เส้าหว่างจินนั่งนิ่งไม่ขยับ ปล่อยให้กู้หยูม่านและเด็กชายทั้งสามคนนั่งกอดอกมองตนเองอยู่
“ไหนลองบอกมาซิว่าทำไมเ้าถึงได้คิดสั้นแบบนี้” กู้หยูม่านถามเสียงเข้ม แม้นางจะรู้ว่าชีวิตของเส้าหว่างจินที่ผ่านมาก็ไม่ง่ายนัก อีกทั้งเขายังสูญเสียน้องสาวกับน้องชายไปอย่างกะทันหัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่เขาจะมาทำร้ายตัวเอง
“คือ...คือว่าข้า...” เส้าหว่างจินพูดไม่ออก ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน เวลานี้ความคิดของเขามันสับสนไปหมด
“ท่านน้า” กู้เฟิงเฉิงจับเอื้อมมือน้อยๆ ไปจับมือเส้าหว่างจิน “ท่านแม่บอกว่าตอนนี้พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน ในเมื่อเราเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว ท่านมีเื่อะไรอยู่ในใจก็พูดออกมาเถิดขอรับ พวกเรายินดีรับฟัง”
“ท่านแม่บอกว่าครอบครัวคือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด หากมีปัญหาหรือมีเื่ไม่สบายใจก็ให้เรามาปรึกษากับคนในครอบครัวก่อน และไม่ให้เราเอาเื่ในครอบครัวไปพูดข้างนอก” กู้เฟิงิพูดเสริม
“ท่านน้าหว่างจิน หากท่านอยากร้องไห้ท่านก็ร้องออกมาได้นะขอรับ ร้องไห้กับคนในครอบครัวไม่ใช่เื่น่าอาย” กู้เฟิงอวี่ยิ้มให้กับน้าชายคนใหม่
เส้าหว่างจินมองเด็กชายทั้งสามคนอย่างซึ้งใจ คนในครอบครัวอย่างนั้นหรือ เขากับแม่นางกู้และเด็กชายทั้งสามคนเจอเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน หากจะนับว่าพวกเขาเป็คนแปลกหน้าก็ไม่ใช่เื่แปลก แต่ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้กลับบอกว่าเขาเป็คนในครอบครัว
เส้าหว่างจินร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “น้องสาวกับน้องชายของข้าจากไปแล้ว ท่านพ่อก็ตัดสัมพันธ์ เขารักแค่แม่เลี้ยงกับลูกชายลูกสาวคนใหม่ ตอนนี้ข้าไม่เหลือใครแล้ว ข้าจึงคิดจะตายตามน้องสาวกับน้องชายของข้าไปขอรับ”
“เหตุผลแค่นี้ก็ทำให้เ้าเลือกที่จะทำร้ายตัวเองแล้วหรือ ทำไมเ้าไม่ลองคิดดูบ้างว่าถ้าหากน้องสาวกับน้องชายของเ้ารู้ว่าเ้าเลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง พวกเขาจะเสียใจมากขนาดไหน ส่วนเื่ที่ท่านพ่อของเ้าตัดสัมพันธ์ เ้าคิดดูให้ดีว่าที่เขาตัดสัมพันธ์กับเ้าเพราะเขาเห็นว่าเ้าเป็ภาระหรือเขาไม่รักเ้าแล้ว หากเขาไม่รักเ้า แล้วเ้าจะไปสนใจเขาทำไม ตัวโตขนาดนี้แล้วยังกลัวกับการต้องอยู่คนเดียวอีกหรือ หรือหากเขามองว่าเ้าเป็ภาระ แล้วทำไมเ้าไม่ทำตัวเองให้มันดีขึ้น หากวันหน้าเ้าร่ำรวยจนได้เป็เศรษฐี เ้าก็กลับไปหาเขาและทำให้เขาเห็นความสำเร็จของเ้า ถึงตอนนั้นข้ายังกลัวว่าท่านพ่อของเ้าคงหันกลับมารักเ้าจนแทบจะตั้งตัวไม่ทันเสียมากกว่า วิธีการแก้ปัญหามีมากมาย แต่เ้ากลับเลือกที่จะหนี อายุก็ตั้งเท่าไหร่แล้ว ทำไมยังไม่คิดไม่ได้อีก” กู้หยูม่านพูดอย่างโมโห ในร่างนี้นางอายุแค่ยี่สิบปีก็จริง แต่ในชาติที่แล้วนางมีอายุถึงสี่สิบปีแล้ว นางมองว่าปัญหาที่เส้าหว่างจินกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เขาสามารถผ่านมันไปได้
