ผ่านไปครู่หนึ่ง สายตาของฉินอ๋องก็สบเข้ากับคู่หมั้นเขาส่งยิ้มที่มุมปากให้นาง เยี่ยนเยว่ฉียังคงรู้สึกกรุ่นโกรธแต่ก็เก็บสีหน้าเอาไว้นางจำต้องเดินเข้าไปทักทายว่าที่สามีผู้สูงศักดิ์
“เยี่ยนเยว่ฉี คารวะฉินอ๋องเพคะ” หญิงสาวยอบกายทำความเคารพเขาด้วยท่วงท่าราวกับนางหงส์
“คุณหนูเยี่ยนตามสบายเถิดคนกันเองไม่ต้องมากพิธี”
“ขอบพระทัยเพคะ”
“เจ้าคงรู้จักเซียนเอ๋อร์แล้วกระมัง”
“เพคะ” เยี่ยนเยว่ฉีลอบกำหมัดแน่นฉินอ๋องเรียกตนเองอย่างห่างเหิน แต่กลับเรียกถางซือเซียนอย่างสนิทสนมถ้าไม่ติดว่าเขาคือท่านอ๋อง นางสาบานว่าจะทุบบุรุษผู้นี้ให้ตายคามือ
“สนิมสนมกันไว้ก็ดีเซียนเอ๋อร์บอกกับเราว่านางชอบเจ้ามาก”
“งั้นหรือ” นัยน์ตาหญิงสาวจดจ้องดรุณีน้อยถึงสีหน้าอาการจะดูราบเรียบ ทว่ากลับเหมือนทะเลสงบก่อนจะเกิดพายุเสียมากกว่า“คุณหนูถางชอบข้ามากมายถึงเพียงนั้นเชียว”เสียงหัวเราะเยียบเย็นชวนให้ขนลุกเล็ดลอดออกมา ถางซือเซียนมือเย็นเฉียบ
“คุณหนูเยี่ยนงดงาม อัธยาศัยดี ซือเซียนย่อมถูกชะตา”
“คุณหนูถางชมเกินไปแล้ว”
“มิได้...มิได้อย่างไรเสียท่านก็เป็นคู่หมั้นของเลี่ยงหรงเกอเกอซือเซียนขอเรียกท่านว่าพี่สาวนะเจ้าคะ” ดรุณีน้อยยอบกายลงเล็กน้อยเป็นเชิงยอมอ่อนข้อให้อยู่เหนือกว่า หวังว่าอีกฝ่ายจะลดแรงอาฆาตลงบ้าง
'ท่านอ๋องคู่หมั้นท่านน่ากลัวเหลือเกิน'
แต่การกระทำเช่นนั้นยิ่งพาให้เยี่ยนเยว่ฉีหงุดหงิดเด็กสาวผู้นี้คิดว่าตำแหน่งหวางเฟยไม่สำคัญ นางยินดีอยู่กับฉินอ๋องในฐานะใดก็ได้ช่างมั่นใจเสียเหลือเกินว่าจะผูกใจเขาโดยไม่ต้องพึ่งพาตำแหน่ง
'น่าตายนัก! ไร้ยางอายสิ้นดี ยังไม่ทันได้แต่งเข้าจวนฉินอ๋องก็หัดเรียกขานข้าว่าพี่สาวเสียแล้ว'
คิ้วงามเลิกขึ้นเล็กน้อย “เกรงว่าข้าจะรับไม่ไหว”ริมฝีปากอิ่มเผยรอยยิ้มชวนขนลุก นัยน์ตางามคู่นั้นสาดแววรังเกียจออกมาแวบหนึ่งอย่างแจ่มชัดจนถางซือเซียนต้องลอบกลืนน้ำลาย
“เอ่อ...” ดรุณีน้อยหน้าซีดเผือด นางพยายามประนีประนอมอ่อนข้อให้แล้วเพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเพียงแผนการให้หึงหวงชั่วคราวเท่านั้นหากเยี่ยนเยว่ฉีไม่ยอมญาติดีด้วย เห็นทีนางอาจจะกลายเป็นดังเศษผ้าเมื่อครู่
“คุณหนูเยี่ยนไม่ต้องเกรงใจคนกันเองทั้งนั้น ให้เซียนเอ๋อร์เรียกว่าพี่สาวเถิด ส่วนเจ้าก็เรียกนางว่าน้องสาว”คำพูดนี้เหมือนไม่ได้สั่ง แต่แท้จริงแล้วคือบังคับให้ทำตามอยู่ดี ใบหน้ามู่เลี่ยงหรงเรียบเฉยทว่าสายตาเข้มลึกนั้นกลับแสดงออกถึงความเผด็จการอย่างเห็นได้ชัด
“เพคะ”สองเสียงประสานตอบรับฉินอ๋องอย่างพร้อมเพรียง
“น้องซือเซียน” เจ้าของเสียงแว่วหวานพูดยานคางจดจ้องสตรีอีกนางด้วยแววตาชวนขนลุก
“พี่เยว่ฉี” ถางซือเซียนยิ้มพรายแต่ในใจอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล
