มีไข่ทั้งหมดหกสิบฟอง นอกจากไข่แล้วท่านป้าคนงามยังขอซื้อเป็ดด้วย เสี่ยวหลินได้รับเงินตำลึงมาอีกแล้ว แต่คราวนี้ได้มาถึงสามตำลึง! ท่านป้าคนงามไม่รอให้เด็กน้อยเอ่ยท้วง นางรีบเดินออกไปตามด้วยสาวใช้ และบ่าวที่มายกตะกร้าไป
สองอาหลานมองตามตาปริบๆ ก่อนจะหันมาเก็บของใส่รถเข็นแล้วพากันเดินไปยังร้านเหล้าโดยมีเสี่ยวหลินตัวอ้วนคอยบอกทาง วันนี้ท่านปู่หงฉวนไม่ได้เข้ามาที่ร้านยา เสี่ยวหลินจึงไม่ได้เข้าไปทักทายและร่ำลาอย่างเช่นทุกวัน
พอมาถึงก็เห็นสองเพื่อนเก่ากำลังนั่งร่ำสุรากันได้ที่ โต๊ะ เก้าอี้ และเตาสำหรับย่างหมึกถูกเตรียมไว้พร้อมย่างแล้ว ถ่านกำลังแดงร้อนระอุอยู่เลยเชียว
"ย่างเลยเจ้าค่ะท่านอา!" เด็กตัวกลมช่วยกำกับดูการย่างหมึกเพื่อให้ได้ที่ ต้องย่างพอสุกแบบฉ่ำๆ ไม่ต้องแห้งมากเดี๋ยวจะไม่อร่อย
กลิ่นหอมๆ โชยออกไปทำให้มีคนมาเมียงมองดูบ้าง โดยเฉพาะเหล่าบุรุษผู้ชมชอบน้ำเมาทั้งหลาย มัวแต่ร่ำสุราไม่ได้กินข้าวปลาอาหาร พอได้กลิ่นของย่างจึงพากันออกมาดู
"แม่ค้าน้อยขายอะไรหรือ" ชายตัวอ้วนกลิ่นเหล้าหึ่ง หนวดเครารุงรังเอ่ยถามขึ้น
"หมึกย่างเจ้าค่ะท่านลุง รับสักไม้ไหมเจ้าคะ เสี่ยวหลินขายแค่ไม้ละสองอีแปะ มันเป็นสัตว์ทะเลที่จับยากมากๆ ท่านพ่อของเสี่ยวหลินต้องออกเรือไปไกลกว่าจะจับได้แต่ละตัว แล้วก็.. รสชาติมันเข้ากับน้ำเมามากๆ เลยนะเจ้าคะ" ประโยคหลังเด็กอ้วนป้องปากกระซิบกระซาบให้เหล่าคนเมาฟัง
"จริงหรือ ไม้ละสองอีแปะมันก็แพงอยู่นะนังหนู"
เสี่ยวหลินมองดูเหล่าคนแก่เจ้าเล่ห์ ทีเหล้าไหละร้อยอีแปะยังนั่งกินได้ตั้งวันละกี่ไห นางยิ้มแฉ่งก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป
"เสี่ยวหลินใจดีจะให้ลองชิมก่อนหนึ่งไม้ก็ได้เจ้าค่ะ มีน้ำจิ้มเผ็ดๆ ให้ด้วย ถ้าท่านลุงอยากเพิ่มรสชาติ" นิ้วป้อมสะกิดท่านอายิกๆ เขาจึงหยิบหมึกไม้ที่สุกแล้วมาวางใส่จานให้
เสี่ยวหลินหยิบจานมาแล้วเปิดโถน้ำจิ้ม ตักราดลงไปบนหมึกย่าง กลิ่นหอมพริก กระเทียม มะนาว ทำเอาคนที่อยู่ใกล้ๆ น้ำลายสอ
"นี่เจ้าค่ะ ลองชิมดูเลยเจ้าค่ะท่านลุง" จานหมึกย่างถูกวางลงตรงหน้า
ชายหน้าหนวดเห็นอย่างนั้นก็หยิบมากัดกินดู รสสัมผัสหนึบกรอบ กับน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดทำให้เขาเบิกตาอย่างชอบใจ
"เอามาสิบไม้เลยนังหนู!"
