Achoo! แพ้รักให้กับคุณหมอ

    บทที่ 2 รุ่นพี่

            แม้ว่าเธอจะปิดแมสแต่แววตาของเธอเหมือนคนคนนึงที่ผมรู้จักเมื่อนานมาแล้วเลยครับ ผมเลยก้มดูประวัติของเธอดู ชื่อเธอคือ รมิตา  มหัทธนปัทมกร

            “รุ่นพี่.....”ใช่ครับเธอคือรุ่นพี่ที่ผมเคยแอบชอบในวัยเด็ก

            “คุณหมอพูดว่าอะไรนะคะ”

            “เออป่าวครับ”

            “เดียวคนไข้รบกวนถอดแมสด้วยนะครับ”ผมอยากจะเช็คดูว่าจมูกของเธออักเสบหรือป่าวเพราะเห็นเธอจามบ่อยมาก

            “ได้ค่ะ”เธอถอดแมสออกมามันยิ่งชัดเลยครับว่าเธอคือพี่ชมพูที่ผมเคยแอบชอบ แต่ตอนนี้เธอจมูกแดงมากเลยครับ

            “เออ...คุณหมอค่ะ คุณหมอ”

            “คะ..ครับบบ”ผมกำลังอึ้งอยู่ครับไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี้

            “อ่อ...คือคนไข้เป็๲ภูมิแพ้มานานยังครับ”

            “นะ...นานแล้วค่ะ ฮัดชิ่วววว”

            “เออ...คุณหมอค่ะฉันขอใส่แมสได้ไหมค่ะ”

            “ไม่ต้องหรอกครับบ แบบนี้แหละครับดีแล้ว”ไม่ได้เจอกันนานก็อยากจะมองหน้านานๆหน่อยอะครับ แต่ถ้าเป็๞คนอื่นผมอาจจะให้ใส่

            “คะ?....”

            “เออ...คือผมหมายถึงผมจะตรวจไงครับว่าจมูกอักเสบหรือป่าว”เห้ออออ.....ค่อยโล่งหน่อย แต่ผมดูแค่ภายนอกจมูกของเธอไม่ได้เป็๞อะไรครับแค่แดงเฉยๆ เหมือนกับเธอจามเยอะเลยทำให้จมูกแดง และก็เดียวหลายคนอาจจะสงสัยภูมิแพ้เกี่ยวอะไรกับจมูกแดง เกี่ยวสิครับบ้างคนเป็๞ภูมิแพ้หนังจนทำให้จมูกติดเชื้อบ้าง อักเสบบ้างครับ

            “อ่อค่ะ”

            “แล้วก่อนหน้านี้พี่ไปอยู่ที่ไหนมาครับ”

            “คะ.....”

            “เออ...คือหมอหมายถึงคนไข้ไปรักษาที่ไหนมาก่อนหรือป่าวครับ”โอ้ยยย จะบ้าตายอย่าหลุดนะ

            “อ่อ ก่อนหน้านี้ฉันรักษาที่ต่างประเทศค่ะ แต่รู้สึกอยากกลับมาอยู่บ้านแล้วเลยขอหมอมารักษาตัวที่ไทยต่อค่ะ”อ่อ หรือว่าที่หายไปเพราะไปรักษาตัว แต่น่าจะบอกกันก่อนนิ

            “อ่อครับ...”

            “ฮะฮัดชิ่ววว......”

            “ขอโทษค่ะ”

            “ไม่เป็๲ไรครับ”

            “เออ...ปกติคนไข้ชอบออกกำลังกายป่าวครับ”

            “ไม่ค่อยค่ะ”

            “คนไข้ต้องออกกำลังกายบ่อยๆนะครับมันเป็๞อีกทางที่ช่วยได้ครับ”มันช่วยได้เยอะเลยนะครับ ยิ่งเลือกที่ที่สดชื่น อากาศถ่ายเทมันจะยิ่งดีเลยครับ

            “ได้ค่ะ”

            “เออ...คนไข้อยู่แถวไหนเหรอครับ”

            “อ่อ คอนโดฉันอยู่ข้างหลังโรงพยาบาลค่ะ”

            “พอดีเลยครับพรุ่งนี้เช้าไปออกกำลังกายกับผมนะครับ”เออ....มันจะแปลกๆป่าวว่ะ 

            “เออ...คะ?”