เด็กชายทั้งสามเพิ่งเคยเห็นมารดาโมโหและต่อว่าผู้อื่นยาวเป็ชุดแบบนี้เป็ครั้งแรก พวกเขาคิดในใจว่าต่อไปต้องไม่ทำให้ท่านแม่โมโห ส่วนเส้าหว่างจินที่ได้ยินกู้หยูม่านตำหนิถึงกับก้มหน้ารับผิด
กู้หยูม่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับทำใจให้เย็นลง อย่างไรเส้าหว่างจินก็ยังเป็แค่เด็กหนุ่มที่ไม่เคยออกไปเจอโลกภายนอก เอาไว้นางค่อยสอนทักษะการใช้ชีวิตให้เขาก็แล้วกัน “ต่อจากนี้เ้าคิดที่จะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป”
“ข้ายังไม่รู้เลยขอรับ” เส้าหว่างจินตอบเสียงเบา
“ข้ากับลูกชายกำลังจะย้ายไปอยู่ที่ตำบลซิ่นถง เ้าอยากย้ายไปอยู่กับเราหรือไม่” กู้หยูม่านจ้องเส้าหว่างจิน “เ้าก็เห็นแล้วว่าเราทั้งสี่คนต่างก็เป็เด็กและสตรี ในบ้านไม่มีบุรุษเลยสักคน หากเกิดปัญหาขึ้นมา พวกเราคงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ข้าอยากรับเ้าเป็น้องชาย เ้าจะว่าอย่างไร”
เส้าหว่างจินเงยหน้าขึ้นมองกู้หยูม่านอย่างใ “น้อง...น้องชายหรือขอรับ ท่านอยากให้ข้าเป็น้องชายของท่านหรือขอรับ”
“อืม...” กู้หยูม่านตอบ “แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเ้าด้วยว่าเ้าอยากเป็น้องชายของข้าหรือเปล่า”
ก่อนหน้านี้กู้หยูม่านได้ปรึกษากับลูกชายทั้งสามคนแล้ว และลูกชายก็อยากให้นางช่วยเหลือเส้าหว่างจิน แต่นางเป็หญิงม่าย การที่จะให้บุรุษที่ไม่มีความผูกพันทางสายเืร่วมเดินทางและไปพักอาศัยในบ้านหลังเดียวกันก็คงจะไม่เหมาะ อีกทั้งที่บ้านก็ไม่มีบุรุษ หากวันหน้ามีคนมาก่อกวน การมีบุรุษอยู่ในบ้านก็น่าจะดีกว่า ดังนั้นนางจึงอยากรับเขาเป็น้องชายบุญธรรม อย่างไรเส้าหว่างจินก็ถูกครอบครัวตัดสัมพันธ์ไปแล้ว ให้เขามาเป็น้องชายก็ไม่น่าจะมีปัญหาตามมา
“ข้า...ข้ายินดีขอรับ” เส้าหว่างจินตอบ “แต่ข้า...ข้าใช้แซ่เส้า มันจะดีกว่านี้หรือไม่หากว่าข้า...”
กู้หยูม่านยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของเด็กหนุ่ม “ดูท่าแล้วเ้าคงไม่อยากใช้สกุลของบิดาต่อแล้วสินะ เอาสิ...หลังทานข้าวกลางวันเสร็จ พวกเราไปที่ที่ว่าการอำเภอเพื่อเปลี่ยนชื่อแล้วข้าจะให้เ้าเปลี่ยนมาใช้แซ่กู้กับข้าด้วย”
“ขอบคุณขอรับแม่นาง เอ่อ...คุณหนู...ไม่สิต้องเป็ฮูหยิน ขอบคุณขอรับฮูหยิน” เส้าหว่างจินดีใจจนพูดผิดพูดถูก
“ต่อไปเ้าต้องเรียกข้าว่าพี่หญิงหรือเ้าจะเรียกข้าว่าพี่หยูม่านก็ได้” กู้หยูม่านบอก
