
ณ วิมานของอมรชัยวายุ ผู้เป็อาของชิษณุวายุ นั่งสนทนาหารรบ พร้อมสอบถามข้อกังขาในใจที่ยังสงสัย
" บิดาของเ้ากำลังจะสิ้น ด้วยชีพจร และวรรณะหม่นหมองทุกขณะ กับสิ่งที่หลานทำเวลานี้เหล่ากองทัพครุฑ และปักษา ไม่เอ่ยคำครหาให้ได้หรือว่ากำลังฉวยโอกาส "
" ทัพใหญ่ท่านอาเป็กำลังสำคัญ และกุมไว้เป็ส่วนใหญ่ ข้าเป็ใหญ่แล้ว ล้วนทำการใหญ่ได้ง่ายนัก " ชิษณุ
" ข้ารับใช้บิดาเ้ามาเนิ่นนาน เ้ารู้ว่าข้าเป็เช่นไรหลานข้า หากครานี้ วันนี้ โอกาสนี้เ้าไม่บอกข้าถึงเหตุผล ข้าคงต้องขัดใจเ้าแล้ว " อมรชัย
" ที่ข้าบอกท่านวันนี้หาใช่ข้าเกรงท่านไม่ จงรู้ถึงฤทธาของข้าเอาไว้เถิด... " ชิษณุวายุข่มไม่เกรงความาุโ
" ข้าขอตำตอบ " อมรชัย
......
" องค์ศิวะ นารายณ์ หรือแม้ทั้งพรหม เหตุใดจึงเมตตามนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลส แล้วให้เราแสวงหาความหลุดพ้นยากนัก
มันสันดานต่ำต้อย เพียงแค่บำเพ็ญก็จักหลุดพ้นเวียนว่ายตายเกิดอย่างนั้นหรือ เผ่าพันธุ์พวกเรา หรือแม้แต่องค์เวนไตยผู้ไร้เทียมทาน ยังนอบน้อมแด่นารายณ์ แต่เหตุใดพวกเราจึงไม่ได้รับความเมตตาเสียบ้าง
ให้เราบังเกิดสี่เหล่า ตามประเภทการกำเนิด เดิมทีข้าไม่แยแสต่อหิมพานต์ และมิได้มีความแค้นใจอันใดต่อสัตว์ในหิมพานต์ แต่ดินแดนนั้นกลับสนับสนุนพวกมนุษย์ให้มาบำเพ็ญต่อหน้ามักรีผล และให้สถานที่เหมาะนักต่อการเพียร
ข้า้าความเท่าเทียม " ชิษณุ
" แล้วการเตรียมความพร้อมก่อากับนาคเล่า เหตุใดจึงไม่ยอมอโหสิต่ออดีต " อมรชัย
" ทุกครั้งที่ข้านิทรา สรรพางค์กายสั่น และนึกถึงเหล่าโคตรวงศาพวกนั้นกระทำวันแล้ววันเล่า ข้ามิได้แค้น แต่เหมือนสัญชาตญาณจะบอกข้าว่าข้าต้องล้างเผ่าพันธุ์มันเสีย
อดีตมันใช้อุบายก่อนเรา มันกลั่นแกล้งก่อนเรา มันริษยาก่อนเรา ใช้แผนชั่วให้โคตรวงศาเราไปเอาน้ำอมฤต " ชิษณุ
" หากเ้ามีสติ และบำเพ็ญดั่งมนุษย์เสียบ้าง มีคนเคยเล่าให้ข้าทราบ ว่ามันจะทำให้เราปลงได้ ปล่อยวางได้ เ้าไม่คิดพิจารณาบ้างหรือ ว่าบางทีเ้าอาจจะโดนสัญชาตญาณครอบงำ วังวนที่ชินในการฆ่า ในการล่า จะทำให้เ้าถลำลึก " อมรชัย
" ข้าขอถามท่าน ท่านเคยปฏิบัติไปในทางนั้นหรือไม่ เคยบำเพ็ญเช่นพวกมัน เคยภาวนาเหมือนพวหมันหรือไม่? " ชิษณุ
" ข้า.. ข้าไม่เคย ชั่วอายุของข้า รบเป็สำคัญ " อมรชัย
......
