ตอนที่ 5 : ในตอนที่รู้สึกกลัว แม้แต่สลอธก็เป็ปีศาจได้
————ในขณะเดียวกัน, ทางฝั่งของโอฟีเลีย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!
โอฟีเลียตกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายอย่างแท้จริง จุดที่เธอเดินซื้อของคือพื้นที่ที่มีคนเยอะที่สุดอย่างลานน้ำพุ
พอเกิดเสียงะเิขึ้น ชาวบ้านที่มีจำนวนหลายร้อยคนจึงวิ่งเตลิดไปคนละทิศละทางราวผึ้งแตกรัง
“โอ้ย!”
โอฟีเลียถูกชาวบ้านชนจนเซไปเซมา แต่เธอก็พยายามสมดุลตัวเองให้ได้
แต่เด็กสาวตัวเล็กที่อยู่ห่างจากเธอไปไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เธอถูกผู้ใหญ่ชนจนล้มก้นคะมำ หากไม่รีบยืนขึ้นมาเธอจะต้องโดนเหยียบจนาเ็หนักแน่
โอฟีเลียรีบพุ่งเข้าไปหาเด็กสาวโดยไม่ลังเล ใช้ร่างตัวเองกอดบังเอาไว้
เหล่าชาวบ้านเดินชนโอฟีเลียที่กอดขดเด็กสาวตามคาด เป็ธรรมดาที่ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนในสถานการณ์แบบนี้
...ถึงนั่นจะไม่ใช่ธรรมชาติของโอฟีเลียเลยก็ตาม
แม้ใน่เวลาเป็ตายของตัวเอง หัวใจอันบริสุทธิ์ของเธอก็ยังอยากจะปกป้องผู้คนที่กำลังเดือดร้อนมากกว่าตัวเอง
เด็กสาวที่เธอปกป้องถูกย้อมแววตาด้วยประกายแห่งความชื่นชมภายในอ้อมกอดของโอฟีเลีย
“พี่สาว... ขอบคุณค่ะ”
เด็กสาวดีใจจนน้ำตารื้น แต่ตัวก็ยังสั่นอยู่
โอฟีเลียเลยลูบหัวเธอเบา ๆ ปลอบประโลมพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไม่เป็ไรนะ... พี่จะปกป้องเธอเอง”
โอฟีเลียยิ้มแป้นแม้จะถูกกระแทกจากรอบทิศ ถึงแผ่นหลังจะถูกเท้าย่ำหรืออัดกระแทกก็ยังไม่เสียรอยยิ้มให้เด็กสาว
โอฟีเลียฝืนรอจนกระทั่งแรงกระแทกหายไป
พอชาวบ้านหนีกันไปหมดจากบริเวณนี้แล้ว เธอก็ค่อย ๆ ยันร่างตัวเองขึ้นอย่างโซซัดโซเซด้วยความเ็ปจากแผลกระแทกมากมาย
กระนั้นก็ยังช่วยพยุงร่างของเด็กสาวให้ยืนขึ้นด้วย
และสิ่งที่เธอคิดเป็อย่างแรก ก็ยังเป็ความปลอดภัยของคนอื่นมากกว่าแผลของตัวเองอีกนั่นแล
“หลงกับคุณแม่เหรอจ๊ะ?” โอฟีเลียปั้นยิ้มถามไม่ให้แสดงความเ็ปออกมา
แต่พอถูกโอฟีเลียถามแบบนั้น เด็กสาวก็ทำน้ำตาคลอเหมือนกับจะร้องไห้ทันที ชัดเจนว่าเธอหลงกับคุณแม่จริง ๆ
“เธอชื่ออะไรเหรอ”
“...ลีน่าค่ะ” เด็กสาวตอบกลับเสียงสั่น ยังขวัญเสียกับก่อนหน้านี้ไม่หาย
โอฟีเลียเลยกำมือเด็กสาวนามลีน่าแน่น
“ลีน่า บ้านเธออยู่แถวนี้รึเปล่าจ๊ะ?” พอโอฟีเลียเอ่ยถาม เด็กสาวก็พยักหน้าตอบรับเบา ๆ
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวพี่สาวจะพาไปส่งนะ” โอฟีเลียลูบศีรษะลีน่าเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ความสบายใจเริ่มกลับมาสู่เด็กสาวทำให้เธอเผยยิ้มขึ้นมา
“ค่ะ!”