“ขอบคุณขอรับพี่หญิง” เส้าหว่างจิ่นยิ้มกว้าง “ในเมื่อท่านเป็คนช่วยชีวิตข้าก็เหมือนกับข้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง รบกวนพี่หญิงช่วยเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ข้าด้วยได้หรือไม่ขอรับ”
กู้หยูม่านทำท่าคิด “เฉินซีเป็อย่างไร เ้าชอบชื่อนี้หรือไม่”
เส้าหว่างจินเคยเรียนในสำนักศึกษามาถึงสามปี ก่อนที่บิดาจะให้เขาออกมาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ทำให้เขามีความรู้เื่คำศัพท์อยู่ไม่น้อย
“เฉินซีที่แปลว่าแสงอรุณรุ่งใช่หรือไม่ขอรับ”
“ใช่แล้ว แสงอรุณรุ่งก็เหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส ไปเถอะ...เราไปที่ว่าการอำเภอแล้วเปลี่ยนชื่อของเ้ากัน” กู้หยูม่านบอก
กู้เฟิงอวี่ “ชื่อที่ท่านแม่ตั้งให้ท่านน้าไพเราะมาก อีกทั้งความหมายก็ดีมากด้วยขอรับ”
กู้เฟิงิ “ต่อไปชีวิตของท่านน้าก็จะมีแต่เื่ดีๆ ไม่มีเื่ให้ทุกข์ใจอีกแล้วขอรับ”
กู้เฟิงเฉิง “ข้ามีท่านน้าเป็ของตัวเองแล้ว ข้าจะดีกับท่านน้าให้มากๆ ท่านน้าก็ต้องดีกับข้าให้มากด้วยนะขอรับ”
เส้าหว่างจินมองเด็กๆ แล้วยิ้มทั้งน้ำตา “ได้ ต่อไปข้าจะเป็ท่านน้าที่ดีของพวกเ้าและจะดูแลพวกเ้าไปตลอดชีวิต”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง ให้พวกเขาดูแลตัวเองก็พอ ข้าจะไม่เลี้ยงลูกชายให้เป็คนไม่เอาไหนเป็อันขาด ลูกชายของข้าต้องเติบโตมาพร้อมกับความอดทน งานบ้านทุกอย่างพวกเขาก็ต้องทำเป็” กู้หยูม่านกำชับเส้าหว่างจิน “ถ้าข้ารู้ว่าเ้าตามใจจนพวกเขาเสียคน ข้าจะไล่เ้าออกจากบ้านทันที”
เส้าหว่างจินใ “พี่หญิง ต่อไปข้าจะเชื่อฟังท่านขอรับ”
กู้หยูม่านพาน้องชายคนใหม่ไปทำการเปลี่ยนชื่อแซ่ที่ที่ว่าการอำเภอ จากนั้นทั้งห้าคนก็เดินซื้อของใช้ที่จำเป็ตลอดทั้งบ่ายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปตำบลซิ่นถง
ณ บ้านสกุลกู้
“คุณชายใหญ่ขอรับ โรงรับจำนำโหลวจี้สาขาตำบลไห่ถงส่งของขวัญมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับนายท่านอีกแล้วขอรับ” พ่อบ้านกู้รายงานเ้านาย
“โรงรับจำนำโหลวจี้รึ” กู้เทียนโหยว่ขมวดคิ้ว “ดูเหมือนว่าเถ้าแก่จี้ผู้นี้จะส่งของขวัญมาให้บ้านเราในทุกเทศกาล แต่ข้ากลับจำไม่ได้เลยว่าสกุลกู้ของเรากับสกุลจี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทำไมเขาถึงคอยส่งของขวัญมาเอาใจเรา”
“เขาทราบเื่ที่คุณชายกำลังจะขยายกิจการไปที่อำเภอฉางหรือไม่ขอรับ ตำบลไห่ถงเป็เขตปกครองของอำเภอฉาง”
“แต่เราไม่มีกิจการเกี่ยวกับโรงรับจำนำไม่ใช่รึ”
“คุณชายอย่าคิดมากเลยขอรับ เขาคงอยากผูกสัมพันธ์ไว้เท่านั้น” พ่อบ้านกู้คลี่ภาพวาดพร้อมบทกลอน “คุณชายดูของขวัญที่เถ้าแก่จี้ส่งมาคราวนี้สิขอรับ แม้ภาพวาดจะไม่ได้งดงามเช่นจิตรกรในเมืองหลวง แต่ตัวอักษรที่เขียนบทกลอนกลับงดงามยิ่ง”
