สีหน้าเ็าของหลินจวี๋ฮวา ขึ้งโกรธขึ้นทันที
“เื่ซึ่งร่ำลือกันไปทั่วเป็ความจริง ไม่ทันถึงหมู่ตึกพันอักษรมันกลับมุ่งมาหาเรา หลายเดือนก่อน นับจากข่าวงานประลองแพร่ออกไปคนผู้นี้นัดหมายประลอง กับยอดฝีมือเลื่องชื่อ เกือบสิบคนแล้ว”
หลินอิงฮวาสวนขึ้นด้วยความชิงชัง
“มันทำอย่างนั้น ย่อมสูญเสียพละกำลังไปไม่น้อย ถึงเวลาประลองจริงกลับทำให้ผู้อื่นได้เปรียบอย่างยิ่ง”
แต่แล้วนาง พลันหน้าสลดลงอย่างรวดเร็ว เป็ครั้งแรกที่นางต้องวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุนเช่นนี้ เมื่อมันไม่ใช่ปีศาจ การวิ่งหนีผู้อื่นจึงน่าอับอายมากยิ่งกว่า
“ข้าพเ้าไม่เอาไหน เพียงสามกระบวนท่าก็แพ้อย่างสิ้นเชิง”
ติงฝูหรงทอดถอนใจ ลูบศีรษะนางอย่างปลอบโยน
“เ้ารู้หรือไม่...ผู้รอดจากดาบนาคามูระ โยชิอิได้สามกระบวนท่าน่ากลัวจะมีไม่มาก อย่าว่าแต่เ้ายังวิ่งหนีมันพ้นอีกนับว่าเ้าสร้างปาฏิหาริย์มากแล้ว ผู้สามารถแย่งชิงคัมภีร์พันอักษรกับเขาแทบสามารถนับตัวได้ แต่เหตุใดมันต้องเสาะหาผู้มีฝีมือ ประลองก่อนถึงกำหนดงานชุมนุม?”
หลินอิงฮวายังกล่าว ด้วยน้ำเสียงชิงชัง
“อาจเพราะมันมั่นใจว่า ต้องเป็ผู้ชนะการประลองแน่นอนเมื่อได้คัมภีร์พันอักษร มันย่อม้าเวลาฝึกจึงกลัวผู้อื่นคิดแย่งชิงตอนมันฝึกปรือ เลยคิดกำจัดผู้อื่นให้หมดก่อน”
หยางป๋อหูส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกล่าวว่า
“พลังฝีมือระดับมัน เมื่อบวกกับอิทธิพลของหมู่ตึกบูรพา ยังต้องกลัวผู้ใดหากมันมั่นใจเช่นนั้นจริง รอให้มันได้ทั้งหมู่ตึกทั้งคัมภีร์ตอนนั้นคิดกำจัดผู้อื่นย่อมง่ายดายยิ่ง”
“แต่มันยังคิดกำจัด ผู้มีฝีมือจนหมดทั้งแผ่นดินจริง ๆ ถึงกับมาดักรอพวกเราที่นี่”
หยางป๋อหูส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยอีกครั้ง
“เป็มันมาดักรอเ้า?”
หลินอิงฮวาค่อยได้คิด แม้แต่พี่ของนางยังไม่รู้ว่า นางลอบออกจากโรงเตี๊ยมคนผู้นั้นจะรู้ได้อย่างไร?
