หลังจากผมเดินห่างจากเด็กสาวเชื้อพระวงศ์คนนั้นมาไม่นาน ก็ได้มาเจอกับรูอัน ซึ่งก็ตามคาด…
“คิวเต็มกันทุกร้านเลยสินะ?”
“ครับ..ตามนั้นเลย”
“เห้อ/เห้อ” ผมกับรูอันถอนหายใจพร้อมกัน
สุดท้าย..ก็ไม่พ้นที่จะต้องต่อคิวสินะ และในวันนั้นเองกว่าผมจะได้กินมื้อเที่ยงก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสามโมงพอดี..นับว่าเป็วันอันแสนทรหดที่ต้องต่อสู้กับความหิว
หลังกินเสร็จ..ผมกับรูอันก็ไปเดินเที่ยวสำรวจรอบเมืองหลวง..ช็อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้า และของใช้ต่างๆ รวมทั้งไปนั่งชมการแสดงละครตอน่ค่ำด้วย
“เมืองหลวงนี่..สิ่งบันเทิงเยอะจังเนอะ”
“อืม..นั่นสินะ”
วันนี้รู้สึกผ่อนคลายและสนุกมากเลยแหะ…คงต้องบอกตรงๆว่าพฤติกรรมของพวกผมตอนนี้ทำตัวไม่เหมือนพวกที่จะต้องเจอศึกหนักในอีก2วันเลยล่ะ..แต่ก็เอาเหอะอุตส่าห์ผ่านการฝึกสุดโหดมาตั้ง4เดือน บางทีการได้ผ่อนคลายสักหน่อยก็น่าจะช่วยปลดปล่อยจิตใจจากความเหนื่อยล้าได้บ้าง และเมื่อความเหนื่อยล้าหายไป ความแข็งแกร่งที่แท้จริงก็จะปรากฎออกมาเอง
ผมคิดแบบนั้นขณะกำลังเดินกลับไปยังที่พักกับรูอัน..และเมื่อมาถึงที่พัก พวกผมก็เอาของที่ซื้อมาในวันนี้จัดวางให้เรียบร้อย แล้วผลัดกับอาบน้ำ โดยรูอันเป็ฝ่ายเข้าไปอาบน้ำก่อน ..ส่วนตัวผมน่ะหรอ ผมนั่งลงบนเตียงแล้วหยิบเอกสารที่เ้าหน้าที่รับสมัครแจกให้ขึ้นมาอ่านดู ซึ่งในนั้นเขียนอธิบายเกี่ยวกับรูปแบบการแข่งและกฎกติการต่างๆรวมทั้งเกณฑ์ในการตัดสินด้วย
และดูเหมือนว่าการแข่งจะแข่งเป็คู่ซึ่งก่อนแข่งจะมีการจับฉลากคู่กันก่อน โดยการจับฉลากจะมีอยู่ด้วยกัน2รอบ รอบแรกคือการจับฉลากสำหรับคัดคนเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ โดยจะนำจำนวนผู้สมัครทั้งหมด มาจับคู่แข่งกัน โดยคนที่ชนะจากคู่นี้ก็จะได้แข่งกันกับคนที่ชนะจากคู่อื่น ส่วนคนที่แพ้ก็จะถูกคัดออก จนกระทั่งเหลือกลุ่มผู้ชนะในคู่สุดท้ายจำนวน 250 คน ซึ่ง250คนนี้แหละ คือคนที่จะเข้ามาเป็นักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ โดยการแข่งในรอบแรกนี้จะจบภายในวันเดียวคือวันมะรืน (หลังจากวันพรุ่งนี้) แล้วหลังจากนั้น…
การจับฉลากรอบที่สองจะเริ่มอีกครั้งนึง โดยการจับฉลากครั้งนี้จะเป็การสอบคัดห้อง โดยจะเรียกระดับตาม S A B C D โดยผู้ชนะในคู่สุดท้าย30คนแรก จะได้อยู่ห้อง S หลังจากนั้นจะกระจายไปตามห้อง A B C D ตามลำดับ ซึ่งด้วยวิธีการจัดระบบแบบนี้ห้องที่ห่วยที่สุดคงเป็ห้องD อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ..แต่ผมคิดว่าห้องDเองก็ไม่ได้ฝีมือแย่ขนาดนั้นหรอก เพราะยังไงพวกเขาเองก็เป็กลุ่มหนึ่งใน250คน ที่เอาชนะคู่แข่งนับพันถึงหมื่นจนมาอยู่ใน250คนแรกได้เชียวนะ
และนอกจากนี้ดูเหมือนว่าผู้ที่ใช้อาร์ติเฟกซ์สายรักษาจะถูกกระจายไปห้องละประมาณ2-3คน เพราะผู้สมัครแต่ละปีไม่เคยมีปีไหนมาสมัครเกิน15คนสักครั้งเลย และคนที่ได้ 1-2 อันดับแรกก็จะได้อยู่ห้องSด้วย เพราะห้อง Sมีจำนวนสมาชิกน้อยกว่าห้องอื่นๆ (ห้องอื่นมี 55 คน แต่ห้องSมี 30คน) ฉะนั้นจำนวนผู้ใช้เวทย์รักษาที่ถูกจัดไปอยู่ในห้องS มากที่สุดจึงมีแค่2คนเท่านั้น …ตรงนี้ก็น่าลุ้นว่ารูอันจะเอาชนะได้จนไปอยู่ในอันดับ2คนแรกรึป่าว
ผมขยับหน้ากระดาษไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้าสุดท้าย
#สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ได้อยู่ห้อง S และผู้ที่ชนะเลิศอันดับ1ในการสอบแข่งขัน#
.