ได้รับรอยยิ้มเป็การยืนยันคำตอบ โอฟีเลียกุมมือลีน่าโดยให้แกเป็คนนำทาง
ระยะก้าวของเด็กไม่ได้ไกลมากทำให้โอฟีเลียใช้แรงน้อยลง นั่นช่วยไม่ให้เธอเจ็บแผลฟกช้ำไปมากกว่านี้
แล้วพอมีเวลาให้โอฟีเลียพักหายใจ ความสงสัยกับเื่ทั้งหมดก็เกิดขึ้น
สถานการณ์อันตรายมาก...
ไอชาจะปลอดภัยรึเปล่านะ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ปกติมอนสเตอร์ไม่น่าจะโจมตีเมืองใหญ่ด้วยตัวเองได้เลยนี่นา
กับเมืองเรเวลที่มีกำแพงเมืองแล้วยิ่งมีโอกาสน้อยเข้าไปอีก
จะว่าอาหารขาดแคลนจนอดอยากก็ไม่น่าใช่อีก
...เพราะงั้นสาเหตุก็เหลือแค่อย่างเดียว
คือพวกมันโจมตีเพราะถูกดึงดูดหรือควบคุมโดยใครบางคน
โอฟีเลียคิดจนได้ข้อสรุป แต่กลับยิ่งสร้างความกังวลให้ตัวเอง เพราะถ้ามีคนอยู่เื้ัเื่นี้จริง เธอไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นทำอย่างนี้ไปทำไม และความอันตรายของสถานการณ์มันจะไปจบที่ตรงไหน
แล้วพอกังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม โชคชะตาก็ช่างเล่นตลก
ตึง!
เสียงกระแทกดังมาจากเลี้ยวหัวมุมข้างหน้า ทำขาโอฟีเลียกับเด็กสาวลีน่าหยุดชะงัก
แรงสั่นะเืมาถึงพื้นที่พวกเธอยืนราวกับแผ่นดินไหว ยังไม่น่ากลัวเท่ากับบรรยากาศน่าขนลุกที่ต้นเสียงแผ่ออกมาถึงตรงนี้
เสียงของมันดังมากขึ้นและมากขึ้น เช่นเดียวกับแรงะเืที่สะท้านเข้าไปถึงกระดูก เด็กสาวลีน่าหวาดกลัวจนเข้าไปหลบหลังโอฟีเลีย
โอฟีเลียเองก็รีบตั้งสติเตรียมรับมือทุกเมื่อ
แต่ใช่ว่าจะไม่หวาดกลัว... อันที่จริงเธอกลัวจนตัวสั่นด้วยซ้ำแต่ก็จำต้องยั้งความกลัวไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ความกลัวส่งต่อไปหาเด็กสาวที่เห็นเธอเป็ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
ตึง!!!
“!!!!?”
ฝ่ามือั์ติดกรงเล็บยาวโผล่พ้นตึกทำเอาโอฟีเลียไหล่สั่น มันออกแรงเล็กน้อยก็ถึงกับทำให้ตึกแหลกคามือกลายเป็ก้อนกรวดตกลงพื้นยิ่งทำให้เธอกลืนน้ำลาย
ร่างของมันโผล่พ้นออกมา... เป็ร่างของอสูรกายสูงกว่า 5 เมตร ผิวของมันเต็มไปด้วยขนหนาสีน้ำตาลปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเขียว ทั้งกรงเล็บจากมือและเท้ายังใหญ่โตแหลมคมน่าพรั่นพรึง ทำเอาโอฟีเลียกับเด็กสาวลีน่าถึงกับตัวสั่น
“ถะ... ถึงจะน่ากลัวก็เถอะ...”
ถึงจะน่ากลัว... แต่พอเ้าอสูรกายมันออกมายืนเด่นกลางถนนจนเห็นชัด ความรู้สึกหวาดกลัวก็ดันถูกแทนที่ด้วยความสับสนแทนอย่างน่าประหลาด
เพราะเ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ ดูยังไงมันก็คือ...
“คุณสลอธ?”
ลีน่ามองตาปริบ ๆ เช่นเดียวกับโอฟีเลียที่ไม่รู้ว่าควรจะกลัวหรือสับสนก่อนดี
...กับภาพเ้าสลอธหน้าตาน่ารักน่ากอดตัวั์ตรงหน้า
“พวกแกเรียกใครว่าสลอธกันหา!!!”
