ตอนที่ 23
ความลับของาาปีศาจราชสีห์
การรับ่ต่อในการดูแลสันเขาอินทรีย์เหินหาได้เป็ภารกิจที่ยุ่งยากอะไรไม่ บรรดาปีศาจเผ่าปักษาเมื่อได้พบพานปีศาจชั้นสูงที่สามารถจำแลงกายเป็มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์มาเยือน ต่างพากันคิดว่าเขาเป็าาปีศาจตนที่สองของหุบเขาพรางอากาศ สำหรับปีศาจเผ่าปักษาที่ไม่มีแม้แต่ผู้นำ ย่อมต้องยินยอมศิโรราบก้มหัวให้เขาแต่โดยดี
เฉินิที่ได้ทราบถึงพลังความสามารถของสันเขาอินทรีย์เหินแล้ว ที่นี้มีปีศาจชั้นสูงในขอบเขตสู่วิถีทั้งหมดสามสิบหกตน ในสายตาของาาปีศาจราชสีห์ปีศาจทั้งสามสิบหกตนเป็สิ่งที่หาได้สลักสำคัญอะไรไม่ ถึงอย่างไรที่หุบเขาพรางอากาศก็มีปีศาจชั้นสูงมากถึงหลายร้อยตน ส่วนที่ชายแดนของขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น ก็ล้วนแต่เป็ผู้มีอำนาจชั้นรองกันทั้งนั้น
ทว่ารอบด้านของหุบเขาพรางอากาศ ยังมีการดำรงอยู่ของาาปีศาจอีกหลายตนเช่นเดียวกัน ซึ่งมักจะเกิดการปะทะกันขึ้นเป็ประจำ
เฉินิหันเหความสนใจไปที่ความเคลื่อนไหวของหุบเขาพรางอากาศ ที่หาได้จับตาดูแคว้นเหยียนอย่างที่คิดไม่ ในแต่ละวันเฉินิคิดแต่เพียงสืบข่าวหาข้อมูลภายในหุบเขาพรางอากาศว่าเป็อย่างไรเท่านั้น
หากคิดที่จะสร้างข่าวใหญ่ ก็มีแต่ต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมของพื้นที่โดยรอบก่อน จึงเป็สาเหตุให้เฉินิส่งปีศาจชั้นสูงในสังกัดออกไปสืบหาข่าว ยิ่งข่าวที่ได้รุนแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น
“รายงานท่านผู้นำ พวกเราพบว่าขุนพลปีศาจวัวร้ายในระยะนี้ชมชอบทานเนื้อกวางเป็อย่างยิ่ง และพบว่าขุนพลปีศาจกวางในระยะนี้ดูมีท่าทีที่ไม่สู้ดีนัก!”
“รายงานท่านผู้นำ ขุนพลปีศาจกวางครั้งหนึ่งได้เคยอุ้มสุกรตัวเมียเข้าไปในถ้ำ ในยามที่ออกมาไม่ได้สวมใส่อาภรณ์ อีกทั้งยังได้ทอใบหน้าพึงพอใจอีกด้วย!”
ไม่ ข้อมูลของพวกเ้าช่างไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเสียเลย ล้วนแต่มีประโยชน์กับแค่มดลูกเท่านั้นแหละ!
“รายงานท่านผู้นำ ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกครั้งหนึ่งได้เคยลอบเข้าไปยังสถานที่ลับในอาณาเขตของท่านขุนพลปีศาจวัวร้ายมาก่อน.......”
เฉินิบังเกิดความลิงโลดขึ้นในใจ เข้าไปยังพื้นที่ลับ ดูเหมือนว่าเ้าทั้งสองตนนี้จะมีปัญหากันแล้ว การที่ขุนพลปีศาจผู้มีอำนาจสองตนสมคมคิดกัน อีกทั้งขุนพลวัวร้ายยังเป็ถึงองครักษ์ข้างกายของาาปีศาจราชสีห์ เฉินิจึงลูบไปที่คาง แล้วเอ่ยถาม : “จากนั้นเล่า?”
ปีศาจอินทรีย์ดำชั้นสูงที่รายงานข้อมูลอยู่นั้นก็ได้ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วกล่าว : “ไม่ทราบว่าท่านขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกนั้นอาจจะกระทำอะไรบางอย่างต่อวัวตัวเมียที่เป็บริวารของท่านขุนพลปีศาจวัวร้าย บางทีบริวารของท่านขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกเริ่มที่จะสนใจหันมากินนมวัวกันแล้ว ! ”
เฉินิถึงกับต้องฟาดฝ่ามือใส่ปีศาจอินทรีย์ดำชั้นสูงนั่นลอยกระเด็นออกไปในฝ่ามือเดียว : “เ้าจงไสหัวไปซะ!”
