ตอนที่1 ลืมตาดูโลก
ภายในมุมมืดสลัวหนึ่งของศาลเ้าร้างในหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลของมณฑตซานตงค่ำคืนอันเงียบสงบแต่ภายในสถานที่แห่งนี้กลับวุ่นวายเพราะมีเหตุคาดไม่ถึง
ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำสวมเสื้อกล้ามเขายกแขนขวาขึ้นเช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้สะดวกต่อการมองเห็นในความพยายามช่วยเหลือภรรยาทำคลอดบุตรเองท่ามกลางท่าทีอันงกเงิ่นและความหวาดหวั่นต่อภัยอันตรายซึ่งจู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทั้งที่วันนี้ครอบครัวซูกำลังจัดเตรียมพิธีไหว้เทพเ้ากงิในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็วันที่ห้าเดือนหนึ่งของทุกปี
“อึ้บ ๆเบ่งออกมา เร็วเข้า! ลี่เอ๋อร์! รวบรวมกำลังไว้.....แล้วเบ่งให้เต็มที่.....เบ่งเลย!!!”
ซูเทียนเล่อเป็สามีของเหอเฟยลี่ผู้ท้องแก่แล้วเจ็บท้องคลอดกะทันหัน ระหว่างทั้งคู่กำลังหลบหนีศัตรูซึ่งปรากฏขึ้นมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเขาพูดให้กำลังใจภรรยารีบเบ่งคลอดออกมาเพราะกลัวว่าศัตรูจะล่วงรู้แหล่งที่ซ่อนตัว แล้วตามมาสังหารพวกตนก่อนคลอดลูกน้อยให้ปลอดภัยได้พลางลอบยกแขนปาดน้ำตาลูกผู้ชายในวัยสี่สิบซึ่งเพิ่งมีโอกาสจะได้เชยชมลูกคนแรก ทว่าต้องประสบเคราะห์กรรมหนักหนาโดยไม่รู้ตัวมาก่อน
“พี่เล่อ ฉะ.....ฉันฉันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันไม่มีแรงเบ่งแล้ว.....”
เหอเฟยลี่หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวย ผมยาวรวบหางม้าในชุดเดรสกระโปรงสั้นตัวใหญ่สีเหลืองเก่าซีดแต่เวลานี้ชุดสวยกลับชุ่มโชกไปด้วยคราบสกปรกจากน้ำคร่ำและเืจากช่องคลอด
เธอบอกสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงเพราะเหนื่อยจากการวิ่งหนีศัตรูขณะอุ้มท้องแก่เจียนคลอดอยู่รอมร่อจนน้ำคร่ำแตกระหว่างทางจึงต้องหาที่หลบซ่อนคลอดลูกให้ปลอดภัยทั้งต้องเค้นแรงเบ่งคลอดลูกออกมาให้ได้ซึ่งใช้เวลาไปนานหลายนาทีแล้วฉะนั้นตอนนี้จึงแทบไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลืออยู่เลย
“ลี่เอ๋อร์ได้โปรด ออกแรงอีกนิดเถอะ พี่มองเห็นหัวลูกเราแล้ว อีกนิดนะ.....อีกนิด”
ซูเทียนเล่อพูดให้กำลังใจภรรยาอย่างมีความหวังพลางรู้สึกโชคดีที่มีแสงจันทร์ส่องผ่านซอกผนังแตกเข้ามาในตำแหน่งห้องลับหลังศาลเ้าร้างซึ่งตนกำลังทำคลอดพอดีจึงมองเห็นผมสีดำอยู่เหนือศีรษะทารกน้อยซึ่งกำลังโผล่พ้นช่องคลอดออกมา
เหอเฟยลี่ถ่างขาออกกว้างอีกนิดพร้อมเค้นแรงเฮือกสุดท้ายหวังเบ่งลูกให้พ้นช่องคลอดจงได้เธอไม่สนใจแล้วว่าตนจะมีชีวิตอยู่หรือตายแต่ตอนนี้้าให้ลูกคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเท่านั้น
อนิจจา !!!