"ได้เลยเจ้าค่ะ!"
ครู่หนึ่งจานหมึกย่างที่ปราศจากน้ำจิ้มก็วางลงตรงหน้าของชายหน้าหนวด เขามองดูจานหมึกย่างสลับกับแม่ค้าน้อยที่ยืนยิ้มแฉ่งอย่างไม่เข้าใจ
"ทำไมถึงไม่ราดน้ำจิ้มเล่าแม่ค้าน้อย"
"ก็ท่านลุงจะไปร่ำสุราต่อไม่ใช่หรือเจ้าคะ สุรากับของกินรสเปรี้ยวไม่ถูกกันเจ้าค่ะ หากกินลงไปจะทำให้ไม่สบายท้องได้เจ้าค่ะ"
"โอ้ อย่างนั้นหรือ ได้ๆ ข้าฟังเจ้า" มืออวบหยิบถุงเงินออกมานับเหรียญอีแปะยี่สิบเหรียญส่งให้แม่ค้าน้อยก่อนจะยกจานหมึกย่างเดินเข้าร้านไป
"ขายได้แล้วเจ้าค่ะท่านอา ฮิฮิ" เสี่ยวหลินยิ้มตาหยีอย่างดีใจ นางเก็บเหรียญใส่ย่ามใบเล็กที่สะพายมาด้วย
"วันหลังเราเอาหมึกแห้งมาย่างขายด้วยดีไหมเสี่ยวหลิน น่าจะขายได้นะ" เทียนเฉินเองก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขามายืนขายของ ทุกครั้งที่จับปลามาขายกับพี่ชายก็เพียงนำไปเสนอขายตามเหลาอาหาร ไม่ได้ออกมาขายเองเช่นนี้
"ถ้าเราขายเพลินจนหมึกแห้งหมดก็จะไม่มีเก็บไว้กินเองนะเจ้าคะท่านอา"
"เรามาขายตอนเช้า ตอนบ่ายก็ไปตากหมึก ดีหรือไม่ มันเทศเราก็ขายหมดแล้ว มีเวลาว่างอีกเยอะเลย"
"อย่างนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ!"
สองอาหลานยืนย่างหมึกไม่ได้หยุดพัก ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่มาร่ำสุราที่ร้านของซ่งหลี มีลูกค้าจากด้านนอกมาซื้อบ้างแต่ไม่มากนัก
ช่วงยามเซิน (15:00-16:59) หมึกเสียบไม้ที่เตรียมมาก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ เหล่าบุรุษขี้เมาทั้งหลายต่างโอดครวญเพราะกินหมึกคำจิบเหล้าคำจนเพลิน เผลอไปครู่เดียวหมึกแสนอร่อยก็หมดลงแล้ว
"วันพรุ่งเจ้านำมาเยอะๆ นะนังหนู ลุงจะรอซื้อ" ชายหน้าหนวดลูกค้าคนแรกเดินมาพูดกับเสี่ยวหลิน
"ได้เจ้าค่ะ วันพรุ่งเสี่ยวหลินจะมาแต่เช้าเลยเจ้าค่ะ"
สองอาหลานเก็บของขึ้นรถเข็นเตรียมกลับบ้าน ไม่ลืมไปลากร่างที่เมามายของฮุ่ยสงกลับไปด้วย แค่เมื่อวานได้ยินคำว่าเหล้าก็ถูกเมียมองตาขวางแล้ว วันนี้จะโดนแค่ไหนเทียนเฉินไม่อยากนึกสภาพเลย
ฮุ่ยสงเมามายจนแทบจะเดินไม่ไหว บนรถเข็นก็ยังมีของและเสี่ยวหลินตัวอ้วนนั่งอยู่สองอาหลานจึงตัดสินใจไปว่าจ้างเกวียนวัวหน้าประตูเมือง แบกร่างของฮุ่ยสงขึ้นไปวางบนเกวียน ส่วนรถเข็นก็ถูกผูกติดไว้กับท้ายเกวียน