“ “พูดได้ด้วย!” ”
สองสาวตะลึงจนเผลอตบมุกกับเสียงแหลม ๆ เล็ก ๆ ของมัน
สลอธรู้จักกันว่าเป็สัตว์กินพืชที่ดูน่ารักน่าชังและเชื่องช้า ถึงเ้าตัวนี้จะตัวใหญ่ไปหน่อยแต่ก็เพราะมันน่ารักจึงดูไม่น่ากลัวเลยสักนิด
...แต่แน่นอนว่ามันไม่ชอบใจแน่ที่ถูกมองแบบนั้น
“ข้าไม่ใช่สลอธ... ข้าคือเมก้าลอนิกซ์ (Megalonyx) ปีศาจจากยุคดึกดำบรรพ์... ผู้อยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ต่อหน้าข้าจักต้องหวาดกลัวรูปลักษณ์และกรงเล็บอันน่าหวาดหวั่นนี้ จนต้องรอขอชีวิตก้มกราบแทบเท้าข้า!”
“ “...” ”
ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ...
โอฟีเลียกับเด็กสาวลีน่ากะพริบตาปริบ ๆ ยืนฟังเ้าสลอธสาธยายสรรพคุณตัวเอง คำพูดของมันไม่เพียงพอจะเปลี่ยนความคิดของพวกเธอได้เลย
เพราะถึงจะตัวใหญ่แค่ไหน แต่ถ้าทำสีหน้าน่ารักใส่ จะให้กลัวก็คงยากอยู่
และสำหรับเ้าสลอธ นั่นคือสิ่งที่ทำให้มันหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ เส้นเืบนใบหน้าของมันเริ่มปูดโปนด้วยความโกรธา
“ไอ้พวกมนุษย์ชั้นต่ำ!!!”
เ้าสลอธเงื้อกรงเล็บยาวของมันขึ้นเหนือศีรษะ ตะปบลงไปทางโอฟีเลียกับเด็กสาวทั้งที่อยู่ห่างจากพวกเธอหลายสิบเมตร
“!!!?”
พื้นดินถูกคว้านเหมือนมีคมมีดที่มองไม่เห็นจำนวน 4 เล่ม พุ่งเข้ามาทางโอฟีเลียกับเด็กสาวลีน่า
โอฟีเลียเห็นท่าไม่ดีจึงรีบคว้าตัวลีน่าแล้วะโหลบมันได้อย่างฉิวเฉียด
โอฟีเลียหลบมันได้พ้น เธอรีบยืนขึ้นแล้วใช้ร่างตัวเองบังเด็กสาวลีน่า
แล้วพอเหลือบไปมองพื้นดินที่ถูกคว้านจนลึก แผ่นหลังเธอก็ขนลุกด้วยความหวาดกลัว
ไม่ใช่แค่จากอานุภาพของมัน แต่จากที่มาของพลังนั้นด้วย
“ทำไม... ทำไมมอนสเตอร์อย่างคุณถึงใช้เวทมนตร์ได้กัน!?”
ปกติแล้วมอนสเตอร์จะมีแต่การโจมตีทางกายภาพทั้งนั้น
ถึงจะมีพวกการโจมตีด้วยธาตุอยู่ แต่นั่นก็มาจากลักษณะทางกายภาพของพวกมันเอง
แต่เมื่อกี้... เห็นชัด ๆ เลยว่ามีการสั่นไหวของพลังเวท เพราะงั้นมันคือเวทมนตร์ไม่ผิดแน่
ทำไมมอนสเตอร์ถึงใช้เวทมนตร์ได้กัน? แถมยังมีสติปัญญาสูงขนาดนี้อีก!?