" เป็คำตอบแล้วท่านอา... " ชิษณุ
" ไม่นะชิษณุ เ้าเพียงยังไม่มีคนมาชี้แนะ ได้โปรดพิจารณาด้วย การก่อาไม่ใช่เื่เล็กน้อย " อมรชัย
สิ้นเสียงอมรชัยพยายามปราม ชิษณุวายุพลันตวาดใส่โดยไม่ยำเกรงผู้เป็อา ด้วยความโกรธาถึงที่สุด เสียงกังวาลไปทั่ววิมาน
" บัดซบสิ้นดี แล้วทำไมคนมีบุญนั้น มันไม่มาโปรดพวกเราบ้าง เหตุใยแยกปฏิบัติ !!!?!!!!!!!!? "
" เ้าไม่ตรองเสียบ้าง ว่าอีกไม่นานอาจมีผู้เจริญถือกำเนิด แล้วโปรดได้ทุกภพ " อมรชัย
" ข้าไม่รอ !!!!!!! บิดาข้าทำพิธีมอบฤทธา และธงชัยให้ข้าเมื่อไม่นานมานี้ พี่น้องครุฑล้วนรู้กันถ้วน
สิทธิ์ที่มีร่างเป็ะ จากพันธะสัญญาระหว่างครุฑกับองค์นารายณ์ที่มีให้ผู้นำครุฑ ข้าก็ได้รับมอบมาเสร็จสิ้นต่อจากบิดาของข้า " ชิษณุชี้ไปที่อมรชัย ผู้เป็อาได้ยินดังนั้นล้วนมิอาจขัดบัญชา
" รับคำสั่งข้า ทำพิธีอัญเชิญธงชัยแห่งเผ่าเรา สะบัดให้ทั่วแผ่นฟ้าเพื่อแสดงธงรบ " ชิษณุ
.....
" น้อมรับคำสั่งท่านผู้นำ " อมรชัยคุกเข่ารับคำบัญชา
++++++++++++
อีกด้านของการต่อสู้ห้ำหั่น ศึกระหว่างกินรีกับครุฑตนนึงยังดำเนินต่อไป
ไพรษาเืไหลชโลมไปทั่วทั้งปีก และไหล่ซ้าย แต่ยังไม่วายเอามือมาปิดหู
มันร่ายมนต์เพื่แปิดโสทประสาทการรับรู้ สักพักมันกำลังจะโจมตีผู้ก่อความวุ่นวายด้วยคลื่นเสียง แต่ฮูกเรไรจอมเ้าเล่ห์แฝงกายแปลงตัวกลมกลืนกับอากาศตามความถนัดของมัน ทำให้ไพรษาเจ็บแค้นใจที่เสียท่าต่อแมลง
ด้านเสมอแขหยุดการโจมตี เนื่องจากไพรษาเริ่มประคองตัวได้ แต่ยังรำพันในใจว่าเสียดายโอกาสโจมตีซ้ำ
" หากข้าจะสิ้นใจตรงนี้ ก็ขอเอาชีวิตพวกแกสักหนึ่งตน ตามตกกับข้าไปด้วย " ไพรษา
ทั้งเสมอแข และล้ำฟ้า ล้วนเห็นสีหน้าที่จริงจังของมัน ตะหนักได้ว่ามันไม่ได้เพียงขู่ให้กลัว
ล้ำฟ้ากิเลนเคลื่อนกายมาอยู่ด้านข้างเสมอแข พร้อมผสานการต่อสู้ พร้อมเอ่ย
" เ้ารู้ความคิดมันหรือไม่ " ล้ำฟ้า
" มันไม่โจมตีเราก่อนเป็แน่ เนื่องด้วยมันกำลังาเ็ แต่มันก็จะปล่อยให้โลหิตไหลจนตายไม่ได้เช่นเดียวกัน" เสมอแข
