ยินมาว่าอายุยี่สิบกว่าแล้ว ยังเอาแต่เที่ยวเล่นวันวันไม่ทำอะไร คอยแต่จะให้ย่าเลี้ยง
เชิงอรรถ
[1]วัง (汪) แอ่งน้ำขังตามธรรมชาติหรือบ่อที่มนุษย์ขุดขึ้นมีคันดินล้อมรอบ เอาไว้ใช้ล้างผัก เลี้ยงสัตว์ หรือเล่นน้ำ
[2]กุหลาบเยวี่ยจี้ (月季) ดอกไม้ชื่อดังของจีนเป็ที่นิยมเพราะมีดอกขนาดใหญ่ และบานเป็เวลานาน กินเวลาั้แ่ปลายฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง (ต้นเดือนพฤษภาคม - ต้นเดือนตุลาคม)