3
ซวยหรือโชคช่วยกันแน่2
“เอ่อ..เดี๋ยวนะคะ” แดนดี้พยายามตอบกลับปลายสาย“แต่ฉันแค่เป็เพียงพลเมืองดีที่แจ้งเหตุเท่านั้นนะคะ ถ้าตรวจสอบไม่ได้ทำไมถึงไม่เป็หน้าที่ของทางตำรวจหรือรัฐบาลในการจัดการล่ะคะทำไมถึงได้กลายมาเป็ว่าพลเมืองดีจำเป็ต้องรับผิดชอบด้วยล่ะ”
“ก็ไม่รู้สิคะ คุณคงต้องไปแจ้งกับทางตำรวจเอาเองแต่อย่างไรค่ารักษาและค่าใช้จ่ายทั้งหมดในตอนนี้ คุณต้องเป็คนรับผิดชอบซึ่งถ้าทางคุณไม่มาชำระภายในสามวัน ทางโรงพยาบาลก็จะดำเนินการทางกฎหมายนะคะ”
“เอ๊ะ!! แต่ว่า..นี่มันเป็เหมือนการโกงกันเลยไม่ใช่หรือคะแล้วอย่างนี้ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ต่อไปจะมีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนล่ะคะ”
“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอคะ ก็บอกไปแล้วไงว่าให้ไปคุยกับทางตำรวจเอาเองแต่ว่าตอนนี้คุณต้องมาชำระค่ารักษาทั้งหมดก่อนนะคะ อ้อ แล้วก็พรุ่งนี้อย่าลืมมารับผู้ป่วยด้วยนะคะ ถึงกำหนดออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะถ้าเกิดไม่มารับจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกนะคะ”
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
“เดี๋ยวค่ะ...!!” ยังไม่ทันได้ทักท้วงอะไรมากไปกว่านี้อีกปลายสายก็ดันถูกตัดลงอย่างรวดเร็วพานให้แดนดี้ถึงกลับต้องรู้สึกหนักอึ้งหงุดหงิดขึ้นมาในบัดดล“นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ย อยู่ดีๆจะมาให้ฉันรับผิดชอบทั้งหมดได้อย่างไรนี่มันบ้าชัดๆ ก็รู้อยู่หรอกว่าตัวเองเป็พวกมีโชคซวย แต่นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือไงให้ตายเถอะ”
สุดท้ายเพราะไม่อยากยุ่งยากไปมากกว่านี้แดนดี้จึงตัดสินใจตรงไปยังโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้นทันทีและเข้าติดต่อเพื่อขอชำระเงินซึ่งจำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ถึงขั้นต้องกำหมัดแน่นในใจเองก็ภาวนาเอาไว้อย่างเงียบเชียบเช่นกัน ว่าต่อแต่นี้ไปนั้นไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือใครอีกต่อไปแล้วถึงจะมีคนกำลังนอนแดดิ้นใกล้ตายขวางทางอยู่ตรงหน้าก็ตาม
แต่ระหว่างที่รอคิวเรียกสำหรับชำระค่ารักษาพยาบาลของคนที่ไม่รู้จักเรียงนามหรือตัวตนอะไรเสียด้วยซ้ำในจังหวะที่นั่งรออยู่นั้นชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเงินกับั์ตาสีฟ้าครามใสก็เดินทอดน่องมาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างอย่างเนิบช้าพร้อมกับเบือนใบหน้าของตนสบมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าค้างนิ่งอย่างเนิ่นนาน