ล้วนแต่เป็พวกไร้ประโยชน์ พวกเ้าหาได้สังเกตการณ์เื่ที่มีประโยชน์ไม่ แต่กลับสังเกตหาแต่เื่ไร้สาระ !
ปีศาจอินทรีย์ดำชั้นสูงกลับเข้ามาอีกครั้งโดยที่ปิดป้องใบหน้าเอาไว้ เฉินิ จึงหันไปมองปีศาจอินทรีย์ดำชั้นสูง เอ่ยถาม : “เ้ายังมีข่าวอันใดกันอีก?”
ปีศาจอินทรีย์ดำชั้นสูงพยักหน้า
เฉินิกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ : “คงมิใช่เื่ที่พวกเขาไปทำอะไรปากัว[1]กันอีกนะ ? ”
ปีศาจอินทรีย์ดำชั้นสูงหาได้เข้าใจคำว่าปากัวที่เฉินิกล่าวออกมาไม่ จึงยังคงกล่าวรายงานต่อ : “ผู้น้อยใน่นี้ได้มีโอกาสสังเกตเห็นขุนพลปีศาจวานรฉวยโอกาสในตอนที่ใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์ไม่อยู่ ลอบเข้าไปภายในวังของใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์”
เฉินิสาดทอดวงตาทั้งคู่เป็ประกาย คิดไม่ถึงเลยว่า ขุนพลปีศาจวานรที่เป็คนใกล้ชิดที่สุดจะเป็คนทรยศไปเสียได้ ปีศาจตนนี้คงจะต้องเป็ไส้ศึกที่าาปีศาจตนอื่นส่งมาเพื่อที่จะได้ลอบเข้าไปล้วงความลับของาาปีศาจราชสีห์ที่อยู่ภายในถ้ำของาาปีศาจราชสีห์อย่างแน่นอน!
เฉินิพยักหน้า แล้วกล่าว : “เอาละ เ้าไปได้แล้ว ข้า้าที่จะดูหน่อยว่า ขุนพลปีศาจวานรมีเลศนัยใดแอบแฝงกันอยู่ ! ”
เฉินิไหลเวียนเคล็ดอีกาเพลิง จำแลงกายจนกลายเป็อีกาสีดำทมิฬอย่างไร้ที่เปรียบตนหนึ่ง เคล็ดอีกาเพลิงของเขาได้ผนึกรวมจนถึงเกิดเป็ประเภทวิถี การแปลงร่างเข้าสู่สภาพของอีกาย่อมมิใช่เื่ยาก คล้ายกับเผ่าปีศาจที่ฝึกปรือจนเกิดเป็ประเภทวิถี ที่สามารถจำแลงกายเป็ร่างมนุษย์ได้ เขาที่ได้ฝึกปรือเคล็ดวิชาของเผ่าปีศาจ ก็ย่อมที่จะสามารถจำแลงกายเป็อีกาตนหนึ่งได้
ในขณะที่บินเหินอยู่กลางเวหา เฉินิได้จัดการให้เต้ากงของวิถีคัมภีร์ไปไว้ทางด้านหน้าสุด วิถีคัมภีร์ที่ฝึกปรือออกมานั้นก็คือลมปราณที่ไร้คุณสมบัติ เมื่อเพิ่มด้วยวิถีคัมภีร์ไปเพียงแค่ขั้นเดียว ก็แทบจะไม่ต่างอะไรจากการไม่ได้ฝึกปรือ ในสายตาของคนผู้อื่น ก็เป็เหมือนดั่งอีกาปกติทั่วไปตัวหนึ่งเท่านั้น
เมื่อจำแลงกายจนเป็อีกาตัวหนึ่งเป็ที่สำเร็จ เฉินิก็ได้ซ่อนเร้นอยู่ด้านหน้าถ้ำของขุนพลปีศาจวานร รอคอยขุนพลปีศาจวานรเข้าไปยังวังของาาปีศาจราชสีห์อย่างเงียบงัน
ทว่าสิ่งที่เขาคิดไม่ถึงได้เกิดขึ้น ภายในยามวิกาล กลับมิใช่ขุนพลปีศาจวานรที่เขารอคอยปรากฏตัวออกมา แต่เป็ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกที่มายังสถานที่แห่งนี้ อือ อาจเป็ไปได้ว่าเด็กน้อยทั้งสองนี้จะสมรู้ร่วมคิดกัน ?