“อืม...ดีมาก” มู่เลี่ยงหรงลอบหัวเราะในใจคู่หมั้นคนงามเป็นนักสู้จริงเสียด้วย ปกติเขาเกลียดผู้หญิงขี้หึงเป็นที่สุดแต่เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของเยี่ยนเยว่ฉีในวันนี้หัวใจของเขากลับพองโตแท้จริงแล้วสำหรับนาง เขาก็คงมีค่าให้หวงแหนอยู่บ้างกระมังเช่นนั้นปล่อยให้กินน้ำส้มอีกสักสองสามไหค่อยบอกความจริงก็แล้วกัน
เยียนเยว่ฉีพูดไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกนี่ฉินอ๋องกำลังแสดงการบริหารเรือนหลังให้นางดูอย่างนั้นหรือยังไม่ทันไรเขาก็รีบบอกให้พวกนางปรองดองกันเสียแล้ว ช่างร้ายเหลือเกิน
บรรยากาศคงกระอักกระอ่วนยังไม่พอสวรรค์จึงส่งสองพี่น้องตระกูลจ้าวเข้ามาร่วมวงด้วยท่านหญิงกุ้ยอินกับจ้าวจวิ้นอ๋องเดินเข้ามาหาพวกเขาทั้งสาม
หลังจากทักทายกันตามมารยาทจ้าวกุ้ยอินก็พยายามหาเรื่องพูดคุยกับมู่เลี่ยงหรงโดยไม่สนใจผู้ใด ส่วนจ้าวเฟิงเหล่ยก็พูดคุยกับถางซือเซียนมากเป็นพิเศษ
เยี่ยนเยว่ฉีรักษาท่าทีนางตอบคำถามและร่วมหัวเราะบ้างในบางโอกาส แต่ในสมองกลับมองภาพตรงหน้าอย่างพิจารณา
ท่านหญิงกุ้ยอินหลงรักฉินอ๋องอย่างไม่ต้องสงสัยแม้จะโอภาปราศรัยด้วย แต่มู่เลี่ยงหรงแทบไม่ได้มองหน้านาง เยี่ยนเยว่ฉีเห็นเช่นนั้นก็โล่งอกอย่างประหลาดลงความเห็นว่าเขาไม่ได้ชอบจ้าวกุ้ยอินอย่างแน่นอนดังนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องมองสตรีผู้นี้อยู่ในสายตา ถ้าจะให้เปรียบก็มีค่าแค่ยุงรำคาญเท่านั้น
ส่วนจ้าวจวิ้นอ๋องก็ดูพึงใจในตัวถางซือเซียนเป็นอย่างมากดรุณีน้อยเองก็มีท่าทีเขินอายเมื่อชายหนุ่มส่งสายตาลึกซึ้งไปให้บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงรู้สึกแปลกใจ ตกลงแล้วสตรีผู้นั้นชอบพอผู้ใดกันแน่แต่หากนางหมายจะเปลี่ยนกิ่งไม้สูง นั่นย่อมเป็นผลดีกับตนเองมิใช่หรือ
การสนทนาผ่านไปสักครู่หนึ่งมู่เลี่ยงหรงเริ่มรำคาญจ้าวกุ้ยอินเป็นกำลังและเหมือนเยี่ยนเยว่ฉีจะไม่ได้รู้สึกอยากกินน้ำส้มยามท่านหญิงพูดคุยกับเขาดูท่าคู่หมั้นคนงามจะรู้จักการมองสีหน้าผู้คนอยู่บ้างในเมื่อไม่มีประโยชน์ตนก็คร้านที่จะสนทนากับสองพี่น้องตระกูลจ้าวต่อไป
“แดดเริ่มแรงแล้วเปิ่นหวางคงต้องขอตัวพาคู่หมั้นกับเซียนเอ๋อร์กลับไปพักผ่อนเกรงว่าพวกนางจะไม่สบายได้”
“ก็ให้พวกนางกลับไปเองสิอินอินไม่ได้เจอเลี่ยงหรงเกอเกอตั้งนาน มีเรื่องอยากจะพูดคุยอีกมากมาย”
“เปิ่นหวางต้องไปหารือเรื่องงานราชการกับพระเชษฐาอีก”
“แต่ว่า...”จ้าวกุ้ยอินพยายามคัดค้าน
“เปิ่นหวางขอตัว”ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักดูเย็นชาห่างเหินอย่างยิ่งมู่เลี่ยงหรงพยักหน้าให้จ้าวจวิ้นอ๋องเล็กน้อย จากนั้นจึงสาวเท้าเดินจากไปทันทีถางซือเซียนกับเยี่ยนเยว่ฉีจึงรีบยอบกายเป็นเชิงอำลาจวิ้นอ๋องกับท่านหญิงแล้วเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว