ตอนที่19 ทักษะของภรรยา
ไช่อิงทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อแล้วพบว่าพื้นที่ทั่วอาณาเขตตระกูลหลงมีกล้องวงจรปิดถูกติดตั้งไว้มากถึงหกสิบตัวพลางตาโตแล้วพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตานักว่า
“โอ้โฮ! มีกล้องวงจรปิดเยอะขนาดนี้เชียวแต่อย่างว่าละนะ ก็เป็ถึงตระกูลใหญ่ระดับอภิมหาเศรษฐีนี่นาคงกลัวว่าจะมีโจรเข้ามาปล้นละมั้ง แต่ฉันสนใจกล้องสอดแนมนั่นมากกว่า”
หญิงสาวหรี่ตามองภาพย่อยขนาดเล็กบนหน้าจอแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์จำนวนมากถึงหกสิบช่องด้วยความสนใจพลันพบสัญญาณแจ้งเตือนจากอีกฝ่ายกำลังค้นหาร่องรอยการแฮ็กของตนพลางยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุกที่จะมีโอกาสประลองทักษะการแฮ็กจึงพิมพ์คำสั่งเตรียมตอบโต้ทันทีทว่าเธอเปลี่ยนใจในวินาทีสำคัญแล้วทำการลบร่องรอยตนเองอย่างหมดจดแทน
“ไว้ค่อยหาโอกาสดีๆ ทดสอบฝีมือวันหลังก็ยังไม่สาย อย่าคิดเลยว่าจะตามรอยฉันได้แต่เื่ถ้วยแบ่งนั่น.....สามีคงจัดการเรียบร้อยไปแล้วละมั้ง เห็นมีรถตำรวจเข้ามาเอาตัวแม่ครัวไปแล้วนี่”
สะใภ้สามพึมพำอย่างมั่นใจในการปิดบังตัวตนพลางมั่นใจว่าเหตุจูงใจฆาตกรรมจากฝีมือแม่ครัวคงได้รับการสอบสวนจากตำรวจต่อไปตามขั้นตอนเธออยากรู้เป็อย่างยิ่งว่าสามีจะสามารถเค้นเอาความลับหาตัวบงการได้หรือไม่
หญิงสาวหยุดทำการสืบค้นก่อนเพราะ้าถามข่าวอาการาเ็ของพ่อพลางอยากรู้ตัวเลขค่าใช้จ่ายเพื่อหาเงินไว้สำหรับจ่ายค่ารักษาของพ่อทันที เธอรู้ดีว่าไม่สามารถขอความช่วยเหลือสามีในส่วนนี้ได้ทั้งไม่้ารบกวนเขาเพื่อให้เป็หนี้บุญคุณระหว่างกันอีก จึงหยิบโทรศัพท์แล้วพูดคุยกับแม่และน้องสาวด้วยความห่วงใย
เมื่อวางสายและรับรู้ตัวเลขค่าใช้จ่ายแล้วเธอพูดอย่างเข้าใจสถานะตนเองแล้วลงมือทำบางอย่างเพื่อหาเงินไปจ่ายค่ารักษาให้พ่อพลางรู้สึกได้ว่าสามีเ็าเกินไปว่า
“จะขอเงินสามีไปช่วยพ่อก็ไม่น่าจะได้ถ้าเขามีน้ำใจกับฉันจริง ๆ ละก็...ป่านนี้ก็คงบอกมาแล้วจะให้ฉันไปกราบเท้าอ้อนวอนงั้นเหรอ...เมินซะเถอะ เห็นทีคงต้องใช้วิชามารซะแล้วขอลองฝีมือสักครั้งดีกว่า”
ไช่อิงยิ้มมุมปากด้วยแววตาเ้าเล่ห์พลางหักนิ้วมือเป็การเตรียมพร้อมทำการแฮ็กบางอย่างเพื่อหาเงินมาไว้ใช้โดยคิดจะพักเงินอันได้มาอย่างไม่ถูกต้องไว้ในบัญชีเสมือนก่อน พอถึงวันไปจ่ายค่ารักษาของพ่อค่อยโยกเงินมาจ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเลขในบัญชีธนาคารของตนผิดปกติจนตำรวจตามรอยพบได้
