“ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้!!!ลูกมะปรางของครูไปต่อยตีกับคนร้ายแบบนี้ได้ยังไงกัน ต่อให้เป็นายต้อมนายโอ๋ก็ไม่ควรทำแบบนี้ มันอันตรายมาก เราไม่รู้ว่าพวกนี้มีอาวุธอะไรหรือเปล่า!”ครูเพ็ญศรีพูดขึ้นมา หลังจากที่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว พร้อมกับดุมะปรางในเวลาเดียวกัน
“หนูขอโทษค่ะครู...หนูกลัวว่าเด็กคนอื่นๆ จะเป็อันตราย ถูกทำร้าย หนูก็เลย...”
“คราวนี้ครูยกโทษให้คราวหน้าอย่าให้เกิดเื่ราวแบบนี้ขึ้นอีก มีอะไรต้องแจ้งครูก่อนไม่ใช่ไปแก้ไขปัญหาเองแบบนี้ รู้ไหมมะปราง!!!!”
ตอนนี้ครูใหญ่และคณะครูสบายใจมากขึ้นต่างคนทะยอยเดินออกจากห้องปฐมพยาบาลเพื่อให้มะปรางได้พักผ่อน
“ปรางเคลียร์มาด่วน อยู่ๆ บู๊ได้ยังงัย?เก็บซุ่มเงียบเลยนะ” โอ๋ทวงถามกับมะปรางทันทีคำถามของโอ๋เป็คำถามที่ทุกคนอยากรู้เหมือนกัน
“พี่หมอก็อยากรู้เหมือนกัน...มะปรางตั้งการ์ดมวยหย่งชุนใช่ไหม?...ไปเรียนมวยหย่งชุนมาจากไหน?”
“ตอนเด็กๆปรางอยู่ที่จีน เรียนกับอาจารย์ั้แ่ปราง 7-8 ขวบได้มั๊งพ่อบอกว่าอยากให้เรียนไว้ป้องกันตัว แล้วก็ถือเป็การออกกำลังกายไปด้วยสุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง”
“โห!ฝีมือขนาดนี้ไม่ใช่แค่ป้องกันตัวแล้วล่ะ…ปรางเรียนมา10 ปีแล้วเหรอเนีย!!!” โอ๋ใมาก “แล้วมีวิชาตัวเบาะโสูงๆ เหมือนในหนังจีนได้ป่ะ?”
“ปรางทำไม่เป็…ทำไม่ได้หรอก!”
“มีฝีมือแบบนี้แล้วไปเดินซุ่มซ่ามยังไงให้ตกบ่อปลาได้เนียปล่อยให้คนทั้งโรงเรียนล้อเื่นี้มาตั้งเกือบ 2 ปี”บัวตั้งคำถามด้วยความสงสัย “ถ้าเป็พี่บัวนะพี่จะโชว์ให้พวกนี้เงียบปากไปให้หมด”
“พ่อไม่อยากให้ปรางไประรานใครอยากให้ปรางเรียนไว้ป้องกันตัวเฉยๆ ส่วนเื่ที่ปรางตกบ่อปลา มันลื่นปรางก็เลยตกบ่อปลา ปรางไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น ทุกคนล้อปรางเพราะปรางซุ่มซ่ามเอง”
“พี่หมอคิดว่าั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปชีวิตของมะปรางในโรงเรียนแห่งนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”วิทย์พูดให้ทุกคนคิดถึงประเด็นนี้
“ตอนนี้เต็มแอดมีแล้วเนีย!!!!! มีแฮชแท็ก #น้องมะปรางด้วย...มีแต่คนถามหาคลิปกันเพียบ”บัวก้มเลื่อนดูมือถืออ่านโพสต์เกี่ยวกับมะปราง
“โอ๋ว่าตอนนี้ปรางไม่เหมาะกับชมรมดนตรีแล้วล่ะไม่ต้องอยากไปเป็ไอดอลที่กรุงเทพแล้ว มาอยู่ชมรมมวยกับโอ๋ดีกว่าแค่เื่นี้เื่เดียวเต็มแอดมี มีแต่คนถามหามะปรางกันใหญ่”โอ๋พูดแซวมะปราง
“ไม่ต้องมาพูดเลยเนียปรางโดยแม่ดุแน่ๆ เปิดเทอมวันแรก ปรางก็ก่อเื่ละ”คำตอบของมะปรางทำให้ทุกคนในห้องหัวเราะกันอย่างครึกครื้น
“ใครอยากกินอะไรบอกพี่มาวันนี้พี่ปิดห้องเลี้ยงนักสู้หญิงคนใหม่ของโรงเรียนเราหน่อย”
“เย้ๆๆๆๆๆมีเ้ามือเลี้ยงแล้ว...ได้แก่...แท่น แทน แท๊น...พี่วิทย์ของพวกเรานั่นเอง!!!” ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่กับการแซวมะปราง ที่หน้าจอทีวีมีรายงานข่าวด่วนแทรกขึ้นมาทุกคนเงยหน้ามองดูเนื้อข่าวด้วยความสนใจ
“วันนี้เวลาประมาณ15 นาฬิกาเศษ เกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 5 คน หลบหนีการจับกุมของเ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เ้าหน้าตำรวจกว่า 20 นายกระจายกำลังคนหาคนร้ายเข้าล้อมจับกุมนานกว่า 1 ชั่วโมงจนกระทั่งจับคนร้ายได้ 3 ราย”
“นี่มันข่าวโรงเรียนเรานี่น่า!”
“ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวว่าการจับกุมคนร้ายในครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือจากเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งใช้วิชากังฟูของจีนช่วยจับคนร้ายด้วย...ใช้วิชากังฟูจริงๆ ค่ะ ดิฉันอ่านไม่ผิดผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ครูใหญ่ประจำโรงเรียนแห่งนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธขอให้เื่นี้จบลงที่การดำเนินการของเ้าหน้าที่ตำรวจ”
“ตอนนี้กระแสในแอดมีแรงมากนะคะเด็กนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้มีจำนวนมาก แต่ละคนต่างยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ชัดเจน มีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งใช้วิชากังฟูจับคนร้ายจริงๆทุกคน้าหาคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายงานว่า ชาวเน็ตตั้งราคาคลิปนี้ไว้ถึง5 หมื่นบาท สำหรับใครก็ตามที่มีคลิปเหตุการณ์นี้...เรามาลองฟังบทสัมภาษณ์ของเด็กนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้กันค่ะ”
“หนูกำลังเดินกลับบ้านกับพี่ชายค่ะแล้วจู่ๆ ก็มีเสียงหวอตำรวจดังขึ้นมา หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพี่พาหนูวิ่งไปหลบอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะ มีคนะโว่า มีคนร้ายๆๆแต่ตอนนั้นหนูเห็นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งท่ากังฟูเหมือนในหนังจีนเลยค่ะ แล้วก็มีคนร้ายวิ่งเข้ามาทำร้ายพี่ผู้หญิง3 คน แต่พี่ผู้หญิงคนนั้นต่อยคนร้ายลงไปนอนที่พื้นหมด พี่ผู้หญิงคนนั้นเรียนอยู่ม.ปลายค่ะ”
“ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ากล้องวงจรปิดบริเวณนั้นมีเพียงจุดเดียว คือ หน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้แต่มุมภาพที่เราได้มา เห็นเพียงแค่คนร้าย 3 คน ยืนแอบอยู่ข้างๆรถยนต์คันหนึ่งเท่านั้น...สำหรับประเด็นนี้เราจะติดตามอย่างใกล้ชิดค่ะ”
“เป็ไงล่ะปรางคราวนี้ดังะเิไปแล้ว คิดดูละกันว่าพรุ่งนี้ทุกคนในโรงเรียนต้องแห่มาดูตัวนักกังฟูหญิงแน่นอนมากันเพียบแน่ๆ” โอ๋ยังคงแซวมะปรางอย่างต่อเนื่อง
“รู้แบบนี้แล้วยังจะมาพูดเล่นอีกแล้วพรุ่งนี้ปรางจะทำยังไงดี ต้องแย่แน่ๆ เลย”มะปรางค่อนข้างกังวลใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
“มะปรางก็ทำตัวตามปกติอ่าแหละอย่างมากก็มีคนเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น แป๊บเดียวคนก็ลืมหมดแล้ว”บัวพยายามพูดปลอบใจให้มะปรางคลายกังวลลง
ใน่ดึกของคืนวันเดียวกันมะปรางกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าวโดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าใดนัก “แม่เห็นข่าวในทีวีครั้งแรกแม่ก็รู้ทันทีว่าต้องเป็ลูกแน่ๆ”
“หนูขอโทษคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยค่ะที่หนูไปก่อเื่ที่โรงเรียนั้แ่เปิดเทอม”มะปรางรู้สึกสำนึกผิดกล่าวคำขอโทษและยกมือไหว้ หน้าตาแดงกล่ำ
“พ่อกับแม่เข้าใจลูกดีว่าลูกมีเจตนาดี ลูกอยากช่วยคนเด็กๆ แต่ถ้าพวกคนร้ายมีอาวุธ ลูกจะทำยังไง?”