ด้วยระยะทางที่ไม่ได้ไกลมาก ขึ้นเกวียนมาแค่สองเค่อก็ถึงบ้านแล้ว เทียนเฉินตะโกนเรียกพี่ชายให้มาช่วยกันยกร่างของฮุ่ยสงไปวางไว้ที่แคร่หน้าบ้าน โดยมีคนบังคับเกวียนมาช่วยอีกแรง
เสี่ยวหลินมองตามแล้วก็ส่ายหัว นางค้นย่ามหยิบเหรียญออกมายี่สิบอีแปะส่งให้คนบังคับเกวียน แล้วเดินตุ้บตั้บเข้าบ้านไป ทิ้งให้เทียนเฉินเข็นรถตามหลังมา เด็กอ้วนปีนขึ้นไปบนแคร่ ยืนกอดอกมองดูคนเมาใบหน้าบึ้งตึง
"ถ้าท่านตากินจนเมามายแบบนี้เสี่ยวหลินจะไม่พาเข้าเมืองแล้วนะเจ้าคะ!" เทียนหรงเห็นบุตรสาวมีใบหน้าขึงขังก็หลุดยิ้ม
"พี่ห้าวเอามันเทศไปขายแล้วหรือพี่ใหญ่" เทียนเฉินกระซิบถามพี่ชาย เพราะเด็กอ้วนยังคงบ่นผู้เป็นตาไม่หยุด
"ขายแล้ว ขายของบ้านเราเสร็จก็กลับมาขนของเขา ได้ห้าสิบกระสอบ"
"เราไปตากหมึกแห้งกันอีกดีไหมขอรับพี่ใหญ่ กิจการขายหมึกย่างเล็กๆ ของเสี่ยวหลินไปได้ดีมาก"
"ข้าว่าจะไปเก็บฟืนเพิ่มกับเกี่ยวหญ้าให้เสี่ยวจงเพิ่มน่ะสิ" สองพี่น้องยืนเงียบไปอย่างครุ่นคิด สายตาก็มองไปยังเด็กอ้วนที่ยืนบ่นเย้วๆ ไม่หยุด
"เสี่ยวหลินจะตีท่านตา ท่านตาดื้อ!"
"เสี่ยวหลินหลานตา เอิ๊ก!"
สองพี่น้องส่ายหัวกับสภาพของฮุ่ยสง ถ้าภรรยาของเขามาเห็นมีหวังบ้านแตกแน่ๆ พวกเขาเคยได้ยินมาบ้างว่าสมัยหนุ่มๆ ฮุ่ยสงติดเหล้ามาก จนเมียขู่จะอุ้มลูกหนีนั่นแหละ เขาถึงได้เลิกเหล้า
"เดี๋ยวข้าไปถามพวกพี่ต้าจงดูก็แล้วกัน ช่วงนี้ไม่ค่อยมีปลา แต่ปลาหมึกเยอะนัก จ้างพวกเขาตากหมึกไปด้วยเลย" เทียนหรงพูดขึ้น
"ดีๆ พี่ใหญ่ พวกพี่ต้าจงมีกันตั้งหลายคน คราวนี้เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหมึกแล้ว เดี๋ยวตอนบ่ายวันพรุ่งนี้ข้าจะพาหลานไปแคะหอยนางรม นางบ่นอยากจะทำน้ำปรุงรสมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำเสียที"
"อืม รีบพาหลานออกไปก่อนที่แม่ยายข้าจะมาเจอ พาไปเดินเก็บผลไม้แถวชายป่าก็ได้ เดี๋ยวข้าจะไปคุยกับพี่ต้าจง"
สองพี่น้องแยกย้ายกันโดยเทียนหรงเดินออกจากบ้านไป ส่วนเทียนเฉินก็รีบเขาไปอุ้มหลานสาวที่พูดบ่นไม่หยุดพาออกประตูหน้าบ้านเช่นกัน
เดินออกมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงแว้ดๆ ของจางรั่วดังตามหลังมา พร้อมกับเสียงโอดโอยของฮุ่ยสง โดนภรรยาทุบไปคราวนี้คงเข็ดหลาบไปอีกสักระยะ
"ท่านอาเสี่ยวหลินยังบ่นท่านตาไม่จบเลย" เด็กอ้วนทำหน้ามุ่ยแก้มป่อง จนคนเป็นอาอดจะหอมแก้มไม่ได้
"บ่นไปจะได้อะไรเล่า ตาของเจ้าเมาไม่รู้เรื่องขนาดนั้น ไปเก็บผลไม้กับอาดีกว่า ป่านนี้ผิงกั่วคงสุกหมดแล้ว"
"อื้อ! ก็ได้เจ้าค่ะ เสี่ยวหลินกำลังอยากกินอยู่พอดี"
เด็กอ้วนดิ้นลงจากอ้อมแขนของเทียนเฉินเพราะอยากเดินเอง สองอาหลานจูงมือกัน เดินผ่านบ้านหลิวก็ตะโกนเรียกหลิวห้าวไปด้วย
"ข้าไปด้วย จะไปเก็บมาไว้ให้ท่านย่า" หลิวห้าววิ่งวุ่นหาตะกร้าก่อนจะออกมารวมตัวกัน
"แล้วท่านยายหลิวไปไหนหรือเจ้าคะ" เด็กตากลมเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นหญิงชราอยู่ที่บ้าน
"เข้าไปคุยเล่นกับสหายในหมู่บ้านน่ะ เราไปกันเถอะ เดี๋ยวมืดค่ำเสียก่อน"
คนทั้งสามพากันเดินมุ่งหน้าไปยังชายป่า โดยมีเด็กตัวอ้วนอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยบุรุษหนุ่มทั้งสอง บางครั้งทั้งสองยังจับมือของเสี่ยวหลินแล้วแกล้งยกให้เด็กน้อยหัวเราะสลับกับกรีดร้องอย่างสนุกสนาน
เสี่ยวหลินตาวาวเมื่อเห็นผิงกั่วป่าลูกเล็กกำลังสุกคาต้นอยู่เต็มไปหมด ช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเตรียมพร้อมสำหรับหน้าหนาวจึงไม่ค่อยมีใครสนใจผลไม้ป่านัก
"เก็บเลยเจ้าค่ะ!"
ด้วยสองอาหลานไม่ได้หยิบตะกร้ามาด้วย เทียนเฉินจึงถอดเสื้อตัวนอกแล้วนำมาผูกเป็นย่ามอย่างง่าย ให้หลานสาวเก็บผิงกั่วใส่อย่างสนุกสนาน
"วันพรุ่งนี้หลังกลับจากขายของเราไปแคะหอยนางรมดีหรือไม่ เสี่ยวหลินบอกจะเอามาทำน้ำปรุงรสไม่ใช่หรือ" เทียนเฉินเอ่ยถามหลานสาว เด็กตัวกลมพยักหน้า มือก็หยิบผิงกั่วมาเช็ดกับเสื้อแล้วกัดเข้าเต็มคำ
"ไปเจ้าค่ะ!" เสี่ยวหลินตอบเสียงอู้อี้ แก้มขาวป่องขึ้นเพราะในปากเต็มไปด้วยผิงกั่ว เหมือนหนูอ้วนที่กำลังอมเมล็ดธัญพืช
"ไปขายหมึกย่างกันหรือ อย่างนั้นอาไปด้วยได้หรือไม่" หลิวห้าวก้มลงถามเด็กตัวกลม นางพยักหน้าหงึกหงัก
"ดีเลยเจ้าค่ะ วันพรุ่งท่านตาคงไปกับเสี่ยวหลินไม่ได้แล้ว" นางนึกถึงเสียงร้องขอชีวิตของฮุ่ยสงตอนที่ท่านอากำลังอุ้มนางออกมาแล้วก็รู้สึกขนลุก
เสี่ยวหลินจะไว้อาลัยให้ท่านตานะเจ้าคะ..
