กายยืนอยู่ท่ามกลางความมืดและความเงียบสงัดของห้องหินนั้น เสียงหัวใจของเขาดังก้องอยู่ในหู เขาหายใจเข้าออกหนักๆ เหมือนกำลังพยายามดึงตัวเองออกจากความจริงที่เขาไม่อยากเชื่อ สิ่งที่ชายคนนั้นพูด มันเหมือนกับคำสาปที่ถูกพันธนาการไว้อย่างเหนียวแน่น เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกที่จะหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว
“ความรักและความตาย... ความตายที่เธอต้องเลือก” เสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง เสียงที่ฟังดูเหมือนจะเป็ทั้งคำเตือนและคำเชื้อเชิญไปในตัว
"ฉันจะต้องเลือกอย่างนั้นเหรอ?" กายพูดกับตัวเอง เสียงในใจของเขาหนักหน่วงและสับสน ภาพชายคนนั้นยังคงอยู่ในความคิดของเขา เขารู้ว่าไม่มีคำตอบที่ง่ายดาย ความจริงมันเ็ปจนไม่อาจหลบเลี่ยงได้
กายมองไปรอบๆ หอคอยนั้น—หรือที่เขาไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไร ทุกสิ่งที่อยู่ในห้องนี้คือซากของอดีต ดูเหมือนว่ามันเคยเป็ที่หลบภัย หรือแม้แต่ที่ที่เต็มไปด้วยความหวัง ตอนนี้มันเป็เพียงเศษซากที่ไม่เหลืออะไรนอกจากความมืดและความหนาวเย็น กายไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่มันรู้สึกเหมือนทั้งโลกกำลังจะหมุนรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว
เขาก้าวไปข้างหน้าแต่ละก้าวเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกที เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากทุกทิศทาง มันเหมือนกับว่าทุกการกระทำของเขากำลังถูกตรวจสอบ ถูกชั่งน้ำหนัก ในเส้นทางที่ไม่มีทางกลับ
ทันใดนั้น แสงจากตะเกียงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้องก็เริ่มสว่างขึ้นราวกับมันรับรู้ถึงการตัดสินใจของเขา แสงนั้นเจิดจ้าและแผ่กระจายไปทั่วห้อง ทำให้เงามืดที่เคยครอบงำห้องนี้หายไป
กายก้าวไปข้างหน้าและนั่งลงข้างโต๊ะ เขาจ้องไปที่แสงนั้น ความรู้สึกในใจเขากลับมามีความสงบขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังมีคำถามมากมายที่ยังค้างคาอยู่ในใจ
“ถ้าฉันตัดสินใจผิด... ทุกสิ่งจะหายไปใช่ไหม?” กายถามเสียงแ่เบา
เสียงจากเงามืดนั้นดังขึ้นจากทุกทิศทาง “ไม่ใช่แค่ทุกสิ่งที่เธอรักจะหายไป... แต่ทุกชีวิตที่เธอเคยัั จะกลายเป็ฝันร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"
คำพูดนั้นเหมือนจะขยี้หัวใจของเขา เขารู้ว่าเขาต้องเลือก แต่การเลือกนั้นมันไม่ใช่เื่ง่าย โลกที่เขารู้จักจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่เขาไม่อาจคาดเดา ทุกการตัดสินใจจะสร้างผลกระทบที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
เขาลุกขึ้นและเดินไปยังทางเดินที่มืดมิด ในที่สุดเขาก็พบว่ามีประตูหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ในมุมของห้อง มันดูเหมือนประตูเก่าแก่ที่ไม่เคยมีใครใช้มานานหลายปี เฟืองที่ทำจากโลหะสนิมดูหนักหน่วงและเก่าแก่
กายหยุดยืนตรงนั้น เขาไม่รู้ว่าควรจะเปิดประตูนั้นหรือไม่ แต่เสียงที่ดังมาจากในหัวของเขาทำให้เขารู้ว่า เขาคงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“มันคือทางเดียวที่จะไปข้างหน้า” เสียงนั้นพูดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง กายหันกลับไปมองที่ห้องที่เต็มไปด้วยความมืดและความเย็นะเื เขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะเลือกอะไร เขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับผลที่ตามมา
มือของเขาสั่นเบาๆ ขณะจับลูกบิดประตู เมื่อเขาบิดมัน เสียงของโลหะที่เก่าแก่มันดังออกมา พร้อมกับประตูที่ค่อยๆ เปิดออก เขาก้าวข้ามมันไปโดยไม่ลังเลอีกต่อไป แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขาก้าวออกมาและพบกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมอกหนา ไกลออกไปเขาเห็นแสงจันทร์ส่องสว่างขึ้นมาเหนือท้องฟ้า ท่ามกลางสายลมที่พัดมาอย่างอ่อนโยน กายรู้สึกเหมือนเขาเดินเข้าไปในดินแดนที่ไม่มีทางหวนกลับ
การเดินทางนี้มันเริ่มต้นแล้ว... เขาจะต้องเดินไปข้างหน้า ไม่มีทางที่จะย้อนกลับ
ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น เขาได้ยินเสียงเรียกบางอย่างดังเข้ามาในหู “กาย...” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง—เสียงที่เขาคุ้นเคยที่สุด
กายหันไปมองทันที และพบว่าเงาร่างที่เขาคิดว่าเป็แค่ความฝันตอนนี้กลับมายืนอยู่ข้างๆ เขา มันเป็ชายคนนั้น คนที่เคยพูดกับเขาในห้องหิน
“เธอเลือกแล้วสินะ?” ชายคนนั้นถามเสียงเรียบ
กายมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลังเล “เลือกอะไร? ผมแค่... กำลังพยายามทำให้เข้าใจ"
ชายคนนั้นยิ้มและจับไหล่ของเขาเบาๆ “เธอไม่ได้แค่พยายาม... เธอกำลังเดินทางไปสู่จุดที่ไม่สามารถหันกลับได้แล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะถูกเปิดเผยในเวลาอันใกล้ แต่เธอต้องเลือกว่าจะยืนหยัดหรือไม่”
คำพูดนั้นทำให้กายรู้สึกว่ามันมีน้ำหนักมากเกินไป ความจริงที่เขากำลังจะเผชิญมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้
“ตอนนี้คุณต้องไปต่อ...” ชายคนนั้นพูด ก่อนที่จะหายไปในหมอก
กายยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าหนาวเหน็บ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ว่าทางเดียวที่เขาจะทำได้คือการเดินหน้าต่อไป
เขาเดินเข้าไปในหมอกหนา ข้ามผ่านทุ่งหญ้าและเข้าไปสู่ที่ที่ไม่รู้ว่าจะไปถึงที่ไหน แต่เขารู้ว่าเขามาถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว
!