บทที่ 11 ลอบทำร้าย
ณ สนามเด็กเล่นของโรงเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ติดกับโรงเรียงช่างแห่งเดียวของเมืองปะเหลียน ตอนนี้มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันสิบกว่าคน ชายตัวผอมบางผิวขาวนั่งอยู่บนชิงช้าหยิบกิ่งไม้แห้ง ๆ ขึ้นมาหักเล่นทีละชิ้น ๆ บนใบหน้าเหนือคิ้วซ้ายของเขามีรอยแผลเป็ปูดขึ้นมาเป็แนวทะแยงประมาณ 5 เิเ ดูน่าสยดสยอง และแล้วเขาก็เหลือบตาขึ้นไปมองกลุ่มเพื่อน ๆ ที่รวมกันอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนตรงหน้าชิงช้าที่เขานั่งอยู่ จากนั้นก็ทิ้งกิ่งไม้เล็ก ๆ ในมือแล้วพูดออกมา
"ก่อนที่จะเปิดศึกกับแก๊งปะเหลียนเอสคอร์ท เราจะต้องกำจัดไอ้แดงให้ได้เสียก่อน เพื่อให้เราได้อำนาจของหน่วยที่หนึ่งมา หากยังแยกเป็สองส่วนแบบนี้เราจะทำอะไรได้ไม่เต็มที่" เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา "กูคุยกับหน่วยอื่นไว้แล้ว พวกเขาจะยื่นมือมาช่วยด้วยอีกแรง การจะรวมหน่วยของเขาเราให้เป็หนึ่งเดียวก็ไม่ใช่เื่ยากแล้ว"
"แล้วถ้าการต่อสู้ครั้งนี้เกิดการสูญเสียกันเยอะกว่าที่คิด ถึงเราจะรวมหน่วยที่หนึ่งได้ แต่เราก็ไม่ได้มีอำนาจมากเหมือนหน่วยอื่นอยู่ดีไม่ใช่หรือครับ" เสียงบีบเล็กของชายผิวดำตัวเล็กยกมือขึ้นถาม ชายที่มีรอยแผลเป็เหนือคิ้วซ้ายยิ้มมุมปากพูดอย่างมั่นใจว่า "ใช่..! เรายังไม่ได้มีอำนาจมากหรอก แต่นี่คือก้าวแรกของเรา หลังจากทำงานนี้สำเร็จ ก้าวต่อไปก็คือเราจะรวบรวมหน่วยอื่น ๆ ให้เป็หน่วยเดียวกับเราให้ได้ แล้วเราจะแยกออกมาตั้งแก๊งใหม่ด้วยกัน"
"สุดยอดเลยลูกพี่ ลูกพี่ฉลาดมาก เหมาะสมที่จะเป็หัวหน้าแก๊งสุด ๆ " ชายตัวสูงยาวผิวเข้มหน้าเป็กระมีเส้นผมยาวที่ตรงะโชื่นชมมาเสียงดัง
"งั้นเหรอ...ฉันเหมาะสมขนาดนั้นเลย"
"ใช่...ลูกพี่ปุ๊นี่แหละเหมาะสมที่สุด"
หลังจากจบคำพูดของชายคนนั้น ก็มีเสียงของชายอีกคนในกลุ่มะโดังมา "หัวหน้าปุ๊...หัวหน้าปุ๊..ๆ ๆ "
ทันทีที่ได้ยิน คนอื่น ๆ ต่างพากันเฮละโลเป็ชื่อของชายแผลเป็เหนือคิ้วซ้ายดังลั่นไปทั่วสนามเด็กเล่นแห่งนี้
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คนในตลาดสดบ้านหาดเลาดังตีกันไปตีกันมา จนไม่อาจจับใจความได้ว่าใครพูดอะไรกันบ้าง กริ้นท์เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปยังแผงขายเนื้อหมู ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับเนื้อหมูหนึ่งกิโล แล้วเข้าไปต่อที่แผงขายผักและแผงอื่น ๆ ตามรายการที่เขาต้องจับจ่าย ระหว่างที่เขากำลังสั่งน้ำปั่นอยู่นั้น ธีก็เดินมาพร้อมหมวกแก๊ปสีดำหนึ่งใบ หน้าดูภูมิใจเป็ที่สุด จากนั้นยื่นไปให้พี่ชายดูแล้วโม้ให้ฟัง
