บทที่ 3
“ขับให้มันเร็วๆกว่านี้ไม่ได้รึไงคุณ”
ไลลานั่งชิดประตูรถอย่างระแวงตลอดเวลาั้แ่รถปุโรทั่งแล่นออกจากลานจอดคาเฟ่แห่งนั้นสองแขนกอดกระเป๋าสะพายไว้แน่น ยังคงไม่ไว้ใจเขานัก กลัวก็กลัวแต่ก็บ้าบิ่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ยอมจะไปเป็เมียผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จักเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่สามสิบล้านแม้เขาจะมัดจำเงินสดบวกเงินค่าขายรถให้หล่อนถือเอาไว้เหนาะๆสองล้าน แต่คิดไปคิดมาเกิดเขาคิดไม่ซื่อ หลอกให้หล่อนตายใจแล้วปาดคอทิ้งกลางทาง เอาศพไปหมกในป่ารกชัฏแล้วชิงเงินสดกลับคืนไป เท่ากับหล่อนโง่แสนโง่ จะทำอย่างไร
หล่อนจึงตั้งสติให้ตื่นตัวตลอดเวลาแต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่เขาขับรถช้าราวกับเต่าคลาน จนต้องท้วง แต่ดูเขาปะไรตอบยียวนกวนประสาท
“โธ่!เมียจ๋า ถ้าเหยียบร้อยยี่สิบขึ้นมาคุณคงนั่งตัวลีบยิ่งกว่าตอนนี้อีกละมั้ง นี่แค่ขับแปดสิบนะ คุณยังนั่งกอดกระเป๋าสะพายแน่น...ท่าทางจะหวงเงินที่ได้”
“เื่ของฉัน”
“หึ! นี่ผมเดาไว้ก่อนเลยนะคุณนี่คงเป็ผู้หญิงขี้งกแล้วก็เค็มน่าดู”
“ใครบอก ฉันเป็พวกนางฟ้าใจดีต่างหาก”
“เอ หรือว่าเป็นางฟ้าที่ใช้เงินเก่ง สุรุ่ยสุร่ายกันแน่”
“แนะ! พูดไปเถอะ ฉันี้เีเถียง”
“ผมบอกไว้ก่อน ไปอยู่ที่โน่น สถานที่ให้คุณถลุงเงินเล่นมันไม่มีหรอกนะมีแต่ต้นไม้ ดอกไม้เต็มไปหมด ไม่มีร้านกาแฟ ไม่มีชาบู ไม่มีร้านเหล้าไม่มีร้านเสริมสวย ร้านอาหารหรูๆให้คุณเช็กอินหรอกนะ”
“พูดเหมือนกับว่าต้องไปอยู่บนเขาบนดอยงั้นแหละค่ะ”
เขาไหวไหล่ ปรายตามองมาทางหล่อนแวบหนึ่ง มุมปากบิดยิ้ม
“เดี๋ยวไปถึง คุณก็รู้เอง”
“ว่าแต่คุณจะพาฉันไปที่ไหนคะ ที่นั่นสัญญาณมือถือมีใช่ไหม”
“มันไม่กันดารขนาดนั้นหรอกคุณ ไฟฟ้า ประปา เข้าถึงละน่า”
หล่อนจึงถอนหายใจโล่งอก แต่ก็อดกังวลเื่อื่นเข้ามาอีกไม่ได้
“ว่าแต่คุณไม่ได้คิดจะหลอกให้ตายใจแล้วเอาฉันไปเร่ขายข้ามฝั่งไปพม่าอะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหม”
เขาหัวเราะร่วนทีเดียว “ผมทำมาหากินสุจริตนะคุณ ไม่ได้ค้าเนื้อสด”
“เป็ใครก็ต้องคิดว่าเป็โจรทั้งนั้นแหละค่ะ ดูสภาพคุณไว้ผมเผ้าสิมันยาวรกรุงรังพอๆกะเครานั่นน่ะ ถามจริงๆเถอะคุณไม่คิดจะตัดให้ดูเป็ผู้เป็คนบ้างรึไงกัน”
“อายงั้นสิ จะมีผัวทรงโจร”
