ท่านอ๋องสามีข้าเป็นบ้า

    ตอนที่ 2

    “โอ๊ย เซ็นครบสักที”


    “จะไปไหน”


    แหมไวเชียวนะ


    ฉันหันไปยิ้มสุภาพจนตาปิด แล้วอ้าปากตอบคำถามมันเป็๲คำๆ หลังจากลุกขึ้นยืนปั้บมันก็ถามปุ้บ นึกว่าแม่


    “จะ ไป เข้า ห้อง น้ำ ค่ะ เพื่อน ไม่สิ คุณ เลขา”


    ตอบเสร็จก็เดินเลี่ยงจุดที่นางยืนอยู่ไปที่ประตู แต่นางเอาตัวมาบัง ยิ่งหลบยิ่งขวาง


    “ไม่ได้ค่ะ คนที่นัดไว้จะมาแล้ว เอาตัวกลับไปที่เดิมแล้วนั่งเฉยๆดีกว่า”


    ฉันทำเป็๲ย่อตัวลงทำท่าฉี่จะราด เอามือสองข้างปิดเป้า บิดตัวไปมา คนหน้าหยีเลยได้แต่ถอนหายใจ เห็นแบบนั้นฉันก็เลิกบิดกลับมายืนดีๆ


    “ลำบากหน่อยนะคะ คุณเลขา”


    “อย่านานนะ ได้ข่าวว่าแขกคนนี้ดุจนหาเมียไม่ได้เลย”


    “ไม่หรอก เขาอาจจะอยากโสดเองเหมือนฉันก็ได้”






    ระหว่างที่กำลังเดินไปอ่านนิยายไปตามทางอยู่นั้น จู่ๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักของคนหลายคน เงยหน้าขึ้นก็เห็นไหล่ใครไม่รู้ใส่สูทดำอยู่ตรงหน้า


    ไม่ทันหันไปดูก็ถูกชนอย่างแรง แถม…


    ไอ้คนชนมันไม่หยุดขอโทษหรือรับคำขอโทษสักนิด


    “นี่นาย ชนแล้วหนีหรือ นาย!”


    เ๽้าของเสื้อสูทดำนั่นยังคงเดินต่อไปไม่สนใจแม้จะหันมาสักนิด ฉันกำหมัดแน่น เดินฉับๆเข้าไปหมายกระชากมาดูหน้าสักที 


    “ไม่ได้ครับ”


    “โอ๊ย พวกนายเป็๲ใคร ปล่อยฉันนะ”


    พวกการ์ดตัวใหญ่หน้าขรึมสามคนเข้ามากันตัวฉันไว้ 


    นี่ฉันเป็๲เ๽้าของที่นี่นะ แล้วไอพวกการ์ดที่เห็นล้อมหน้าล้อมหลังไอ้บ้านั่นมาจนถึงเมื่อกี้ มีสิทธิ์อะไรมาจับฉัน!


    ฉันเป็๲คุณหนูผู้เพียบพร้อม ทั้งสวยทั้งใจดี หมอนั่นจะมาเมินกันแบบนี้ไม่ได้


    “ขอร้องนะครับ อย่าไปยุ่งกับคุณเฉินเลย ถ้าผมปล่อยคุณไป พวกผมโดนไล่ออกแน่”


    “นี่จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ”


    ผู้ชายคนหนึ่งแบกฉันขึ้นไหล่พาเดินออกมาหน้าบริษัท ทั้งที่ฉันทั้งทุบทั้งดิ้น ร้องโวยวาย 


    ไม่ใช่ไม่มีใครเห็นนะ พนักงานคนอื่นในบริษัทเห็นกันหมดถึงขนาดลุกมายืนมอง


    แต่ก็…พอเข้าใจได้ ผู้ชายบึกบึนทรงโจรหน้าดุแบบนี้ ใครจะกล้าเข้ามายุ่ง


    สุดท้ายก็โดนแบกมาทิ้งหน้าบริษัท


    พอเขาวางฉันลงก็เดินกลับเข้าไปในตึกเลย ปล่อยฉันยืนตั้งหลักสักพัก เมื่อกี้กลัวจนขาสั่นไปหมด นึกว่าจะโดนอุ้มฆ่า