พานให้คนที่ถูกจ้องมองอยู่นั้นรู้ตัวได้ในทันทีก่อนจะเบือนหันกลับเข้ามาสบมองคนข้างตัวด้วยสีหน้าฉงนสงสัยด้วยเช่นกัน
แต่ในจังหวะที่พบว่าเ้าคนที่ทอดมองตัวเองอย่างไม่วางตาอยู่นั้นคือชายหนุ่มที่ตนได้ช่วยเอาไว้และเป็ผู้มอบความซวยมาให้คิ้วเรียวมนทั้งสองข้างก็พลันกระตุกขมวดเข้าหากันอย่างบังคับไม่ได้ในทันทีถึงใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้นั้นจะงดงามและหล่อเหลาเข้าทีมากมายเหลือเกินก็ตาม
“มีอะไรคะ” เอ่ยถามขึ้นอย่างนึกหงุดหงิดในใจพานให้เสียงใสต้องกรรโชกไปตามอารมณ์ “เชิญไปตามทางของคุณเถอะค่ะอย่าได้มายุ่งเกี่ยวกับฉันอีกเลย แค่นี้คุณก็มอบความซวยให้ฉันมากพอแล้วนะคะ”ว่าพลางล่นตัวกระถดถอยหนีไปนั่งเก้าอี้ตัวถัดออกไป
แต่ถึงแม้จะเอ่ยว่าออกไปอย่างนั้น ทั้งยังกระถดตัวหนีแต่เ้าคนที่เป็ตัวต้นเื่นั้นกลับไม่ได้มีสีหน้ากลัดกลุ้มในน้ำคำหรือกระด้างกระเดื่องรู้สึกขอโทษแต่อย่างใดซ้ำร้ายยังคงจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าตนนิ่งทั้งยังกระเถิบตัวเขยิบเข้าไปใกล้ จนพานให้แดนดี้นั้นรู้สึกหงุดหงิดในใจดั่งกำลังจะถูกคุกคาม จึงลุกขึ้นหวังะโแผดเสียงดังลั่น
แต่ในจังหวะนั้น หมอวัยกลางคนนายหนึ่งดันเดินตรงเข้ามาพร้อมกับพยาบาลที่อยู่ใน่วัยกลางคนด้วยเช่นกันและได้เอ่ยทักขัดจังหวะก่อนที่แดนดี้จะสร้างความวุ่นวายแก่สถานที่ทำงานของตน
“อะ..แฮ่ม” หมอวัยกลางคนกระแอมไอขึ้น “คุณคงเป็ผู้ปกครองของเขาสินะ”ว่าพลางเผยยิ้มตาหยีก่อนจะเอื้อมมือพาดจับหมับเข้าที่บ่าของชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเงิน
“ห๊ะ!!..” แดนดี้ร้องขึ้น “ไม่ใช่ค่ะ”พลางยกมือทั้งสองสะบัดปฏิเสธผล็อยๆต่อคำพูดนั้น
“คือว่า..ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกนะครับ ตอนเข้ามารับการรักษา ถึงจะมีคราบเืเยอะมากก็จริงแต่ว่าพอตรวจดูจนทั่วแล้วก็ไม่พบาแหรือผลกระทบกระเทือนทั้งด้านนอกและด้านในใดๆดังนั้นไม่ต้องเป็กังวลไปนักหรอกนะครับ”
“ก็บอกว่าไม่ใช่ผู้ปกครองอย่างไรล่ะคะ” แดนดี้กดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ของตนเองแน่นเพื่อไม่ให้หลุดกิริยาที่อาจดูไม่ดีออกไป“แต่ว่า เมื่อกี้คุณหมอบอกว่าไม่มีาแหรือาเ็อะไรเลยใช่ไหมคะ”
“ครับ” ตอบรับทั้งยังคงเผยยิ้มตาหยี
ชูใบเสร็จในมือสำหรับรอชำระค่าใช้จ่ายขึ้น“แล้วทำไมค่ารักษามันถึงได้แพงนักล่ะคะนี่ไม่ใช่ว่ารวมหัวกับตำรวจและชายคนนี้เพื่อต้มตุ๋นประชาชนหรอกนะคะ”
รอยยิ้มการค้าหุบลงทันควัน “อย่าพูดอย่างนั้นสิครับทางโรงพยาบาลไม่ลดตัวไปทำเื่พวกนั้นหรอก และอีกอย่างถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่าเอ่ยกล่าวอะไรพล่อยๆออกมาเลยครับ” กลับมาส่งยิ้มอีกครั้ง“เพราะมันอาจจะทำให้คุณโดนข้อหาิ่ประมาทได้นะ”
“...”
“เอาเป็ว่า ถ้าดูในใบเสร็จก็น่าจะรู้นะครับว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างถ้าอย่างนั้นผมขอตัว” ว่าจบก็ผลันตัวเดินทิ้งห่างหายออกไป
เหลือเอาไว้แต่แดนดี้ที่ไม่รู้ว่าจะโต้แย้งสิ่งใดตอบกลับไปเพราะส่วนหนึ่งมันก็เป็จริงดั่งที่หมอคนนั้นพูดหากไม่มีหลักฐานก็อย่าได้เอ่ยอะไรพล่อยๆ
แต่ถึงอย่างนั้นพอก้มลงมองพินิจดูใบเสร็จในมือนั้นให้ดีก็ต้องพบกับลายมืออันฉวัดเฉวียนยึกยือดั่งไส้เดือนขดตัวจนมองไม่ออกว่าสิ่งที่เขียนอธิบายอยู่นั้นมันมีความหมายว่าอย่างไร
“มันอ่านว่าอะไรวะ” กัดริมฝีปากแน่น พยายามแกะตัวอักษรตรงหน้า“เฮ้อ..แล้วอย่างนี้จะไม่ให้คิดได้อย่างไรว่าหมอกับตำรวจและก็เ้าหมอนี่อาจร่วมมือกัน”
ก่อนหน้านั้นสิ่งสุดท้ายที่ข้าจำได้มีเพียงใบหน้าที่หยักยิ้มชอบใจของเจโรเซย์เท่านั้นแต่พอเมื่อครั้นนึกจำดูให้ดีๆแล้วละก็ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไปก็ได้มีโอกาสเห็นม่านมิติเมื่อครั้นโดนดูดดึงเข้าไปยังดินแดนพาเวโรเนียร์อีกครั้ง
แต่พอเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกที ก็คว้าจับตรวจดูร่างกายตัวเอง และก็ต้องพบว่าทั่วทั้งร่างกายกลับไม่มีาแอันใดเสียทั้งสิ้น
และเพราะอย่างนั้นเมื่อตั้งสติและทอดมองสิ่งต่างๆรอบตัวให้ดีอีกครั้ง ก็กลับพบว่าข้าได้เข้ามาอยู่ในโลกที่ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็โลกที่ตระเต็มไปด้วยนอร์มอลแต่ที่เห็นต่างจากพาเวโรเนียร์ เห็นทีก็คงจะเป็เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าล้ำกว่าพาเวโรเนียร์มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นครั้นพอมองสังเกตดูให้ดีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ว่าก็ยังคงล้าสมัยกว่าดาวบ้านเกิดของข้ามากนัก
เดาว่าโลกใบนี้คงเป็กลุ่มดาวดวงใดดวงหนึ่งที่อยู่ใน่วิวัฒนาการเจริญก้าวหน้าแต่ว่า..มีสิ่งหนึ่งที่การประมวลผลของข้าทำงานได้ช้ากว่าปกตินัก ภาษาของนอร์มอลพวกนี้ช่างยากเย็นหลายวันแล้ว ั้แ่ที่ข้าฟื้นขึ้นมา และพยายามเรียนรู้ภาษาพวกนี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว
แต่ถึงในที่สุดข้าจะเรียนรู้ อ่านและฟังจนเข้าใจภายในเวลาสามวันแต่ถึงกระนั้น น้ำคำก็ยากเกินกว่าที่ข้าจะเปล่งเสียงออกมาให้ชัดเจนได้ในเวลาเร็วเยี่ยงนี้
แต่แล้วถัดมาอีกสองวันทั้งที่ข้ายังไม่สามารถสังเกตและเรียนรู้สิ่งต่างๆได้เท่าที่ควรนางพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลข้าก็เดินมาบอกว่าวันนี้ข้าจำเป็จะต้องออกไปจากที่แห่งนี้เสียแล้ว
อีกทั้งหลังจากเปลี่ยนชุดเสื้อผ้ากลับไปเป็ชุดเดิมของข้าถึงแม้จะได้รับการซักจนสะอาด นางพยาบาลคนเดิมก็มาบอกกับข้าอีกว่าหญิงสาวนางหนึ่งเป็ผู้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ และไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดนางพยาบาลผู้นั้นจึงพาข้ามามองหญิงสาวคนที่ว่านั่น ชี้มือไปที่นางและบอกกับข้าว่าต่อแต่นี้ไป นางจะเป็ผู้ดูแลข้า
ซึ่งข้าเองก็ยังไม่เข้าใจนักแต่ว่า..หากต้องอยู่ในโลกที่ข้านั้นก็ยังไม่คุ้นเคยเห็นทีชีวิตที่ต้องอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป ก็คงต้องพึ่งพานาง
ดังนั้นทางเลือกที่มีอยู่ของข้าในตอนนี้ เห็นที่คงต้องเป็หญิงสาวที่อยู่ต่อหน้าของข้าในขณะนี้อย่างแน่นอน
แต่ว่าช่างแปลกนัก พอข้าเดินเข้าไปใกล้หรือนั่งลงด้านข้างนางสีหน้าของนางกลับดูไม่ค่อยอยากจะต้อนรับข้านักทั้งที่นางพยาบาลเองก็กลับบอกกับข้าว่าั้แ่นี้ต่อไปนางจะเป็ผู้ดูแลข้าแท้ๆเชียว
หรือว่า..ในโลกนี้ก็มีการแบ่งชนชั้นวรรณะดั่งเช่นพาเวโรเนียร์เหมือนกันนะฮึ่ม...ถ้าหากเป็เยี่ยงนั้น ถ้าหากข้าต้องอยู่ในโลกใบนี้โดยการมีนางเป็ผู้ปกครองแล้วละก็ แสดงว่านางก็จะกลายเป็นายหญิงของข้าอย่างนั้นสินะ
อา..ให้ตายเถอะ ดยุกเยี่ยงข้า แต่ช่างสิตอนนี้ข้าคงต้องเอาตัวรอดโดยการตามติดนางเอาไว้ให้ดี อย่าให้คาดสายตาและทำทุกอย่างให้นางพอใจ
ครืนนนนนน
เสียงบานประตูกระจกอัตโนมัติเลื่อนเปิดและปิดลงเมื่อผู้ใช้บริการพ้นผ่านไปยังทิศทางเป้าหมายของตนแล้ว
แดนดี้ก้าวเท้าพ้นออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดมากกว่าเดิมแต่พอเมื่อเงยใบหน้าขึ้นสบมองกับแสงสว่างเจิดจ้าของดวงตะวัน ปิดเปลือกตา สูดเอาลมหายใจเข้าลึกและพ่นพรืดมันออกมาหลังจากนั้น
และก่อนที่จะได้หงุดหงิดไปมากกว่านี้อีกจึงรีบเดินตรงปรี่ไปด้านหน้าเพื่อกลับไปยังห้องพักของตนโดยเร็ว
แต่ถึงกระนั้น แม้โรงพยาบาลจะไม่ไกลจากที่พักมากนักซึ่งสามารถเดินเท้ากลับไปยังที่หมายได้ แต่ว่า..ที่ด้านหลังเพราะมัวเอาแต่หงุดหงิดเื่ค่ารักษาและเื่รายละเอียดที่ตนนั้นอ่านคำอธิบายไม่ออกก็พานให้ลืมเลือนไปแล้วว่า ที่ด้านหลังชายหนุ่มผู้มีเรือนผมยาวสลวยสีเงินกับั์ตาสีฟ้าครามใสนั้นกำลังทอดน่องเดินตามติดตนจนกลับมาถึงยังที่พักด้วยอย่างไม่รู้ตัว
และพอครั้นถึงตึกห้องเช่าที่มีความสูงขนาดห้าชั้นแดนดี้ก็ไม่รีรอที่จะเดินตรงเข้าไป เพื่อเข้าไปถึงห้องพักของตนในทันที
เหลือก็แต่บุคคลที่ตามติดมาในเวลานี้ ที่ต่างยืนนิ่งตะลึงงันทอดมองตึกเก่าโทรมด้านหน้านั้นอย่างนึกฉงนสงสัยในใจ แต่สุดท้ายเมื่อเห็นว่าผู้ที่ตนตามติดมาคาดสายตาหายไป จึงรีบได้วิ่งตรงตามไปในทันที
แต่ว่าในจังหวะที่คาดกันแค่เพียงนิดเดียวและก่อนที่หญิงสาวผู้มีเรือนผมดำขลับ จะหายเข้าไปยังห้องหนึ่งของตึกนั้นตนก็รีบพุ่งโถมตัวตามเข้าไป แต่ก็ไม่อาจตามทันได้เมื่อบานประตูของห้องที่ว่านั้นปิดสนิทลงต่อหน้าอย่างรวดเร็ว
อืม..แล้วข้าจะต้องทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ นี่นางทิ้งข้าอย่างนั้นรึ อาคงไม่หรอก แต่ว่า หรือนางจะเป็เ้าของที่แห่งนี้กันงั้นข้าคงต้องออกไปตามหาพ่อบ้าน แนะนำตัว แต่ว่า...
คงไม่ใช่สินะ ฮาลน์ เ้าอย่าลืมสิว่าที่แห่งนี้ไม่เหมือนที่พาเวโรเนียร์น่ะ โอย หรือข้าจะลองเคาะประตูดีอืม..นั่นสินะ ข้าคงต้องเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ใครคะ”
“...”
คิ้วเรียวเริ่มกลับมาย่นขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เมื่อเ้าของเสียงเคาะบานประตูเมื่อครู่นั่นไม่ยอมขานรับตอบกลับมา พานให้หญิงสาวอย่างแดนดี้ต้องรู้สึกตงิดกังวลอยู่ในใจแต่ก็ไม่อาจหลีกหนีหรือหลบซ่อนความรู้สึกนั้นได้พานให้ท่าทีเปลี่ยนไปเป็หวาดระแวงและระวังตัว
แต่ถึงกระนั้น ขาเรียวทั้งสองข้าง ก็ก้าวย่องเดินตรงไปที่บานประตูชะเง้อมองผ่านช่องรู ก่อนจะเห็นใบหน้าของผู้ที่มอบความซวยครั้งใหญ่มาให้ตน
เฮือก !!