โอฟีเลียมองเื่แปลก ๆ นั้นออก เธอขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล
แล้วพอมันเห็นสีหน้าท่าทางหวาดกลัวของโอฟีเลีย ในที่สุดเ้าสลอธก็ยิ้มออก
“ไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วเหรอ... ว่าข้าน่ะคือปีศาจ”
สลอธใช้น้ำเสียงปานดูแคลน สายตาของมันเปลี่ยนเป็สีแดง เริ่มมองโอฟีเลียกับเด็กสาวลีน่าเป็อาหารอย่างกระหายเื
ข้อมูลทั้งหมดชี้เป้าให้โอฟีเลียตระหนักความจริงอันน่าหวาดหวั่น
เธอนึกถึงเื่ที่เคยอ่านเจอ... กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่เป็ภัยกับมนุษยชาติ
สิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมอนสเตอร์ แต่กลับมีสติปัญญาสูงจนสามารถใช้เวทมนตร์ได้แบบไม่ต้องร่าย นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมมอนสเตอร์เป็บริวารได้อีก
ว่ากันว่าใน ‘โลกเร้นลับ’ นั้นมีเ้าพวกนี้... มี ‘ปีศาจ’ อยู่เป็จำนวนมาก
จึงเป็เื่น่าแปลกที่มันมาอยู่ในเมืองแบบนี้
“สายไปแล้วที่จะหวาดกลัวนะแม่สาวน้อย ความผิดที่ทำให้ข้าคนนี้โกรธต้องชดใช้ด้วยการตายอย่างทรมานเป็การทดแทนเท่านั้น!!!”
สลอธะโลั่นประหนึ่งคำราม โอฟีเลียเริ่มเหงื่อตกเพราะเห็นชัดอยู่ว่าเธอรับมือกับมันไม่ไหวแน่ ยิ่งตอนนี้เธอกำลังาเ็อยู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เ้าสลอธอาศัยจังหวะที่โอฟีเลียตื่นตระหนก พุ่งเข้าไปหาพวกเธอด้วยความเร็วดุจะุปืน
ไม่ได้การแล้ว หลบไม่พ้นแน่!
โอฟีเลียทำอะไรไม่ได้นอกจากพุ่งเข้าไปกอดร่างของเด็กสาวลีน่า แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคงปกป้องเธอไม่ได้อยู่ดี แต่อย่างน้อยก็อยากจะเพิ่มโอกาสรอดให้กับเธอ
เคร้ง!!!
แต่... ์เผยยิ้มให้กับโอฟีเลียมากกว่าจะทอดทิ้ง
กรงเล็บของเ้าสลอธกระแทกกับบางสิ่งจนสะท้อนเสียงใส และไปไม่ถึงตัวโอฟีเลียกับเด็กสาว
“ขอโทษที่มาช้าค่ะ”
เรกะปรากฏตัวขึ้นมาเบื้องหน้าของทั้งสองคน ใช้ดาบขนาดั์รับคมเล็บของเ้าสลอธได้ก่อน
ทำเอาเ้าสลอธเขม่นมองเรกะจนตาเขียวทีเดียว
“เ้า!!!”
เ้าสลอธแยกเขี้ยวด้วยความโมโห แทบไม่อยากเชื่อว่ากรงเล็บที่ตัวเองภาคภูมิใจจะถูกหยุดไว้ได้ด้วยฝีมือของเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าตัวเองเกือบ 2 เท่า
เรกะถือโอกาสพลิกดาบทำท่าจะฟันสวนใส่เ้าสลอธ
เ้าสลอธััได้ก่อนจึงะโถอยหลังไปแทน ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้มันมากยิ่งขึ้นไปอีก
ในจังหวะนั้น ไอชาก็วิ่งตามหลังเรกะมาติด ๆ
“ท่านโอฟีเลีย!!!”
“ไอชา!”