    น้องแผนกต้อนรับสุดสวยของบริษัทฉันวิ่งเข้ามาพร้อมน้ำดื่มแก้วหนึ่งที่ใส่หลอดขาวพร้อมสรรพ ฉันรับมาอย่างเสียไม่ได้


    “น้ำค่ะคุณเหมยลี่ คุณเหมยลี่อย่าหงุดหงิดไปเลยค่ะ นั่นน่ะคนของท่านเฉินนะคะ”


    “เฉินไหนแล้วอย่างไร”


    “นี่คุณเหมยลี่ไม่ทราบหรือคะ ท่านเฉิน…”


    เฉินคนนั้น เป็๲นายพลสูงสุดของกองทัพอากาศ ที่ขึ้นมาปฏิวัติระบอบเก่าและจัดการวางระบบใหม่ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว บรรดาคนที่ด่าเขามีเป็๲ร้อย แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยต่อหน้า ว่ากันว่าถ้าใครกล้าหือ เขาคนนั้นจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย


    นายพลเฉินผู้เป็๲จุดสูงสุดของกองทัพอากาศคนนั้นตามที่อันอันบอก


    “งั้นเขามาทำอะไรที่นี่”


     ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหาข้อมูลของคนคนนั้น หากจะเผชิญหน้ากัน รู้เขารู้เรารบร้อยชนะร้อย ทว่าสงสัยจะรีบไปหน่อยเลยลืมไปว่ามือที่จับแก้วน้ำก่อนจะคืนให้อันอันนั้นลื่นแค่ไหน


    โทรศัพท์สีดำเรือนแพง ที่หน้าจอยังค้างผลการค้นหาของคนคนนั้นหลุดมือ


    ฉันรีบคว้ามัน ก่อนที่ใครจะหยิบมันก่อน แต่ยิ่งเอื้อมตัวพุ่งไปหา มันเหมือนจะถึงแต่ก็ไม่ถึง 


    รู้ตัวอีกทีมันก็ไถไปกับพื้นจนอยู่กลางถนน


    ฉันที่รีบวิ่งตามมาตั้งใจจะหยิบมันกลับขึ้นมาปิดหน้าจอ แต่แล้วก็…


    หนวกหูจริง


    “เสี่ยวเยี่ย!!!”


    ปี๊น!!


    ฉันมองเหม่อไปที่รถคันหนึ่งที่กำลังบีบแตรลั่นและวิ่งมาด้วยความเร็ว ขาที่ก้าวถอยหลังสั่นกลัวจนล้มไปกับพื้น 


    “เสียวเยี่ย”


    เสียงใครบางคนยังดังเข้าหูฉันอยู่ได้ เวลาแบบนี้ถ้าจะได้ยินชื่อใครสักคนมันก็ควรเป็๲ชื่อฉันไม่ใช่หรือ


    แล้วเสี่ยวเยี่ยนั่นเป็๲ใคร กล้าดีอย่างไรมาแย่งเสียงสุดท้ายในชีวิตฉัน


    ร่างกายถูกชนลากไปกับล้อรถ ฉันมองเห็นแค่พื้นกับข้างใต้เครื่องยนต์ที่มีน้ำมันหยดเล็กน้อย


    เหม็นจัง กลิ่นน้ำมัน มันคาวขนาดนี้เลยหรือ


    “โอ๊ย ผู้หญิงบ้าที่ไหนมันมาตัดหน้ารถวะ ซวยจริงๆ” คนขับเปิดประตูลงมา เอ่ยโวย


    ขอโทษนะคะที่ทำให้เดือดร้อน ไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวจะเอาเงินให้


    เสียงรอบข้างหายไปแล้ว ภาพตรงหน้าก็เริ่มเลือนลางใกล้มืดสนิท ฉันที่ได้รู้สึกถึงความสิ้นหวังเป็๲ครั้งแรก


    นี่ฉันกำลังจะตายสินะ