ฝ่ายหลงปิงเมื่อจัดการพิพากษาแม่ครัวต้นเหตุวางยาพิษตนเองเสร็จเรียบร้อยเขากลับเข้าห้องทำงานเพื่อสะสางงานต่อให้เสร็จสิ้นพอนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยี่ห้อผลไม้ชนิดหนึ่ง พลันมีสัญญาณกระพริบแจ้งเตือนสิ่งผิดปกติอันเกิดจากการบุกรุกระบบป้องกันเครือข่ายของกล้องวงจรปิดภายในคฤหาสน์ทั้งหมดจึงพิมพ์คำสั่งค้นหาต้นทางของบุคคลปริศนาในทันที
ครู่หนึ่งคุณชายสามกลับพบว่าอีกฝ่ายหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ได้สร้างความเสียหายใดกับกล้องวงจรปิดหรือระบบป้องกันเครือข่ายของตระกูลหลงสร้างความงุนงงให้กับเขาเป็อย่างยิ่ง
“เอ๋! ตกลงเข้ามาสอดแนมหรือแค่อยากทดสอบฝีมือแต่ดูท่าจะเก่งไม่เบานะนี่ ถึงขนาดฉันยังตามรอยไม่ได้เลย”
ชายหนุ่มพึมพำพลางจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความสนใจเขาพบว่าการติดตามร่องรอยของตนกลับเข้าสู่ทางตันโดยไม่มีร่องรอยผู้บุกรุกให้เห็นประจักษ์ตาทั้งสนใจในทักษะการแฮ็กของอีกฝ่ายเป็อย่างยิ่งเนื่องจากไม่เหมือนแฮ็กเกอร์ทั่วไปที่เคยประลองฝีมือในสนามประลองแฮ็กเกอร์ใต้ดินมาก่อน
“น่าสนใจ! หวังว่าจะโผล่มาให้ฉันเห็นอีกนะอยากประลองด้วยสักหน่อย”
หลงปิงยิ้มมุมปากพลางกล่าวอย่างมีความหวังโดยไม่สนใจการจ้องมองของจิวหลุนซึ่งแสดงความประหลาดใจอย่างชัดเจนในท่าทีผิดปกติคล้ายอารมณ์ดีของตน
ชั่วครู่หนึ่งเหลียงเกอกลับมาจากการพูดคุยกับตำรวจแล้วมารายงานเื่ราวให้เ้านายรับรู้หลงปิงพยักหน้าเข้าใจแต่ไม่ได้กล่าวอะไรอีกจากนั้นคุณชายสามและสององครักษ์ต่างนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะคนละตัว จนถึงเวลายี่สิบสามนาฬิกาจึงกลับเข้าห้องนอน
คุณชายสามเหลือบเห็นท่าทีผิดหวังจากเหลียงเกออีกครั้งเพราะมีเสียงดังกุกกักเล็กน้อยมาจากห้องภรรยาซึ่งเป็สัญญาณแสดงว่าเธอกำลังเตรียมตัวเข้านอนฉะนั้นพรุ่งนี้เช้าเธออาจตื่นไปออกกำลังกายเหมือนเช่นที่ผ่านมา
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างไม่สนใจต่อการเดิมพันของสององครักษ์อีกเขานอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงด้วยความคิดหลากหลายโดยคิดสงสัยเกี่ยวกับตัวภรรยามากที่สุดเพราะเธอเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากจนเกินไป
ไช่อิง.....เธอเป็ใครกันแน่?! เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องคุยกันหน่อยเสียแล้วจากประวัติที่สืบได้เธอไม่เคยเรียนรู้เื่สมุนไพรเลยนี่แล้วจะรู้ได้ไงว่าถ้วยแบ่งของฉันมีพิษดอกวิสทีเรียแถมเธอยังนั่งอยู่ไกลฉันขนาดนั้น จมูกจะได้กลิ่นพิษแม่นยำขนาดนั้นเชียวเหรอ?!