"พี่รู้มั้ยว่าใบเท่าไหร่"
กริ้นท์ส่ายหน้ากลับไป ตาจับจ้องน้องชายบอกอย่างภาคภูมิใจ "ฟรีไงพี่ ฮ่า ๆ "
"ห๊าา...ได้ไง! " กริ้นท์ถามตาเบิกโพลง แปลกใจว่าน้องชายทำได้ยังไง
"ก็ผมเสนอเกมส์ให้เ้าของร้านเล่น ถ้าผมชนะก็ได้หมวกไป แต่ถ้าผมแพ้ก็จ่ายสองเท่า ยื่นข้อเสนอที่ดีขนาดนี้ใครบ้างจะไม่รับ" ธีบอกใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ
"นายนี่จริง ๆ เลย" กริ้นท์บอกแล้วหันไปรับน้ำจากแม่ค้ามาสองแก้ว เขาก็ยื่นไปให้น้องชายหนึ่งแก้ว จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากร้านน้ำปั่นไปพร้อมกัน
บล็อกที่หนึ่ง ซึ่งเป็บล็อกขายของประเภทอุปกรณ์นักเรียน เสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้อื่น ๆ บัดนี้สองสาวมิ้นท์กับจีนได้มาเดินตลาดด้วยกันสองคน ทั้งคู่เดินเข้าไปในแผงขายสินค้าแฟชั่น ซึ่งเป็เื่ธรรมดาที่สตรีเพศมักจะสนใจในสิ่งของพวกนี้ มิ้นท์ยืนเลือกสร้อยคอที่วางประดับเรียงรายอย่างแวววับนับร้อยชิ้น เธอหยิบเส้นนู้นเส้นนี้ขึ้นมาทดลองสวมไปเรื่อย ๆ อย่างปราณีต ส่วนจีนยืนเลือกเครื่องสำอางที่ตั้งวางในแผงเป็ชั้น ๆ อย่างเลือกไม่ถูก ความจริงผิวเธอก็ขาวมากแล้ว ขาวกว่าผิวปกติของหญิงไทยเสียอีก แต่ด้วยความที่เธอเป็ผู้หญิง จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องสนใจสิ่งของประเภทนี้อยู่แล้ว ทั้งสองยืนเลือกอยู่นานพอตัว สุดท้ายก็ไม่มีใครได้ซื้ออะไรกลับออกมา จากนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็พากันเข้าไปในแผงขายเสื้อผ้า ต่างคนต่างเลือกกันอยู่ระยะหนึ่ง แล้วเอามาเทียบกับร่างกายของกันและกัน พอไม่ถูกใจก็หันไปเลือกหาชุดอื่นต่อโดยไม่ได้เร่งรีบอะไร
กริ้นท์กับธีเดินผ่านแผงนี้มาพอดี กริ้นท์เลยบังเอิญหันไปเห็นเพื่อนสาวทั้งคู่ยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปทักทายทันที โดยที่หารู้ไม่ว่าผู้หญิงไม่ค่อยชอบให้ผู้ชายมาเห็นตอนที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ ทันทีที่มิ้นท์หันมาเห็นกริ้นท์กับธีมุ่งตรงมาที่เธอ เธอก็ยืดแขนเหยียดตรงแบมือเบรคคนที่กำลังเดินเข้ามาหาให้หยุดในทันที
"หยุดก่อน...เดี๋ยวออกไปคุยกันด้านนอก"
กริ้นท์จึงเดินกลับออกไปอย่าง งง ๆ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อสาวทั้งสองเดินออกมา ทั้งสองฝ่ายก็ทักทายกันทันที เว้นเสียแต่จีน เธอทักทายกับกริ้นท์อย่างไม่เต็มใจนัก
"หวัดดี...ไอ้หน้าลิง"
ทำเอากริ้นท์กับธีหน้าเหวอไปตาม ๆ กัน กริ้นท์เลิกสนใจเธอ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเธอไม่ค่อยชอบหน้าเขาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว เขาเลยหันไปคุยกับมิ้นท์แทน
