ตอนที่ 12 ภารกิจแรก (2)
ครั้งนี้ที่ท่านเ้าสำนักเรียกพวกเขามารวมตัวย่อมมีเื่สำคัญแน่นอน มิเช่นนั้นคงไม่บอกให้เขารีบมาในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่หรอกแค็กๆ
เป็อย่างที่คิดคำพูดต่อมาของเมิ่งฉิวก็พิสูจน์การคาดเดาของเวินอวี่แล้วว่าเป็ความจริง
“จากสายข่าวที่น่าเชื่อถือ จอมมารได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว”
เมื่อเขาเอ่ยประโยคนี้ออกไป ไม่เพียงคนอื่น ขนาดหลินเฉินยังหันมองเมิ่งฉิวด้วยสีหน้าแปลกใจระคนตื่นตะลึง
ในนิยายมีเขียนถึงเหตุการณ์นี้จริงแต่นี่มันต่างจากนิยายต้นฉบับมากเขาจำได้แม่นว่าจอมมารปรากฏตัวขึ้นในงานประลองเซียนกระบี่ที่จัดขึ้นโดยสำนักเชวี่ยอวิ๋นชัดๆตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งสี่ปีกว่าจะจัดงานประลองเซียนกระบี่เหตุใดจอมมารถึงได้โผล่มาตอนนี้เล่า เกิดปัญหาขึ้นตรงไหนเหรอ
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบภายในตำหนักเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด พวกเขาต่างรู้ดีว่า หากจอมมารปรากฏตัวขึ้นย่อมก่อให้เกิดเหตุการณ์นองเืทั่วแผ่นดินเป็แน่
“ที่น่าแปลกก็คือ ครั้งนี้จอมมารไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากหากสายลับที่ด่านหน้าไม่ส่งข่าวมา เราก็ไม่มีทางรู้เื่นี้เลย”เมิ่งฉิวขมวดคิ้วแล้วพูดต่อ
เมิ่งฉิวก้มศีรษะคิดชั่วครู่ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยอีกครั้ง“เป็ไปได้หรือไม่ว่านี่คือแผนการลับที่จอมมารสร้างขึ้น”
“ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจอมมาร้าทำอะไรสายลับที่กลับมาบอกเพียงว่าเห็นเขาที่ตำบลอวี้ซีอีกอย่างตอนนี้สำนักอื่นก็ยังไม่รู้เื่ดังนั้นที่วันนี้ข้าเรียกรวมตัวพวกเ้าทุกคนก็เพื่ออยากฟังความคิดเห็นในเื่นี้”
‘เดี๋ยวนะ! ตำบลอวี้ซีเหรอ นั่นมันสถานที่ที่เรารับฉือม่อเป็ศิษย์นี่ทำไมจอมมารถึงไปโผล่ตรงนั้นล่ะ’
แล้วก็เหมือนมีอะไรเข้าไปติดค้างอยู่ในฟันเฟืองสมองของหลินเฉินทำให้เขาคิดอะไรไม่ออกชั่วขณะ
เมิ่งฉิวนั่งอยู่้าจึงสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของหลินเฉินได้อย่างรวดเร็ว เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น“ศิษย์น้องหลินเฉินมีความคิดเห็นอย่างไร”
เมื่อได้ยินคนเรียกชื่อ หลินเฉินจึงดึงสติกลับมาก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก่อนหน้านี้ข้าได้หยุดพักอยู่ที่ตำบลอวี้ซีระยะหนึ่ง”
ซึ่งก็คือตำแหน่งที่เขาได้พบกับฉือม่อเป็ครั้งแรก
พอเขาเอ่ยประโยคนี้ออกไป สายตาทุกคนล้วนจับจ้องมายังร่างเขาอีกครั้ง
หลินเฉินกระแอมเบาๆอำพรางความรู้สึกทำตัวไม่ถูกของตนเองแล้วกล่าวต่อ ท่ามกลางสายตาทุกคนที่จ้องมองมา“เพียงแต่ข้าไม่ได้เจอจอมมารที่นั่น ถึงขั้นััไอมารไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
หลินเฉินจำจอมมารผู้นี้ได้ไม่ชัดเจนนักรู้เพียงว่าเขานั่งอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานก็โดนฉือม่อถีบหัวส่งแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆหายลับไปจากสายตาผู้คน แล้วสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
แล้วมันเกิดข้อผิดพลาดขึ้นตรงไหนถึงได้ทำให้จอมมารปรากฏตัวขึ้นล่วงหน้าแบบนี้เนี่ยเป็เพราะตัวเขาทะลุมิติเข้ามาในโลกใบนี้ เลยมีเื่บางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมได้งั้นเหรอ
หากเป็แบบนี้ละก็เช่นนั้นคงมีเื่ที่เขาจำเป็ต้องพิจารณาใหม่แล้ว
“นอกเหนือจากนี้ข้ายังมีอีกเื่หนึ่งต้องแจ้งให้ทราบ...ศิษย์น้องหลินเฉิน เ้าฟังอยู่หรือไม่”หลินเฉินที่กำลังครุ่นคิดถูกเสียงเรียกของเมิ่งฉิวดึงสติกลับมาอย่างกะทันหัน
เมิ่งฉิวแปลกใจ นี่ศิษย์น้องเป็อะไรไปต่อให้เป็เมื่อก่อนไม่ว่าจะมีเื่อะไร เ้าตัวก็ไม่เคยอยู่ในสภาพแบบนี้แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก คิดเพียงว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกไม่สบายตัวถึงได้มีอาการเช่นนี้
“นี่เป็จดหมายที่ส่งมาจากหมู่บ้านตระกูลจ้าว”เขายื่นส่งจดหมายฉบับนั้นให้หลินเฉิน เอ่ยคำพูดเมื่อครู่นี้ซ้ำอีกรอบ “...อีกอย่างทางหมู่บ้านตระกูลจ้าวชี้ตัวระบุให้เ้าเป็คนไป”
หลินเฉินเปิดซองจดหมายแล้วกวาดตาอ่านผ่านๆ ไปหนึ่งรอบเนื้อหาในนั้นเขียนถึงเื่ที่่นี้หมู่บ้านตระกูลจ้าวมีมารผจญหวังว่าทางสำนักเชวี่ยอวิ๋นจะช่วยส่งคนมากำราบด้วยด้านล่างสุดของจดหมายเขียนเอาไว้ว่า ‘หวังว่าจะให้ผู้าุโแห่งยอดเขาซู่ิเป็ผู้มา’
อะไรนะ! ชี้ตัวให้เขาเป็คนไปงั้นเหรอ อยู่ๆ หลินเฉินก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
เขากำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ไม่คาดว่าจะมีเสียงติ๊ดดังขึ้นในหัว
[ติ๊ดๆ!รับมอบภารกิจเรียบร้อยขอให้นายท่านพาตัวเอกไปร่วมทำภารกิจหลักที่หมู่บ้านตระกูลจ้าวด้วยขอรับ]
ได้เื่แล้วไง! ถึงอยากจะปฏิเสธก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8