คุณชายสามนอนครุ่นคิดอย่างสงสัยถึงที่สุดเขาพลิกตะแคงตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับเนื่องจากในหัวสมองมีแต่ความคิดสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดของภรรยาพลางตั้งใจจะสอบสวนเธอให้รู้เื่ในวันพรุ่งนี้
กว่าหลงปิงจะนอนหลับได้สนิทก็ปาเข้าไปเกือบหนึ่งนาฬิกาพอถึง่ตื่นประจำในรุ่งเช้าเวลาสี่นาฬิกา ชายหนุ่มลุกจากเตียงด้วยความี้เีเป็อย่างมากเนื่องจากรู้สึกได้ว่ายังนอนไม่เต็มอิ่มเท่าใดนัก
“คุณชายจะไม่ไปออกกำลังกายเหรอครับคุณไช่อิงไปแล้วนะครับ”
จิวหลุนเหลือบเห็นท่าทางบิดี้เีของเ้านายจากบนเตียงจึงสอบถามด้วยความสงสัยใคร่รู้เพราะเป็ครั้งแรกได้เห็นท่าทางนอนไม่เต็มอิ่มแล้วยังมีอาการเกียจคร้านจากเ้านายด้วย
“รู้แล้ว.....เดี๋ยวล้างหน้าก่อน”
หลงปิงตอบลูกน้องด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนลุกจากเตียงแล้วบิดี้เีพร้อมปิดปากหาวนอนคล้ายยังไม่้าลุกจากเตียงเท่าใดนักสร้างความฉงนงงงวยให้กับสององครักษ์เป็อย่างยิ่ง
จิวหลุนและเหลียงเกอต่างมองสบตากันด้วยความแปลกใจทว่าทั้งคู่ไม่กล้าสอบถามเ้านายโดยตรง ยกเว้นเ้านายจะเปิดปากพูดให้ฟังเองแต่ละคนจึงแยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเ้านายก่อนหน้าแล้ว
จิวหลุนเปิดประตูห้องวิ่งตามหลังไช่อิงไปโดยตั้งใจทิ้งระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอรู้ว่ามีคนแอบติดตามขณะเหลียงเกอทำหน้าที่ตรวจสอบห้องนอนและสิ่งแวดล้อมทั้งหลายให้ปลอดภัยแล้วพาเ้านายไปออกกำลังกายด้วยเส้นทางเดิม
เช้านี้ไช่อิงสามารถฝึกฝนพลังจิตได้ดีกว่าเดิมพลางรู้สึกยินดีต่อความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นทว่าเธอยังไม่กล้าแสดงพลังออกมาเพื่อประเมินระดับความแข็งแกร่งในตอนนี้แต่คิดหาโอกาสทดสอบในภายหลัง
สะใภ้สามจะต้องกลับเข้าบ้านตามเวลาเพื่อตรวจสอบการปรุงอาหารเช้าของแม่ครัวตามหน้าที่เธอคิดว่าเช้านี้อาจได้ช่วยแม่ครัวอีกสองคนเตรียมอาหารเช้าเพราะแม่ครัวหายไปหนึ่งคนถึงอย่างนั้นวันนี้เป็วันอาทิตย์ ฉะนั้นสมาชิกตระกูลหลงส่วนใหญ่จะนอนตื่นสายกว่าปกติจึงไม่เร่งรีบกลับไปปรุงอาหารเร็วนักแต่วิ่งเหยาะ ๆกลับบ้านแทนโดยเลือกเส้นทางใหม่กลับเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลหลงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หญิงสาวเลือกเส้นทางใหม่ซึ่งมองเห็นจากระยะไกลว่ามีคฤหาสน์และอาคารเก่าตั้งอยู่สามหลังทว่าเส้นทางเข้าไปเป็ป่ารกชัฏซึ่งอยู่ข้างสวนสาธารณะในตำแหน่งยังไม่มีการพัฒนาพื้นที่เธออยากเข้าไปตรวจสอบเพื่อค้นหาเส้นทางใหม่อันจะช่วยประหยัดเวลาเดินทางมายังสวนสาธารณะแห่งนี้ในอนาคต