"ทำไม เกิดอะไรขึ้นหรือ"
"ก็ลุงฮุ่ยน่ะสิพี่ห้าว ไปกินเหล้าเมามายจนข้ากับเสี่ยวหลินต้องจ้างเกวียนมาส่ง ตอนข้าอุ้มหลานออกมายังได้ยินเสียงร้องอยู่เลย"
"โดนท่านป้าจางทุบสินะ" หลิวห้าวเอ่ยเขา หน้าซีดขึ้นมาเล็กน้อย หากเขามีภรรยาเขาจะเลือกคนที่อ่อนหวานเรียบร้อย
ชายหนุ่มคิดในใจโดยไม่รู้ว่า ในอนาคตสตรีสามารถเปลี่ยนนิสัยจากเรียบร้อยเป็นโหดเหี้ยมได้เมื่อมีสามีไม่เอาไหน........
"แล้ววันนี้ขายดีหรือไม่เล่า"
"ขายดีเจ้าค่ะ เสี่ยวหลินเตรียมหมึกไปร้อยไม้ ตอนแรกท่านอากับท่านตากลัวว่าจะขายไม่หมด แต่ไปขายได้ไม่นานก็หมดเกลี้ยงไม่เหลือเลย" เด็กอ้วนยักคิ้วให้กับท่านอาของนาง จนเขารู้สึกมันเขี้ยวก้มลงไปงับแก้มจิ้มพุงกลมๆ นั่นจนเสี่ยวหลินหัวเราะออกมาเสียงดัง
"ฮ่าๆๆๆ! ท่านอา คิก เสี่ยวหลินจั๊กจี้ ฮิฮิ อ๊าก" เด็กอ้วนสะบัดตัวหนี วิ่งตุ้บตั้บไปหลบหลังของหลิวห้าว
หัวเล็กๆ โผล่ออกมามองเทียนเฉิน เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเข้ามาหาอีกก็รีบผลุบหายเข้าไปเกาะหลังของหลิวห้าว แก้มน้อยๆ แดงก่ำจากการหัวเราะจนเหนื่อย
"เดี๋ยวหลานก็เก็บไปนอนละเมอหรอก" หลิวห้าวบ่นไม่จริงจังนัก
"ใช่ๆ ท่านอาไม่รู้ความเลยนะเจ้าคะ"
"เดี๋ยวจะโดนอากินพุงอีกนะเจ้าเด็กอ้วน"
"คิกคิก"
เมื่อเก็บผลไม้จนพอใจแล้วทั้งสามคนก็เดินกลับ โดยมีเด็กอ้วนเกาะหนึบอยู่บนหลังของหลิวห้าว ส่วนตะกร้านั้นก็ใช้ให้เทียนเฉินสะพายแทน
"เสี่ยวหลินอยากกินน้ำแกงปลาแห้งใส่สาหร่ายย" เด็กอ้วนขยับตัวเต้นยึกยักอยู่บนหลังของหลิวห้าว
"อาขอไปกินข้าวด้วยได้หรือไม่ ยังไม่เคยกินน้ำแกงสาหร่ายของเสี่ยวหลินเลย"
"ได้เจ้าค่ะ เราไปตามท่านยายหลิวด้วยนะเจ้าคะ"
ทั้งสามคนแวะเอาตะกร้าของหลิวห้าวไปเก็บที่บ้านก่อนจะพากันเดินเลยเข้าไปในหมู่บ้าน ยายหลิวแวะไปนั่งพูดคุยกับสหายตั้งแต่ช่วงบ่าย ซึ่งสหายของนางก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นป้าแท้ๆ ของจางรั่วนั่นเอง
"ท่านยายยย เสี่ยวหลินมาตามแล้วว" มาถึงหน้ารั้วบ้านหลังหนึ่งเด็กอ้วนก็ตะโกนเสียงดังจนคนอื่นๆ หันมามอง
"นั่นลูกผู้ใดน่ารักจริงเชียว"
"ลูกบ้านถังอย่างไร ข้าเคยไปขุดมันเทศบ้านนาง นอกจากหน้าตาน่ารักแล้วยังขี้อ้อนด้วยนะ"
