
Just For Love 17
(งั้นไปทานข้าวได้แล้วครับ แค่นี้นะ)
“ค่ะ”
แปลก แปลกมาจริง ๆ อะไรของเขาก็ไม่รู้ ถามอะไรแปลก ๆ หลังจากวางสายฉันก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ออกไปหาซื้อของสดมาใส่ไว้ในตู้เย็น เย็นนี้ฉันชวนเพื่อนมาทานข้าวด้วยกันที่ห้อง พวกนั้นตอบตกลงมาแล้วด้วย และพรุ่งนี้เป็วันหยุดด้วยเลยไม่รีรอที่จะตอบตกลงในการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาด้วย ระหว่างที่กำลังเดินเลือกซื้อของฝันก็โทรเข้ามาย้ำให้ซื้อเครื่องดื่มด้วย ฝันวางสายอรุณโทรมาย้ำอีก สงสัยจะเครียดกับงานถึงได้้าดื่มกันมากขนาดนี้ เมื่อเดินเลือกของสดไปทำมื้อเย็นและกับแกล้มซันเดย์ก็โทรเข้ามาอีกครั้ง
“โทรบ่อยจัง” ฉันถามปลายสาย
(ก็อยากโทร อยู่ไหนมาหาที่ห้องไม่เจอ)
“ออกมาซื้อของทำมื้อเย็นค่ะ”
(เข้าไปนอนรอในห้องนะ ง่วงมาก ๆ เลย)
“ค่า ๆ ๆ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ!! รอไม่ได้ เพื่อนจะมา” บ้าจริง เกือบเคลิ้มตามแล้วไหมล่ะ
(ก็ง่วง อยากอยู่ด้วยนี่)
“ไม่ต้องเลย กลับห้องได้แล้วค่ะ”
(แต่...)
“ช่วยฟังกันบ้างได้ไหม...กลัวคนอื่นจะมองไม่ดีแล้วมีข่าวเสียหายเราไม่เท่าไหร่นะแต่คุณมีแฟนคลับนะถึงจะไปทำเื้ัแต่พวกเขาก็ยังอยู่ข้าง ๆ คุณ อย่าทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวังเลยนะ”
(...)
“ซัน...”
(อื้อ กลับแล้วล่ะ)
“โกรธเหรอ?” เพราะเสียงหงอย ๆ ทำให้รู้สึกไม่ดี
(ไม่หรอก เข้าใจ งั้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน)
“ซัน...” สายถูกตัดไปแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าโกรธหรืองอนกันแน่แต่ที่รู้ตอนนี้ฉันว่าฉันต้องได้ง้อเขาแน่ ๆ ที่ไม่อยากให้อยู่ด้วยกันนี้เพราะเพื่อนจะมาแล้วก็กลัวจะมีใครมาเห็นแล้วมีข่าวเสียหายถึงเขาได้นั่นแหละ
ฉันส่งข้อความหาอีกฝ่ายว่าถ้าถึงห้องแล้วให้โทรหาด้วย จะว่าง้อก็ง้อนั่นแหละ ก็กลัวเขาจะนอยด์นี่นา ระหว่างนั้นก็เดินเลือกซื้อของจนเสร็จและกลับห้องเพื่อทำอาหารไว้รอเพื่อน แต่รอจนแล้วจนรอดซันก็ไม่โทรมาจนกลายเป็ฉันที่ห่วงเขาซะเอง ไม่รู้ว่ามีงานด่วนหรือเป็อะไร เมื่อทำอาหารเสร็จและเพื่อนก็ยังไม่มาฉันก็โทรหาซันทันที แต่โทรสองสามครั้งเขาก็ยังไม่รับ ฉันตัดสินใจโทรย้ำอีกครั้งเมื่อมีคนรับสายแต่ไม่ใช่ซันฉันก็ถามแค่ว่าเขาปลอดภัยดีใช่ไหม เมื่อรู้ว่าปลอดภัยก็วางสาย ฉันก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่ควรจะโทรหาเขาบ่อยขนาดนั้น ลืมไปว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ ตลกดีนะว่าไหมล่ะ