ขณะกำลังจะก้าวเดินไปตามทางแคบโดยมองเห็นหลังคาคฤหาสน์ตระกูลหลงอยู่ห่างออกไปราวสามร้อยเมตรพลางคาดเดาว่าเส้นทางนี้อาจนำตนกลับเข้าสู่คฤหาสน์ได้รวดเร็วกว่าเส้นทางเดิม
ฉับพลันเธอััได้ถึงวัตถุชนิดหนึ่งกำลังพุ่งแหวกอากาศเข้าหาตนด้วยความเร็วสูงจึงก้มตัวหลบโดยนอนทอดตัวคว่ำหน้าด้วยท่าวิดพื้นจากสัญชาตญาณทันใด พลางหันขวับไปมองต้นทางที่มาก่อนเหลียวมองวัตถุดังกล่าวแล้วพบว่าเป็ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นเธอพุ่งตัวไปหาคนร้ายด้วยความอยากรู้ทันที
สะใภ้สามจับััได้ว่าบุคคลปริศนาไม่ได้้าทำร้ายตนโดยตรงทว่าเป็การโยนก้อนหินเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเพราะทิศทางการโยนเข้าใส่ไม่ใช่ตำแหน่งสร้างอันตรายให้กับตนได้
หญิงสาวหยุดยืนในตำแหน่งจิวหลุนเคยยืนอยู่พลางกวาดตามองสำรวจรอบตัวด้วยความสงสัยใคร่รู้ ทว่าเธอไม่พบสิ่งผิดปกติใดจึงวิ่งกลับไปหยิบก้อนหินจากพื้นขึ้นมาแล้วจ้องมองก้อนหินในมือก่อนเห็นว่ามีสัญลักษณ์ท้าทายปรากฏอยู่บนนั้น
“มีคนอยากท้าทายฉันเหรอ.....ได้เลย!”
ไช่อิงจดจำสัญลักษณ์ท้าทายด้วยลักษณะเส้นตรงขีดขวางมุมสามเหลี่ยมด้านหนึ่งอันเป็สัญลักษณ์ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่คนชื่นชอบรอยสักตามร่างกายและยังใช้เป็สัญลักษณ์ของกลุ่มนักต่อสู้ใต้ดินเธอยิ้มมุมปากด้วยความเข้าใจพลางรู้สึกกระตือรือร้นที่จะได้ประลองฝีมือเพื่อฝึกฝนทักษะต่อสู้ไปในตัว
อย่างไรก็ตามเธอพบว่ารอบตัวมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีร่องรอยของบุคคลปริศนาปาก้อนหินท้าทายตนสักนิด พอเหลือบตาดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือจึงอุทานด้วยความใว่า
“ตายละ! จะสายแล้ว!เสียดายจัง...กลับก่อนแล้วกัน หวังว่าจะได้พบกันอีกนะอยากรู้เสียจริงว่าใครกล้าท้าทายฉัน”
สะใภ้สามกวาดตามองรอบตัวอีกครั้งเพื่อค้นหาคนท้าทายพอเห็นว่าทุกสิ่งรอบตัวยังคงเงียบสงบเช่นเดิมจึงหันหลังรีบวิ่งกลับคฤหาสน์โดยละเื่คนปริศนาปาก้อนหินออกไปก่อน
