ตอนที่ 24 โชคดีเกินไปแล้ว (1)
“ดึกๆ ดื่นๆ เรียกทำบ้าอะไรน่ะ!” เสียงะโอย่างโมโหดังลอดออกมาจากในห้อง บอกชัดว่าถูกปลุกให้ตื่นจากฝันหวาน
หลวงจีนน้อยหน้าแดงก่ำอย่างขัดใจ มือชะงักค้างอยู่กลางอากาศ จะเคาะหรือไม่เคาะก็ไม่ได้ แม้ทำให้ท่านอาจารย์อาโมโหจะเป็เื่น่ากลัวยิ่ง แต่หลวงจีนน้อยก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของท่านอาจารย์เ้าอาวาส เขากัดฟันกระทืบเท้าทีหนึ่ง พุ่งเข้าห้องไปร้องเรียกว่า “ท่านอาจารย์อาหงเยี่ยน ท่านอาจารย์เ้าอาวาสให้ท่านไปตรวจดูอาการาเ็ของประสกฮวา แล้วก็...ผู้ออกบวชไม่ควรกล่าวคำหยาบ ท่านอาจารย์บอกว่า...”
เสียงดึงประตูอย่างแรงดัง “ปึง” หลวงจีนน้อยใสะดุ้งเฮือกถอยไปก้าวหนึ่งด้วยความรวดเร็ว แล้วตบอกตัวเองอย่างปลอบใจ เขาเงยหน้าขึ้นอย่างโกรธเคือง แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาโกรธจัดยิ่งกว่า ก็อ่อนลงอย่างว่าง่าย
“ท่าน...ท่านอาจารย์อา” หลวงจีนน้อยคอหด รู้สึกว่าเขาถูกมองจนลมเย็นพัดผ่านรอบกายเป็ระยะ
หลวงจีนที่ออกมาคลุมจีวรเอาไว้หลวมๆ ดวงตาเรียวยาวดูเหมือนยังหรี่ปรืออยู่บ้างด้วยยังไม่ตื่นดี จมูกโด่งงามเป็สัน ริมฝีปากบางเฉียบ หากไม่ใช่เพราะเขาไม่มีผม จะบอกว่าเขาเป็คุณชายรูปงามก็ไม่เกินไป
“หืม!?” หลวงจีนหงเยี่ยนทำเสียงขึ้นจมูกทีหนึ่ง
สายลมพัดมาวูบหนึ่ง หอบเอากลิ่นสุราคละคลุ้งจากร่างหงเยี่ยนโชยมา หลวงจีนน้อยจึงโมโหของขึ้นทันควัน เขายืดเอวขึ้น กล่าวต่อว่าอย่างไม่พอใจว่า “อาจารย์อา เหตุใดท่านจึงดื่มสุราอีกแล้ว ผู้ออกบวชต้องชำระอายตนะทั้งหก[1]ให้สะอาดหมดจด สุราเมรัยสิ่งทำร้ายคนเช่นนี้ ไม่อาจแตะต้องเด็ดขาด อาจารย์อา ท่าน...”
“หุบปาก” หงเยี่ยนถลึงตาเรียวยาวใส่ทีหนึ่ง หลวงจีนน้อยก็หงอยลงทันที
“หลวงจีนเฒ่าหัวโล้นนั่นจะให้ข้าทำอะไร” หงเยี่ยนยืนพิงขอบประตู ถามออกมาอย่างรำคาญ
“อาจารย์อา เหตุใดท่านจึงเรียกท่านอาจารย์เ้าอาวาสเช่นนั้น...” เสียงของหลวงจีนน้อยอ่อยลงไปเมื่อเห็นแววตาของหงเยี่ยน เขาอยากจะร้องไห้ออกมานัก เหตุใดที่วัดจึงมีอาจารย์อาที่ไม่เต็มเช่นนี้นะ ท่านอาจารย์ยังทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเื่ของเขาเสียอีก ทำเอาพวกเขาพลอยย่ำแย่ไปด้วย
“ท่านอาจารย์ให้ท่านไปดูอาการาเ็ของประสกฮวาขอรับ” พอเห็นว่าหงเยี่ยนดูหงุดหงิดขึ้นทุกที หลวงจีนน้อยไหนเลยจะกล้าคิดมากอะไรอีก รีบตอบออกมาทันที
“หาเื่ยุ่งมาให้ข้าอีกล่ะ” หงเยี่ยนบ่นคำหนึ่ง ตามด้วยเสียงปิดประตูห้องอย่างแรงดังปัง หันมากล่าวกับหลวงจีนน้อยที่ด้านข้างว่า “จะรอให้ฟ้าผ่าลงมารึไง รีบนำทางสิ”
“ขอรับๆ” หลวงจีนน้อยได้แต่นึกโมโหแต่ไม่กล้าพูด ก้มหน้าก้มตาเดินนำทางไป
ห้องรับรองภายในวัด แม้ทราบว่าอาการาเ็ของคุณหนูไม่เป็อะไรมาก แต่ชิวเอ๋อร์ยังเฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าวิตก เมื่อครู่ตอนคุณหนูตวัดดาบแทงตัวเองทำให้นางใแทบตายจริงๆ
เชียนอวี่หยางนั่งอยู่นอกห้อง ลูบจมูกอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมเสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงคิดคำนวณทุกอย่างไว้หมด ยังวางแผนเอาเขาเข้ามาเกี่ยวด้วย หลวงจีนโง่พวกนั้นก็คิดอย่างที่นางวางแผนไว้ เห็นว่าเขาเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตสตรีนางนั้นไป