สองสามีภรรยาไม่รู้ตัวสักนิดว่ารกพันคอทารกจนเสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้วดังนั้นในตอนนี้มีจิติญญาของเทพผู้หนึ่งเข้ามาสิงสถิตแทนซึ่งกำลังกรีดร้องอยู่ในช่องทางคลอดด้วยความตื่นตระหนกว่า
แย่แล้ว! นี่ข้ากำลังจะคลอดจากท้องใครละเนี่ยเทพอย่างข้าต้องผจญทุกข์ั้แ่ตอนนี้เลยเหรอ.....ใครก็ได้?! ช่วยข้าที!!!
เทพซุนเสวี่ยมี่กรีดร้องโดยไม่กล้าอ้าปากออกรับเอาน้ำคร่ำแต่พยายามดิ้นรนสุดแรงเกิดหวังให้มีชีวิตรอดต่อไปเนื่องจากรู้ดีว่าหากตนเสียชีวิตไปตอนนี้อาจจะกลับเข้าสู่วัฏสงสารซึ่งความทรงจำจากอดีตชาติหรือทักษะอื่นใดจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยมิหนำซ้ำอาจไม่ได้เกิดเป็มนุษย์ที่สามารถบำเพ็ญตบะจนกลับสู่แดนเซียนได้อีกฉะนั้นจึงหวังมีชีวิตรอดอยู่ในภพโลกดีกว่ากลับเข้าสู่ดินแดนว่างเปล่าหรือภพอื่น
“กรี๊ด!!!.....”
ทันใดนั้นภรรยาตระกูลซูกรีดร้องดังลั่นเมื่อเค้นแรงเฮือกสุดท้ายเบ่งทารกน้อยออกมาสู่โลกภายนอกก่อนคอพับหมดสติเพราะหมดสิ้นเรี่ยวแรงทั้งหลายทั้งยังสูญเสียเืจากการฉีกขาดของช่องคลอดอีกด้วย
“อ๊ะ! มาแล้ว!ลูกเราออกมาแล้ว!”
ชายผู้มีลูกคนแรกในวัยสี่สิบอุทานเสียงดังลั่นด้วยความยินดีเขาไม่สนใจแล้วว่าเสียงยินดีจะเรียกความสนใจจากบรรดาคนร้ายหรือไม่พลางนำตัวลูกวางบนพื้นสกปรกเต็มไปด้วยฝุ่นซึ่งมีเสื้อถังจวงสีแดงเก่าซีดปูรองไว้แล้วรีบหยิบมีดทำครัวยาวหนึ่งคืบจากเสื้อก่อนถูกตัวลูกซึ่งเป็อาวุธชิ้นเดียวนำติดตัวมาด้วยโดยนำมาตัดสายสะดือลูกให้ขาดจากรกด้วยท่าทีงุ่มง่ามเพราะไม่เคยทำมาก่อนแต่จดจำคำเตือนจากภรรยาก่อนหน้าได้เป็อย่างดี
“อุแว้ ๆ ๆ ๆ ๆ”
ซุนเสวี่ยมี่ เทพอาภัพจากแดน์กรีดร้องเสียงดังไม่พอใจต่อการเกิดใหม่อันเป็ผลจากการลงทัณฑ์ของเง็กเซียนฮ่องเต้นางกรีดร้องหวังระบายความหงุดหงิดโมโหทั้งหลายทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับกลายเป็เสียงทารกแผดร้องดังลั่นไปทั่วบริเวณ
“อุแว้! อุแว้! อุแว้! อุแว้! อุแว้!”
แย่ล่ะสิ! ทำไมภพโลกถึงมีพลังปราณขาดแคลนขนาดนี้แล้วข้าจะใช้ชีวิตอยู่ได้เยี่ยงไรแบบนี้ข้าต้องบำเพ็ญตบะไปเป็หมื่นปีแสนปีเชียวหรือ?!