ตอนเย็นห้องเรากลายมีปาร์ตี้ขนาดย่อม ๆ มีทานมื้อเย็นด้วยกันและหลังจากนั้นก็นั่งดื่มกันไปเรื่อย ๆ ต่างฝ่ายต่างเล่าเื่เครียด ๆ ระบายออกมาให้กันฟัง ฉันที่แทบจะไม่มีเื่เครียดอะไรเลยได้แต่นั่งฟังเพื่อนระบาย เวลาห้าทุ่มฝันหลับไปแล้วเรียบร้อย อรุณก็เริ่มโงนเงนไปมา ฝุ่นพอเห็นน้องสาวเมาก็อุ้มเข้าไปส่งไว้บนเตียงนอนในห้องนอน ฉันที่กรึ่ม ๆ ก็ดื่มเรื่อย ๆ โดยมีอรุณคอยยุ ดื่มกับเพื่อนมันสนุกจริง ๆ นะ
“หมดแล้วอ่า รอแปบ ๆ เดี๋ยวเอามาเพิ่ม” ฉันบอกเพื่อก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีมั่นใจ นี่ตรงสุด ๆ เลยนะ เดินตรงมาเลยฉันมั่นใจ
“เอ๊ะ! ทำไมโต๊ะมาอยู่ตรงนี้กันล่ะ” โต๊ะทานข้าวจู่ ๆ ก็มาอยู่ริมทางเดินทั้งที่ควรจะอยู่กลางห้องครัว
“ใครมาแอบย้ายเนี่ย!” บ่นอุบอิบกับตัวเองไปขาก็ก้าวไปยังตู้เย็น หยิบขนมมาเป็กับแกล้ม รวมถึงขนมขบเคี้ยวที่อยู่ในชั้นเก็บของ
“มาแล้ว! ทำอะไรกันเหรอ?” อรุณหันมามองก่อนจะยิ้มแหย ๆ ส่งมาให้ ส่วนฝุ่นทำหน้านิ่ง ๆ วางโทรศัพท์
ที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะ
“ไม่มีอะไรมานั่งได้แล้ว”
“โอเค ๆ ดูหนังกันไหมอ่ะ”
“เอาสิ แต่ไม่เอาหนังผีนะกลัว” อรุณรีบบอก ฉันเองก็เห็นด้วย เพราะกลัวผีเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเลยไม่ค่อยอยากดูเท่าไหร่ เมื่อเปิดหนังบู๊ล้างผลาญมาเราก็แทบจะชะงักแก้วในมือเพราะให้ความสนใจกับหนังที่กำลังฉายอยู่ เมื่อได้สติก็หลุดหัวเราะกัน ฉันพอเริ่มดึกก็ง่วงเลื้อยตัวนอนบนโซฟา โดยมีอรุณนั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนฝุ่นมันนั่งโซฟาเดี่ยวั้แ่ต้นเลยไม่ต้องเบียดกับใคร ไม่รู้ว่าดื่มไปเยอะแค่ไหนรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันฝืนตัวเองให้ลืมตาไม่ไหวแล้วล่ะ พอหลับตาลงก็รู้ว่าจะหลับเลยบอกเพื่อนว่าจะนอนด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“รุณ ขอนอนนะ ไม่ไหวแล้ว แม่นางฟางง่วงมาก”
“นอน ๆ ๆ เอเอ๊ นะแม่นาง ตัวข้าก็ขอลา...”