“ไม่บ่อยนักที่ข้าจะได้ยินพ่อบ้านกู้ชื่นชมตัวอักษรของผู้อื่น แม้แต่ข้ายังไม่เคยได้รับคำชมจากท่านเลย” กู้เทียนโหย่วพูดยิ้ม
“คุณชายก็กล่าวเกินไป ลายมือของคุณชายงดงามจนข้าไม่กล้าเอ่ยชมต่างหากขอรับ”
“ไหนๆ ท่านก็เอ่ยปากชมมาขนาดนี้แล้ว เช่นนั้นข้าขอดูลายมือนั้นสักหน่อย” กู้เทียนโหย่วยื่นมือไปรับภาพวาด และเมื่อเขาคลี่ภาพวาดจนมองเห็นกลอนบทนั้น กู้เทียนโหย่วแทบจะทำภาพวาดร่วงจากมือ
“คุณชายเป็อะไรหรือขอรับ” พ่อบ้านกู้รีบเข้าไปรับภาพวาดแล้ววางไว้บนโต๊ะ
“พ่อบ้านกู้! เมื่อกี้ท่านบอกว่าโรงรับจำนำโหลวจี้ตั้งอยู่ที่ใด” กู้เทียนโหย่วถามเสียงสั่น
“ตำบลไห่ถงขอรับ”
“ท่านจำลายมือนี้ไม่ได้จริงหรือ” กู้เทียนโหย่วชี้ไปที่ภาพวาด
“ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับลายมือนี้อยู่บ้าง แต่ข้านึกไม่ออกเลยขอรับว่าเป็ลายมือของผู้ใด” พ่อบ้านกู้ตอบ ปีนี้พ่อบ้านกู้อายุหกสิบปีแล้ว สายตาจึงเริ่มฝ้าฟางและความจำก็ไม่ค่อยดีเท่าเมื่อก่อน
“ลายมือนี้เหมือนลายมือของน้องเล็ก” กู้เทียนโหย่วบอก
“ลายมือของคุณหนูเล็กหรือขอรับ” พ่อบ้านกู้หยิบภาพวาดขึ้นมาแล้วเพ่งไปที่กลอนบทนั้นอย่างพิจารณาอีกครั้ง “ไม่ผิด...เป็ลายมือของคุณหนูเล็กไม่ผิดแน่ขอรับ ข้าแก่แล้วจึงเลอะเลือน หากข้าจำลายมือนี้ได้ั้แ่แรก ข้าคงนำภาพวาดไปให้ท่านกับนายท่านดูตั้งนานแล้ว”
“พ่อบ้านกู้ งานบัญชีที่ค้างอยู่ทั้งหมดข้าคงต้องฝากให้ท่านดูแลต่อแล้ว เพราะตอนนี้ข้าต้องรีบไปหาท่านพ่อ จากนั้นข้าจะไปหาน้องเล็กที่ตำบลไห่ถง” กู้เทียนโหย่วกอดภาพวาดไว้กับอกแล้วรีบวิ่งไปที่เรือนพักของบิดา
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อขอรับ” กู้เทียนโหย่ววิ่งเข้าไปในห้องของบิดาอย่างถือวิสาสะ
กู้เจี้ยนที่กำลังดื่มน้ำชาถึงกับสำลัก เขาหันไปตวาดลูกชายอย่างโมโห “โตจนอายุยี่สิบห้าปีแล้วยังไม่รู้จักสำรวม เ้าก็เป็เสียอย่างนี้ ชาตินี้ข้าจะได้อุ้มหลานกับเขาหรือไม่”
“ท่านพ่ออย่าเพิ่งคิดเื่ของข้าเลยขอรับ ข้าหาเบาะแสของน้องเล็กเจอแล้ว”
“เ้าหาเบาะแสของม่านม่านเจอแล้วรึ เ้าอย่าโกหกข้านะ!” กู้เจี้ยนถามลูกชายอย่างดีใจ
กู้เทียนโหย่วคลี่ภาพวาดแล้วชี้ไปที่บทกลอน “หากท่านไม่เชื่อ ท่านลองดูลายมือนี้ให้ดีสิขอรับ”
กู้เจี้ยนมองไปที่กลอนบทนั้นแล้วเริ่มร้องไห้ “ไม่ผิด ลายมือนี้เป็ลายมือของม่านม่านไม่ผิดแน่ ไปสิ...เ้ารีบไปพาน้องสาวของเ้ากลับมา”
กู้เทียนโหย่วมองบิดาอย่างลังเล
“ทำไมเ้าถึงมองข้าแบบนั้น” กู้เจี้ยนถามลูกชาย
“แล้วถ้าหากน้องเล็กไม่ยอมกลับมาเล่าขอรับ ท่านพ่อก็รู้เหตุผลที่นางหนีไปไม่ใช่หรือ”
กู้เจี้ยนทำสีหน้าเ็ป “เ้าต้องบอกกับนางว่าหกปีที่ผ่านมาข้าออกตามหานางมาตลอด ต่อไปนี้หากนางไม่อยากแต่งกับผู้ใดข้าก็จะไม่บังคับนางอีก ข้าจะให้นางเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง”