“ต่อไปเราก็ไม่ต้องไปสนใจผู้หญิงคนนั้นแล้วนะครับ”
“จิ้งหยวน คุณไม่เสียดายเธอสักนิดเลยเหรอคะ เธอเป็ผู้หญิงที่มีอนาคตไกลมากเลยนะ อายุ 35 ก็ได้เป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทแล้ว”
“เป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแล้วยังไงครับ ผมไม่เคยสนใจเธอเลย”
“แต่คุณก็คบกับเธอมาได้ตั้งหลายปี” หญิงสาวพูดอย่างไม่พอใจ
“จิงจือครับ เป็เพราะตอนนั้นผมไม่กล้าเข้าหาคุณน่ะสิครับ คุณก็รู้ว่าฐานะของเราต่างกันมากขนาดไหน ผมเป็แค่นักศึกษาจนๆ คนหนึ่งเท่านั้น ผมจะกล้าไปจีบทายาทของหลินกรุ๊ปได้ยังไง อีกอย่างตอนนั้นซูเจินก็รู้ว่าผมชอบคุณ เธอขู่ผมว่าจะเอาเื่นี้มาฟ้องหลินกรุ๊ป ตอนนั้นผมเป็แค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ผมจะกล้าไปมีเื่กับหลินกรุ๊ปได้ยังไง” กัวจิ้งหยวนพูดเสียงเศร้า
“แล้วตอนนี้คุณไม่กลัวแล้วเหรอคะ” หลินจิงจือโอบรอบคอชายหนุ่มไว้
“เพื่อคุณแล้วผมยอมได้ทุกอย่างครับ ชีวิตนี้ผมมอบให้คุณเพียงคนเดียว” กัวจิ้งหยวนก้มลงไปหาริมฝีปากบางที่อยู่ตรงหน้า
‘หลินจิงจือ’ เป็หลานสาวคนเล็กของหลินกรุ๊ป เรียนจบมหาวิทยาลัยเดียวกับซูเจิน เรียนจบมาได้เพราะเส้นสายของตระกูลเท่านั้น เพราะอายุของเธอเท่ากับซูเจิน หลินจิงจือจึงถูกนำมาเปรียบเทียบกับซูเจินอยู่เสมอ แรกๆ เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เมื่อถูกเปรียบเทียบบ่อยครั้ง เธอจึงเริ่มรู้สึกไม่ชอบซูเจิน ไม่ว่าซูเจินจะทำอะไรเธอก็อยากแย่งสิ่งนั้นมาเป็ของเธอให้ได้ทุกครั้ง
อย่างเช่นเื่ของกัวจิ้งหยวนคนนี้ เมื่อหลินจิงจือรู้ว่ากัวจิ้งหยวนและซูเจินเริ่มคบหากัน เธอก็เริ่มให้เลขาของพ่อเธอสืบประวัติของกัวจิ้งหยวนมาให้ เมื่อเธอมีข้อมูลทุกอย่าง เธอก็เริ่มเข้าหากัวจิ้งหยวนและใช้ ‘เงิน’ เพื่อซื้อใจชายหนุ่มให้มาเป็ของตัวเอง แรกๆ กัวจิ้งหยวนก็ไม่ยอมรับ เขาแกล้งปฏิเสธและพูดกับเธออย่างจริงจังว่าเขาชอบซูเจินและทั้งสองคนก็คบกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ
หลินจิงจือไหนเลยจะยอมแพ้ เธอเข้าหากัวจิ้งหยวนและมอบความสะดวกสบายต่างๆ ให้ชายหนุ่มทุกอย่างโดยไม่ขัดใจ เมื่อกัวจิ้งหยวนได้รับสิ่งเ่าั้นานวันเข้า ความสบายต่างๆ จึงถือเป็ความเคยชิน และเขาก็คิดได้ว่าเขาไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากจนนั้นอีกแล้ว
ขณะที่กัวจิ้งหยวนจะไปบอกเลิกกับซูเจิน หลินจิงจือก็ห้ามเขาไว้ โดยให้เหตุผลว่าตัวเธอเป็หลานสาวคนเล็กของหลินกรุ๊ป เธอกลัวว่าซูเจินจะนำเื่นี้มาโจมตีเธอและบริษัท ทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์ที่ดีไปได้ว่าหลานสาวคนเล็กแย่งแฟนคนอื่น เธอไม่อยากสร้างความเสียหายให้บริษัท
หลินจิงจือแนะนำให้กัวจิ้งหยวนเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับก่อน รอให้ซูเจินไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอจะคบกับเขาอย่างเปิดเผย กัวจิ้งหยวนจึงรับปาก
ความเป็จริงหลินจิงจือเพียงอยากแย่งกัวจิ้งหยวนมาจากซูเจินเท่านั้น แต่เพราะกัวจิ้งหยวนเป็คนปากหวานช่างเอาอกเอาใจ หลินจิงจือจึงตกหลุมรักชายหนุ่มไปโดยไม่รู้ตัว
ส่วนกัวจิ้งหยวน เขาก็รู้มาตลอดว่าหลินจิงจือแค่หลอกใช้เขาเป็เครื่องมือที่จะสร้างความลำบากให้กับซูเจินเท่านั้น แต่เขาไม่แคร์ ชีวิตที่สุขสบายอย่างนี้ใครจะไม่ชอบ ซูเจินเป็แค่เด็กที่ได้รับการอุปการะจากหลินกรุ๊ป หากเรียนจบกลับมาตำแหน่งใหญ่สุดก็คงเป็แค่ผู้บริหารของบริษัทเท่านั้น แต่หลินจิงจือเป็ใครล่ะ เธอเป็หลานสาวของหลินกรุ๊ป อยากเข้าไปทำงานในบริษัทเมื่อไหร่ก็ได้ ถึงแม้เธอจะไม่ทำงาน แต่ลูกหลานของหลินกรุ๊ปทุกคนก็มีหุ้นของบริษัทอยู่ในมือ ไม่ต้องทำงานอะไรก็มีเงินใช้ กัวจิ้งหยวนจึงตัดสินใจได้ไม่ยาก แค่เอาใจคุณหนูจิงจือนิดหน่อยเขาก็สบายไปตลอดแล้ว
“เจินเจิน แกไหวหรือเปล่า” จูจื่อรั่วถามเพื่อน
“ไหวสิฉันไหว วันนี้ฉันอยากดื่ม ดื่มให้กับความโง่ของตัวเอง” ซูเจินพูดพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากไม่หยุด
“แกมานั่งเศร้าอยู่คนเดียวจะมีประโยชน์อะไร ป่านนี้ไอ้จิ้งหยวนคนดีของแกคงคอยปรนนิบัติคุณหนูหลินอยู่ไม่ห่างโน่นแล้ว” มู่วั่งเจี๋ยพูดอย่างไม่สนใจ
“เออฉันมันโง่! พวกแกเคยเตือนฉันหลายครั้งแล้วแต่ฉันไม่ฟังเอง ฉันไปเรียนต่อแค่สองปี แค่สองปีเองนะ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจได้เร็วขนาดนี้” ซูเจินพูดอย่างไม่ยอมรับ
“ใครบอกแกว่าสองปี พวกเขาคบกันั้แ่ตอนที่เราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว จื่อรั่วมันก็บอกแกอยู่ตลอด แต่แกพูดว่ายังไงนะ ‘เขาไม่ใช่คนอย่างนั้น พวกแกตาฝาดแล้วล่ะ ตอนนี้เขาทำงานพิเศษหาเงินช่วยทางบ้านอยู่เขาก็เลยไม่ว่าง’ แกแก้ตัวแทนมันทุกอย่าง พวกฉันก็เลยี้เีจะสนใจ” มู่วั่งเจี๋ยพูดต่ออย่างไม่เกรงใจ
มู่วั่งเจี๋ยเป็เพื่อนที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน เป็ลูกชายคนเดียวของครอบครัว บ้านของเขาเปิดร้านอาหารเล็กๆ อยู่ชานเมือง เมื่อเรียนจบกลับมา เขารู้สึกว่าตัวเองคงไม่เหมาะที่จะทำงานในบริษัท เขาจึงรับ่ทำกิจการร้านอาหารของครอบครัวต่อ พ่อกับแม่ของเขาก็ตามใจ
จูจื่อรั่ว เรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ แม่เป็ครูสอนหนังสือระดับชั้นประถม พ่อเสียชีวิตไปั้แ่ยังเด็ก จูจื่อรั่วมีน้องชายฝาแฝดหนึ่งคนชื่อ ‘จูจื่ออัน’ เรียนอยู่คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ทั้งสองคนได้ทุนเรียนดีจนจบหลักสูตร
“แกก็อย่าไปตอกย้ำมันนักเลย” จูจื่อรั่วดุมู่วั่งเจี๋ย “เจินเจิน ฉันว่าแกพอก่อนดีไหม แกกินเหล้าเข้าไปเยอะขนาดนี้นี่แกตายได้เลยนะ ไปๆ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่ต้องๆ ฉันกลับเองได้ พวกแกเรียกรถ Taxi ให้ฉันก็พอ” ซูเจินปฏิเสธและพยายามเดินออกไปรอ Taxi อยู่หน้าร้าน
“มันจะกลับเองไหวไหมวะ” จูจื่อรั่วหันไปถามเพื่อน
“ถึงตอนนี้มันจะเมา แต่มันก็ยังมีสติอยู่ ขืนแกไปขัดใจมัน มันอาละวาดขึ้นมาก็ไม่มีใครห้ามมันอยู่แล้ว” มู่วั่งเจี๋ยพูดพร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์ที่ซูเจินอาละวาดว่าตัวเองไม่เมาเมื่อคราวก่อนได้ กว่าจะเชิญตำรวจกลับได้เล่นเอาเขาเกือบต้องถูกสั่งปิดร้านข้อหาทะเลาะวิวาทกันเลยทีเดียว
“ถ้างั้น ฉันนั่ง Taxi ตามหลังมันไปก็แล้วกัน เห็นมันเดินเข้าบ้านแล้วฉันค่อยกลับ” จูจื่อรั่วบอก
“ก็ได้ ถ้ายังไงแกก็ส่งข้อความมาบอกฉันด้วยว่าพวกแกกลับถึงบ้านกันแล้ว”