ไอชาวิ่งเข้ามาดูโอฟีเลียด้วยความร้อนรน
ส่วนทางโอฟีเลีย พอเห็นไอชาเธอก็ยิ้มออกมาด้วยความใจโล่งอกไปด้วย
...ถึงจะรู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นตัวเดลล์ก็ตาม
“าเ็งั้นเหรอคะ”
“อื้ม นิดหน่อยน่ะ”
โอฟีเลียยิ้มตอบแบบขม ๆ เพราะยังเจ็บแผล ไอชายิ่งกำชายประโปรงตัวเองด้วยความเจ็บใจ เธอรู้สึกล้มเหลวกับตัวเองอย่างแรง
...แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดถึงเื่นั้น
ตอนนี้ทั้งสองคนต้องให้ความสำคัญกับอันตรายตรงหน้า... กับเ้าสลอธั์ก่อน
“นี่มัน ๆ... เผ่ามนุษย์สัตว์งั้นเหรอ” สลอธเผยยิ้มหลังสังเกตหูและหางสุนัขของเรกะ
แต่เรกะไม่หงุดหงิดตามที่มันล่อลวง เธอผายมือส่งสัญญาณให้พวกโอฟีเลียออกไปห่าง ๆ
“...นี่คุณเป็ปีศาจสินะคะ”
“เข้าใจอะไรได้ง่ายดี ประหยัดเวลาข้ามากทีเดียว”
สลอธพูดไปยิ้มไป มันครูดกรงเล็บกับพื้นฝนความคม
แต่เรกะไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอตอบโต้ศัตรูด้วยการจุดไฟในโลหิตให้ร้อนระอุ ตั้งท่าเตรียมพร้อมเข้าโจมตีเ้าสลอธได้ทุกเมื่อ
ทั้งสองฝ่ายหยุดนิ่งเพื่อจับลมหายใจอีกฝ่าย คนดูอย่างพวกโอฟีเลียต้องกลืนน้ำลายกับแรงกดดันที่ทั้งสองฝ่ายแผ่ออกมา
“ “!!!!” ”
ร่างของเรกะกับเ้าสลอธหายไปจากสายตาของโอฟีเลียกับไอชา
พริบตาถัดมา เสียงโลหะกระทบกันก็เกิดดังขึ้นต่อเนื่องยังกับประทัด ประกายไฟจากแรงกระแทกกระจายไปทั่วจากการปะทะของสองฝ่าย
เรกะกับเ้าสลอธกระแทกเข้าใส่กันยื้อด้วยคมดาบและกรงเล็บอยู่กับที่ โอฟีเลียกับไอชาถึงกลับมามองทัน
ทั้งสองดันอีกฝ่ายด้วยพละกำลัง
มีแต่เรกะที่ยิ้มออกมาอย่างห้าวหาญ ทั้งคู่ดูสูสีกันไม่ว่าจะเป็ความเร็วหรือกำลัง
สุดยอด... เมื่อกี้มองตามไม่ทันเลย
โอฟีเลียกลืนน้ำลายกับภาพอันเหนือจินตนาการ ั้แ่เกิดมา เธอไม่เคยเห็นใครเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนี้มาก่อน
และดูเหมือนเ้าสลอธเองก็ไม่เคยเห็นใครตามความเร็วมันได้ทันมาก่อนเช่นกัน
“แข็งแกร่งดีนี่สำหรับสุนัข” สลอธยิ้มเยาะยั่วโมโห
“คุณเอง สำหรับสลอธแล้วก็ถือว่าเร็วใช้ได้เหมือนกันนี่คะ”
เรกะตอกกลับด้วยรอยยิ้มเยาะแบบเดียวกัน
...และเ้าสลอธไม่ได้คิดว่าจะโดนสวน มันคิ้วกระตุกไปเลยที่โดนเรกะทำหน้ายียวนใส่
แถมยังไปเผลอกระตุ้นมันเข้าโดยการเรียกมันว่าสลอธอีก
“ก็บอกว่าข้าไม่ใช่สลอธยังไงล่ะโว้ยยยย!!!!”
เ้าสลอธะโลั่นโกรธา เงื้อกรงเล็บขึ้นทุบลงพื้นอย่างเกรี้ยวกราด
ร่างของมันถูกปกคลุมด้วยออร่าสีดำทมิฬ ความรู้สึกน่าขนลุกแผ่ไปทั่วจนแม้แต่เรกะเองยังปิดบังดวงตาสั่นเครือไม่ได้
“ตาย! พวกแกต้องตายสถานเดียวเท่านั้น!!!”
สลอธคำรามลั่น มันเงื้อกรงเล็บขึ้นฟาดไปรอบตัวอย่างคลุ้มคลั่ง
สายลมคมราวใบมีดถูกพัดไปทั่ว ฉีกกระชากพื้น อาคารหรือร้านแผงลอยจนกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ภาพที่เกิดขึ้นนั่นราวกับโศกนาฎกรรมจากภัยพิบัติยังไงอย่างงั้น
พายุคมมีดนั่นกำลังขยายตัวมาหาพวกโอฟีเลียด้วย
“คุณเรกะ!”
