สกุลโหลวยามนี้ถูกกดดันจากฉีหวังโม่อย่างไม่มีทางให้ถอย โหลวอี้หยางจึงเสนอข้อต่อรองบางอย่างเสียเลย
"คุณชายฉี เื่การหมั้นหมายไม่ถอนก็ไม่ถอน แต่เื่แต่งงานข้าขอเลื่อนเวลาออกไปเสียหน่อย"
โหลวอี้หยางยกยิ้มมุมปากส่งให้ฉีหวังโม่ที่ยามนี้มองมายังนางอย่างคนที่อยู่เหนือกว่าเช่นเดิม
"เลื่อนไปถึงเมื่อใดหรือ"
"ข้าขอเสนอให้เลื่อนไปจนปีหน้า ท่านเห็นด้วยหรือไม่"
"ปีหน้า ไม่ช้าไปหน่อยหรือ"
"ไม่หรอกเ้าค่ะ กำหนดการเดินทางไปต่างแคว้นของท่านนั้นอยู่่เดือนสิบ ไปถึงสามเดือน หากท่านกลับมาเรามาเจรจาเื่ตบแต่งกันอีกครั้ง"
"เหตุใดไม่แต่งกันให้เสียเรียบร้อยก่อนข้าไป"
"เพราะข้าไม่้าตบแต่งกับบุรุษที่จะจากไปในวันเข้าหออย่างไร ข้าขอเพียงเท่านี้ได้หรือไม่"
โหลวอี้หยางมองหน้าหวังฉีโม่ด้วยสายตาเช่นคนมองอริยิ่ง ฉีหวังโม่ก็สงสัยในสายตาเช่นนั้นของนางจึงจ้องลึกไปถึงดวงตานั้น เห็นแต่ความเสียใจและแค้นใจอย่างที่สุด
"เช่นนั้นข้าจะเลื่อนไปปีหน้าให้เ้าสบายใจ ส่วนเื่หมั้นหมายก็ให้เป็เช่นนี้ไป ไม่มีการถอนหมั้นอีก"
"ฮาฮ่าฮ่า การกระทำของท่านไยดู้าจะแต่งข้าเข้าจวนถึงเพียงนี้ น่าขันนักที่ท่านใช้วิธีการต่ำช้ากับพวกข้า คนเช่นท่านคงมีเพียงวิธีแบบนี้สินะ"
"ทำอย่างไรได้ตอนแรกเป็แม่นางโหลว้าแต่งเข้าบ้านสกุลฉีจนเป็เื่ราวใหญ่โต ข้าก็เพียงห่วงใยในชื่อเสียงของแม่นางโหลวกลัวจะมีชื่อเสียงในทางไม่ดีเกิดขึ้นอีก"
"ท่านช่างมีคุณธรรมน้ำใจยิ่งนัก ข้าเลื่อมใสท่านแล้ว"
โหลวอี้หยางกล่าวเสียงคล้ายประชดคล้ายชื่นชมให้ฉีหวังโม่ได้รู้ตัว
"เอาล่ะ เช่นนั้นก็พอแต่เพียงเท่านี้ วันนี้ท่านทำให้ข้ารู้ถึงวิธีการของท่านได้ดียิ่ง เชิญ"
ใต้เท้าโหลวกล่าวเสียงประชดประชัน ฉีหวังโม่อย่างไม่เกรงใจอีก เขารู้สึกรังเกียจวิธีการเช่นนี้ของบุรุษตรงหน้ายิ่งนัก
"งั้นข้าขอตัว ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย และ แม่นางโหลว"
ฉีหวังโม่เดินหน้ายิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าเดินออกไป การเปลี่ยนแปลงไปของโหลวอี้หยางช่างทำให้คนเช่นเขาเปลืองแรงยิ่งนัก รอให้แต่งเข้าจวนเสียก่อน เขาจะดูว่านางจะกล้าแผลงฤทธิ์ใดอีก เขาจะกำราบให้อยู่หมัด ฮึ