“เป็มันรู้ว่าเราอยู่โรงเตี๊ยมนี้ จึงรีบรุดมา”
“เนื่องเพราะโรงเตี๊ยม ในหมู่บ้านเต็มหมด พวกเ้าจึงพักที่นี่มิใช่หรือ”บัณฑิตไร้ร่องรอยยังคงมีเหตุผลดียิ่ง
หลินจวี๋ฮวาพยักหน้าตอบรับ
“คาดว่าเวลาที่พวกเรามาถึง มันเพิ่งประลองกับเทพพู่กันคู่ะเืเสร็จสิ้น”
หลินอิงฮวายังทุ่มเถียงต่อ
“คนของหมู่ตึกบูรพามีมากมาย การสืบหาที่อยู่ของเราให้ใครทำก็ได้”
หยางป๋อหูมองหน้านางกลับ เอ่ยถาม
“พวกเ้าคิดว่า มีใครตามพวกเ้ามาได้โดยไม่รู้ตัวหรือสำหรับข้าพเ้าย่อมไม่มีทางแน่ ไม่เช่นนั้นฉายาไร้ร่องรอย จะมีความหมายอะไร”
หลินจวี๋ฮวาพยักหน้า เห็นด้วยกับหยางป๋อหูอีกครั้ง กล่าวอย่างครุ่นคิด
“ระหว่างเดินทาง ไม่มีผู้ใดสะกดรอย ตามพวกเราอย่างแน่นอน”
“หลายวันนี้ หิมะตกอย่างหนัก โรงเตี๊ยมในหมู่บ้านจึงเต็มหมดพวกเ้าจำต้องมาพักอยู่ที่นี่ เื่บังเอิญเช่นนี้ มันย่อมไม่สามารถคาดเดาได้จุดประสงค์ของมัน ไม่น่าใช่พวกเ้าคนใด”
หลินอิงฮวาครุ่นคิดจนหน้านิ่ว
“เมื่อมาถึงที่นี่ ได้ยินข่าวว่ามันมาหยุดพัก ในหมู่บ้านนี้สองวันแล้วถึงหิมะจะตกหนัก ก็ไม่น่าเป็อุปสรรค เหนี่ยวรั้งพวกมันไว้ถึงสองวันหรือมันยอมเสียเวลาเดินทาง เพียงเพื่อรอเวลาประลองกับหม่าเทียนลุ่น”
“เทพพู่กันคู่ะเื ไม่คู่ควรให้มันรอคอยหรอก...” หยางป๋อหูชะงักถ้อยคำเพียงเท่านี้
เนื่องเพราะเสียงขลุ่ยเย็นะเื ดังกังวานขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว...
ทุกคนในห้อง ต่างนิ่งฟังเสียงขลุ่ย จนเกือบจะเคลิบเคลิ้มไม่มีผู้ใดกล่าวสิ่งใดอีก
ครู่ใหญ่เสียงขลุ่ย ค่อยเงียบหาย เหมือนทุกวันที่ผ่านมา...
พี่น้องตระกูลหลิน หันไปมองหน้าติงฝูหรง ราวนัดกันไว้
ฟางเสวี่ยเฟยเป็พี่ชาย ที่แสนดีของพวกนาง ทั้งเป็น้องชายที่น่ารักของติงฝูหรงเสมอมา กระทั่งเกิดคดีในหมู่ตึกพันอักษร...
เวลานั้นฟางเสวี่ยเฟย เพิ่งรับตำแหน่งประมุขตระกูลฟาง สืบต่อจากบิดาซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคปัจจุบัน
เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบเจ็ดปี ต้องเข้าร่วมตัดสินคดีฆาตกรรมอันอื้อฉาวที่สุดในรอบหลายสิบปี
ภายหลังการตัดสินคดี ฟางเสวี่ยเฟยกลับเก็บตัวอยู่แต่ในหมู่ตึก
ไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์คราวนั้น ทั้งไม่ยอมพบปะผู้ใดอีกเลย
แม้สองพี่น้องตระกูลหลินและติงฝูหรง เดินทางไปเยี่ยมเยียนมันหลายครั้งกลับยังได้รับการปฏิเสธ ไม่ยอมออกมาพบเสมอมา หลายปีหลังจากนั้น คงมีเพียงติงฝูหรงแวะไปหมู่ตึกตระกูลฟางเป็ครั้งคราว
กระนั้นเ้าของบ้านยังทำใจแข็ง ไม่ยอมให้พบแม้สักครั้ง
ติงฝูหรงไม่มีแววประหลาดใจ เมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยโหยหวน ในเวลาเช่นนี้...
เวลาผ่านไปรวดเร็วจริง ๆ เจ็ดปี...น้องเสวี่ยเฟยเก็บตัวอยู่แต่ในหมู่ตึกตระกูลฟาง
เจ็ดปีซึ่งนางตัดสินใจ ออกเดินทางเร่ร่อนไปทั่ว...เจ็ดปีแล้ว นางมิได้กลับหมู่ตึกตระกูลติงอีกเลย...
หลินอิงฮวาโพล่งขึ้น หน้าตาตระหนก
“หรือจุดประสงค์ของนาคามูระ โยชิอิคือพี่เสวี่ยเฟย...”
นางกล่าวได้เพียงเท่านี้เพราะนางล้มฟุบลงไปแล้ว!
หรือเสียงขลุ่ยถึงกับมีอำนาจ ดึงดูดผู้คนเพียงนี้!
จู่ ๆ หยางป๋อหู กลับฟุบลงกับโต๊ะอีกคน ติงฝูหรงก็ฟุบลงตามไป!
“นี่...” หลินจวี๋ฮวากล่าวได้เพียงเท่านี้ พลันล้มฟุบลงกับโต๊ะเช่นกัน!
ภายในห้องโถงของโรงเตี๊ยม ปราศจากสุ้มเสียงใด เถ้าแก่ท่าทางเงอะงะเดินออกมาจากในครัว มันถึงกับไม่สนใจคนเหล่านี้ พวกซึ่งตื่นเช้าผิดปกติมักหลับง่ายอย่างยิ่ง
มันเดินไปเดินมารอบคนเ่าั้ แล้วเดินไปลงกลอนประตูหน้าต่างจากนั้นจึงหันกลับมายืน หน้าโต๊ะของคนเ่าั้อีกครั้งพลันเสียงหัวเราะอย่างขบขัน ของดรุณีน้อยดังกังวานขึ้น!
สุ้มเสียงนี้กลับดัง จากร่างเถ้าแก่หลังค่อมผู้นั้น!
“พลังฝีมือพวกเ้า ไม่ได้กล้าแข็งอย่างร่ำลือกันเลย”เถ้าแก่ผู้นั้นหลังตรงขึ้นทันที ท่าทางเงอะงะหายไป ร่างกายเคลื่อนไหวปราดเปรียวรวดเร็วอย่างยิ่ง!
แต่แล้วทันใด เสียงหัวเราะดังกังวาน กลับต้องชะงักลงทันทีเพราะภายในห้องพลันบังเกิด อีกสุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้น
เป็เสียงบิดกายอย่างเกียจคร้าน ของบัณฑิตซอมซ่อผู้นั้น!
จากนั้น อีกหลายสุ้มเสียงก็ตามมา
เป็เสียงรินน้ำชาลงในถ้วย...และเสียงหัวเราะ ซึ่งยังดังกว่าเมื่อครู่ของดรุณีน้อยอีกผู้หนึ่ง!
ดรุณีน้อยในร่างเถ้าแก่ ตะลึงลานอยู่กับที่แล้ว นางย่อมไม่เข้าใจนี่เป็เื่ราวใดกันแน่
นางเห็นกับตา ทุกคนดื่มน้ำชากันคนละถ้วย น้ำชาซึ่งนางต้มเป็พิเศษสำหรับแขกเหล่านี้
“ที่แท้ที่นี่กลับเป็โรงเตี๊ยมโจร” ขณะกล่าวประโยคนี้หลินอิงฮวาถึงกับยังไม่อาจ หยุดหัวเราะได้
“เ้าผิดแล้ว โรงเตี๊ยมโจรปกติไม่ใช้ยาสลบชนิดนี้”หลินจวี๋ฮวาเกือบจะยิ้มออกมา มีผู้คิดวางยาสลบเซียนแพทย์เยี่ยงนางนี่มิใช่เื่น่าหัวร่อหรอกหรือ
“ที่แท้ชนิดของยาสลบ กลับแยกชนิดโรงเตี๊ยมได้” เื่แปลกประหลาดเช่นนี้ดึงดูดความสนใจ หยางป๋อหูได้ดียิ่ง
“ย่อมได้แน่นอน ยาสลบนี้ได้ผลดีเกินไป หายากเกินไป พิษค่อย ๆ ออกฤทธิ์ช้า ๆมิทิ้งรอยให้สังเกตอาการ กว่าจะรู้ตัวก็หมดสติแล้วตัวยาซึ่งนำมาปรุงหายากอย่างยิ่ง ทั้งหากหาได้ราคาก็สูงอย่างยิ่งโรงเตี๊ยมโจรไหนเลยลงทุนขนาดนี้”
“พวกเ้าดื่มน้ำชา จนหมดแล้วนี่?” ดรุณีในร่างเถ้าแก่ยังคิดไม่ออกนี่เป็เื่ราวใดกันแน่
“หากข้าพเ้ากับท่านพี่ ภูมิต้านทานต่ำปานนี้ ตระกูลหลินของเราจะมีหน้าอยู่ในยุทธจักรได้อย่างไร”
พี่น้องตระกูลหลิน ย่อมไม่มีทางถูกผู้อื่น วางยาอย่างแน่นอน
ติงฝูหรงยังหน้าตาแจ่มใส กว่าเมื่อครู่เสียอีก
“ข้าพเ้านอนเพียงพอแล้ว เช้านี้จึงไม่คิดจะหลับอีก”
ทุกคนล้วนทราบ ติงฝูหรงแม้สูญเสียดวงตา ทว่าประสาทััอื่น ๆ ของนางกลับเฉียบคมกว่าคนปกติ ไม่มีผู้ใดลอบวางยานางได้แน่นอน
“ข้าพเ้าอยู่ที่นี่ เป็วันที่สี่แล้ว” หยางป๋อหูกล่าวเพียงสั้น ๆกระนั้นทุกคนล้วนเข้าใจ ยังมีผู้ใดสามารถตบตา บัณฑิตไร้ร่องรอยได้ถึงสี่วัน
ทันใดนั้น หยางป๋อหูลุกขึ้นยืน ด้วยอาการลิงโลด
“ข้าพเ้าโง่จริง ๆ ! ควรคิดได้แต่แรกแล้วว่า นาคามูระโยชิอิ้าเสาะหาผู้ใด!” ดวงตาจ้องเขม็ง ไปยังร่างเถ้าแก่ผู้นั้น
หลินอิงฮวาขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าปีศาจตนนั้น เสาะหาดรุณีในร่างเถ้าแก่ทำไม
“มันเสาะหาคนผู้นี้?”
สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้อง ไปยังบัณฑิตไร้ร่องรอย มันกล่าวต่อด้วยความมั่นใจ
“ไม่ใช่นาง แต่เป็ศิษย์พี่ของนาง!”
บัณฑิตไร้ร่องรอยอยู่ที่นี่สามวัน ไม่เพียงทราบว่าเถ้าแก่แท้จริงเป็ดรุณีน้อยปลอมตัว ทั้งทราบเลา ๆ ถึงต้นสังกัดของนาง สิ่งซึ่งมันแน่ใจย่อมถูกต้องกว่าแปดส่วน
มันเน้นทีละคำช้า ๆ
“อี่ไป๋เฮ่ออยู่ที่ไหน!”
‘จอมยุทธ์กระบี่เหล็ก อี่ไป๋เฮ่อ’ ย่อมเป็อีกหนึ่งบุคคลซึ่งหยางป๋อหู้าพบอย่างยิ่ง หากเป็เวลาอื่นมันต้องไม่ละโอกาสสืบความจากเถ้าแก่ปลอมผู้นี้
ทว่าหลายวันนี้ ความสนใจทั้งมวลของมัน มุ่งอยู่ที่ฟางเสวี่ยเฟย มันย่อมทราบอี่ไป๋เฮ่อต้องเดินทางไป ร่วมงานชุมนุมอย่างแน่นอน ดังนั้นเื่ของอี่ไป๋เฮ่อยังรอก่อนได้ อีกทั้ง...อี่ไป๋เฮ่อกับมัน ไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไรข้อสำคัญ...อี่ไป๋เฮ่อเป็ศิษย์ราชันย์กระบี่เหล็ก ย่อมไม่อาจตอแยอย่างง่ายดาย
หยางป๋อหูจึงพุ่งเป้า ไปยังฟางเสวี่ยเฟยเป็อันดับแรกอย่างน้อยมันกับทายาทตระกูลฟาง เคยเมาหัวราน้ำมาด้วยกัน กระนั้นเมื่อเถ้าแก่ปลอมกล้าตอแยกับมันก่อน บัณฑิตไร้ร่องรอยย่อมไม่ปล่อยปละ โอกาสคาดคั้นหาตัวอี่ไป๋เฮ่อ
ส่วนสามสตรีในห้อง ล้วนคาดไม่ถึง ดรุณีในร่างเถ้าแก่จะกลับกลายเป็ศิษย์ผู้น้อง จอมยุทธ์กระบี่เหล็กอี่ไป๋เฮ่อ
หลินจวี๋ฮวาทอดถอนใจ กล่าวว่า
“เจ็ดปีนี้ จอมยุทธ์อี่เร่ร่อนพเนจร ขจัดมารร้าย ทลายชุมนุมโจรมากมายประกอบความดี ให้ยุทธจักรไว้ไม่น้อย ไฉนหลบลี้หนีหน้า ไม่พบปะผู้ใดถึงเจ็ดปีเต็ม”
“แม้ศิษย์พี่ทำความดีมากมายเพียงใด กลับมีชาวยุทธ์จำนวนไม่น้อยนินทาลับหลัง หาว่าสิ่งซึ่งศิษย์พี่กระทำลงไป เพียงเพราะ้าไถ่ถอนความผิดที่ตนได้ก่อขึ้น คนผู้หนึ่งเมื่อถูกมอมหน้าจนดำ แม้กระทำความดีเช่นไรผู้อื่นยังคอยจ้องจับผิดเรื่อยไป” นางยอมรับฐานะตนเองแล้ว
บัณฑิตไร้ร่องรอยแค่นเสียง กล่าวเหน็บแนม
“นั่นต้องโทษตัวมันเอง กับประมุขทั้งห้าตระกูลแท้ ๆ หากเจ็ดปีก่อนทั้งหมดออกมาชี้แจง สะสางเื่ราวให้กระจ่าง เวลานี้ไหนเลย ต้องระหกระเหินเร่ร่อนไปทั่ว...”
