ความเงียบตกลงปกคลุมบรรยากาศในศาลากลางสวนแห่งนั้นไว้เป็ครู่ขณะที่กลุ่มเมฆดำเคลื่อนคล้อยเข้าบดบังดวงจันทร์ในความเงียบนั้นมีแต่เสียงหายใจของเขาและเธอเท่านั้น
“ฉันจะเล่าเื่ส่วนที่เหลือให้คุณฟัง...”เธอเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“ดีครับ”
“ท่านพ่อของฉันเป็ลูกชายคนโตในจำนวนลูกชายสองคนที่มีอายุห่างกันห้าปี...”เธอเริ่มเื่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านจึงเป็รัชทายาทแห่งแซง-ซีเมียงท่านอาโรดอล์ฟ กิราเดท์ เป็น้องชายท่านพ่อ ซึ่งมักจะชอบพูดอยู่เสมอว่ามีความจงรักภักดีในท่านพ่ออย่างยิ่ง แต่ฉันไม่เชื่อว่าท่านจะรับสั่งออกมาด้วยความจริงใจหรอก”
“แล้วคุณคิดว่าความรู้สึกแท้จริงของเ้าชายโรดอล์ฟเป็ยังไงหรือ?”
“ฉันคิดว่า...ั้แ่เด็กมาแล้วที่ท่านอาโรดอล์ฟไม่พอใจกับการที่ต้องรับรู้ว่าท่านพ่อจะได้เป็องค์รัชทายาทและขึ้นปกครองประเทศของเรา นอกจากนั้นท่านอาก็ยังโกรธแค้นที่ท่านพ่ออภิเษกสมรสกับผู้หญิงที่ท่านอาหมายปองทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าฝ่ายหญิงนั้นมีใจให้ใคร...ฉันอยากจะให้คุณได้รับรู้ไว้ด้วยว่าท่านแม่ของฉันนั้นมีความรักในตัวท่านพ่อมาั้แ่ครั้งที่ยังเป็เด็กด้วยกันเสียด้วยซ้ำ”
“แล้วท่านพ่อของคุณรักท่านแม่ด้วยหรือเปล่า...?”
“มันเป็ความรักแท้จริงของคนที่เกิดมาเพื่อกันและกันค่ะ”เธอตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ยิ่งกว่านั้นนะคะฉันเชื่อว่าการที่ท่านอาโรดอล์ฟเดินทางออกจากประเทศด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง”
“แต่คนทั้งโลกจะต้องเชื่อว่าท่านทำอย่างนั้นด้วยความเต็มใจ”
“ฉันทราบค่ะ”
“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าท่านไม่เต็มใจล่ะ?”
“ฉันคิดว่า...”เธอหยุดเว้นระยะ่สั้นๆ“ท่านพ่อจะต้องทรงล่วงรู้ ว่ามันกำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นฉันเชื่อว่าเพื่อความปลอดภัยของท่านแม่และลูกๆรวมไปถึงประเทศชาติท่านพ่อย่อมไม่มีทางเลือกอื่นอีก นอกเสียจากเนรเทศน้องชายของท่านให้พ้นไปเสียจากแผ่นดินของเรา”
พระเ้า...เื่นี้ดูจะมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างที่เจมส์เกรย์ ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับรู้มาก่อนเสียแล้ว
“เมื่อเป็เช่นนั้น โรดอล์ฟกิราเดท์ ย่อมมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้พี่ชายของฉันซึ่งเป็รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์อย่างเด็ดขาดแม้ว่าเขาจะเป็หลานของท่าน เป็เืเนื้อเดียวกันกับท่านก็ตาม ท่านอาทรงรู้ดีว่าในพิธีสถาปนาครั้งนี้ จะต้องมีสิ่งของใดที่ถูกนำออกมาใช้ตามโบราณราชประเพณีบ้างฉันจึงสงสัยว่าท่านอาจะเป็บุคคลหนึ่งในจำนวนไม่กี่คน ที่น่าจะเป็ผู้วางแผนด้วยการขโมยสิ่งมีค่าทั้งสามสิ่งนั้นไปเพื่อไม่ให้มีพิธีาาภิเษกกษัตริย์พระองค์ใหม่ขึ้น”