อิ่งอีที่ซ่อนตัวอยู่ตวัดสายตาค้อนให้ นึกในใจว่า หากท่านไม่ยอมรับเสียอย่าง ใครจะกล้าโยนมาให้ท่านกันล่ะ เห็นชัดอยู่ว่าท่าน้าช่วยหญิงโหดนางนั้นเองไม่ใช่หรือ
เงาร่างสายหนึ่งบดบังแสงจันทร์ที่สาดส่องมาจากด้านนอก เงาร่างนั้นทอทาบลงบนใบหน้าของเชียนอวี่หยาง เขาเงยหน้าขึ้น การปรากฏตัวของบุคคลตรงหน้าทำให้ส่วนลึกของแววตาเขาทอประกายประหลาดใจวูบ อัครมหาเสนาบดีโอวหยางหลิงเย่ว์...เหตุใดเขามาอยู่นี่ได้
“กระหม่อมถวายบังคมองค์ชายเจ็ดพ่ะย่ะค่ะ” โอวหยางหลิงเย่ว์ก้มศีรษะเล็กน้อย คารวะตามธรรมเนียมพิธีการอย่างไหลลื่น ทั้งน่าดูชมอีกด้วย แม้จะก้มศีรษะให้ผู้อื่น แต่ความสูงส่งในบุคลิกภาพไม่ลดน้อยลงแม้แต่นิดเดียว ยังคงดูสูงสง่าเปี่ยมราศีเช่นเคย
เชียนอวี่หยางลุกขึ้นยืน แม้จะรับการคารวะจากโอวหยางหลิงเย่ว์ แต่เขาไม่ได้มีทีท่าหยิ่งยโสถือดีแม้แต่น้อย แม้เขาจะมีศักดิ์เป็ถึงองค์ชาย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลผู้นี้เขายังไม่กล้าอวดเบ่งหรอก
โอวหยางหลิงเย่ว์ อัครมหาเสนาบดีหนุ่มอายุเยาว์ที่สุดของแคว้นเหิงหนาน ฉลาดปราดเปรื่อง เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์ เป็เลิศทั้งการทหารและการปกครอง เขาไม่เพียงเป็ที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ ทั้งยังได้รับการยกย่องจากชาวประชาว่าเป็เทพมาจุติ เรียกได้ว่าอยู่เหนือผู้คนนับหมื่นอยู่ใต้บุคคลเพียงคนเดียว
เสด็จพ่อมีองค์ชายมากมาย ซ้ำคนที่คิดขึ้นครองบัลลังก์ยิ่งนับไม่ถ้วน บุคคลที่มีกำลังเข้า่ชิง ใครบ้างไม่คิดดึงโอวหยางหลิงเย่ว์มาเข้าร่วม แต่จนถึงบัดนี้เขายังคงรักษาท่าทีเฉยชาเช่นเดิม เพียงมองดูการกระทำของทุกคนอยู่ในสายตา แต่ไม่ตอบรับอันใดทั้งสิ้น
เช่นนี้เหล่าองค์ชายทั้งหลายต่างพากันอับจนปัญญาด้วยทำอะไรไม่ได้ เงินทอง...เขาไม่ขาด หญิงสาว...เขาไม่้า อำนาจ...ยามนี้เขาอยู่จุดสูงสุดอยู่แล้ว มนุษย์ทุกคน ล้วนมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น แต่เขากลับไม่มี หากไม่ใช่เขายังต้องทานอาหาร ก็คงเหมือนกับพวกเทพที่ไม่มีความรู้สึก ไม่มีอารมณ์รักโกรธ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
ขณะที่ในใจของราษฎร เขาก็คือเทพเ้านั่นเอง
“ท่านอัครมหาเสนาบดี นี่...” เชียนอวี่หยางแสดงความสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้
โอวหยางหลิงเย่ว์ยิ้มเล็กน้อย อธิบายว่า “วันนี้เดิมทีกระหม่อมมาร่วมเสวนาธรรมกับหยวนจี้ไต้ซือ ตอนดึกได้ยินเสียงร้องจนใตื่น พอถามไถ่ดูจึงทราบว่าเป็ธิดาจวนตระกูลฮวาเกิดเื่ขึ้น กระหม่อมเป็เพื่อนขุนนางกับท่านแม่ทัพใหญ่ ย่อมต้องมาเยี่ยมเยียนดูแลพ่ะย่ะค่ะ”
เชียนอวี่หยางเลิกคิ้วสูง ท่าทางยังสงสัยอยู่ดี หลายปีมานี้แม้เขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง แต่ได้ยินข่าวคราวมาไม่น้อย โอวหยางหลิงเย่ว์แม้จะสุภาพอ่อนโยน แต่ภายใต้บุคลิกที่ดูน่าจะพูดง่าย กลับมีจิตใจที่แข็งแกร่งและเ็า อย่าว่าแต่ฮวาอิ่งเม่ยได้รับาเ็ ต่อให้เป็ฮวาจวิ้นหยางเองได้รับาเ็ หากไม่จำเป็ เขาก็ไม่แน่ว่าจะชายตามองด้วยซ้ำ
ตอนนี้เขาหมายความว่าอะไรกัน มาเยี่ยมฮวาอิ่งเม่ยเพราะฮวาจวิ้นหยาง!?
เสียงปังดังขึ้น ประตูห้องถูกผลักออก เปิดจากด้านในอย่างแรง
เชิงอรรถ
^ อายตนะทั้งหก ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