“คุณหญิงคะ... คุณพ่อคะ... ลิลลี่คิดว่า เื่แต่งงาน...เราพักไว้ก่อนเถอะค่ะ”
“ลิลลี่! ลูกพูดอะไรออกมา?!” นายพลเกริกเกียรติหันขวับมามองลูกสาว เขาถามเสียงดังเฉียบขาด
“ก่อนหน้านี้แกยังรบเร้าให้พ่อมาคุยเื่นี้อยู่เลยไม่ใช่รึไง?เป็ลูกผู้หญิงจะมาพูดจาเล่นตัวกลับไปกลับมาได้ยังไง!”
“นั่นสิหนูลิลลี่เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ?” คุณหญิงดาริกาถามเสียงหลงอย่างเริ่มมีโทสะ
ลลิตาเหยียดยิ้มบางๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบพลางหันไปมองหน้าภูดิศ
“่นี้ลิลลี่อยากโฟกัสเื่งานค่ะโปรเจกต์เวชสำอางจากสารสกัดกะลามะพร้าวที่ทำอยู่กำลังก้าวหน้า ลิลลี่อยากรอให้ผลงานชิ้นนี้ผลิตเสร็จและส่งเข้าประกวดจนได้รางวัลระดับชาติมาก่อนเื่แต่งงาน... ค่อยคุยกันหลังจากนั้นก็ยังไม่สายค่ะ”
“เหลวไหล! งานวิจัยมันจะสำคัญไปกว่าการแต่งงานสร้างครอบครัวที่เป็หน้าเป็ตาได้ยังไง!”นายพลเกริกเกียรติตบโต๊ะเสียงดังฉาดท่าทางบ่ายเบี่ยงของลลิตาทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าคุณหญิงดาริกาเป็อย่างมาก
“พ่อไม่เคยสั่งสอน ให้แกเอาเื่งานบังหน้าเพื่อปัดความรับผิดชอบแบบนี้แกประชดพ่อที่บังคับแกหรือไง!”
“ลิลลี่ไม่ได้ประชดค่ะคุณพ่อ แต่ในเมื่อ ‘เ้าบ่าว’เขางานยุ่งจนล้นมือ เขาคงไม่มีเวลาให้ลิลลี่ ลิลลี่เองก็มีศักดิ์ศรีไม่อยากบังคับใครให้ตัวเองดูไร้ค่าค่ะ”คำพูดแดกดันตอกกลับของลลิตาทำเอาภูดิศหรี่ตาลงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจที่เธอเปลี่ยนไปเป็คนละคน
คุณหญิงดาริกาหน้าเคร่งเครียด
ด้วยความขัดใจอย่างรุนแรง
“ทำไมพวกแกสองคนถึงได้ทำตัวมีปัญหาพร้อมกันแบบนี้!ความ้าของผู้ใหญ่ไม่มีความหมายเลยใช่ไหม?!”
โต๊ะอาหารมื้อค่ำจบลงด้วยความล้มเหลวและเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ประสานกันไม่ติดภูดิศขอตัวลุกออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำเป็คนแรกตามด้วยลลิตาที่เดินเลี่ยงออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของบิดา
นายพลเกริกเกียรตินั่งกำหมัดแน่นใบหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธและเสียหน้าที่ลูกไม่เชื่อฟัง ั์ตาที่ผ่านศึกามามากสั่นไหวด้วยความเคียดแค้น...เขารู้จักลูกสาวตัวเองดีและเขามั่นใจว่าอาการเปลี่ยนไปของทั้งภูดิศและลลิตามันต้องมีตัวแปรอื่นและคนคนนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากนังแม่ค้าขนมไทยที่ชื่อมนัสวี
‘เพราะนังมนัสวีคนเดียว...ที่ทำให้อะไร ๆ มันพังพินาศขนาดนี้ ในเมื่อพวกแกไม่ยอมแต่งงานกันดี ๆ เห็นทีคนอย่างนายพลเกริกเกียรติต้องใช้อำนาจและ‘วิธีเด็ดขาด’ จัดการขจัดเสี้ยนหนามอย่างนังมนัสวีออกไปให้พ้นทางซะที!’ชายผู้ทรงอิทธิพลครุ่นคิดในใจด้วยความอาฆาตมุ่งร้าย
++++++++++
หลังจากที่การเจรจาเื่กำหนดวันแต่งงานสิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลวและเต็มไปด้วยรอยร้าวบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารก็จืดชืดจนแทบกลืนไม่ลง
คุณหญิงดาริกาภูดิศ และลลิตา จึงเดินตามลงมาส่ง นายพลเกริกเกียรติที่รถประจำตำแหน่งเพื่อเดินทางกลับบ้าน
เมื่อรถของนายพลผู้ทรงอิทธิพลเคลื่อนตัวออกไป ลลิตาก็หันมาบอกกับผู้ใหญ่
“คุณหญิงคะ ลิลลี่ยังไม่กลับนะคะ คืนนี้ลิลลี่จะขอตัวอยู่เคลียร์งานวิจัยที่ห้องแล็บต่อค่ะพอดีมีผลการทดลองสารสกัดกะลามะพร้าวที่ต้องเฝ้าดูอาการ”
คุณหญิงดาริกาถอนหายใจยาวพลางพยักหน้าอย่างอ่อนใจ
“ตามใจเถอะลูก... ดึก ๆ ก็พักผ่อนบ้างนะ ส่วนแม่ก็คงต้องขอตัวกลับเหมือนกันล้าไปหมดทั้งตัวแล้ว”
หลังจากคุณหญิงดาริกาขึ้นรถกลับไปอีกคน ภูดิศที่ยืนหน้านิ่งสนิทก็หมุนตัวเดินกลับเข้ามาภายในอาคารโรงพยาบาลด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ลึกๆ โดยมีลลิตาเดินแยกทางมุ่งหน้าไปยังตึกศูนย์วิจัยที่อยู่ถัดไปทว่าในจุดนั้นยังคงเป็พื้นที่ระนาบสายตาเดียวกันที่พอจะมองเห็นความเคลื่อนไหวของกันและกันได้
ในจังหวะเวลานั้นเองบริเวณโถงทางเดินชั้นล่างอันเงียบสงบ มนัสวี กำลังยืนคุยธุระอยู่กับ พาสกร ซึ่งเป็น้องชายแท้ ๆ ของลลิตาหญิงสาวที่มีท่าทางเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน ก้าวถอยหลังเพื่อเตรียมจะขอตัวกลับทว่าขากลับไปสะดุดเข้ากับขอบชั้นวางของจนเสียหลักหงายหลัง
“อุ๊ย!” มนัสวีอุทานด้วยความใร่างบางกำลังจะล้มกระแทกพื้น
“ระวังครับคุณมนัสวี!”
พาสกรตาไว ขยับตัวพุ่งเข้าไปคว้าร่างของหญิงสาวเอาไว้ได้ทันท่วงทีวงแขนแกร่งประคองกอดรอบเอวบางเอาไว้จนร่างของทั้งสองคนแนบชิดกันในท่วงท่าที่ดูสนิทสนม
ภาพตรงหน้าปะทะเข้ากับสายตาของภูดิศที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาพอดี!
ไฟหึงหวงและอารมณ์ขุ่นมัวที่คุกรุ่นจากห้องอาหารพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ชายหนุ่มเข้าใจผิดคิดว่ามนัสวีแอบมานัดพบและพลอดรักกับชายอื่นโดยที่เขาไม่ทันตั้งสติว่าผู้ชายคนนั้นคือน้องชายของคู่หมั้นตนเองความโกรธจัดทำให้เขาขาดสติสัมปชัญญะ สองเท้าก้าวฉับ ๆตรงดิ่งเข้าไปหาคนทั้งคู่อย่างรวดเร็วราวกับเสือร้ายพุ่งตะครุบเหยื่อ
“ทำอะไรกันน่ะ!”
ภูดิศตวาดเสียงกร้าวะเืเลื่อนลั่นมือหนาเอื้อมพุ่งตรงเข้ากระชากคอเสื้อเชิ้ตของพาสกรอย่างแรงจนร่างของพาสกรถอยครูดมนัสวีหลุดออกจากวงแขนด้วยความใ ใบหน้าของภูดิศบิดเบี้ยวด้วยความโมโหจัดชายหนุ่มเงื้อมหมัดขวาขึ้นสูง กัดฟันกรอดตั้งท่าจะซัดเข้าที่ใบหน้าของพาสกรให้เต็มแรงด้วยโทสะทั้งหมดที่มี ทว่า พาสกรไม่ได้ตื่นตระหนกชายหนุ่มอาศัยความไวและสติที่เหนือกว่า ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันกลางอากาศรับหมัดหนัก ๆ ของภูดิศเอาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาเสียงเนื้อกระทบมือดัง ปึก!แรงผลักดันทำเอาทั้งสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“คุณภูดิศ! หยุดนะ! คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!” มนัสวีร้องลั่นพยายามจะเข้าไปดึงแขนของภูดิศออกด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
"ปล่อยมือออกจากเธอเดี๋ยวนี้! อย่ามายุ่งกับเมียของกู!!"
คำว่า เมียของกู และเสียงตวาดลั่นอย่างลืมตัวลืมศักดิ์ศรีประธานบริหารทำเอาคนทั้งโรงพยาบาลรวมถึงพนักงานสาวสองคนและธราธรที่ยืนอุ้มเติมเต็มอยู่สะดุ้งตัวโยนด้วยความตกตะลึง
“มนไม่ใช่เมียพี่ดิศ” มนัสวีแผดเสียงตอบกลับทั้งน้ำตาก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนร้าวราน
"กล้าดียังไงมาทำรุ่มร่ามกับผู้หญิงของกูในพื้นที่ของกู!"ภูดิศคำรามรอดไรฟัน พยายามจะสลัดมือให้หลุดเพื่อชกอีกหมัด พาสกรจ้องตอบด้วยสายตานิ่งสนิททว่าแฝงความแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้