หล่อนจึงเงียบกริบ ก็เขาพูดถูกเผง
“ว่าแต่คุณชื่ออะไร เราสองคนคุยกันตั้งนมนาน ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยนะคะ”
“คุณลองเดาสิ”
หล่อนเบ้ปาก “คุณหนวด”
“ผิด ให้ทายใหม่ แต่ถ้าทายผิดสามครั้ง ผมจูบคุณในรถนี้เลยนะ”
“หยาบคาย ไม่อยากบอกก็ตามใจ งั้นฉันจะตั้งชื่อคุณเอง”
“เข้าท่าดี ไหนลองบอกซิว่าคุณจะตั้งชื่ออะไรให้ผม”
“คุณเถื่อน”
“ว้าว! ผมชอบ ดีๆ ต่อไปเรียกชื่อนั้นแหละ...โดยเฉพาะเวลาอยู่บนเตียงครางชื่อผมดังๆเลยนะ พี่เถื่อนคะพี่เถื่อนขา ผมชอบ”
แล้วเขาหัวเราะกวนประสาทแต่สิ่งที่เขาพูดทำให้แก้มหล่อนแดงปลั่งจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น
“ฉันถามจริงๆ ทำไมคุณไม่ทำตัวให้เป็ปกติเหมือนคนทั่วไปบ้างคะ”
เขาเลิกคิ้วมองมา ไม่วายกวนอีกจนได้ “ผมไม่เหมือนคนอื่นตรงไหน ปากมีตาก็มีสองข้าง หูก็ครบ จมูกก็โด่ง ผมมีอวัยวะครบสามสิบสองที่สำคัญไอ้นั่นของผมก็ใช้การได้ปกติ”
“ทะลึ่ง! ฉันหมายถึงว่าทำไมคุณต้องทำตัวประหลาด ทั้งที่เอาจริงๆนะคะ ถ้าคุณตัดผมโกนหนวดเคราออก หน้าตาคุณก็คงไม่เลว ถ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยก็คงดีพูดจาให้เพราะขึ้นอีกนิด จะได้มีมารยาท ไม่ห่าม ดิบ แล้วก็ไม่กวนประสาทตลอดเวลาเหมือนผู้ชายผีบ้า”
“โห!ที่คุณพูดมานั่นน่ะ ว่าที่ผัวคุณในอนาคตเลยนะ”
“เห็นไหมคะ ไม่ทันขาดคำคุณก็กวน...” หล่อนทำเสียงเบาๆเป็รูปปากให้รู้ว่าคำต่อไปคืออะไรและดูเหมือนเขาจะปรายตามาเห็น จึงพูดต่อ
“กวนตีน พูดมาเหอะ ผมไม่ถือ”
“ท่าทางจะแก้ยากนะคะนิสัยห่ามๆของคุณ”
หล่อนทำเป็ถอนหายใจแต่ก็ดูผ่อนคลายขึ้น เมื่อเขาชวนคุยมาตลอดทาง คลายกังวลไปมากพอ
“คุณรับนิสัยผมให้ได้ละกัน”
“ค่ะ คุณคนเถื่อน!”
“เออ ชอบ”
“งั้นขอถามอีกเื่สิคะ...เื่ที่คุณบอกว่าฉันต้องรักเด็กหมายความว่าคุณมีลูกแล้วรึเปล่าคะ”
เขาตอบแบบไม่ลังเล
“ใช่ ผมมีลูกชายอายุห้าขวบชื่อทิวเมฆ ผมอยากให้คุณช่วยเลี้ยงเขา คุณจะรังเกียจไหม”
พอเอ่ยถึงลูกชายดูเขาจะคุยเป็การเป็งานขึ้นมาทีเดียว
“แล้วแม่ของลูกชายคุณละ”
เขาไม่ตอบดวงตาที่มองไปยังท้องถนนข้างหน้าดูเคร่งขรึมทันทีแต่มิวายเปลี่ยนเื่มาถามในสิ่งที่หล่อนฟังแล้วระคายหูจนได้
“ว่าแต่คุณเถอะเคยมีผัวมาแล้วกี่คน”
หล่อนขึงตาใส่และด่ากลับ
“คุณนี่มันผู้ชายผีบ้าชัดๆ”
////////////////////////////////////////