แฮงก์ มาก ฉันบอกได้แค่นี้ เมื่อคืนภาพตัดสุด ๆ ตื่นขึ้นมาก็อยู่เตียงแล้วข้าง ๆ มีอรุณและฝันหลับอยู่ ฉันคลานข้ามผ่านตัวอรุณไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำให้ตัวเองสดชื่นหวังให้เป็แบบนั้นแต่ความจริงเปล่าเลย ฉันยังไม่มีทีท่าจะรู้สึกสดชื่นเลยสักนิดเดียว
“กว่าจะตื่น”
“ฝุ่นนอนไหนเมื่อคืน”
“โซฟาไงวะ แม่งปวดตัวชิบหาย” ฝุ่นมันบ่นทั้งยังเดินวนไปมาในห้องครัว
“ปวดหัวอ่ะ ทำอะไรให้กินหน่อยฟาง”
“ได้ ๆ ไปรอข้างนอกไป” ฉันเลือกที่จะข้าวต้มปลาไว้ให้เพื่อนรวมถึงเครื่องเคียงจำพวก ยำผักดองหมูทอด ขิงซอยอะไรแบบนั้นระหว่างนั้นก็ตั้งใจจะทำยำวุ้นเส้นรสจัด กินเยอะ ๆ จะได้สร่างสักที ฉันทำอาหารอยู่นานกว่าจะเสร็จ ระหว่างที่นำอาหารมาจัดเรียงบนโต๊ะรอเพื่อน สายตาฉันก็หันไปเห็นร่างสูง ๆ ของซันเดย์ยืนพิงกรอบประตูจ้องฉันอยู่
“มาได้ไง”
“ขับรถมา” เขาตอบนิ่ง ๆ ไม่ยิ้มแต่ก็ไม่ได้หน้าบึ้ง
“ไม่สิ มาั้แ่เมื่อไหร่”
“เมื่อคืน ดื่มหนักเกินไปแล้วนะรู้ตัวไหมถึงจะอยู่ห้องก็เถอะ” ฉันไม่ได้สนใจคำที่เขาบ่นเลยสักนิด มัวแต่ใที่เขามาห้องั้แ่เมื่อคืนมากกว่า เขาออกไปข้างนอกกับเพื่อนเขานี่ ตอนที่ฉันโทรไปน่ะแต่ทำไมจู่ ๆ ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วหัวใจบ้าของฉันนี่ก็เหมือนกัน เมื่อคืนงอนที่เขาเมินแล้วกลับไปทั้งที่ตัวเองเป็คนไล่เขากลับแต่พอเจอเขามายืนอยู่ในห้องแบบนี้กลับใจเต้นแรงตึกตัก ฉันว่าฉันควรจะเช็คตัวเองแล้วล่ะว่าเป็อะไรกันแน่ทำไมถึงมีอารมณ์ที่หลากหลายแบบนี้
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย เคยคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ดื่มหนักแบบนั้นน่ะ” มาแล้ว บทโหดมาแล้ว แกล้งแฮงก์แล้วแอบไปหลับที่ห้องนอนก่อนได้ไหม
“ไม่ต้องหาทางหลบครับ มานั่งแล้วคุยกัน” เขาเดินเข้ามาใกล้ดึงมือให้เดินไปนั่งที่เก้าอี้ทานข้าว
“อย่าดุสิ”
“ก็มันน่าดุไหมล่ะ สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ขอโทษค่ะ เมื่อวานสนุกกับเพื่อนมากเลยลืมคิด” ฉันก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก ไม่กล้าสู้หน้าเขาแล้ว ดุขนาดนี้
“อะไรกัน ๆ ๆ คุยอะไรกันท่าทางซีเรียสจัง” เสียงฝุ่นดังขึ้นพร้อมกับเพื่อนทั้งสามที่เดินเข้าห้องมา ฉันเงยหน้ายิ้มกว้างให้เพื่อนแล้วรีบเปลี่ยนเื่ชวนเพื่อนมาทานข้าวด้วยกัน
“นั่งเลย ๆ ทำกับข้าวแล้วล่ะมาทานข้าวกัน”
