“ตายแล้ว มันตายแล้ว อีพลอยตายแล้ว” เสียงเปิดประตูแรงจนกระแทกกับฝาบ้านสนั่นหวั่นไหว
เสียงวุ่นวายหลังเลิกงานเป็ประจำในระแวกห้องแถวคนงานสวนยางพากันเปลี่ยนเป็ความโกลาหล
“เฮ้ย อะไรวะ อีพลอยตาย เร็วพวกเราไปดูกัน จับไอ้เต้ไว้อย่าให้มันหนีไปได้” สนั่นหัวหน้าคนงานลุกวิ่งออกจากวงเหล้า พร้อมชี้นิ้วสั่งคนงานชายที่เหลืออยู่
คนงานหญิงชายห้องอื่นๆที่เตรียมทำกับข้าวกันอยู่ก็ต่างวิ่งกรูกันไปที่ห้องเกิดเหตุ
ในห้องพักขนาดเล็กไม่เกินสองตารางเมตรครึ่ง สภาพห้องเละเทะมีเศษอาหารเกลื่อนพื้น เลยไปเกือบประตูหลังห้องซึ่งเป็ครัวมีร่างผู้หญิงนอนตาเหลือกอยู่
“ไอ้ห่าเอ้ย มึงฆ่าเมียมึงแล้ว ไอ้เต้” สนั่นะโด่าไอ้คนที่กำลังขัดขืนการจับกุมจากเหล่าคนงานชาย แน่นอนว่าไม่ได้จับกุมด้วยความนุ่มนวล ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงะโยืนยันว่าเมียมันตายแน่แล้ว สหบาทาจึงกรูกันเข้าหาชายที่คลั่งเมายา ให้สลบคาตีน จากนั้นไม่รู้ใครช่างไวนัก หาเชือกมามัดมือ มัดเท้ามันรอตำรวจ
เสียงรถหวอของตำรวจมาพร้อมกับรถมูลนิธิ รถกู้ภัย รถนักข่าวท้องถิ่น วิ่งเข้ามาในสวนยาง ใน่เวลามืดค่ำเลยเวลาอาหารเย็นของแต่ละครอบครัวไปแล้ว
สนั่นหัวหน้าคนงานยืนรอกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่ ยกมือไหว้พวกตำรวจ พร้อมอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ
“สองคนนี้เป็ผัวเมียกันครับ ทะเลาะตบตีกันทุกวัน จนคนอื่นชินไปหมดแล้วเลยไม่ได้สนใจเข้าไปห้ามปรามครับ”
“จนไอ้ผัวมันวิ่งแหกปากหน้าตื่นออกมาจากห้องนั่นแหละครับ ถึงได้รู้ว่ามันซ้อมเมียจนตาย” ตำรวจพยักหน้ารับ ก่อนเดินเข้าไปเก็บหลักฐานต่างๆในห้อง
นักข่าวท้องถิ่นรีบเข้ามาสัมภาษณ์ต่อทันที สมัยนี้เื่ใหญ่ เื่เล็กน้อย เื่ผัวเมียตีกัน ฆ่ากัน นำไปโพสต์เป็ข่าวในเฟสบุ๊คได้หมด
ผู้ตายคือนางสาวพลอยนภัส วงศ์เมือง อายุ 40 ปี เป็คนงานมาจากจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ส่วนคนฆ่าคือไอ้เต้ เตชิน เกิดทอง อายุ 43 ปี สามีของผู้ตาย ทั้งสองคนมักทะเลาะวิวาทกันเป็ประจำ ลงมือลงไม้อย่างไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะสามีซึ่งติดยาหนัก ไม่ค่อยไปทำงาน จนนายจ้างขู่จะไล่ออกมันถึงดีขึ้นมาบ้าง
วันนี้ทั้งสองคนขาดงานเนื่องจากคนเป็ภรรยาอ้างว่าป่วย แต่คนเป็สามีน่าจะอยากยา เพราะได้ยินเสียงข่มขู่เอาเงิน แต่ไม่ได้จึงเกิดการทำร้ายกันจนตาย
เ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ เก็บลายนิ้วมือ ถ่ายรูป ไว้เป็หลักฐาน ก่อนจะห่อร่างด้วยผ้าขาวขึ้นรถไปโรงพยาบาล
ส่วนเ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสอบสวนเบื้องต้นกับสามีที่ได้ชื่อว่าเป็มือฆ่า กลับอยู่ในอาการเหม่อลอย ไม่รู้เกิดจากเมาบาทาหรือเปล่า ได้แต่พูดพึมพำ “อีพลอยตายแล้ว อีพลอยตายแล้ว” สอบสวนได้แค่นั้นก็จับมันขึ้นรถไปโรงพัก