“เขามีความสามารถที่จะแก้แค้นได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ถ้าใครมาสร้างความเจ็บใจให้กับเรา คุณคิดว่าเราจะไม่หาทางทำลายเขาเพื่อเป็การแก้แค้นหรอกหรือคะ...?”เธอกลับย้อนถาม
“ถ้าทำแล้วมันช่วยบรรเทาความแค้นลงได้ก็คงจะทำเหมือนกัน” เขาตอบตามความจริง
“ฉันรู้สึกว่าคุณเป็คนมองโลกในแง่ดีมากกว่าฉันหลายเท่าเพราะฉันคิดว่า มนุษย์เรามีความสามารถที่จะชำระความแค้นได้มากมายหลายหลากวิธีไม่ว่าสถานการณ์มันจะเป็อย่างไรก็ตาม”
จากคำพูดของเธอทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่เ้าหญิงที่จะต้องได้รับการเอาอกเอาใจหรือปกป้องคุ้มครองอยู่ตลอดเวลาเสียแล้วเธอรู้จักโลกอีกโฉมหน้าหนึ่งที่เต็มไปด้วยความน่าเกลียดน่ากลัว ทั้งยังพร้อมที่จะเผชิญกับโลกซีกนั้นด้วย
มันเป็สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าซีซิลแห่งแซง-ซีเมียง เลือกที่จะไม่เล่าเื่โดยละเอียดให้เขาฟังซึ่งมันย่อมเป็สิทธิ์ของเธอที่จะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว
สิ่งหนึ่งที่เจมส์เกรย์จะต้องตระหนักแน่แก่ใจเสียก่อนก็คือ โรดอล์ฟ กิราเดท์ เป็บุคคลที่มีฐานะมั่งคั่งมหาศาลเป็บุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมถึงสองประเทศ มีอิทธิพลกว้างไกลยิ่งนักเ้าชายพระองค์นี้ไม่ได้เป็เพียงแค่มือสมัครเล่นไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับใครหรืออะไรก็ตาม...!
ครั้งนี้บุคคลที่จะนับเนื่องเป็ศัตรูกับเขา เป็บุคคลที่น่าคร้ามเกรงยิ่งนัก...
เขารู้ว่าลึกลงไปในใจแล้วเขามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในอันที่จะให้ความช่วยเหลือเ้าหญิงเพื่อค้นหาของสำคัญทั้ง 3 สิ่งที่หายไปเมื่อมาถึงเวลานี้ เขารู้ว่าตนเองไม่อาจหันหลังให้กับเธอได้อีก อย่างไรก็ตาม เขาก็ยัง้าความกระจ่างชัดในข้อสงสัยอีกบางประการ
“ผมขอถามหน่อยได้ไหมครับว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่คิดว่าท่านอาของคุณเป็ตัวการในเื่นี้?”
“ฉันไม่ชอบยิ้มของเขา”เป็ครู่กว่าที่ซีซิลจะตอบคำถามนี้ แต่ว่ามันไม่ใช่คำตอบที่เจมส์ เกรย์้า
“ขอโทษ ช่วยพูดใหม่อีกครั้งได้ไหมครับ?”
“ฉันบอกว่า...ฉันไม่ชอบยิ้มของเขา...”เธอกล่าวย้ำ “และฉันไม่ชอบเสียงหัวเราะไม่ชอบแววตาที่แฝงความเ็าบอกให้รู้ถึงความเป็คนใจดำเวลาที่เขามองมนุษย์คนอื่นๆ เหมือนกับเป็อีกสปีชี่หนึ่งที่ต้อยต่ำกว่าเขามาก”เธอยืดร่างขึ้นก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า“ฉันเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมกันขึ้นเป็ตัวตนของเขา”
แต่ว่านั่นมันไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้โรดอล์ฟกิราเดท์กลายเป็คนร้ายขึ้นมาได้อยู่ดี...
“แต่ถ้าเขาถูกเนรเทศให้พ้นออกจากประเทศของคุณนั่นย่อมแสดงว่าคุณกับเขามีโอกาสที่จะพบปะกันน้อยมากจริงไหมครับ?”
“ฉันไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเขามาเกือบจะยี่สิบปีแล้วเพิ่งจะมาพบกันจริงๆเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณถึงเกิดความคิดเช่นนั้นขึ้นมาได้ล่ะครับ?”
“คุณจะเรียกว่ามันเป็ความคิดที่ฝังอยู่ในสมองฉันมาั้แ่เล็กก็ได้ค่ะ ทั้งนี้เพราะท่านพ่อกับท่านแม่ทรงเตือนฉันมาั้แ่เล็กแล้วว่า...ให้จำใส่ใจไว้เลยว่าคนอย่างโรดอล์ฟกิราเดท์ ไม่ใช่บุคคลที่สมควรแก่การไว้ใจ”
ถ้าจะพูดกันตามความเป็จริงแล้วสัญชาตญาณของเจมส์ เกรย์เองก็เตือนเขาอยู่ว่า คนอย่างเ้าชายกิราเดท์ไม่สมควรไว้วางใจอย่างยิ่งเช่นกัน แม้ว่านั่นจะไม่ใช่เหตุผลที่จะชี้ชัดว่าเ้าชายโรดอล์ฟ เป็คนร้ายที่โจรกรรมทรัพย์สินมีค่าไปแต่มันก็มีอะไรบางอย่างที่ชวนใจให้เชื่อได้ โดยเฉพาะเมื่อเ้าหญิงรับสั่งต่อด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความมั่นใจว่า
“เมื่อฉันมาทบทวนและชั่งน้ำหนักในความเป็ไปได้แล้วฉันก็ยังมองไม่เห็นใครนอกเสียจากท่านอาโรดอล์ฟอยู่ดี”
“ก็แสดงว่าคุณปักใจแน่วแน่ว่าจะต้องเป็เขา...”เจมส์ เกรย์พูดช้าๆอย่างตริตรอง
“ใช่ค่ะเขาเป็บุคคลเดียวที่ฉันมีเหตุผลมากพอที่จะเชื่อเช่นนั้นซึ่งนอกเหนือจากเหตุผลส่วนตัวต่างๆแล้ว มันก็ยังมีสัญชาตญาณของความเป็ผู้หญิงที่บอกฉันอย่างนั้นรวมอยู่ด้วย”
เจมส์ รู้ดีว่าขณะนี้ทั้งเขาและเธอกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่เปราะบางมากเพราะมันมีข้อมูลที่เป็ข้อเท็จจริงที่จะนำมาเป็หลักฐานยืนยันการกระทำของเ้าชายน้อยมาก
“คุณจะช่วยฉันใช่ไหมคะ?”จู่ๆเธอก็ตั้งคำถามประโยคนี้ขึ้น
“ผมต้องช่วยคุณแน่นอน” เจมส์เกรย์ตอบอย่างตัดสินใจแล้ว
ท่าทางของซีซิลบอกความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณอย่างมากเลยค่ะ”
ครั้งนี้เจมส์เป็ฝ่ายลุกขึ้นยืนและเดินกลับไปกลับมาอยู่ต่อหน้าเธอบ้างภายหลังจากเวลาผ่านไปเป็ครู่ เขาจึงได้หยุดเดินลงและหันมามองหน้าเธออยู่
“เราจำเป็จะต้องวางแผนกันก่อน”เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ
“ฉันเองก็ใช้ความคิดเกี่ยวกับเื่นี้มาตลอด...แต่ฉันคิดว่าก่อนอื่นเราจะต้องหาให้พบว่า ท่านอาของฉันมองข้ามอะไรไปบ้าง”
“ผมคิดว่าเราค่อยทำค่อยไปทีละขั้นจะดีกว่านะครับ”เจมส์ เกรย์กล่าวเป็เชิงเตือน “อันที่จริงน่าจะเรียกว่าเป็ความโชคดีก็ได้ที่เราร่วมอยู่ในวงสังคมเดียวกันเพราะมันจะช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น”
“คุณว่า...ทำอะไรให้ง่ายขึ้นหรือคะ?”
“ก็การพบปะกันน่ะสิครับ เพราะบางทีเรายังจำเป็ที่จะต้องอธิบายว่าเพราะเหตุใดเราจึงต้องพบปะกันบ่อยๆ”
“คุณหมายความว่าเราจะต้องพบกันบ่อยๆด้วยหรือคะ?”