“หนูขอโทษค่ะ”มะปรางก้มหน้ารับผิด แม้ว่าพ่อกับแม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก็จริงแต่กระทบความรู้สึกมะปรางเป็อย่างมาก
“หนูขอโทษหนูผิดไปแล้ว” มะปรางยกมือขึ้นมาไหว้ไม่กล้าสู้หน้าพ่อกับแม่ พูดขอโทษซ้ำตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้ลดมือลง “หนูสำนึกผิดแล้วค่ะ”
“วันที่พ่อตัดสินใจให้ลูกไปเรียนพ่อรู้อยู่แล้วว่า สักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องเกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ขึ้นมา พ่อกับแม่ดุลูกในวันนี้พ่อกับแม่ไม่ได้ห้ามลูกแต่พ่อกับแม่อยากให้ลูกรู้ว่า พ่อกับแม่เป็ห่วงลูกเข้าใจไหมว่าพ่อกับแม่เป็ห่วงลูก”
“แม่อยากบอกให้ลูกรู้ว่าแม่เป็ห่วงลูกขนาดไหน”แม่ลุกขึ้นมาแล้วเดินข้ามฝั่งไปที่มะปรางนั่งอยู่แล้วก้มตัวลงโอบกอดมะปรางด้วยความห่วงใย “รู้ยังว่าพ่อกับแม่เป็ห่วงลูกมากขนาดไหน”
โอบกอดที่อบอุ่นของแม่ส่งต่อไปที่มะปรางโดยตรงจนทำให้มะปรางร้องไห้ปล่อยโฮออกมาไม่ต่างจากอะไรกับเด็กน้อยที่ร้องเรียกหาแม่ภาพที่เห็นในวันนี้ช่างเหมือนกับวันที่มะปรางเริ่มต้นฝึกมวยหย่งชุนในอดีต
“แม่ๆๆหนูไม่อยากไปเรียนแล้ว หนูทนไม่ไหวแล้วนะแม่ ไม่เอาแล้ว!!!หนูปวดขาไปหมดแล้ว” มะปรางในวัย 14 ปีนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนอนของตัวเอง
“ตอนแรกลูกบอกกับแม่ว่าอยากเรียน แล้ววันนี้ทำไมถึงมาบอกว่าไม่เอาแล้ว เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน”แม่เดินมานั่งปลอบมะปราง “อย่าโกหกแม่ แม่อยากรู้เื่จริงๆจากปากของลูก”
“แม่รู้เื่แล้วเหรอ?”มะปรางถามแม่ด้วยน้ำเสียงไม่เต็มคำเท่าใดนักแม่ไม่ได้ตอบคำถามได้แต่พยักหน้าตอบรับ
“วันนี้หนูประลองกับพี่ลู่เฟยแล้วหนูแพ้ หนูสู้ไม่ได้เลย”มะปรางยอมรับกับแม่โดยตรง
“ครูจางบอกกับแม่แล้วว่าหนูแพ้พี่ลู่เฟย 5 ต่อ 0 เกมเลยใช่ไหม?”แม่ย้ำคำพูดของมะปราง “ฟังแม่ให้ดีนะ ถ้าลูกไม่อยากเรียนเพราะว่าไม่อยากเรียนจริงๆ แม่จะไปบอกครูจางพรุ่งนี้...แต่ถ้าลูกไม่อยากเรียนเพราะว่าลูกรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ แม่ไม่เห็นด้วย...ลูกเคยบอกกับแม่ว่ายังไง?”