เทพธิดาผู้เป็บุตรแห่งเทพซุนหงอคงและธิดาเทพเหมันต์นางกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้งเพราะคาดไม่ถึงต่อสภาพแวดล้อมใหม่ในภพโลก พลางรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังทั้งที่ภายในจิติญญายังพอมีหนทางรื้อฟื้นพลังปราณขึ้นมาได้ทว่าด้วยสภาพปัจจุบันของโลกซึ่งขาดแคลนพลังสำคัญนี้ได้ทำให้เทพตัวน้อยโกรธเกรี้ยวจนร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม
ฟากหนึ่งของศาลเ้าร้างแห่งนี้ ยังมีวัยรุ่นชายสามคนหลบซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้าสองสามีภรรยาครอบครัวซูจะมาถึงไม่นานนักทั้งสามคนได้แต่แอบมองจากมุมมืดด้านหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยซากสิ่งปรักหักพังโดยไม่มีใครกล้าออกมาให้ความช่วยเหลือพลางกระซิบถามกันด้วยความสงสัยต่อเหตุการณ์อันผิดแผกของการคลอดนั้นว่า
“พี่ใหญ่ พวกเราควรออกไปช่วยดีไหม” หลี่หนิงหวงเด็กหนุ่มร่างเล็กแกร็นที่สุดในกลุ่มถามขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ
“รอดูไปก่อน”
หลี่หนิงหลง เด็กหนุ่มนั่งยองตรงกลางระหว่างสองพี่น้อง เขาพูดแทนเด็กหนุ่มนั่งทางซ้ายมือซึ่งมีสถานะเป็พี่ใหญ่ของกลุ่มเพราะมั่นใจว่าสถานการณ์สองสามีภรรยาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะแสดงตัวออกไปช่วยเหลือในเวลานี้
“เอาตามน้องรองว่ามาแล้วกัน อยู่เงียบ ๆ ไปก่อน”
หลี่หนิงอันผู้มีร่างบึกบึนกว่าทุกคนเขาตอบอย่างเชื่อมั่นในคำแนะนำของผู้มีสถานะเป็น้องร่วมสาบานเหตุเพราะน้องรองเป็ผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมมากที่สุดในกลุ่ม ซึ่งช่วยให้ตลอดเส้นทางสามารถหลบหนีพ้นเงื้อมมือเ้าหน้าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและเ้าหน้าที่ตำรวจได้นั่นเอง
อนึ่งสามพี่น้องร่วมสาบานต่างหลบหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอันแสนโหดร้ายในเมืองพากันหลบหนีการตามล่าตัวของเ้าหน้าที่ แล้วยังต้องหลบหนีชาวบ้านเนื่องจากพากันขโมยอาหารมารับประทานกระทั่งพากันหลบหนีมาถึงศาลเ้าร้างแห่งนี้
ในตอนนี้ทางฝั่งซูเทียนเล่อพอเขาตัดสายสะดือเสร็จเรียบร้อยแต่ยังไม่ได้มัดไว้เพราะมัวแต่รีบหยิบเอาสร้อยหยกสลักสีขาวหม่นเป็รูปดอกบัวขนาดเล็กเท่าเล็บมือออกจากคอภรรยาแล้วนำมาวางไว้เหนืออกลูกสาวแทนด้วยสังหรณ์ใจว่าพวกตนอาจไม่สามารถหลบหนีภยันตรายกำลังเข้ามาได้พลางหมุนตัวหันหน้าไปยังซากรูปปั้นเทพเ้าตี่จู้หรือเทพเ้าแห่งพื้นดินแล้วก้มศีรษะคำนับพร้อมพูดร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างมีความหวังว่า
“ได้โปรดเถิดท่านเทพ โปรดช่วยลูกสาวผมด้วย ผมเพิ่งจะมีลูกเป็คนแรกดูนั่นสิครับ ดวงตาเธอช่างงดงามเหลือเกิน แล้วยังไม่ร้องงอแงเหมือนทารกอื่นอีก ผมขอตั้งชื่อลูกว่าซูเทียนเหยี่ยน ได้โปรดช่วยให้ลูกผมรอดชีวิตแล้วอยู่ต่อไปได้ ได้โปรด.....”
