เพียงสายลมแห่งทิศบูรพาพัดผ่าน สองเราไม่มีวันหวนคืน

    ฮูหยินคนใหม่

    เรือนร้างนอกเมืองทางทิศใต้

    เฉิงเต๋อบุรุษวัยกลางคน กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดแบบที่นานๆจะได้เห็นสักครั้ง แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องของหญิงสาวที่อยู่ในคุกใต้ดินเกิดมีอาการป่วยขึ้นมา แต่เป็นเพราะแผนการที่ลู่หานเพิ่งเอ่ยหารือกับเขาเมื่อครู่

    “ นายท่าน วิธีการนับว่าดีเยี่ยม ผลลัพท์ก็มีโอกาสสำเร็จสูง แต่นี่ออกจะเสี่ยงเกินไปหรือไม่ “ เฉิงเต๋อเอ่ยขึ้นมาอย่างเป็นกังวล เขาแทบจะอยากใช้มีดผ่าสมองของนายท่านผู้นี้ดูว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ปกติต่อให้บุกน้ำลุยไฟ เขาก็ไม่เคยคิดว่าปัญหาใหญ่ ยิ่งได้จับมีดเหวี่ยงแส้ฆ่าคน แม้จะต้องตายเขาก็ไม่นึกเสียดาย แต่สิ่งที่เพิ่งได้ยินลู่หานพูดถึงเมื่อครู่ ช่างน่าตกใจเกินไปแล้วจริงๆ เขาถึงกับเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ แค่คิดเขาก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที 

    “ ไม่ดีกว่า หากต้องทำ เปลี่ยนเป็นข้าดีกว่า “ เขาอยากจะอธิบายให้ลู่หานฟังชัดๆ คำว่าเสี่ยงในความหมายของเขาไม่ได้หมายถึงเสี่ยงในการต่อสู้เป็นตายไปข้างหนึ่ง แต่เป็นความเสี่ยงในแบบที่เขาจะไม่เลือกเดินเด็ดขาด เพราะหากผิดพลาดขึ้นมา นั่นหมายถึงทุกอย่างที่ลู่หานวางแผนไว้จะต้องจบลง

    ลู่หานใช้สายตาคมกริบ มองดูคนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า สื่อเป็นนัยผ่านการกระทำ ก่อนละสายตาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไม่แม้แต่จะสนใจมองไปที่เขาอีก ประหนึ่งจะสื่อว่า ‘ หน้าอย่างเจ้านี่นะ ’

    ท่าทางมองเหยียดของบุรุษตรงหน้า ทำเอาเฉิงเต๋อถึงกับหน้าเสีย หมดความมั่นใจไปในทันที ‘ ท่านจะช่วยตรงมาตรงไปให้น้อยกว่านี้ได้หรือไม่ ข้าก็มีหัวใจเหมือนกันนะ’ เขาเอ่ยตัดพ้ออยู่ในใจ

    “ ช่างเถอะ แล้วแต่ท่านเถิด “ เฉิงเต๋อพูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทน  ก่อนหันหลังสะบัดแขนเสื้อเดินส่ายหัวออกจากห้องไป แต่ซักพักกลับโผล่หัวกลับมาตรงหน้าต่างบานเล็กไม่ไกลจากที่ลู่หานนั่งอยู่  ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน

    “ นางตั้งครรภ์ “ พูดจบเขาก็หายไปทั้งตัว ทิ้งให้ลู่หานนั่งครุ่นคิดอยู่ภายในห้องนั้นเพียงผู้เดียว

    โอวหยางหยุ่นหยี ตื่นขึ้นมาในห้องนอนสะอาดตา ในหัวเหมือนถูกของแข็งทุบตีหน่วงหนักดัง ‘ ตุบๆ ‘อยู่ตลอด ภาพตรงหน้าพร่ามัวเลือนลาง  ร่างกายเหนื่อยหนักจนขยับตัวไม่ได้ แม้แต่จะเอียงหน้าหรือหลับตาก็ยังวิงเวียนจนแทบจะอาเจียนออกมา แต่กลิ่นเหม็นฉุนของยาที่อยู่ในห้อง นางกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจน เพราะมันเป็นกลิ่นเดียวกับที่อบอวลสะสมอยู่ในปากของนางตอนนี้เช่นกัน