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกเข้าไปภายในถ้ำของขุนพลปีศาจวานร เฉินิที่ กระพือปีกบินอยู่นอกถ้ำคอยจับตาดูภายใน ได้ยินขุนพลปีศาจวานรกล่าวว่า : “เคล็ดกลืนิญญาของใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์ได้ฝึกปรือจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว อีกทั้งยังใกล้ที่จะฝึกปรือจนถึงขอบเขตครบรอบ บัดนี้รสนิยมของใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์ยิ่งหนักข้อขึ้นทุกที”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกกล่าว : “ปีศาจชั้นสูงไร้สังกัดที่อยู่บริเวณโดยรอบล้วนแต่ได้ถูกจับมาจนหมดแล้ว ตอนนี้พวกเรามีแต่ต้องยอมเสี่ยงเคลื่อนกำลังพล เข้าจับกุมปีศาจชั้นสูงจากอาณาเขตของาาปีศาจตนอื่น”
ขุนพลปีศาจวานรกล่าว : “ด้วยความสามารถของเราสอง ขอเพียงไม่พบพานกับขุนพลปีศาจ ย่อมไม่ถูกาาปีศาจตนอื่นพบเห็นอย่างแน่นอน บัดนี้ใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์เองก็อยู่ใน่เวลาสำคัญ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจทำให้เกิดปัญหาได้”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกฉีกยิ้มแล้วกล่าว : “กลัวอะไรกัน ขอเพียงผ่านพ้น่เวลานี้ไปได้ รอคอยจนใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์ได้ขึ้นเป็จ้าวาาปีศาจ พวกเราที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ย่อมสามารถที่จะขึ้นเป็าาปีศาจได้แน่นอน ! ”
สองปีศาจเปลี่ยนอาภรณ์ที่สวมใส่เป็ชุดดำปกปิดร่างไว้มิดชิด เผยออกมาแต่เพียงดวงตาคู่หนึ่ง แล้วจึงเหยียบย่างออกไปภายนอกท่ามกลางความมืดมิด
เฉินิบินไปเหยียบอยู่้าปลายหอกของปีศาจน้อยตนหนึ่ง เดิมทีขุนพลปีศาจวานรกลับหาได้คิดทรยศอะไรไม่ เพียงแต่ได้รับคำสั่งลับมาจากาาปีศาจราชสีห์ แล้วเคล็ดกลืนิญญานี้เป็เคล็ดวิชาอะไรกัน? เมื่อฝึกปรือแล้วก็สามารถที่จะกลืนกินปีศาจชั้นสูงตนอื่นได้
ปีศาจน้อยที่ถือหอกยาวอยู่ซึ่งกำลังหลับยาม เมื่อพบว่าที่้าปลายหอกของตนมีอีกามาเกาะ : “ฮ่าฮ่าฮ่า ์มอบอีกามาให้ข้าเช่นนี้ เห็นทีต้องจับมันมาย่างกินเสียแล้ว ! ”
เฉินิกวาดสายตามองไปที่ปีศาจน้อย คร้านที่จะสนใจปีศาจน้อยตนนี้เพียงแต่กระพือปีกบินจากไป เพื่อไล่ตามขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกและขุนพลปีศาจวานร
ความมืดในยามค่ำคืนถือเป็โอกาสอันดีให้เฉินิสามารถซ่อนเร้นเงาร่างได้ดียิ่งขึ้น บวกกับที่ในตอนนี้เขาคล้ายกับอีกาธรรมดาตัวหนึ่ง เฉินิติดตามสองปีศาจไปโดยที่ไม่ถูกสังเกตเห็น จนกระทั่งบินมาจนถึงอาณาเขตของหุบเขาจิ้งจอกขาว าาปีศาจของหุบเขาจิ้งจอกขาวก็คือจิ้งจอกสามหางตนหนึ่ง ถูกขนานนามว่าเป็าาจิ้งจอกขาว มีข้าราชบริวารอยู่ไม่น้อย ทว่าเด็กน้อยผู้นี้หาได้ชมชอบการต่อสู้ไม่ เพียงแต่รักษาความเป็กลางเอาไว้มาโดยตลอด
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกและขุนพลปีศาจวานรเดินเข้าไปภายในถ้ำปีศาจแห่งหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับทุบปีศาจชั้นสูงตนหนึ่งจนสลบ ทั้งสองจึงได้เดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจับกุมปีศาจชั้นสูงมาได้อีกถึงสี่ตน จึงค่อยจากไปในระหว่างที่ยังวิกาลอยู่
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกหันมากล่าว : “การเคลื่อนไหวในครั้งนี้หาได้เกิดปัญหาอะไรไม่ อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็อาณาเขตระหว่างหุบเขาจิ้งจอกเผือกและถ้ำหมื่นอสรพิษ คาดว่าคงสืบสาวมาไม่ถึงตัวพวกเราแน่ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่อาจที่จะจับปีศาจชั้นสูงมามากจนเกินไป หากมากไปย่อมต้องกลายเป็ที่สังเกตของหุบเขาจิ้งจอกเผือกเป็แน่ ไปกันเถอะ!”