“นี่ตามมาถึงที่นี่เลยเหรอเนี่ย อุ๊บ!!”โพล่งขึ้นด้วยความใ ก่อนจะรีบยกทั้งสองมือขึ้นอุดริมฝีปากของตนอย่างรวดเร็วหันหลังยันบานประตู ก่อนจะตั้งสติได้ และโผนกระโจนโถมตัวไปด้านหน้าคว้าหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ กดเบอร์โทรเรียกรปภ.หน้าตึกในทันที
ไม่นาน รปภ.ก็ขึ้นมาจัดการตามคำร้องขอของฉันพานายความซวยกลับออกไปจากตึก แต่ถึงกระนั้น พอเวลาล่วงผ่านมาถึง่พลบค่ำอีกครั้งรปภ.ก็โทรกลับมาหาฉันอีก
และถามว่า “จะเอาอย่างไรต่อไปดีครับเพราะดูเหมือนเ้านี่จะไม่ยอมออกไปจากหน้าตึกเลย จะให้ผมแจ้งตำรวจให้ดีไหม”
“ไม่ต้องค่ะ แค่ไล่ไปก็พอ”
“ผมก็ไล่ไปหลายรอบแล้วนะครับ ถามอะไรก็ไม่ตอบเอาแต่จ้องหน้าตาไม่กะพริบ แล้วก็เอาแต่หลบเลี่ยงจะแอบขึ้นไป้าให้ได้ผมว่าแจ้งตำรวจเถอะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แจ้งไปก็เท่านั้น”
“แล้วจะเอาอย่างไรล่ะครับ ทำอย่างนี้ผมก็ลำบากนะหรือว่าจะเป็คนรู้จักจริงๆ ถ้าเป็คนรู้จัก ก็มารีบพาขึ้นไปเถอะครับก่อนที่ผมจะเดือดร้อนไปมากกว่านี้”
“ไม่ได้เปะ...”
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
“เฮ้อ..ยังไม่ทันพูดจบเลยแท้ๆ” ผละโทรศัพท์มือถือออกจากใบหู “สรุปแล้วคงต้องไปพาเ้านั่นขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ เฮ้อ..ก็ได้นี่อาจจะถึงเวลาที่ฉันจะได้จากโลกนี้ไปแล้วก็ได้ รีบมาทำให้มันจบๆเถอะแต่พอคิดว่าตัวเองอาจจะได้ตายอย่างอนาถก็น่ากลัวเหมือนกันแฮะ”
แต่กว่าที่แดนดี้จะลงมารับชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับความซวยตามน้ำคำของรปภ.เวลาก็ได้ล่วงเลยไปถึง่กลางดึกเข้าพอดี ซึ่งในระหว่างที่แดนดี้ก้าวพ้นออกมาจากบานประตูของตึกห้องเช่าแล้วนั้น
ชายหนุ่มผมสีเงินยาวสลวยกับั์ตาสีฟ้าครามใสคนที่ว่านั่น ก็กำลังถูกโอบล้อมไปด้วยหญิงสาวมากหน้าหลายตา
ที่เหตุการณ์ต่อหน้า ชายหนุ่มคนนั้นกำลังปัดป้องมือเรียวนับสิบจากหญิงสาวแปลกหน้ามากหน้าหลายตาที่คว้าจับแตะลงเข้าที่กายของตนเป็พลันวัน
และด้วยในจังหวะที่หาโอกาสหลีกหนีออกไปจากเื่วุ่นวายที่เป็อยู่ในตอนนี้นั้นก็พลันเหลือบเบือนเห็นหญิงสาวผู้ที่มีตำแหน่งเป็ผู้ดูแลของตนในตอนนี้ จึงรีบผุนตัวเบี่ยงหลบตรงปรี่พุ่งตัวเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังของหญิงสาวคนที่ว่านั้นอย่างรวดเร็ว
ซึ่งในจังหวะที่เหล่าสาวงามยามค่ำคืนหมายพร้อมใจโผนตัวเข้ามานั้นก็ต้องชะงักหยุดลง เมื่อเห็นถึงสายตาคมปลาบของแดนดี้โดยทันทีก่อนที่จะระวังท่าทีของตน เบือนหัน และพากันรีบผละถอยห่างสลายตัวออกไป แต่สุดท้ายก็ดันทิ้งเสียงนินทากระซิบกระซาบเอาไว้ ให้แดนดี้ได้รู้ตัว
“โธ่ น่าเสียดายอ่ะ ดันมีเมียซะและ”