    “ ฮูหยินตื่นแล้ว ? “  เสียงหญิงสาวพูดมาเบาๆที่ข้างหูนาง

    “ อือ..ช่วยด้วย..ขะ ข้า..เวียนหัวมาก “ หยุ่นหยีเอ่ยพูดด้วยเสียงแหบพร่าติดขัดราวกับละเมอ  สมองของนางจำอาการป่วยอะไรตอนนี้ไม่ได้เลย สัมผัสได้แต่ความรู้สึกพะอืดพะอมอยู่ตลอดเวลา

    “ ท่านพักผ่อนก่อน ข้าจะรีบไปตามหมอมาดู ได้โปรดอย่าคิดมาก ท่านเพียงป่วยเพราะไม่คุ้นชินจากการตั้งครรภ์เท่านั้น “  หญิงนางนั้นยังพูดอะไรเบาๆกับคนด้านข้าง แม้หยุ่นหยีจะรำคาญแต่นางกลับไม่สามารถจับใจความได้แม้เพียงเสี้ยวประโยค สติของนางเริ่มพร่าเลือน สมองเริ่มปวดหนักจนต้องพยายามข่มตาหลับก่อนจะหลับลงไปจริงๆ อีกครั้งด้วยความทรมาน สำนึกสุดท้ายของนางคือประโยคที่เพิ่งได้ยินแต่กลับไม่แน่ใจ  ‘ฮูหยิน ?  มีใครอยู่แถวนี้อีก ใครตั้งครรภ์ ?  ’

                อากาศที่มีหิมะตกอยู่ภายนอกส่งไอหนาวเหน็บเข้ามาในห้องนอนใหญ่ 

    ห้องที่นางพักอยู่จึงต้องเพิ่มถ่านเผาไหม้ให้ความอบอุ่นเพิ่มอีกสองจุด  ไม่นับที่เตียงอุ่นหลังนี้ นอกจากถ่านไม้แล้ว นางยังห่มคลุมตัวเองด้วยผ้าห่มผืนหนาจนถึงคอ นอนตะแคงลอบมองผู้คนเดินไปเดินมาอยู่บนเตียง คนที่มารบกวนการนอนของนางส่วนมากจะเป็นหมอ ส่วนที่เหลือเป็นเพียงสาวใช้ประจำตัว ไร้เงาของบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง 

    วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้วนับตั้งแต่นางรู้สึกตัว แต่สามีของนางกลับไม่เคยโผล่หน้ามาให้นางเห็น ไม่ใช่ว่านางเป็นอนุนอกเรือนของเขาหรือ หยุ่นหยีครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจ  หากเขาไม่ว่างหรือมีธุระเหตุใดไม่มาบอกกล่าวแก่นางสักคำ สตรีใจกว้างเช่นนางก็พร้อมจะยิ้มกว้างยืนหยัดยอมรับการขออภัยจากเขาอยู่แล้ว หรือเขาจะไปติดพันสตรีอื่นอยู่ ตอนนี้นางตั้งครรภ์ แม้จะไม่เชื่อตัวเอง แต่นางเชื่อหมอ  บางทีสามีเกเรของนาง อาจไปมีอนุนอกเรือนที่อื่น หลงไหลมัวเมาจนไม่กลับบ้าน  ยิ่งคิดคิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดเป็นปมแน่น   สงสัยนางจะว่างมากไปจริงๆ หมู่นี้นอกจากจะจำอะไรไม่ได้แล้ว จิตยังฟุ้งซ่านอีกด้วย