“หนูเคยบอกแม่ว่าไปเรียนแล้วสนุกดี หนูมีความสุขที่ได้อยู่กับมัน หนูอยากดูแลพ่อกับแม่อยากเป็คนเข้มแข็ง อยากปกป้องพ่อกับแม่จากพวกคนไม่ดีใช่ไหม?แล้วทำไมวันนี้ถึงมานอนร้องไห้งอแงกลายเป็คนอ่อนแอบนเตียงแบบนี้”
รอยยิ้มในปัจจุบันของมะปรางทำให้พ่อกับแม่ดีใจเป็อย่างมากที่ลูกเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริง“พ่อกับแม่อยากให้มะปรางเป็คนเข้มแข็งและอยากให้มะปรางรับรู้ว่า พ่อกับแม่ห่วงใยลูกตลอดเวลาเช่นกัน”
“คืนนี้ได้เวลาเข้านอนแล้วนะสาวน้อยของพ่อ”
“ราตรีสวัสดิ์พ่อกับแม่นะคะ”
กลางดึกของคืนวันนั้นแม้ว่ามะปรางจะนอนหลับไปแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับก็คือแม่ของมะปรางมีอาการพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาจนทำให้พ่อรู้สึกตื่นขึ้นมา
“แม่รู้สึกกลัวจริงๆนะพ่อ...เราตำหนิลูก ทั้งๆ ที่เราก็คิดเหมือนลูก แบบนี้เราทำถูกต้องแล้วใช่ไหม?”
“ลูกเราตัดสินใจถูกต้องแล้วล่ะแม่จากนี้ไปเราต้องสนับสนุนลูก…เรารู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับลูก”
เช้าวันรุ่งขึ้นมะปรางเพิ่งตื่นนอนขึ้นมาเพราะว่าเมื่อคืนนอนดึกว่าทุกวันยังมีอาการงัวเงียหันไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างเตียงนอน บอกเวลา 06.20 น.
“มะปรางตื่นได้แล้ว!ตื่นได้แล้ว! เดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทันนะลูก”
มะปรางลุกขึ้นมาจากเตียงนอนเดินออกมานอกห้องยังไม่รู้สึกตัวเท่าใดนัก“ลูกไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนได้แล้ววันนี้แม่ทำต้มจืดเต้าหู้หมูสับของโปรดของลูกด้วย”
“วันนี้มีอะไรหรือเปล่าแม่!”มะปรางสังเกตความผิดปกติบางอย่างของเช้าวันนี้
“เมื่อเช้าครูเพ็ญศรีโทรมาหาแม่”คุณแม่หยุดพูดเว้นวรรคเล็กน้อย “ตอนนี้นักข่าวเต็มโรงเรียนแล้วลูก”พร้อมๆ กับเปิดทีวีให้มะปรางดู “เช้านี้...แม่เห็นลูกของแม่ทุกช่อง!!!”
จบคำพูดของแม่ทำให้มะปรางมีอาการชะงักเล็กน้อยและตื่นตัวทันที
“แม่หนูกลัว…”
รายการทีวีของเช้าวันนี้มีแต่ข่าวของน้องมะปรางทั้งเนื้อข่าว, สกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับมวยหย่งชุนบางช่องก็รีรันคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน “เื่นี้เป็ความแปลกใหม่ในบ้านเราเป็อย่างมากค่ะเราไม่เคยรู้มาก่อนว่า ในสังคมบ้านเรามีอะไรแบบนี้ด้วยค่ะ หรือแม้กระทั่งมีคนจริงๆที่ใช้วิชากังฟูได้เหมือนกับในหนังจีนแล้วนำมาต่อสู้กับคนร้าย”
“นี่เป็ภาพที่เราได้จากกล้องหน้ารถยนต์ที่ขับผ่านที่เกิดเหตุและจอดอยู่บริเวณนั้นค่ะ”
“มวยหย่งชุนเป็มวยที่เหมาะสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายตัวเล็กก็ได้ครับ ไม่มีะโสูงๆเหมือนในหนัง ไม่จำเป็ต้องใช้แรงปะทะโดยตรงก็ได้แต่อาศัยจังหวะหรือมุมเข้าไปกระทำที่คู่ต่อสู้โดยตรงแล้วใช้น้ำหนักที่โถมเข้ามากระแทกออกไปนี่คือเหตุผลหลักที่คนร้ายทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยการกระแทกเพียงครั้งเดียวตามที่เราเห็นภาพจากมุมนี้นะครับชัดเจนมากครับ”
“ลองสังเกตจังหวะน้องคนนี้เข้ากระแทกคนร้ายคนที่2 ดีๆ ครับ ตรงนี้เป็เทคนิคชั้นสูงของมวยหย่งชุนครับ กระแทกปุ๊บทรุดทันทีแสดงให้เห็นว่า จังหวะนี้ไม่ใช่จังหวะบังเอิญแน่นอน เป็การหาจังหวะและหาช่องเข้าทำใน่เวลาเสี้ยววินาทีน้องต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักจึงจะทำแบบนี้ได้ครับ...สวนกลับแล้วโจรต้องลงทันทีครับ”
“แม่ปิดทีวีเถอะหนูไม่อยากดู”
“ชีวิตของหนูเปลี่ยนไปั้แ่หนูปล่อยหมัดแรกออกไปแล้วจ๊ะ...ไม่ทันแล้วล่ะลูก”พ่อเดินเข้ามาในบ้านตรงเข้ามากอดลูก
“วันนี้จะให้พ่อไปส่งที่โรงเรียนไหม?”