“รู้เลยว่ากำลังหนีความผิด” อรุณเอ่ยแซวฉันแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ ระหว่างที่ตักข้าวต้มให้เพื่อน เพื่อนฉันทั้งอรุณและฝันต่างทักทายและทำความรู้จักซันเดย์อีกครั้ง ซันเดย์นั่งลงข้าง ๆ ฉันระหว่างที่กำลังพูดคุยกันเื่ทั่วไปอยู่นั้นมือข้างหนึ่งของเขาก็ยื่นมาจับมือฉันไว้พรางบีบเบา ๆ พอหันไปมองก็เห็นว่าเขากำลังจ้องฉันอยู่
“แล้วนี่ไม่มีงานเหรอ?” ฝุ่นเอ่ยถามซันเดย์อย่างเป็กันเอง
“มีตอนเย็นน่ะ”
“แล้วสรุปออกมาทำเื้ัหมดเลยเหรอ แฟนคลับนายไม่คิดถึงแย่เลยเหรอถ้าเป็แบบนั้น”
“ก็คงคิดถึงแหละ แต่ตอนนี้มีทั้งนักร้องนักแสดงหน้าใหม่เข้ามาเราที่ทำมาสักพักความนิยมมันก็เริ่มลดลงแล้วล่ะ เราชอบร้องเพลงกับถ่ายแบบเลยคิดว่าออกมาทำเื้ัและรับงานถ่ายแบบคงจะดีกว่า”
“แต่เพลงนายเพราะนะ เราฟังอยู่” อรุณเสริม
“จริงเหรอ? ขอบคุณครับ” ซันเดย์ยิ้มรับ
“ฝุ่นเราอยากให้ฟางกลับมาดูแลเรา ช่วยไล่ฟางออกได้ไหม”
เดี๋ยว! เขาจะบ้าหรือไงมาขอให้เพื่อนฉันไล่ฉันออกจากงานเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว
“ฮา ๆ ๆ ตลกอ่ะ นายไปคุยไปตกลงกันเองแล้วกันว่าจะยังไง ให้ฟางตัดสินใจเอง”
“เพื่อนนายใจร้าย ไม่ยอมกลับมาดูแลเรา” เขาทำท่าทางฟ้องเพื่อนฉันเกี่ยวกับเื่ผู้จัดการอะไรนั่น
“พอเลย ๆ ซันรีบทานจะได้ไปทำงาน ส่วนพวกแกน่ะรีบทานแล้วกลับบ้านไปได้แล้ว”
“แหม ๆ ๆ พอมีผู้แล้วไล่เพื่อนเลยนะ” อรุณจีบปากจีบคอแซว จนฉันหน้าร้อนวูบวาบไปหมด
“ไม่มีผู้ก็ไม่ต้องมาแซว”
“กรี๊ด! ยัยฟางยอมรับแล้ว กรี๊ด!!”
“แก!! เราบนหมูกระทะไว้ แก้บน ๆ ๆ ๆ ” ทั้งฝันและอรุณร้องวีดว้าดใหญ่เมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น
“ไม่ ไม่ใช่นะ” ฮื่อ เพื่อนไม่ฟังเลย เอาแต่บอกว่าฉันมีแฟนแล้วและจะพากันไปแก้บน ส่วนคนที่มีส่วนทำให้ถูกแซวก็นั่งหัวเราะอยู่ข้าง ๆ นี่แหละ
“หัวเราะอะไรเล่า” อดที่จะงอนไม่ได้ ซันเดย์หัวเราะยิ่งกว่าเดิมแต่ปล่อยมือข้างที่จับช้อนมาเกลี่ยที่แก้มฉันเบา ๆ แทน ไหนจะสายตาวิบวับของเขาที่กำลังจ้องมองฉันนี่อีก เอาสิ เอาเข้าไป เขินกันไปข้างเลย ไม่ใช่สิมีแค่ฉันที่เขินเขาเท่านั้น
“เขินเก่ง”
“ซัน...”
“หึหึ ไม่แซวแล้ว ๆ ทานข้าวต่อเถอะ”
“ห้ามมาแซวเลยนะ” ฉันย้ำกับเขา แค่เพื่อนแซวก็เขินจะแย่แล้ว ถ้าเกิดเขาแซวด้วยมีหวังเป็ลมกันไปตรงนี้นี่แหละ
“ครับไม่แซว”
“โอ๊ย! คนโสดอิจฉาจังเลย หวานเกรงใจกันบ้าง”
“อยากมีแฟนจังเลยน้า”
“อยากมีก็หาสิ” ฝุ่นตอบอรุณและฝัน
“หามา คุณก็ไม่ให้เรามีอ่ะ” ฝันเถียงพี่ชายตัวเองกลับทันที
“ก็หามาดี ๆ หน่อยสิจะได้ผ่าน”
“ชิ! หาดียังไงก็ไม่ผ่านหรอกคุณหวงเราเกินไป”
“เอ้า! ก็มีน้องอยู่แค่นี้ไม่ให้หวงน้องแล้วจะให้หวงใครครับ”
====================
เจอกันวันจันทร์หน้านะคะ ขอพักสักสามวัน ((นุปวดฟันมากๆเลย))