" มันน่าจะร่ายมนต์เพื่อหยุดเืได้ ข้าเพียงสงสัยนัก ว่าเหตุใดมันไม่ทำจะว่ามันเขลาถึงขนาดแลกชีวิตก็ไม่ใช่ เ้าคิดเห็นเช่นไร " ล้ำฟ้า
" มันมีแผนชั่วในใจเป็แน่ ข้ารู้จักมันดี ครุฑตนนี้ในการต่อสู้ออกศึก มันฉลาดหลักแหลมกว่าอิงอัสนีนัก ข้าเคยฟังคำบอกเล่าจากพี่สาวข้า ว่าหากมันผสานกับอิงอัสนี การรบนั้นจะมีอานุภาพ การทำลายของมันอาจด้อยกว่าอิงอัสนี แต่การใช้ไหวพริบในการรบ มันเหนือกว่าสหายของมันมาก " เสมอแข
" ตอนนี้เราได้เปรียบ ไม่โจมตีเสียอย่าง มันก็จักเสียเปรียบ " เสมอแข
" เสียดายนักที่หากข้าอยู่เบื้องล่างผืนดิน ข้าจักใช้มนตราวิชาข้าได้ถนัด เนื่องด้วยมนต์โจมตีของข้าใช้ผืนดิน และธาตุในดิน การโจมตีหลักคงต้องมอบหมายให้เ้าแล้ว " ล้ำฟ้า
ไพรษายิ้มเยาะ สีหน้ามั่นใจพร้อมเอ่ย
" เ้าเกรงการรบของข้าถึงเพียงนี้ ถ้าข้าจะบอกว่าแมลงโง่นั่นอยู่ในกำมือข้าแล้ว... เ้าจะหาว่าข้าพูดเท็จหรือไม่ ???? "
ล้ำฟ้าสีหน้าสงบนิ่ง แต่เสมอแขเป็กังวลเพราะด้วยความสนิทสนมส่วนตัวกับฮูกเรไร และความแค้นในใจก่อนหน้า
" เ้าลองให้มันเอ่ยสิ... หากมันอยู่กับเ้า ก็จงให้มันปรากฎ เ้ากล้าหรือไม่ เ้าจะได้รู้ว่าข้าพูดจริงหรือไม่ " ไพรษาเอ่ยในขณะที่เืจากการาเ็ยังไหลต่อเนื่อง
ล้ำฟ้ากล่าวเรียกสติเสมอแข
" อย่าหลงกลมันเด็ดขาด มันอาจใช้วาจาถ่วงเวลาเช่นเคยทำมา"
" ทำไมมันจงใจให้เสียโลหิต หากท่านกับข้าไม่รู้ถึงเหตุผลนี้ เห็นทีฝ่ายเราอาจเป็ฝ่ายเสียเปรียบ ยิ่งหากฮูกเรไรอยู่ในกำมือมันจริงยิ่งจะลำบากต่อเรา " เสมอแขกำชับให้รีบคิด
ทางไพรษา เวลาล่วงเลยไป ยิ่งมีรอยยิ้มมากขึ้น พร้อมกับขำสะใจมันยิ่งนัก
" ฮะ... ฮ่าาาาา ๆๆๆ ไอ้พวกโง่ ไม่กล้าเข้ามาล่ะสิ อีกคนก็ใช้พลังไม่เต็มที่ อีกคนก็เป็กินรีหน้าโง่ตนหนึ่ง สมใจข้านัก " ไพรษา
เป็การประมือที่ตึงมือทั้งสองคนยิ่งนัก ทุกจังหวะเสียงเต้นของชีพจร นับเวลาให้เดินไป ทำให้เสมอแขเคลื่อนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย หรือนางจะต้องพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ไพรษาเอ่ยจะเป็จริงหรือไม่ หรือแค่ถ่วงเวลา !!!!!!! ??
++++++++++
( ติดตามตอน 25 )