            “ใช่ครับ...คนไข้ต้องออกำลังกายคู่กับการรักษาไปด้วยนะครับ เจอะกันพรุ่งนี้ที่สวนข้างโรงพยาบาลนะครับ☺️”

            “อ่อ....โอเคค่ะ”หลังจากผมพูดจบเธอก็เดินออกจากห้องตรวจทันที

            ย้อนไปเมื่อ 17 ก่อน โรงเรียนนานาชาติเกรซ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.2 ครับ (แอบบอกก่อนว่าผมเรียนก่อนเกณฑ์นะครับ)

            “5555ไอ่อ้วนนน”

            “อ้วนๆ”

            นี่เป็๲คำที่ผมเจอทุกวันครับ เพราะเมื่อก่อนผมเป็๲เด็กอ้วน ใส่แว่น ทำให้เพื่อนๆชอบล้อเป็๲ประจำ ล้อจนผมต้องมาแอบนั่งร้องไห้คนเดียว

            “อะ”อยู่ๆก็มีมือนึงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ผม ผมจำได้เลยครับเธอเป็๞ผู้หญิงที่มีแววตากลมโต จมูกโด่ง ใบหน้ารูปไข่ ส่วนปากของเธออมชมพูทั้งๆทีไม่ได้ทาลิป อยู่ๆเธอก็มานั่งลงข้างผม

            “ฮะ...ฮัดชิ่ววว”

            “ขอโทษนะ”

            “โดนเพื่อนแกล้งเหรอ”รุ่นพี่หันมาถามผม

            “ใช่ครับ”

            “พี่ก็เหมือนกัน ฮะฮัดชิ่ว”ผมรีบหันหน้าไปมองพี่เขาเลยครับ พี่เขาสวยน่ารักขนาดนี้ยังโดนแกล้งอีกเหรอเนี่ยย

            “เพราะอะไรรู้ไหม”ผมส่ายหน้าตอบ

            “เพราะพี่เป็๲ภูมิแพ้ไง ฮะฮัดชิ่ว”

            “พี่ต้องทนมาตลอดเกือบ3ปี ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครกล้าจะเดินใกล้ๆ โดนหาว่าเป็๞ตัวเชื้อโรคบ้าง ตัวแพร่เชื้อบ้าง ตอนแรกพี่ก็แอบมาร้องไห้เหมือนเรานั้นแหละ แต่ตอนนี้พี่ไม่สนแล้วเพราะพี่ไม่ได้เป็๞อย่างที่เขาพูด พี่แค่เป็๞โรคภูมิแพ้ ฮะฮัดชิ่ว”

            “ทำยังไงผมถึงจะอดทนเก่งเหมือนพี่บ้าง?”

            “เราไม่ต้องสนใจหรอก เราสนแค่คนที่รักเราก็พอพี่ไม่มีเพื่อนพี่ยังอยู่ได้เลยเราก็ต้องอยู่ให้ได้สิ”ก็จริงอย่าที่พี่เขาพูดนะครับ

            “เอางี้เรามาเป็๲เพื่อนกับพี่นะ”ผมเงียบเพราะผมไม่เคยได้ยินคนนี้จากเพื่อนในห้องเลย

            “ทำไมไม่อยากเป็๞เหรอ หรือกลัวติดภูมิแพ้จากพี่ ฮะฮัดชิ่ว”ทุกครั้งที่เธอจากเธอจะพยายามที่จะออกห่างจากผม 

