สามีฉันเป็นองค์ชาย

    ตอนที่ 10

    พวกเขาก็คุยกัยในเรื่องทั่วไป ก่อนจะเข้าประเด็นมาคุยเรื่องของฉันกับจูโซ จูโซเลยแนะนำฉันให้ทุกคนรู้จัก"นี่แฟนของผมเองครับ ชื่อพลอย เรียนอยู่การค้าระหว่างประเทศครับ" จูโซเอ่ย ฉันก็ยกมือไหว้ทุกคนตามที่จูโซแนะนำชื่อให้ทราบ แม่จูโซเลยถามฉันว่า"หนูกับจูโซ คบกันมานานหรือยังจ๊ะ แม่เพิ่งมารู้ว่าจูโซมีแฟน""คบกันมาได้1ปีแล้วค่ะ" ฉันตอบไปตามที่จูโซบอก แล้วหันไปมองจูโซที่กำลังจิบวายอย่างเงียบขรึม"งั้นหรอ! เจ้าลูกคนนี้ไม่บอกแม่กับพ่อเลย... พ่อแม่หนูทำงานอะไรหรอจ๊ะ""พวกเขาเสียชีวิตไปแล้วค่ะ""งั้นอยู่ตัวคนเดียวหรอ พ่อแม่ทิ้งมรดกให้งั้นสินะ" ผู้หญิงที่ดูมีอายุนิดหน่อยถามขึ้น"เอ่อ..เปล่าค่ะ หนูหาเงินใช้เอง หนูไม่ได้รวยขนาดนั้นเลยค่ะ แฮะๆๆ""ที่แท้ก็เด็กที่หวังเกาะจูโซสินะ" ยัยป้านี่เป็นใครกัน เป็นถึงเชื้อสายเจ้า ยังจะดูถูกกันอีก ฉันเงียบไปและฮันจูโซเลยเอ่ยขึ้น"ป้าครับ..ให้เกียรติแฟนผมด้วยนะครับ ตั้งแต่คบกันมาผมไม่ได้บอกเขาว่าผมเป็นองค์ชายเลยด้วย" เหอะๆๆ ฉันยิ้มแหย่ๆ"เอาหล่ะๆ ทานข้าวกันต่อดีกว่า" คุณพ่อจูโซเอ่ยขึ้น แต่ก็ยังพูดเป็นภาษาของเขาอยู่ ผู้หญิงที่สวยๆคนนั้นนั่งข้างฮันจูโซ ตักอาหารมาให้จูโซ แล้วเอ่ยว่า"จูโซ ลองทานอันนี้ดูสิคะ อร่อยมากเลยนะ" ฉันหันไปมอง เอ๋ๆๆ! หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะชอบเขากันนะ"ขอบคุณ" ฮันจูโซหันมากระซิบข้างหูว่า 'เธอก็ตักอาหารให้ฉันบ้างสิ ทำตัวเป็นแฟนฉันหน่อย' ฉันเลยตอกกลับไปว่า 'มีมือตักเองไม่ได้หรือไง' ก่อนที่เขาจะเหยียบเท้าฉัน"โอ๊ยยยย!" ฉันอุทานขึ้นมาเสียงดัง จนทุกคนบนโต๊ะตกใจกันหมด"โอ๊ยยย! จูโซ อันนี้อร่อยนะ ลองชิมดู" ฉันตักอาหารมาให้สองสามอย่าง แต่อย่างสุดท้ายฉันทำตกลงบนโต๊ะ ตายแล้ว ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้เนี่ย"ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวฉันตักให้ใหม่" ฉันก็ตักอาหารให้เขาอีกครั้ง จนตอนนี้เต็มจานไปแล้ว แล้วฉันก็พึมพำเบาๆว่า 'เสียดายของบนโต๊ะจังเลย เพิ่งทำตกเอง เชื้อโรคคงไม่เห็น' ก็เลยหยิบมาใส่ในชามของตัวเอง ตักใส่ปากและเคี้ยว ง่ำๆๆๆ อ่ะ!! สายตาของทุกคนที่จ้องมาที่ฉันเป็นสายตาที่ดูเหยียดหยาม"เอ่อคือ หนูเสียดายของค่ะ ผัดนี่อร่อยมากๆเลย ที่ทำตกก็เป็นเนื้อด้วย น่าเสียดายออก แฮ่ๆๆ" ฉันทำอะไรผิดไป เลยหันไปมองฮันจูโซ แล่เขากลับยิ้มตอบกลับมาแทน ทุกคนวางช้อนซ้อมลงกันหมด ก่อนเอ่ยไปเสียงเดียวกันว่า "อิ่มแล้ว" "หาาา! อิ่มกันแล้วหรอคะ อาหารยังเหลืออีกเยอะเลย ถ้ากินไม่หมดหนูขอห่อกลับไปกินที่บ้านได้ไหมคะ" ฉันหันหน้าไปพูดกับแม่ของจูโซ แต่คุณแม่ไม่ตอบ เลยสาดสายตาไปที่จูโซแทน"ได้ไหมจูโซ ฉันห่อกลับบ้านได้ไหมคะ" ทำเสียงออดอ้อน"ได้สิ เดี๋ยวผมบอกพนักงานให้" ฉันจูโซก็เอามือมาจับแก้มฉัน ฉันก็ยิ้มให้ ที่ยิ้มให้ไม่ใช่อะไรมันเจ้บ หมอนี่จับแก้มไม่พอหยิกอีก"ฮันจูโซ ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อย" เสียงผู้หญิงที่นั่งข้างๆจูโซเอ่ยขึ้น"ว่ามาสิ" "ไม่ใช่ตรงนี้ ออกไปข้างนอก ขอตัวสักครู่นะคะคุณน้า" จูโซและผู้หญิงคนนั้นก็ออกไปคุยกันข้างนอกสองคน