หลังจากเ้าหน้าที่กลับไปหมด ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพเกือบเป็ปกติ เหลือเพียงสนั่นที่กำลังโดนนายจ้างด่าอยู่ นายหัวเดชาติดธุระในตัวจังหวัด ห่างจากสวนยางหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึง เ้าหน้าที่ก็เกือบกลับหมดแล้ว มิหนำซ้ำ นายหัวยังโดนตักเตือนเื่มีคนงานใช้ยาเสพติด เล่นเอานายหัวอารมณ์เสีย ตอนนี้กำลังด่าสนั่นอย่างไม่ไว้หน้า แถมคาดโทษไล่ออก ใครก็ตามที่ยุ่งเกี่ยวกับยาจนพาเขาเดือดร้อนไปด้วย จากนั้นก็บึ่งรถกลับไป
ั้แ่หัวค่ำจนตอนนี้ดึกดื่น ได้ยินเสียงหมาหอนรับกันเป็ทอดๆ คนงานกลับเข้าห้อง ปิดไฟนอนกันหมด เมื่อหัวค่ำนายหัวด่าอย่างหนัก จึงไม่มีใครกล้าตั้งกลุ่มดื่มจนดึกดื่น เหมือนที่ทำกันประจำ
ภายในห้องเกิดเหตุ มีร่างโปร่งแสงของสาวใหญ่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ เธอขาดใจตายทันทีที่ไอ้เต้ ไอ้ผัวชั่วปล่อยหมัดใส่ปลายคางแล้วหัวฟาดกับพื้น ิญญาเธอหลุดจากร่างทันที จากนั้นเธอก็ได้แต่ยืนดูคนที่วนเวียนเข้ามาในห้องนี้ ทั้งพวกคนงาน พวกผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ เ้าหน้าที่มูลนิธิ พวกกู้ภัย นักข่าว ใครต่อใครมากมายที่เธอไม่รู้จัก ไม่มีใครทำท่าทางว่าเห็นเธออยู่ในห้องด้วยเลย
ิญญาสาวใหญ่วัยสี่สิบน้ำตาไหล เธอไม่รู้ว่ามันออกมาเป็น้ำไหมแต่รู้ว่ามันคือความเศร้าโศก เธอไม่ได้เสียใจที่ตัวเองตาย กลับกันกลับรู้สึกว่าดีด้วยซ้ำที่ได้หลุดพ้นจากชีวิตบัดซบนี้เสียที จะเสียดายก็เพียงแต่ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ตอบแทนคุณพ่อแม่แล้ว
“ลูกเนรคุณคนนี้ไม่มีวาสนาได้ทำดีสักครั้ง มีแต่ความเลว ตอนนี้ลูกคงต้องไปลงนรกแล้ว พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกกราบลาเด้อ” พลอยนภัสคร่ำครวญ
ิญญาสาวนั่งรอยมทูตอยู่ในห้องจนเช้าก็ยังไม่มีใครมารับเธอ เธอลุกขึ้นนึกไว้ว่าจะไปดูหน้าห้องดูสิ บางทีท่านยมทูตอาจโดนเ้าที่เ้าทางขวางไว้จนเข้ามารับเธอไม่ได้รึเปล่า พอนึกปุ๊บเธอก็โผล่ปั๊บ
“เออ เป็ผีก็ดีเหมือนกัน โผล่ได้ทุกที่ตามใจนึก”
เหล่าคนงานทยอยเปิดห้องออกมาเตรียมตัวไปโรงยาง ส่วนใหญ่เห็นหน้ากันก็ทักกันเื่เธอที่ถูกฆ่าตาย เื่ห้องพักที่ว่างลง แม้แต่เื่ผี บางคนก็กลัวกัน เพราะธรรมดาสวนยางก็ทั้งมืดทั้งเปลี่ยวอยู่แล้วพอมีคนฆ่ากันตายก็ยิ่งน่ากลัว
พลอยนภัสยืนมองคนงานทยอยไปโรงยางจนหมด ตอนนี้สว่างแล้ว ิญญาเธอไม่ได้สลายไปเมื่อโดนแดดเหมือนในหนัง หรือว่าท่านยมทูตหาเธอไม่เจอ เธออยู่ผิดที่หรือเปล่า หรือว่าเธอควรอยู่ใกล้ร่างตัวเอง ว่าแล้วเธอก็คิดจะไปหาร่างตัวเอง คงจะเป็โรงพยาบาลสักแห่งในอำเภอนี้
ิญญาพลอยนภัสโผล่มาที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลประจำอำเภอ ร่างของเธอผ่านกระบวนการจัดการศพเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็รอญาติมารับศพ เมื่อคิดถึงเื่ญาติ เธอจะมีใครมาหาไหมหนอ พ่อกับแม่ก็แก่มากแล้ว จากภาคอีสานมาภาคใต้ ช่างไกลเหลือเกิน เป็พันกิโล จะมีใครมาไหม ใจหนึ่งก็อยากให้มีคนมา อีกใจก็ไม่อยากให้มีคนมาเลยก็ดีเหมือนกัน คนเลวอย่างเธอไม่ว่าตอนเป็หรือตอนตายก็สร้างความเดือดร้อนทุกข์ใจให้พ่อกับแม่อยู่เสมอ