"วันนี้มาซื้อเสื้อผ้าเหรอ"
"ป..เปล่า แค่เลือกดูเฉย ๆ " เธอหลบสายตาตอบหน้าแดง ๆ
"นี่นาย..! นายไม่รู้เหรอว่าผู้หญิงเขาไม่ชอบให้ผู้ชายมาเห็นตอนที่เธอกำลังเลือกซื้อชุดชั้นในอยู่หรอกนะ"
กริ้นท์ตะลึงงันตาเบิกโพลง เพราะไม่รู้เลยว่าเธอกำลังเลือกชุดชั้นในอยู่ หากเขารู้เขาคงไม่เดินเข้ามาทักเธอหรอก
"ข..ขอโทษ ไม่รู้จริง ๆ" กริ้นท์กล่าวขออภัย
"ไม่เป็ไร" เธอบอกกลับไป แล้วเปลี่ยนเื่คุยแทน "ว่าแต่..วันนี้นายมาซื้ออะไรเหรอ"
กริ้นท์ยกถุงที่ถืออยู่เต็มมือให้เธอดู มีทั้งเนื้อสัตว์ ผักและเครื่องเทศมากมายก่ายกอง "นี่...กับข้าวเต็มมือเลย"
"นายซื้อของพวกนี้เป็ด้วยเหรอ! " จีนพูดแขวะ เบือนใบหน้าไปทางอื่น "ฉันคิดว่านายเก่งแต่เื่ต่อยตีอย่างเดียวเสียอีก"
ธียิ้มแห้ง ๆ หน้าเจื่อนไปทันทีที่ได้ยิน ความจริงเขาก็สนิทกับจีนมากไม่น้อยเหมือนกัน เขารู้นิสัยของเธอดี แต่ติดตรงที่เธอไม่ชอบหน้าพี่ชายของเขาเป็พิเศษ เธอเลยพูดแขวะตลอดทุกครั้งที่ได้เจอกับกริ้นท์
ระหว่างที่ทั้งสี่คนยืนคุยกันอยู่ กริ้นท์ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครบางคนคุยกันอยู่ด้านหลัง ปกติแล้วน่าจะเป็เสียงของคนทั่วไปที่มาจับจ่ายตลาดกัน แต่นี่เป็เสียงที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี แถมการพูดคุยนั้นยังจะเป็ชื่อของคนที่เขารู้จักอีก ด้วยเหตุนี้กริ้นท์จึงหันหลังไปดู
"เฮ้..! แบงค์ ไปกันได้แล้ว ท้องฉันร้องจะตายอยู่แล้ว"
"นี่สรุปเรามาหาอะไรกินหรือมาดูรุ่นพี่เล่นเกมส์กันแน่เนี่ย"
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มผิวแทนหุ่นล่ำผมหยักศกเซอร์ เด็กหนุ่มผิวเข้มผมสกินเฮดตัวสูงกว่าปล่อยมือที่ลูบท้องวนไปวนมาไปดึงเพื่อนอีกคนที่ยืนเล่นเกมส์เพลย์อยู่หน้าร้านขายอุปกรณ์เครื่องเกมส์ แต่เพื่อนคนนั้นก็ปัดแขนออกไปแล้วยุ่งอยู่กับจอยเกมส์ที่ถืออยู่ สายจ้องเขม็งตรงไปยังหน้าจอเกมส์ที่ทางร้านให้ทดลองเล่น
"หยุดเล่นได้แล้ว! ไปหาอะไรกินกันดีกว่า" เขาบอกพลางดึงเด็กหนุ่มผิวขาวผมตรงหน้าเกาหลีให้ออกมาจากร้านเกมส์
กริ้นท์ยิ้มมุมปากหน้าระรื่นเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มสามคนนั้นทันที ธีกับสองสาวสงสัยที่เห็นกริ้นท์เดินออกไปจากกลุ่ม พวกเขาเลยรีบหันไปดูเป้าหมายที่เพื่อนมุ่งหน้าไปทันที
"เปล่าประโยชน์น่า..."กริ้นท์บอกไปทันทีที่ไปถึง "ถ้าจะให้หมอนั่นเลิกยุ่งอยู่กับเกมส์ก็ต้องใช้เกมส์ไปล่อ" เด็กหนุ่มทั้งสองคนหันขวับมามองที่มาของต้นเสียงทันที
กริ้นท์...!!