เรกะะโถอยมาบังให้โอฟีเลีย ไอชาและเด็กสาวลีน่า ทำเอาโอฟีเลียใอีกครั้ง
เรกะกวัดแกว่งดาบั์ปัดป้องคมดาบล่องหนที่พุ่งเข้ามาอันแล้วอันเล่า แต่จำนวนและความเร็วของมันกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
คมดาบพวกนั้นหลุดการป้องกันของเธอ เชือดเฉือนเกราะของเธอจนขาดกระจุย
กระทั่งมันบาดลึกถึงร่างของเรกะ คมดาบพวกนั้นสร้างาแให้เธอไม่หยุดหย่อน
จนเ้าสลอธหยุดมือด้วยความเหนื่อยล้า เรกะเองก็เหนื่อยหอบจนต้องใช้ดาบั์ค้ำกับพื้นแทนไม้เท้า
าแที่ได้รับไม่ได้ลึก แต่จำนวนแผลที่เห็นอยู่ทั่วร่างนั้นน่าเป็ห่วงมากกว่า
“นะ หนีไปค่ะ... ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้เอง”
เสียงของเรกะสั่นเครือจากความเหนื่อยล้าและการาเ็ แต่ก็ยังชี้ปลายดาบไปยังเ้าสลอธอย่างห้าวหาญ
ถึงแบบนั้น... ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ที่กลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบไปแล้ว
แม้เรกะจะเป็ถึงนักผจญภัยระดับ A ของกิลด์ระดับ S อย่างคริสตัลคลาวด์ที่โอฟีเลียชื่นชม แต่ถ้าต้องสู้ในศึกที่เสียเปรียบไปด้วยปกป้องพวกเธอไปด้วย เรกะอาจต้องเจ็บหนักกว่านี้อีก
ก็รู้อยู่หรอกว่าอยู่ไปก็เป็ได้แค่ตัวถ่วง
แต่ถึงงั้นก็เถอะ!
โอฟีเลียกัดฟันกรอดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ต่อให้เธอหนีไปจากตรงนี้แล้วรอดไปได้ก็ใช่ว่ามอนสเตอร์ที่ลอยอยู่เหนือหัวอย่างกากอยจะไม่โจมตีเธอก่อนกลับถึงบ้าน
และถ้าเกิดหนีไปแล้วเรกะเป็อะไรขึ้นมา เธอคงไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองได้แน่ เื่นั้นทั้งโอฟีเลียและไอชาต่างรู้สึกเหมือนกันแม้จะรู้แก่ใจว่าไม่ใช่คู่มือของปีศาจตนนี้เลย
เลือกทางไหนก็ดูจะเสียใจทีหลังทั้งนั้น สถานการณ์ย่ำแย่จนพวกเธอไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดีแล้ว
แต่อนิจจา... เ้าสลอธคงััความสิ้นหวังของทั้งสี่คนได้ ออร่าสีดำที่คลุมร่างจึงยิ่งโหมเพลิงโอ้อวดศักดินาราวกับ้าปิดบัญชีแค้น
มันแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่พวกเธอช่วยเรกะได้เลย
หนทางเดียวที่เหลืออยู่... มีแต่การภาวนาถึงความหวังเท่านั้น
“เห... ช่วยกันปกป้องเด็กอยู่สินะ เป็คนดีกันจริง ๆ เลยนะพวกเธอเนี่ย”
พอคาดหวังให้พระเ้าส่งใครสักคนมาช่วย เสียงของเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากข้างหลังทุกคน
“ลำบากกันน่าดูเลยน้า” เสียงฝีเท้าค่อยย่างเข้ามาอย่างสบายใจพร้อมน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความขี้เล่นอย่างคุ้นหู
แต่แทนที่จะทำให้รู้สึกโล่งใจ สิ่งที่โอฟีเลียกับไอชาแสดงออกกลับกลายเป็หน้าถอดสี
“แต่ว่าไม่ต้องเป็ห่วง ทำไมน่ะเหรอ? เพราะว่าฉันมาแล้วยังไงล่ะ!”
เด็กหนุ่มผู้เดินผ่านพวกโอฟีเลียด้วยสีหน้าเข้มขึงขังท่าทางมั่นใจเกินเหตุ ชี้นิ้วโป้งโอ้อวดใส่ตัวเองด้วยรอยยิ้มกวนประสาท
ชายที่พระเ้าส่งมาช่วยพวกเธอ... เป็ใครไปไม่ได้นอกจากเดลล์เ้าเดิม ไม่มีอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น
❖❖❖❖❖