            “ไม่ใช่ครับ ผมแค่ดีใจผมจะได้มีเพื่อนแล้ว”

            “จริงเหรอ”

            “เออ...แล้วพี่ชื่ออะไรครับ”

            “พี่ชื่อชมพูจ้ะ เราหล่ะ”

            “ชื่อพีพีครับ”


         “โห้....ชื่อน่ารักเหมาะกับตัวเองเลยย”ตอนที่พี่ชมพูหันมาพูดแล้วส่งยิ้มให้กับผมตอนนั้นหัวใจผมเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอยิ้มหวานมากเลยครับ

            “ถึงเวลาเรียนแล้ว พี่ไปก่อนนะ”

            “ครับ”หลังจากนั้นผมกับพี่ชมพูจะมาหากันทุกเที่ยงมาเล่นมาอ่านหนังสือด้วยกัน พอเพื่อนผมเห็นพวกเขาก็มาล้อบ้างแต่ผมไม่สนใจหรอกครับเพราะผมอยู่กับพี่ชมพูแล้วมีความสุขที่สุด

            “ฮื่อๆ....”

            “เป็๲อะไร ใครแกล้งบอกพี่ได้ ฮะฮัดชิ่วว”

            “ฮื่อๆ....คือพี่ครับ เพื่อนๆบอกผมให้ไปลดน้ำหนักถึงจะให้เล่นด้วย ฮื่อๆ...แต่ผมทำไม่ได้ครับบบ...”คอนนั้นผมกำลังจะมีเพื่อนอยู่แล้วเชียว แต่ก็ต้องฝันสลายเพราะพวกเขาไม่อยากเล่นกับคนอ้วนแบบผม

            “โธ่....ใจเย็นๆนะ พี่ขอถามอะไรหน่อย ครอบครัวของเราเคยสั่งให้เราลดน้ำหนักบ้างหรือป่าว”ผมส่ายหน้าเพราะที่บ้านชอบเห็นผมกินเยอะๆ พี่ใหญ่กับพี่รองจะได้บีบแก้มของผม

            “แล้วเราหล่ะ”

            “ผมอยากลดครับบ...แต่ผมชอบกินมากกว่า”

            “พี่จะบอกพีพีให้นะ ขนาดคนที่รักพีพียังไม่สั่งให้พีพีลดน้ำหนักเลย แล้วพีพีจะมาสนใจอะไรกับแค่คำพูดของคนที่นิสัยไม่ดี หล่ะ”จริงของพี่ชมพู

            “แล้วพี่อยากให้ผมลดไหมครับ”

            “ไม่จ้ะ อะไรที่ทำให้พีพีไม่มีความสุข พี่ไม่อยากให้พีพีทำ”

            “ครับ ต่อไปนี้พีพีจะไม่สนใจใครอีกแล้วพีพีจะทำตามใจตัวเองครับ”

            “ดีจ้ะ อย่างนั้นเราไปซื้อไอติมกินกันเถอะเนอะ เดียวพี่เลี้ยงเอง”ผมได้ยินถึงกับยิ้มออกทันทีเลยครับ

            หลังจากนั้นผมยิ่งชอบพี่ชมพูมากขึ้น พี่เขาเหมือนนางเอกที่มาช่วยผมเอาไว้ แต่พี่เขาต้องขึ้นม.4ผมก็ไม่เจอและไม่ได้ต่อกับพี่เขาเลยครับ ผมพยายามตามหาตามชื่อทางเฟสบุ๊คบ้างไอจีบ้างแต่ก็ไม่เจอครับ

            และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมมาเป็๞หมอเพราะผมอยากจะมารักษาคนที่เป็๞โรคภูมิแพ้และที่สำคัญผมอยากจะเจอพี่ชมพูเอกครั้งครับ เพื่อปาฏิหาริย์ มีจริงทำให้ผมกับพี่ชมพูกลับมาเจอกันครับ