.
.
ในตอนที่ผมกำลังจะกรอกสายตาลงไปอ่านในบรรทัดถัดไปนั่นเอง รูอันก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี
“ผมอาบเสร็จแล้วนะ..เรเวลอาบต่อได้เลย”
“อะ..อืม เข้าใจแล้ว” หลังจากนั้นผมรีบเก็บเอกสาร หยิบเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำในทันที
…………………………………………………..
หลังอาบน้ำเสร็จพอเดินออกมา ก็เห็นรูอันกำลังนั่งอ่านเอกสารของตัวเองอยู่บนเตียง ซึ่งก็น่าสนเหมือนกันแหะว่าข้อมูลในเอกสารนั่นจะมีอะไรแตกต่างจากของผมรึป่าว พอผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ รูอันเลยเงยหน้าขึ้นมา
“เรเวลรอบการแข่งของเรเวลมันก่อนผม1วันใช่มะ”
“อืมใช่..ทำไมหรอ?”
“รอบของผมมันอยู่วันที่2ก็จริง..แต่ในวันแรกพวกนักเรียนโรงเรียนอัศวินทุกชั้นปีรวมถึงคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ที่ใช้เวทย์รักษาได้จะถูกเกณฑ์ไปเป็เ้าหน้าที่ช่วยรักษาคนเจ็บนะ"
“อืม..ก็ไม่แปลกหรอกนะ ก็ถ้าสู้กันแล้วาเ็หนัก หากตรงนั้นไม่มีใครใช้เวทย์รักษาได้ก็คงแย่อะ แถมผู้ใช้เวทย์หรืออาร์ติเฟกซ์สายนี้ก็ยิ่งขาดแคลนอยู่ด้วย”
“แน่นอนว่า..พวกแพทย์ธรรมดาที่ดูอาการหรือปฐมพยาบาลสำหรับผู้าเ็เล็กน้อย โดยไม่ต้องใช้เวทย์มนต์ก็มีเหมือนกัน แต่ปัญหาคือผมอาจจะไปเชียร์นายแข่งไม่ได้น่ะสิ เพราะไม่รู้ว่าผมจะถูกส่งไปประจำที่สนามแข่งไหน"
“นั่นสินะ..แต่ไม่เป็ไรหรอกรูอัน ฉันว่านายทำหน้าที่ของนายไปเถอะ แค่นายมีน้ำใจอยากให้กำลังให้ฉันในตอนแข่งแค่นั้นก็ถือว่าเป็มิตรภาพที่ดีแล้วล่ะ”
“อืม…งั้นพยายามเข้านะ”
“นายเองก็เหมือนกัน”
หลังจากนั้นผมก็สอบถามข้อมูลอื่นๆในเอกสาร และดูเหมือนว่านอกจากนี้ข้อมูลจะไม่ต่างกันเท่าไร เพราะระบบการแข่งก็เป็แบบเดียวกัน แต่สิ่งเดียวที่ต่างก็คงเป็จำนวนคนละมั้ง
หลังจากผมได้รู้ข้อมูลต่างๆที่คิดว่าสำคัญจนครบแล้ว ผมก็ปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน รูอันเองก็เช่นกัน
***********************************
#วันสุดท้ายก่อนการสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์จะเริ่มต้นขึ้น#
หลังจากที่นอนอย่างเต็มอิ่มเมื่อคืน วันนี้ผมจึงตื่นขึ้นมาแต่เช้า บรรยากาศตอนเช้าในเมืองหลวงก็ยังดูคึกคักเหมือนเดิม แต่ว่าที่พักที่ผมเช่าอยู่นั้น คือ โรงแรมอย่างดี ฉะนั้นตอนเช้าจึงมีอาหารเช้าจัดไว้ให้ ซึ่งก็มีขนมปัง พาสต้า ไส้กรอก แฮม ไข่ดาว รวมทั้งสลัดผักต่างๆถูกจัดเตรียมไว้มากมายที่ห้องอาหาร ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ต้องไปแย่งต่อคิวซื้ออาหารเหมือนกับเมื่อวาน ผมกับรูอันจึงลงมากินมื้อเช้ากันที่ห้องอาหารแห่งนี้นั่นเอง
“คิดถูกแล้วสินะที่เลือกจองที่พักแห่งนี้”