ดรุณีในร่างเถ้าแก่ จ้องหยางป๋อหู ราวจะกินเืเนื้อ
“เพราะท่านต่างหาก พี่ไป๋เฮ่อจึงต้องเป็อย่างทุกวันนี้!”
“พี่ไป๋เฮ่ออยู่ที่นี่จริงหรือ?” ติงฝูหรงย่อมตื่นเต้นกับเื่นี้ยิ่ง
“แม้ไม่อยู่ตลอดเวลา ก็ต้องมาบ่อยอย่างยิ่งผู้ซึ่งมีสถานที่อยู่เป็หลักแหล่ง ต่อให้หลบซ่อนมิดชิดเพียงใดหากหมู่ตึกบูรพา้าเสาะหา ต้องหาเจอแน่นอน” หยางป๋อหูสรุปเื่ราวได้ชัดเจนยิ่ง
“ศิษย์พี่อยู่ในห้องนั้น” นางชี้มืออย่างรวดเร็ว ไปทางห้องด้านหลัง
เพียงผู้อื่นชำเลืองตามองตาม มือทั้งคู่ของนางพลันขยับวูบหยิบวัตถุสีดำหลายชิ้น ออกจากสายรัดเอวอย่างรวดเร็ว กว่าผู้อื่นจะทันไหวตัวนางก็ขว้างวัตถุสีดำลงบนพื้นห้องแล้ว!
เสียงะเิดังสนั่น ควันสีดำสนิท ตลบอบอวลไปทั่วห้องพร้อมเสียงหน้าต่างทลายออก ร่างดรุณีในคราบเถ้าแก่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเป็ระดับความเร็ว อันน่าตื่นตระหนกจริง ๆ !
ศิษย์ผู้น้องจอมยุทธ์กระบี่เหล็ก ย่อมมีพลังฝีมือไม่ธรรมดาสามัญ!
คนทั้งสี่ต่างกลั้นลมหายใจ เนื่องเพราะไม่ทราบว่า ในควันมีพิษอีกหรือไม่ไม่ว่าผู้ใดหากเพิ่งถูกลอบวางยา ย่อมเกิดความหวาดระแวงมากขึ้นเป็พิเศษเช่นนี้จึงไม่มีทางติดตาม ดรุณีในร่างเถ้าแก่ทัน
เนื่องเพราะดรุณีในร่างเถ้าแก่ มีฝีเท้ารวดเร็วอย่างยิ่ง ทั้งยังอาศัยความมืดและความจัดเจนพื้นที่ให้เป็ประโยชน์ ร่างมอมแมมผมเผ้าเป็กระเซิงโลดแล่นไปตามพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว แม้แผนของนางจะไม่สำเร็จทว่าไม่ยอมให้ผู้อื่นจับตัวได้อย่างแน่นอน
ในขณะกำลังครุ่นคิด ถึงผู้คนภายในโรงเตี๊ยม นางกลับพบว่าจู่ ๆร่างกายเกิดหนักอึ้ง จนไม่อาจขยับตัวได้!
นี่เป็เื่ราวใดอีก!
นางหันไปมองด้านหลัง พบว่ามีมือแข็งแกร่งข้างหนึ่ง ยึดจับหัวไหล่ของนางไว้กระทั่งไม่สามารถขยับเขยื้อน เคลื่อนไหวร่างกายได้ แม้เพียงเล็กน้อย!
เ้าของมือข้างนั้น กล่าวอย่างราบเรียบ
“เป็เ้านี่เอง” ผู้กล่าวประโยคนี้ถึงกับเป็นาคามูระ โยชิอิ!