"จริงหรือ ช่างเลี้ยงลูกได้ดีจริงๆ" เสี่ยวหลินหันหลังไปมองก็เห็นเป็นสตรีวัยกลางคนสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ห่างออกไป เด็กอ้วนแจกยิ้มตาหยีเพื่อตกคนแก่ไปหนึ่งกรุบ
"ผู้ใดมาตะโกนอยู่หน้าบ้าน หืม"
หญิงชราตัวผอมเดินออกมาพร้อมกับนางหลิว ดวงตาฝ้าฟางมองดูร่างกลมๆ ขาวๆ ที่อยู่บนหลังของหลานชายสหายรัก
"นั่นเหลนเจ้าอย่างไร หลานของจางรั่วน่ะ"
"อย่างนั้นรึ ข้าไม่เจอนางหลายปีแล้ว เคยไปอุ้มตอนที่นางเพิ่งจะคลอดแค่ไม่กี่ครั้ง"
เสี่ยวหลินมองหญิงชราที่ส่งยิ้มมาให้ นางเอียงคอซ้ายขวา ดูไปดูมาคนผู้นี้ก็หน้าคล้ายยายทวดในโลกเดิมของนาง ผู้ซึ่งตามใจและคอยลูบหัวให้เมื่อตอนนางจะนอนกลางวัน
น้ำตาใสๆ ปริ่มขอบตาเมื่อเจอคนที่หน้าคล้ายยายทวดผู้เป็นที่รัก ซึ่งอยู่กับนางได้ไม่ถึงสิบปีก็ตายจากไป
เด็กน้อยร้องแงๆ จนเหล่าผู้ใหญ่ทำตัวไม่ถูก ร่างกลมดิ้นลงจากหลังของหลิวห้าว แล้ววิ่งไปกอดหมับเข้าที่เอวของหญิงชรา
"ยายจ๋า ดาคิดถึงยายจังเลยจ้ะ ฮืออ" ใบหน้ากลมๆ ซุกอยู่กับท้องของคนที่คิดถึง
กลิ่นของหญิงชรายังคงเหมือนเดิม ต่างกันแค่ไม่มีกลิ่นน้ำหมากที่ยายทวดชอบเคี้ยวเท่านั้น ร่างกลมเกาะแน่นหนึบไม่ยอมปล่อย แม้แต่คนที่ถูกกอดก็ยังดึงเด็กน้อยออกมาไม่ได้
"เจ้าเด็กคนนี้ใยร้องไห้ไม่หยุดเช่นนี้ หืม เป็นอะไรบอกยายทวดสิลูก" มือเหี่ยวย่นลูบลงบนหัวเล็กๆ เอ่ยถามนางเสียงอ่อนโยน
เสี่ยวหลินได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งแผดเสียงร้องจ้า นางคิดถึงยายทวดมากๆ ยายทวดเป็นคนเดียวที่เอาใจและตามใจนางทุกอย่าง แม้แต่พ่อแม่ในตอนนั้นก็ยังไม่ดีเท่ายายทวด นางกล้าพูดได้เลยว่านางรักยายทวดมากกว่าพ่อแม่เสียอีก
"โธ่เอ๊ย เจ้าเด็กคนนี้ ไหนให้ยายทวดดูซิลูก" จางเหรินดันร่างกลมๆ ออก แล้วนั่งลง นางมองดูใบหน้าแดงก่ำของเด็กน้อยอย่างเอ็นดู มือเหี่ยวย่นเช็ดน้ำตาบนแก้มกลมๆ ออกให้
"ร้องไห้ทำไมลูก หือ เจ็บตรงไหนบอกยายทวดเร็วเข้า"
"ฮึก ยายจ๋า" เสี่ยวหลินมองดูใบหน้าที่คุ้นเคยและแสนคิดถึง ปากน้อยเบะออก นางอ้าแขนกอดรอบคอหญิงชราร้องไห้น้ำตาไหลพรากอีกรอบ
กว่าเหล่าผู้ใหญ่จะปลอบหลานตัวกลมให้หยุดร้องได้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