    ว่าแล้วก็ไม่รอช้า นางรีบตะโกนเรียกสาวใช้ที่นั่งอยู่ข้างม่านไม้ไผ่มาหาทันที  “ ข้าอยากได้หนังสือมาอ่านส้ักเล่ม เอาที่สงบจิตใจได้ เจ้าไปหามาให้ข้าที ”

    " บ่าวจะไปหยิบหนังสือธรรมะมาให้ ที่นี่พอมีอยู่บ้าง"  หญิงรับใช้หน้าตาสะสวยเอ่ยขึ้นมาก่อนจะค่อยๆลุกเดิน แต่กลับถูกหยุ่นหยีเรียกไว้ 

    “ ไม่เอาๆ ไปหาซื้อนิยายมาให้ข้าสักเล่มดีกว่า ไม่รู้ตอนนี้เรื่อง ‘ กำจัดสามีทุรชน ‘ หรือ ’สามีของข้าคือตัวบัดซบ’  แต่งจบไปหรือยัง เจ้าไปหาดูในตลาดให้ข้าที ถ้ามีข้าเหมาหมดเลย ” นางเอ่ยจบก็เห็นเพียงหญิงตรงหน้าอ้าปากค้าง เดินออกจากห้องไปอย่างงุนงง

    ‘ นางไม่รู้จักสองเรื่องนี้หรือ ดังมากจริงๆนะ ’  หยุ่นหยีคิดอยู่ในใจ 

    หยุ่นหยีมีนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เล็ก อยากได้อะไรก็ต้องได้ แม้นางจะจำไม่ได้ว่านางมาแต่งให้เขาได้อย่างไร ไปรักกันตอนไหน แต่ด้วยฐานะของนางเป็นถึงจวิ่นจู่* สามีก็ไม่น่าจะมียศศักดิ์น้อยไปกว่าขุนนางขั้นสี่ หรืออย่างน้อยก็ต้องมีบรรดาศักดิ์สืบทอดเหมือนเช่นกันกับนาง

    แต่พอถามสาวใช้ที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนในบ้าน พวกนางกลับก้มหน้าก้มตา ไม่เอ่ยอะไร เป็นเพราะนางไม่มีแรงแม้แต่จะอาละวาด จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่นางอยากรู้มากที่สุดนับตั้งแต่รู้สึกตัวขึ้นมาก็ตาม และบางทีอาจจะมากกว่าสาเหตุที่ทำให้นางต้องมานอนป่วยจำอะไรไม่ได้บนเตียงเสียด้วยซ้ำ

    ‘ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาทำใจ เขาอาจไม่ดีอย่างที่ข้าคาดหวังไว้ก็ได้ อย่างไรพระบิดาก็เห็นข้าเป็นเพียงกระถางดอกไม้ประดับอยู่แล้ว จะโยกไปตั้งวางไว้ที่ไหนก็เหมือนๆกัน  ‘  นางปลอบใจตัวเองอยู่เงียบๆ ตัดสินใจแล้วว่า หากเขาไม่เป็นอย่างที่นางคิด นางก็พร้อมจะจากไป โลกนี้กว้างใหญ่จะไม่มีที่ให้นางไปเชียวหรือ 

    ตอนที่ลู่หานหมุนล้อรถเข็นเข้ามาภายในห้องนอน สายตาเหลือบมองไปเห็นหญิงสาวร่างบางในชุดนอนสีขาวกำลังนั่งเอียงตัวพิงหมอนนุ่มขนาดใหญ่กับหัวเตียง ในมือถือหนังสืออ่านอยู่เล่มหนึ่ง สีหน้าจดจ่อมีสมาธิจึงไม่รู้ว่าเขาเข้ามาไกล้ เพราะท่านั่งเอียงอ้อนแอ้นของนางยิ่งขับเน้นให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างชัดเจนยิ่งขึ้น และเพราะนางเพิ่งจะดีขึ้นจากอาการป่วยหนัก แม้ผิวจะซีดขาวแต่กลับทำให้ดูบอบบางอ่อนแอน่าทะนุทะถอมขึ้นไปอีกสองส่วน