“นั่นสินะ..หากไปต่อคิวซื้ออาหารที่ร้านข้างนอกตอนนี้..กว่าจะได้กินคงนานแน่”
ผมคุยกับรูอันไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งกินมือเช้าเสร็จ..หลังจากนั้นพวกผมมีกำหนดการว่าจะไปเดินเล่นข้างนอกด้วยกันต่อ แต่ไม่นานนักก็ได้มีเ้าหน้าที่ รร.อัศวินเวทย์มนต์มาเคาะประตูถึงที่หน้าห้องพักผม แล้วเรียกตัวรูอันไปอบรมอะไรสักอย่างเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้นี่แหละ เอาเหอะเ้าหมอนั่นเองก็คงยุ่งเหมือนกันแหะ..สุดท้ายผมจึงออกไปเดินเล่นคนเดียว
ตอนนี้เวลาประมาณ9โมงครึ่งผมเดินเล่นอยู่ที่ข้างนอกดูเหมือนว่าวันนี้ซึ่งเป็วันสุดท้ายที่เปิดรับสมัครสอบถึงตอนเที่ยง แต่คิวต่อแถวเพื่อลงทะเบียนก็ยังยาวเหมือนเดิม ถึงจะไม่เยอะเท่าวันแรกก็ตามที
ด้วยความที่เดินเล่นว่างๆไม่มีอะไรทำ ผมจึงใช้เวลาว่างนี้ไปต่อคิวซื้ออาหารเที่ยงกับเย็น เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอนรกหิวโซตอนรอคิวแบบเมื่อวาน แน่นอนว่าผมซื้อเผื่อรูอันด้วยเช่นกัน หลังจากซื้อเสร็จผมก็หยิบแผนที่เมืองหลวงขึ้นมาดู ซึ่งแผนที่นี้ผมได้รับมาวันแรกที่หน้าประตูเมือง ..ผมดูแผนที่แล้วมุ่งตรงไปยังสวนสาธารณะประจำเมืองหลวงทันที
สวนสาธารณะแห่งนี้เป็สถานที่พักผ่อนส่วนกลางของเมืองหลวงที่ทั้งสามัญชน และขุนนางต่างก็เข้ามาใช้ที่แห่งนี้ร่วมกันได้
“โห..”
ทิวทัศน์ที่ผมมองตรงหน้านั้น มีทะเลสาบสวยงาม และต้นไม้พุ่มหญ้านานาชนิด รวมทั้งดอกไม้สวยงามต่างๆขึ้นอยู่เต็มไปหมด ส่วนริมทะเลสาบนั้นก็มีชิงช้า และศาลาขนาดเล็กตั้งอยู่ ที่นี่มีเด็กมากมายวิ่งเล่นกัน ซึ่งมีทั้งเด็กสามัญชน และลูกหลานขุนนางต่างวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน แน่นอนรวมถึงมีคู่รักสุดหวานแหววมาออกเดทกันด้วย
กลิ่นหอมของสายลม ได้นำพากลิ่นของดอกไม้ลอยผ่านผู้คน
เสียงนกร้องขานรับกันเป็จังหวะ
ทะเลสาบสีน้ำเงินฟ้า ทอประกายสะท้อนแสงอาทิตย์งดงาม เมื่อมองไปแล้วย่อมให้ความรู้สึกสงบ
ตัวผมที่ได้ัักับความงามของทิวทัศน์เ่าั้แล้ว ได้เดินไปนั่งพิงริมต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง พลางจ้องมองไปยังทะเลสาบด้านหน้านั่น
บรรยากาศอันสงบนิ่งนี้ น่าผ่อนคลายเป็อย่างมาก แต่ก็ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวในใจผมเช่นกัน
“ตอนนี้เอลิเซ่กำลังทำอะไรอยู่นะ”
ผมพูดแบบนั้นพลางมองขึ้นไปบนกิ่งไม้ เห็นนกไนติงเกลสองตัวกำลังเกี้ยวพาราสีกันจนทำให้ผมรู้สึกอิจฉาอยู่เล็กน้อย
ตัวผมนั่งเล่น แล้วก็เดินชมทิวทัศน์ในสวนไปเรื่อยๆ พอหิวก็หยิบแซนวิสที่ซื้อไว้ออกมากิน ...จนกระทั่งเวลาการรับสมัครนั้นได้จบลง และถึงเวลาประกาศผลการจับคู่แข่งในที่สุด…..