“ผมยังมองไม่เห็นว่าเราจะหลีกเลี่ยงโดยไม่พบกันเลยได้ยังไงมันเป็สิ่งจำเป็ที่เราจะต้องทำ เพียงแต่จะต้องไม่ให้เ้าชายโรดอล์ฟ เกิดคิดสงสัยขึ้นมาเท่านั้นเพราะเราคงรับมือกับเื่ยุ่งยากที่จะตามมาภายหลังไม่ไหวแน่”
“ฉันเข้าใจค่ะแต่เราก็จะต้องระวังตัวอย่างมากทีเดียว”
“ถูกต้อง เราจะต้องระวังตัวให้มากผมคงต้องใช้เวลาสำหรับการวางแผนหลายวันสักหน่อย หลังจากนั้นเราค่อย...”
“ฉันว่าเราออกไปขี่ม้ากันที่ไฮด์ปาร์ค เช้าวันศุกร์จะดีไหมคะ?” ซีซิลขัดด้วยการเสนอแนะขึ้น
“เป็ความคิดที่เยี่ยมมากเลยครับกว่าจะถึงวันนั้น แผนการของเราคงจะเสร็จเรียบร้อย”
เจมส์รู้สึกดีขึ้นมากเมื่อเริ่มกำหนดแผนการคร่าวๆขึ้นในใจ เื่แบบนี้เป็อะไรที่เขาเคยชินอยู่แล้วเขาสามารถบอกได้เลย ว่าอะไรจะเกิดตามมาเขาออกจะมั่นใจว่าสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ เช่นที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว
“ผมคิดว่าสำหรับการปรึกษาหารือของเราในคืนวันนี้น่าจะพอแล้วนะครับ”
“ฉันเห็นด้วยค่ะ”
แม้เธอจะตอบออกมาเช่นนั้นแต่เขาก็ยังััได้ ว่ามันมีความลังเลไม่แน่ใจเกิดขึ้นกับเธออยู่เพราะซีซิลไม่มีท่าทีว่าจะกล่าวคำอำลาหรือลุกขึ้นจากที่นั่ง ยิ่งกว่านั้นเธอยังมองเขาราวไม่อาจถอนสายตาจากใบหน้าเขาได้อีกด้วย
“มันยังมีอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ฉันอยากจะขอจากคุณค่ะ”
“อะไรหรือครับ?”
“มันออกจะเป็การขอที่น่า...ลำบากใจเต็มที...”ท่าทางของเธอในยามนี้เหมือนพยายามเฟ้นหาคำพูดที่ถูกต้อง “มันดูไม่เหมาะสม...แล้วก็ออกจะเป็การยากสำหรับสุภาพสตรีที่จะขอจากสุภาพบุรุษอีกด้วย...”หางเสียงนั้นทอดแ่ลง
“ซึ่งหมายถึงว่ามันจะยิ่งยากลำบากใจหนักเข้าไปอีกสำหรับคนที่เกิดมาเป็เ้าหญิง อย่างนั้นใช่ไหมครับ?” เขาหยั่งเชิง
“คือ...คุณชอบพูดเื่ที่ผู้ชายสามารถทำได้แต่ผู้หญิงทำไม่ได้...และในเวลาเช่นนี้ฉันรู้ค่ะ ว่าการขอครั้งนี้มันน่าจะออกจากปากผู้ชายมากกว่า”
เจมส์ยังรอฟังสิ่งที่เป็ประเด็นอยู่เขารู้ว่ามันจะต้องมีประเด็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำพูดอ้อมค้อมนี้
“แต่แม้ว่าฉันจะเป็ผู้หญิงฉันก็อยากจะทำอะไรแบบผู้ชายบ้าง...ฉันอยากจะขอให้คุณ...”
เจมส์รู้สึกหงุดหงิดใจกับการพูดอ้อมค้อมโดยที่เธอไม่ยอมพูดให้ตรงประเด็นเสียทีจึงตัดบทขึ้นว่า
“เอาอย่างนี้ดีกว่าครับคุณเพียงแค่บอกให้ผมรู้ว่าคุณ้าจะให้ผมทำอะไรเท่านั้นก็พอแล้วละครับผมขอรับรองว่าจะปฏิบัติตามความ้าของคุณในทันทีเลยครับ”
“ถ้าเช่นนั้น...คุณจูบฉันหน่อยได้ไหมคะ...?”เ้าหญิงรับสั่งโพล่งออกไป...