    เขากระแอมขึ้นมาเบาๆ ส่งสัญญาณให้นางรับรู้การมาถึงของเขา ก่อนที่หญิงสาวจะรีบหันหน้ากลับมามองตามเสียงทันที ลู่หานเองก็เพิ่งเห็นหน้านางชัดๆวันนี้เป็นวันแรก เขาพินิจรายละเอิียดบนใบหน้าของนางเร็วๆรอบหนึ่ง ‘สตรีผู้นี้คงนับได้ว่าเป็นโฉมคราญผู้หนึ่งตามที่บ่าวในเรือนบอกมา ’

    บุรุษเครื่องหน้าเป็นเอกแต่สีหน้ากลับย่ำแย่ไม่สอดคล้องกันกับสภาพร่าง เอ่ยทักทายขึ้นก่อน “ เจ้าคงตื่นอยู่ก่อนแล้ว  ข้าไม่ได้เข้ามารบกวนเจ้ากระมัง “ เขายังไม่อยากรบกวนนางตอนนี้จริงๆ ไม่ใช่เพราะสำนึกคนดีของเขาจะมีอยู่จริง แต่เพราะเห็นว่านางยังเป็นไก่ป่วยไร้ประโยชน์  หากไม่ใช่เพราะเขาหวังบางอย่างจากนาง ไม่แน่ว่าเวลานี้นางน่าจะไปเกิดใหม่ตั้งแต่สิบวันก่อนแล้ว

    สายตาแวววาวเป็นประกายของหยุ่นหยีมองตรงมาทางเขา ชายหนุ่มรูปงามที่เข้ามาในห้องของสตรีที่แต่งงานแล้ว หากไม่ใช่หมอก็คงมีแต่สามีของนางเท่านั้น แม้จะมั่นใจเต็มสิบส่วน แต่นางก็แสร้งมองเขาแบบขลาดเขลา เอ่ยถามเสียงหวาดหวั่นดั่งสาวน้อยแรกแย้มในคืนเข้าหอ มือสองข้างยังยกขึ้นมากุมที่หน้าอกให้เกิดความสมจริงมากยิ่งขึ้น 

     “ ท่านคือ ? “ 

    ลู่หานกลับมองออกถึงท่าทางแสแสร้งน่าสงสารจนเกินจริงของนาง แต่เขาไม่คิดเปิดโปง เพียงหรี่ตาแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ สามีของเจ้า “

    ในห้องตกอยู่ท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง

    ‘ สงสัยระหว่างเราจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดี เจ้าถึงได้เย็นชาเช่นนี้ หรือข้าไปมีลูกกับชู้กันแน่  ‘ นางเพียงคิดอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าถามออกมาเพราะเกรงจะเป็นความจริง ต่อให้ที่ผ่านมานางดื้อด้านเกเรอย่างไร แต่จิตสำนึกเช่นการสวมหมวกเขียวให้สามีตนเอง ทำตัวเป็นดอกซิ่นยื่นออกนอกกำแพงก็เหลือกว่าที่นางจะรับได้จริงๆ แถมตอนนี้นางยังไม่กล้าจะถามออกไปว่าที่ผ่านมาทำไมเขาถึงเพิ่งโผล่มาเยี่ยมนาง  รอให้นางเข้าใจทุกอย่างให้กระจ่างก่อน ตอนนั้นค่อยคิดบัญชีกับเขาก็ยังไม่สาย

                เพราะไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของพวกเขาสองคนอีก หยุ่นหยีจึงมีเวลามองสำรวจสินค้าของตนเอง สามีคนงามของนาง เขาหล่อเหลาเกินกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก 

    ‘ แผงอกแกร่ง เอวคอดสอบนั่น เป็นของข้าจริงๆใช่หรือไม่ ’