ก่อนหน้านั้นจิวหลุนเห็นว่าภรรยาเ้านายจะวิ่งเข้าไปยังเส้นทางสู่อาคารลับสำหรับออกกำลังกายของเ้านายกับตนจึงรีบหยิบมีดพกขึ้นมาจากซองหนังซึ่งรัดอยู่ข้อเท้าแล้วกรีดสัญลักษณ์บนก้อนหินโดยหยิบเอาจากพื้นข้างตัวจากนั้นปาเข้าใส่เธออย่างรวดเร็วพร้อมกับวิ่งหนีไปยังอีกทิศทางหนึ่งเพื่อทำให้เธอสับสนทั้งรู้สึกประหลาดใจเมื่อหันหลังมองเห็นเธอหลบก้อนหินได้อย่างรวดเร็วเป็การตอบสนองอันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไปยกเว้นผู้เคยผ่านการฝึกฝนทักษะต่อสู้มาก่อน
องครักษ์จิวหลุนยืนสังเกตภรรยาเ้านายจากระยะไกลอยู่ครู่หนึ่งพอเห็นว่าเธอวิ่งไปยังเส้นทางเดิมซึ่งไม่ใช่ทางลับเพื่อกลับคฤหาสน์แล้ว เขารีบวิ่งเข้าไปในเส้นทางลับเพื่อรายงานเ้านายอย่างรวดเร็วทั้งรู้สึกกังวลใจว่าเธอจะวิ่งย้อนกลับมาทางนี้อีกจึงรีบเคาะส่งสัญญาณให้ชายชราหลงเกอเปิดประตูรั้วให้กับตนอย่างร้อนใจ
พอชายชราหลงเกอเปิดประตูรั้วออกเพียงเล็กน้อยจิวหลุนรีบเปิดแล้วผลุบตัวเข้าไปก่อนปิดล็อกอย่างรวดเร็วจากนั้นวิ่งเข้าไปรายงานสถานการณ์ประจำวันของไช่อิงให้เ้านายรับรู้ด้วยท่าทีหอบเหนื่อยคล้ายเพิ่งวิ่งมาหลายสิบรอบสนามว่า
“คุณ.....คุณชายครับวันนี้คุณไช่อิงวิ่งได้ดีกว่าเดิม ไม่มีเดินเลยครับ เธอไปนั่งทำสมาธิอยู่บนโขดหินข้างทะเลสาบเหมือนเดิมแต่วันนี้เกือบไปแล้ว ดูเหมือนเธอจะอยากรู้อยากเห็นมาก แล้วกำลังจะวิ่งเข้ามาทางนี้พอดีผมเลยปาก้อนหินเข้าใส่ อ๊ะ!...มันไม่ถูกเธอหรอกครับแค่เบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น แล้วเธอก็วิ่งกลับคฤหาสน์ทางเดิมที่เคยใช้น่ะครับ”
จิวหลุนกล่าวรายงานยาวเหยียดรวดเดียวพอเหลือบเห็นเ้านายหยุดสะบัดเชือกคาดิโอทั้งสองมือพลันรับรู้ได้ถึงความผิดปกติจากสัญชาตญาณจึงรีบบอกถึงทิศทางการปาก้อนหินของตนพลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะไม่ได้ปาก้อนหินทำร้ายไช่อิง ทั้งเ้านายยังพยักหน้ารับรู้แล้วสะบัดเชือกต่อโดยไม่กล่าวคำใดออกมาเป็สัญญาณแสดงว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร
ต่อจากนั้นทั้งสามคนออกกำลังกายจนถึงเวลาอันเหมาะสมหลงปิงสั่งการจิวหลุนก่อนองครักษ์วิ่งออกไปจากอาคารลับแห่งนี้ว่า
“เวลาแปดนาฬิกาให้ไช่อิงไปพบฉันที่ไต้ร่มไม้มีเื่จะคุยด้วยนิดหน่อย”
“ครับคุณชาย”
จิวหลุนเหลือบมองเพื่อนองครักษ์เพราะอยากรู้จุดประสงค์ของเ้านายพอเห็นเพื่อนส่ายหน้าเป็เชิงไม่รู้ในเจตนาของชายหนุ่ม จึงผินหน้ามองเ้านายพร้อมกล่าวรับคำด้วยความเข้าใจจากนั้นเขารีบวิ่งกลับเข้าคฤหาสน์ด้วยเส้นทางเดิมเหมือนกับไช่อิง