ซูเทียนเล่อผินมองใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเืของลูกสาวตัวน้อยข้างกายซึ่งตอนนี้หยุดร้องไห้ไปแล้วพลางร้องไห้ออกมาพร้อมโขกศีรษะคำนับร้องขอความช่วยเหลือจากเทพเ้าผู้ที่ตนศรัทธาโดยหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ช่วยให้ลูกสาวตนอยู่รอดปลอดภัยได้
จากนั้นเขารีบนำเสื้อถังจวงห่อหุ้มร่างกายลูกไว้ลวก ๆ แล้วจ้องมองใบหน้าลูกสาวแว่บหนึ่งอย่างตัดสินใจบางอย่างได้ก่อนปล่อยลูกให้นอนอยู่บนพื้นตามเดิมแต่ไปอุ้มร่างหมดสติของภรรยาขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปทางประตูหน้าศาลเ้าทันที
ในจังหวะซูเทียนเล่ออุ้มร่างภรรยาออกจากศาลเ้าหลี่หนิงหลงผู้นิ่งเงียบสังเกตสถานการณ์อยู่กับสองพี่น้องเขาพุ่งตัวออกไปอุ้มตัวทารกน้อยบนพื้นขึ้นมาแนบอกแล้วบอกกับสองพี่น้องด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า
“เร็วเข้า! พวกเรารีบหนึเร็ว! เร็ว!”
“อ๊ะ!.....”
หลี่หนิงอันและหลี่หนิงหวงต่างอุทานเสียงดังด้วยความตื่นใเพราะไม่คิดว่าพี่น้องในกลุ่มจะกระทำการเหนือความคาดหมายทุกคนรู้ดีว่าด้วยสถานการณ์อันเคร่งเครียดจะต้องรีบหนีไปก่อนเนื่องจากภายนอกศาลเ้ามีเสียงฝีเท้าคนจำนวนมากกำลังวิ่งกรูเข้ามายังทิศทางนี้ฉะนั้นพวกตนอาจไม่มีใครสักคนรอดชีวิตได้จึงพากันวิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังศาลเ้าในทันที
หวังว่าข้าจะรอดนะ อยากร้องไห้จังเลย ปล่อยให้ข้าต้องผจญภัยั้แ่เกิดเลยเหรอเนี่ย?!
เทพซุนเสวี่ยมี่หรือซูเทียนเหยี่ยนพบว่าเมื่อตนคลอดออกมาแล้วพลันััได้ถึงความพิเศษบางประการถูกเปิดใช้งานฉับพลันคล้ายมีดวงตาที่สามตรงกลางหว่างคิ้วอย่างไม่รู้ที่มาทว่าพบเข้ากับพลังชีพของคนสามคนหลบอยู่มุมหนึ่ง จึงส่งพลังปราณอันมีอยู่น้อยนิดขอความช่วยเหลือก่อนอ่อนแรงไปจนไม่หลงเหลือพลังจะร้องไห้อีกโดยหวังว่าพลังดังกล่าวจะดึงดูดใจบางคนให้เข้ามาช่วยเหลือตนในสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ได้
อย่างไรก็ตามด้วยพลังปราณอันบริสุทธิ์ของเทพซุนเสวี่ยมี่กลับดลใจให้หลี่หนิงหลงรู้สึกได้ถึงความผูกพันบางอย่างจึงเป็สาเหตุให้เขาพุ่งตัวออกมาอุ้มทารกน้อยอ่อนแรงไว้แนบอกแล้วบอกพี่น้องให้วิ่งหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทันที
“เร็วเข้า! วิ่งเร็วหน่อย!”