ขุนพลปีศาจวานรหันไปพยักหน้า แล้วกล่าว : “ได้ พวกเรานำตัวปีศาจชั้นสูงเหล่านี้ไปขังไว้ที่คุกใต้ดินกันก่อน”
เฉินิติดตามทั้งสอง จนกระทั่งมาถึงยามฟ้าสางจึงค่อยได้มาถึงยังคุกใต้ดินตามที่พวกเขาได้เอ่ยมา ซึ่งอยู่ภายในส่วนลึกของชั้นใต้ดินในหุบเขาพรางอากาศ ทั้งสองได้แอบนั่งพักพิงอยู่ราวแนวกำแพงของห้วงลึกที่เต็มไปด้วยโขดหิน ซึ่งมีทางลงยาวถึงสามลี้ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปากทางเข้าของคุกใต้ดิน
เฉินิบินไปเกาะบนโขดหินที่ยื่นออกมา ทั้งยังสามารถที่จะมองเห็นส่วนลึกที่อยู่ตามกำแพง ที่มีห้องขังอยู่เป็สันส่วน ภายในนั้นมีปีศาจชั้นสูงหลายสิบตนคอยเฝ้ายามกันอยู่
ในนั้นยังมีาาปีศาจราชสีห์ที่ได้จำแลงกายเป็ราชสีห์ขนาดสามจั้งตนหนึ่งที่ทอแววตาสีแดงฉาน อ้าปากกว้างกลืนกินปีศาจชั้นสูงตนหนึ่งเข้าไปในคำเดียว
เมื่อได้กลืนปีศาจชั้นสูงไปตนหนึ่ง าาปีศาจราชสีห์ก็กลับไปนั่งอยู่ที่เดิม ไหลเวียนพลังมนตร์ตราภายในร่างกายทั้งหมดเพื่อที่จะหลอมปีศาจชั้นสูงที่กลืนกินลงไป หลังผ่านไปได้หนึ่งชั่วยาม เฉินิพบว่าค่าดัชนีความเสี่ยงของาาปีศาจราชสีห์ได้เพิ่มพูนขึ้นอีกหนึ่งจุด จนมีถึง 532 จุด !
าาปีศาจราชสีห์ตนนี้ ถึงกับมีเคล็ดวิชาในการเพิ่มพูนพลังความสามารถให้รุดหน้าเช่นนี้อยู่ด้วย หากปล่อยให้เขากินอย่างเช่นนี้ไปอีกหลายปี มิใช่จะได้ขึ้นเป็จ้าวาาปีศาจไปหรอกหรือ ? เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เฉินิมีปราณรู้แจ้งเพื่อเพิ่มระดับขอบเขตขึ้น ก็ไม่แน่ว่ายังจะสามารถเป็คู่ต่อสู้ของาาปีศาจราชสีห์ได้ไม่
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกและขุนพลปีศาจวานรหลังจากที่ได้คำสั่งจากาาปีศาจราชสีห์แล้วก็ได้เดินจากไป าาปีศาจราชสีห์ขยับปากไปมาแล้วกล่าว : “ขอเพียงกลืนกินปีศาจชั้นสูงที่ให้ผลลัพธ์มากยิ่งกว่านี้ได้สักตน หากว่าข้าได้กลืนกิน ยาหวูเต้า ปีศาจชั้นสูงที่ผนึกผสานประเภทวิถี ไม่ทราบว่าจะมีความสามารถเพิ่มพูนได้มากถึงเพียงใด แต่ยังมิใช่ยามนี้ หากจะกลืนกินยาหวูเต้าในตอนนี้ บริวารอย่าง สี่สุดยอดขุนพลปีศาจเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ยังคงจำเป็ที่จะต้องให้มีพลังความสามารถรุดหน้าไปอีกขั้น เมื่อถึงเวลานั้น ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็จะกลืนกินทุกอย่างในใต้หล้าให้หมดสิ้น จะไม่มีผู้ใดมาขวางข้าได้อีก ! ”
.
.
.
.
[1] สอดรู้สอดเห็น หรือใหม่ถึงยันต์ปากัวก็ได้แต่ในเื่หมายถึง สอดรู้สอดเห็น เื่ซุบซิบนินทา