“ไม่ดีกว่าค่ะพ่อหนูไปโรงเรียนเองได้ค่ะ” มะปรางเดินกลับเข้ามาในห้องนอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นแชทแจ้งเตือนข้อความใหม่ 40 ข้อความจากโอ๋ มีข้อความล่าสุดว่า
“ตอนนี้นักข่าวเต็มไปหมดโอ๋เพิ่งสัมภาษณ์ทีวีเสร็จเมื่อกี้เอง”
มะปรางเลื่อนย้อนขึ้นไปดูข้อความก่อนหน้านี้“ทุกคนเห็นคลิปเมื่อวานแล้ว”มะปรางลองกดดูคลิปที่ได้มาจากกล้องหน้ารถที่จอดอยู่แถวนั้นถ่ายในมุมที่เห็นเหตุการณ์ในขณะที่มะปรางกำลังต่อยคนร้ายทั้ง 3 คนอย่างชัดเจน
เธอแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนตัวเก่งเหมือนทุกวันที่ผ่านมายืนถอนหายใจอยู่หน้ากระจก “วันนี้ยังไงก็ได้ เป็ไงเป็กัน!!!!!!”
มะปรางสะพายเป้นักเรียนเดินออกมาขึ้นรถ 2แถวไปโรงเรียนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่เธอเริ่มรู้สึกว่าคนรอบข้างแปลกกว่าทุกวันหลายๆ คนหันมาทักทายบ้าง มายิ้มให้บ้าง
“น้องคนนี้ไงในข่าวเมื่อเช้านี้”
เวลาผ่านไปไม่นานนักมะปรางก็เดินทางถึงหน้าโรงเรียนเธอแอบเห็นที่ป้อมยามด้านหน้าโรงเรียนมีนักข่าวรายงานสดเต็มพื้นที่จนถึงหน้าฟุตบาทริมถนนทำให้มีเธอท่าทีชะงักเล็กน้อย ก่อนที่จะถอนหายใจครั้งใหญ่เดินเข้าไปสวัสดีครูเวรที่หน้าป้อมยามตามปกติเหมือนทุกวัน
“สวัสดีค่ะคุณครู”
“นี่เป็ภาพสดๆจากหน้าโรงเรียนของน้องมะปรางนะคะ ตอนนี้น้องเดินทางมาถึงโรงเรียนแล้วค่ะ”เสียงนักข่าวรายงานพร้อมๆ กับเสียงแฟลชถ่ายรูปดังรัวๆ จนนับไม่ถ้วนผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งวิ่งกรูเข้าไปล้อมมะปรางด้วยความรวดเร็ว
“ในโรงเรียนมีเยอะกว่านี้อีกจ๊ะหนูมะปราง” ครูเวรพูดจบพร้อมกับส่งยิ้มให้กับมะปราง
เด็กนักเรียนบริเวณนั้นต่างหันมามองรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถ่ายคลิปมะปรางเต็มไปหมด นักข่าวต่างเข้ามาล้อมตัวมะปรางเพิ่มมากขึ้นเพื่อขอสัมภาษณ์
“น้องคะ!พี่ขอสัมภาษณ์นิดหนึ่ง”
“น้องมะปรางคะไปเรียนมาจากที่ไหนเหรอคะ?”
“กูเคยแซวน้องเขาเื่ตกบ่อปลาด้วยโชคดีที่ไม่โดนน้องมะปรางต่อย!!”เสียงนักเรียนคนหนึ่งพูดกับเพื่อน
“น้องมะปรางช่วยเล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้ฟังหน่อยครับ?”