หลี่หนิงหลงวิตกต่อสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นกำลังไล่ตามหลังมาพลางหันหน้ามองด้านหลังเป็ระยะพร้อมพูดกระตุ้นให้พี่น้องรีบวิ่งตามตนมาโดยเร็วทั้งก้มหน้าดูร่างน้อยนอนหลับในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกรักใคร่ดังพี่น้องในสายเืเดียวกันอย่างไม่มีเหตุผลเขารู้แค่ว่าไม่สามารถสูญเสียทารกน้อยแรกเกิดคนนี้ไปได้จึง้าปกป้องให้ถึงที่สุด
“เร็วแล้ว! จะขาดใจตายอยู่แล้วเนี่ย”หลี่หนิงหวงพูดตอบขณะวิ่งด้วยความหวาดกลัว
“รอด้วย.....รอฉันด้วยสิ”หลี่หนิงอันผู้เป็พี่ใหญ่ในกลุ่ม เขาวิ่งไปพร้อมกวักมือเรียกสองพี่น้องให้ชะลอความเร็วรอตนด้วย
สามคนพี่น้องร่วมสาบานไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องโหยหวนอันแสดงถึงความเ็ปแสนสาหัสของสามีภรรยาไล่หลังมาแต่อย่างใดทั้งสามคนต่างรีบวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าด้านหนึ่งของหมู่บ้าน โดยอาศัยเพียงแสงจันทร์ช่วยนำทางไปแต่ละคนต่างหวังว่าจะสามารถหลบหนีเงื้อมมือเหล่าคนร้ายซึ่งไม่รู้ว่าเป็ใครให้จงได้
เด็กหนุ่มผมเกรียนสวมเสื้อยืดสีเทากางเกงขาสั้นสีดำเก่ามอซอเหมือนกันทั้งสามคนต่างพากันวิ่งหลบหนีมาถึงแหล่งหลบซ่อนตัวอันเหมาะสมซึ่งเป็โรงเก็บธัญพืชของเศรษฐีคนหนึ่งในหมู่บ้านถัดไปเข้าพอดีด้วยความอ่อนเพลียและหิวโหยของเด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันต่างพากันนอนหลับหมดสติในซอกหนึ่งของโรงเก็บธัญพืชดังกล่าวจนถึงรุ่งเช้า
อย่างไรก็ตามก่อนหลี่หนิงหลงและพี่น้องผล็อยหลับไปเขารีบนำสร้อยหนังร้อยหยกสลักรูปดอกบัวขาวของทารกน้อยมาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงตนก่อนผล็อยหลับไปเพราะกลัวว่ามันจะหายไปหลังจากนี้เขาไม่้าให้สมบัติชิ้นเดียวของน้องสาวต่างสายเืต้องสูญหายไปแล้วไม่สามารถตามหาพ่อแม่แท้จริงของเธอในอนาคตได้
เวลานี้ทารกน้อยยังคงนอนหลับใหลอยู่ภายในอ้อมกอดของหลี่หนิงหลงเช่นกันเพราะฝืนเค้นพลังปราณออกมาขอความช่วยเหลือกระนั้นด้วยความแข็งแกร่งเหนืุ์ของเทพซุนเสวี่ยมี่เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความหิวโหยเพราะพลังเคยมีอยู่ได้เหือดแห้งหายไปจนหมดสิ้นพลางรู้สึกหิวทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วย้าเติมเต็มกระเพาะอาหารอันว่างเปล่าให้ได้รับอาหารอย่างเพียงพอจึงกรีดร้องเสียงดังด้วยความโมโหทว่าเสียงกลับเปล่งออกมากลายเป็เสียงร้องจ้าของทารกแทนว่า
“อุแว้! อุแว้! อุแว้! อุแว้! อุแว้!”