พวกเขาร้องขึ้นพร้อมกัน ทำให้เพื่อนที่วุ่นอยู่กับจอยเกมส์ต้องรีบหันมาอย่างรวดเร็ว "กริ้นท์...มาได้ไงเนี่ย"
"ก็เขาเดินมาสิ จะให้ขี่เครื่องบินมารึยังไง" แจ็คพูดมาอย่างหยอกเย้า ตอนนี้คนทั้งสามมายืนอยู่ตรงหน้าของกริ้นท์ โดยเฉพาะแบงค์ เขาเลิกสนใจเกมส์ไปเลยเมื่อได้เจอกับเพื่อนรัก
"ที่ว่าเอาเกมส์มาล่อนี่หมายความว่าไง!" แบงค์ค้อนกลับไปอย่างไม่จริงจังนัก
"โอ้วว...ได้ยินด้วยเหรอ"
"เต็มสองหูเลยแหละ"
"แหม่...พอรุ่นพี่แจ็คพูด รุ่นพี่ไม่เห็นจะได้ยินเลยด้วยซ้ำ" ท็อปพูดกระเซ้าเย้าแหย่ ทำเอากริ้นท์หัวเราะหึ ๆ ชอบใจคำพูดของเพื่อนรุ่นน้อง
“ก็กำลังมันอยู่เลยหนิ” แบงค์ตอบหน้ายิ้มแหย ๆ
เมื่อธีกับสองสาวตามมาสมทบ พวกเขาก็พากันทักทายตามประสาเพื่อน เว้นเสียแต่จีน เธอยังคงหน้ามุ่ยไม่ได้ทักทายกับใครเลย แถมเธอยังพึมพำออกมาเบา ๆ
"หึ...ฝูงลิงมาพบกันอย่างไม่ได้นัดหมายเหรอเนี่ย"
มิ้นท์กับธียิ้มแห้ง ๆ แจ็ค ท็อป แบงค์หน้าเหวอไปตาม ๆ กัน กริ้นท์ไม่สนใจเพราะรู้ดีว่าเธอไม่ค่อยชอบพวกเขาเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เขาเลยหันไปถามเพื่อน ๆ ทั้งสามคนอย่างเย้าแหย่
"ว่าแต่ที่พวกนายมาตลาด มาเพื่อดูแบงค์เล่นเกมส์หรอกเหรอ"
"จะบ้าเหรอ...ฉันชวนเ้าพวกนี้มาหาอะไรกินกันต่างหาก แต่ไอ้บ้านี่มาเจอเกมส์ซะก่อน เล่นซะเ้าของร้านกุมหัวเลย"
"หากปล่อยให้รุ่นพี่เล่นต่อ คงโดนเ้าของร้านขว้างหัวแน่เลย" ท็อปเสริมมาอีกคน
ระหว่างที่เหล่าเพื่อน ๆ สนทนากันอยู่นั้น ก็มีชายใส่ชุดดำทั้งตัว สวมหมวกปกปิดใบหน้าไว้ให้มองเห็นได้ไม่ถนัดเดินย่องเข้ามาใกล้ เขาดึงมีดปลายแหลมออกมาจากด้านหลังแล้วรอจังหวะที่ทุกคนเผลอ ทันใดนั้น!! ชายคนนี้ก็พุ่งเข้าใส่กริ้นท์อย่างรวดเร็ว จนวงแตกกระจัดกระจายไปคนละทิศ เหลือแต่กริ้นท์ที่ยังคงยืนขาแข็งตาเบิกโพลงปากอ้ากว้างใกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนตนเองไม่อาจวิ่งได้ทัน เมื่อเพื่อน ๆ เห็นมีดปลายแหลมที่พุ่งแหวกอากาศของชายชุดดำดันด้ามมีดเข้าใกล้หน้าท้องของกริ้นท์ ทุกคนจึงเบรคข้อเท้าวิ่งกลับมาช่วยเพื่อน แต่มันไม่ทันแล้ว แต่ละคนอยู่ห่างกันเกินไป ไม่อาจกลับมาได้ทันอย่างแน่นอน
ราวกับเวลาเดินช้าไปฉะนั้น ปากของเพื่อน ๆ ทุกคนขยับเรียกชื่อกริ้นท์อย่างเอื่อยเฉื่อย ปากอ้าค้างตาเบิกโพลง มีดปลายแหลมพุ่งเข้าใกล้หน้าท้องของกริ้นท์ทีละนิด ๆ
ตุบบ....เคร้ง..เคร้ง ๆ !!