“น้องๆรู้สึกยังไงบ้างคะ ที่ตอนนี้น้องกลายเป็ฮีโร่ไปแล้ว”
นักข่าวแต่ละคนต่างตั้งคำถามจนมะปรางไม่รู้จะตอบคนไหนก่อนเกิดความชุลมุนขึ้นมาจนทำให้ครูเพ็ญศรีกับบัวเห็นท่าไม่ดีรีบเดินฝ่าวงล้อมของนักข่าวเข้าไปกันตัวมะปรางออกมาก่อน “พี่ๆนักข่าวคะ เพื่อให้เป็ระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นครูขอเชิญทุกคนไปที่หอประชุมดีกว่านะคะ”
ในอีกฟากหนึ่งของทางเข้าโรงเรียนต้อมยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจจนต้องกำมือแน่นกัดฟันกรอดเดินหันไปอีกทางหนึ่งด้วยท่าทางโกรธเป็อย่างมาก
มะปรางถูกพามาที่ห้องประชุมโรงเรียนมีนักเรียนนักข่าวนั่งกันอยู่เต็มห้องมีกล้องถ่ายทอดสดตั้งเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ด้านหน้าของห้องประชุมจนทำให้ห้องประชุมดูเล็กลงจนแทบจะหาที่ว่างไม่ได้
ใน่เวลาเดียวกันโอ๋ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแต่เลือกที่จะเข้าไปที่ชมรมมวยแทนโอ๋สังเกตความผิดปกติบางอย่าง จึงแอบดูลอดช่องหน้าต่างเห็นต้อมกำลังใช้มือเปล่าต่อยรัวๆ ไปที่เป้าซ้อมไม่นานนักก็เห็นปูกับนัทเดินเข้ามาสมทบ
“ตอนนี้กูโครตเกลียดมันเลยว่ะ”เสียงพูดของต้อมดังชัดเจนมาก แสดงถึงความไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโอ๋ยืนอยู่ตรงบริเวณประตูทางเข้าชมรมได้ยินเหมือนกัน “ถ้ามันเป็ผู้ชายกูจะต่อยให้คว่ำเลย!!!!!”
“ไอ้ต้อมกูรู้ว่ามึงรู้สึกยังไง” เสียงของปูตอบกลับมา “มึงสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมา2 ปี มีคนสนใจนิดเดียว...แต่พอคราวนี้มีทีวีมาถ่ายกันเต็มไปหมดแบบนี้ไม่แฟร์กับมึงว่ะ”
“แล้วมึงจะเอาไง?”นัทรีบถามต่อทันที
“อย่าทำตัวให้กูหมั่นไส้มากกว่านี้นะมึงเป็ผู้หญิงอย่าทำเป็ห้าว…เกินหน้าเกินตาว่ะ”ต้อมยังคงย้ำคำพูดเดิมอีกครั้ง “ตอนนี้กูโครตเกลียดมันเลยว่ะ”
“พวกมึงมีปัญหาอะไร!!!แล้วมึงจะทำอะไรมะปราง ไอ้ต้อม!”โอ๋เดินตรงดิ่งเข้ามาในชมรมด้วยอารมณ์โกรธไม่แพ้กัน “มึงทั้ง2 ตัวด้วย ไอ้ปู ไอ้นัท เอาไงว่ามาเลย!”
“แล้วมึงจะทำอะไรกูไอ้โอ๋ มึงอ่ะ อย่าติดหญิงให้มากนักนะ กูหมั่นไส้ว่ะ!!!” เสียงท้าทายของต้อมก็ไม่ยอมเช่นกัน
ยังไม่ทันจบคำพูดของต้อมโอ๋เดินปรี่เข้าไปชกที่หน้าต้อมทันที ทั้ง 4 คนเข้าตะลุมบอนกันแลกหมัดกันไปมาจนมั่วไปหมด “เฮ้ยๆพวกพี่ 4 คนมีปัญหาอะไรกัน”เสียงคนในชมรมหลายคนรีบวิ่งเข้ามาแยกโอ๋ออกจากกลุ่มของต้อม “พี่ๆต่อยกันเองทำไม”ในขณะเดียวกันก็มีครูฝ่ายปกครองคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน
“ทั้ง4 คนตามครูมาเดี๋ยวนี้!!!”
**********************