เสี่ยวหลินเกาะหนึบติดตัวจางเหรินจนนางต้องตามกลับไปส่งเจ้าเด็กอ้วนที่บ้านด้วย มาถึงบ้านก็ยังไม่ยอมปล่อยนั่งกอดซุกหญิงชราจนแม้แต่บิดามารดาก็ยังแปลกใจ
"เสี่ยวหลิน ปล่อยยายทวดได้แล้วลูก ท่านต้องกลับบ้านนะจ๊ะ" ฮุ่ยหนิงมานั่งด้านข้าง เอ่ยพูดกับบุตรสาวเสียงนุ่ม
เสี่ยวหลินส่ายหัวจนผมกระจาย ใบหน้ากลมมุดเข้าอกของหญิงชราที่ตนกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
เหล่าผู้ใหญ่หันมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี
"อย่างนั้นท่านป้าก็อยู่กินข้าวเสียที่นี่เถิดเจ้าค่ะ หรือว่าจะไปเชิญท่านลุงกับพี่ใหญ่มากินข้าวด้วยกันที่นี่ก็ได้นะเจ้าคะ" จางรั่วเอ่ยขึ้นมาเมื่อดูท่าแล้วหลานสาวตัวอ้วนของนางคงไม่ปล่อยจางเหรินง่ายๆ แน่
"อย่างนั้นก็รบกวนไปตามตาเฒ่ากับพี่ใหญ่ของเจ้ามาด้วยนะ" จางเหรินเงยหน้าตอบหลานสาว
เพราะนางไปรับจางรั่วมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ ทั้งบุตรทั้งหลานจึงสนิทสนมกันจนจางรั่วถึงกับเรียกบุตรของนางว่าพี่ใหญ่และพี่รอง
หญิงชราก้มลงมองร่างกลมๆ ขาวๆ ที่ซุกตัวอยู่บนอกไม่ยอมปล่อย นางไม่รู้ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงเกาะติดนางเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เพียงเคยอุ้มตอนนางแบเบาะเท่านั้น
แต่เหมือนนางจะได้ยินเด็กคนนี้แทนตัวเองว่า 'ดา' ถ้าหากยังไม่แก่จนหูแว่วล่ะก็นะ..
เทียนเฉินรับหน้าที่วิ่งไปตามสองพ่อลูกบ้านสือ สืออันกับสือหลัว สือหลัวไม่มีภรรยา เขาเคยชมชอบสตรีนางหนึ่งถึงขั้นเตรียมหมั้นหมาย แต่นางกลับเลือกพ่อค้าที่ร่ำรวยกว่า ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่คิดจะแต่งงานอีกเลย ขยันทำงานหาเลี้ยงบิดามารดาแทน
"ท่านลุง พี่ใหญ่ มาแล้วหรือเจ้าคะ" จางรั่วเดินออกไปรับทั้งสองคนที่เพิ่งมาถึง
เสี่ยวหลินหันกลับไปมองก็พบว่าผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นมีผู้หนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับตาสมศักดิ์ พ่อในโลกก่อนของนางราวกับคนเดียวกัน
"แงงงง!!"
##########################################