เหมือนกับภาพกลับมาเคลื่อนไหวตามเดิมเมื่อมีใครคนหนึ่งะโถีบข้อมือของชายชุดดำจนมีดกระเด็นกระทบพื้นไปไกล และบัดนั้นพวกเพื่อน ๆ ก็วิ่งไล่ตามชายคนนั้นไป สองสาววิ่งเข้ามาถามละล่ำละลักอย่างเป็ห่วง
"กริ้นท์...เป็ไรรึเปล่า"
"นายไม่ได้โดนแทงใช่มั้ย! "
"เปล่า..ไม่เป็ไร" กริ้นท์ส่ายหน้าบอกกับสองสาว เมื่อเขาตั้งสติได้ก็รีบหันไปหาคนที่พึงช่วยเขาไว้ "ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยผมไว้"
ชายสวยฮู้ดแขนยาวสีแดงปิดคลุมศีรษะสนิทขยับเคลื่อนตัวเข้ามาหา เขาเปิดหมวกเสื้อฮู้ดออกให้เห็นใบหน้ารูปไข่ผิวขาวใส จมูกโด่งเป็สัน ปากกระจับสีแดงอิ่มเอม ดวงตาสีดำสนิทมองตรงมาที่กริ้นท์
"ไม่เป็อะไรมากใช่มั้ย"
กริ้นท์ส่ายหน้าตอบแทนไป "รอดหวุดหวิดเลยครับ" จากนั้นกริ้นท์สังเกตดูใบหน้าคนที่มาช่วยไว้อย่างละเอียด ดูท่าทีต่อไปของชายคนนี้ แว๊บหนึ่งก็รู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกสักที เขาเลยถามไปเพื่อให้แน่ใจ "ว่าแต่เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่าครับ"
ชายสวมฮู้ดสีแดงผมหยักศกยาวเป็ลอนเลยบ่านิดนึง ผมด้านหน้าปล่อยสไลด์เลยหางตาทั้งสองข้างมองตรงไปที่คนถาม แล้วยิ้มที่มุมปาก
"คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ เหรอ เราเคยเจอกันที่ลานกว้างข้างโรงเรียนไง"
กริ้นท์ขมวดคิ้วพยายามนึกว่าเคยเจอกันจริงหรือเปล่า แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกสักที พอชายคนนี้พูดมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
"ไม่แปลกหรอกที่คุณจำผมไม่ได้ ก็ตอนนั้นเราเป็ศัตรูกันนี่หน่า แถมผมก็ไม่ได้อยู่ในศึกนั้นด้วย"
กริ้นท์จำได้แล้ว ชายคนนี้เป็คนของแก๊งดิอายนั่นเอง ชายคนนี้เป็เพื่อนที่สนิทที่สุดของหัวหน้าแก๊งในตอนนั้น แต่ศึกครั้งนั้นไม่ได้มีชายคนนี้เข้าร่วมด้วย จึงไม่แปลกที่เขาจำไม่ได้
"ผมจำคุณได้แล้ว คุณเป็เพื่อนของแดงใช่มั้ยครับ" ชายคนนั้นพยักหน้าเบา ๆ หน้ายิ้มอย่างบริสุทธิ์ "ว่าแต่ทำไมถึงช่วยผมล่ะครับ"
ชายคนนี้ไม่ตอบ แต่มองลึกเข้าไปั์ตาสีน้ำตาลเข้มของกริ้นท์ ราวกับหาอะไรบางอย่างให้เจอ
••••• ะุเงิน •••••