    สายตาของนางค่อยๆเลื่อนไปที่ใบหน้าของเขา .'. โอ้ยตายแล้ว !  ริมฝีปากอวบนั่น '    แม้เขาจะดูบึ้งตึงอยู่บ้าง แต่เพราะมุมปากที่คว่ำลง ทำให้เวลาที่เขาไม่เอ่ยอะไรออกมาเช่นนี้ กลับดูเหมือนบุรุษแสนงอนอยู่ตลอดเวลา หยุ่นหยีทอดสายตามองเพลินจนเผลอแลบลิ้นน้อยๆออกมาเลียปากอย่างไม่รู้ตัว

    “ มองพอแล้วหรือยัง “  เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนขึ้นมา มุมปากของเขาอดกระตุกไม่ได้เมื่อเห็นสายตาลวนลามของสตรีตรงหน้า  ก่อนเอ่ยต่อขึ้นมาอีกประโยค “ เช็ดน้ำลายด้วย “

    หยุ่นหยีรีบยกมือขาวเนียนข้างหนึ่งขึ้นมาเช็ดน้ำลายที่ไม่มีอยู่จริงทันที ‘ เจ้าบ้านี่กล้าหลอกข้าหรือนี่ “ 

    “ ข้าหมายถึงคราบน้ำลายที่มุมปากของเจ้า “ เขาเอ่ยออกมาอีกอย่างไม่ไว้หน้า 

    เพราะความตกใจระคนดีใจที่ได้พบสามีสุดหล่อ จนลืมระวังตัวเผลอแสดงกิริยาเกินหญิงออกมา ใบหน้างามจึงแดงระเรื่อ‘ ตายแล้วๆ ผู้ชายปากร้าย ข้าเป็นสตรีของเจ้านะ ‘  นางตัดพ้ออยู่ในใจ แต่มือก็ยังรีบยกขึ้นมาเช็ดถูที่มุมปากจนเป็นปื้นแดง 

    ลู่หานมองสตรีที่งดงามแต่ภายนอกตรงหน้า ก่อนจะหันหน้าตะโกนสั่งให้หญิงรับใช้ยกน้ำอุ่นมาให้นาง 

    ‘ นับว่ายังใจดีอยู่บ้าง ข้าเช็ดน้ำลายจนจะลอกคราบออกมาได้อยู่แล้ว ‘ หยุ่นหยียิ้มส่งสายตาหวานหยดไปให้ลู่หาน หวังว่าเขาจะหลงเสน่ห์ของนางขึ้นมาบ้าง

    แต่เขากลับเบ้ปากอย่างไม่ปิดบังก่อนจะสะบัดหน้าเข็นรถจากไปเสียอย่างนั้น

    ‘ ผู้ชายขี้งอน งอแง เจ้าเด็กไม่รู้จักโต เจ้าหนอนน้อยบนผักเน่า พ่อมะเขือเผา พ่อแม่ไม่สั่งสอน…  ‘ สารพัดคำด่าที่นางเคยเรียนรู้มาทั้งชีวิตกระหน่ำใช้กับเขาอยู่ในใจ แม้ลึกๆนางจะนึกน้อยใจต่อบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ แค่รู้สึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางกล้าสาบานกับตนเอง แต่สองตากลับทรยศเพราะมันเอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำ นับตั้งแต่เขาเข้ามาจวบจนกลับออกไป ไม่มีสักคำที่ถามว่านางสบายดีหรือไม่ หายป่วยหรือยัง เขาจะรู้ไหมว่านางรอพบหน้าเขามาตลอดเจ็ดวันนับตั้งแต่นางเริ่มรู้สึกตัว

     มือบอบบางลูบเบาๆไปที่หน้าท้องแบนราบอย่างเหม่อลอย

    คล้ายกับเรื่องเพียงสายลมแห่งทิศบูรพาพัดผ่าน สองเราไม่มีวันหวนคืน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908