" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงช่ำชองด้านวงการสถาปนิกและอสังหาริมทรัพย์ จอมพล จิตติวิเศษกุล หนุ่มโสดมากด้วยความสามารถที่กำลังตกเป็ที่หมายตาของสาวๆ " เด็กผู้หญิงแก้มป่องตากลม ปากอวบอิ่มกำลังขมุบขมิบปากพึงพำอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างชายหนุ่มร่างสูงขาวจมูกโด่ง ดวงตาโฉบเฉี่ยวผมสีดำเข้ม
"เขียนเกินจริงไปมากเลยเนาะ" ชายหนุ่มหันมาพูดพร้อมยิ้มให้กับหญิงสาว
" พี่เราดังซะแล้วกลายเป็ที่หมายตาของสาวๆ" หญิงสาวตอบกลับพี่ชายไปพร้อมใบหน้าทะเล้น
"แบบนี้ยังจะมีเวลาขับรถไปส่งเ้าจอมเช้าเย็นเหมือนเดิมไหมนะ.. ."
"แล้วที่ทำอยู่แบบนี้ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอคะ? เ้าจอมของจอมพล" ชายหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่หันไปมองหน้าน้องสาวอันเป็สุดที่รักพร้อมลูบหัวอย่างเอ็นดู
ผมชื่อจอมพลมีน้องสาวชื่อเ้าจอม เราทั้งสองคนสนิทสนมกันมากเพราะเรามีกันอยู่แค่สองพี่น้อง คุณพ่อและคุณแม่ของเราเสียไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุรถชน ทำให้ผมคนที่เคยเกเรไปวันๆ เอาแต่อยู่ในห้องซ้อมดนตรีต้องกลายมาเป็นักสถาปนิกเพื่อบริหารจัดการธุรกิจสืบทอดบริษัทต่อจากคุณพ่อคุณแม่ที่เสียไป
ถ้าย้อนกลับไป่นั้นผมอยู่แค่ม.6 โครงการที่หวังไว้ว่าจะได้เข้าคณะดุริยางคศาสตร์ต้องจางหายไปกับตา เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ผมต้องสูญเสียคุณพ่อและคุณแม่ไปตลอดกาลผมต้องตัดสินใจลงเรียนคณะสถาปัตยกรรมเพื่อสืบทอดธุรกิจบริษัทคุณพ่อที่สร้างเอาไว้ ่นั้นมันเป็อะไรที่วุ่นวายจริงๆ ผมรู้สึกเสียใจมากเลยนะแต่ ผมต้องเป็เสาหลักให้กับน้องสาวให้ได้และยังต้องพยายามเรียนรู้ศึกษาโครงสร้างบ้าน มูลค่าที่ดิน ไปจนกระทั่งต่างๆนาๆ ในระบบบริหารโชคยังดีที่ตอนนั้นผมมีคุณลุงเป็ที่ปรึกษาและคอยช่วยบริหารดูแลบริษัทให้
"คุณจอมพลค่ะถึงแล้วจอดๆ" ยัยน้องหันมาสั่งผม
"ครับรู้แล้วครับ เ้าจอมของจอมพล" ผมค่อยๆชะลอรถจอดหน้าตึกในมหาลัย
"วันนี้พี่จอมพลให้ลุงตู่มารับเ้าก็ได้นะคะ เ้าว่าจะติวหนังสือต่อกับเพื่อนๆ"
"เ้าคิดว่าจะเลิกกี่โมงละคะ?" ที่จริงผมอยากจะให้เวลาทั้งหมดกับน้องสาว ไม่อยากเสียเวลาไปเปล่าๆ จะว่าผมติดน้องสาวก็ได้แต่ผมกลัวการสูญเสียจากลาแบบกระทันหัน เพราะฉะนั้นถ้ามีเวลาที่จะใช้ร่วมกับคนที่เรารักต่อให้มันจะวุ่นวายแค่ไหนผมก็จะหาเวลาอยู่ด้วยกันให้ได้
"ทุ่มกว่าๆ มั้งคะ" เ้าจอมพูดพร้อมเอียงหัวแสดงอาการค่อนข้างจะไม่มั่นใจในเื่เวลา
"ไม่เป็ไรถ้าเลิกเมื่อไหร่โทรหาพี่นะพี่เป็ CEO นะ จะเข้างานเมื่อไหร่จะออกงานเวลาไหนก็ได้" ผมพูดพร้อมยิ้มให้กับน้องสาว ยัยนี่คือโลกทั้งใบคือความสดใสของผมจริงๆ
"เ้าค่ะคุณพี่" ยัยน้องพูดจบก็โผล่เข้ามาหอมแก้มก่อนลงจากรถไป
วันนี้ผมมีประชุมและจัดเตรียมเอกสารโครงการใหม่ๆ วุ่นวายทั้งวัน ปกติบริษัทของผมเวลาเข้างาน 10:00 นเลิกงาน 16:00 น แต่โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยมีเวลาเข้าออกตายตัวสักเท่าไหร่
"บอสครับวันนี้ไหวไหมให้ลุงตู่คนขับรถมาขับรถไปส่งไหมครับ" ไอ้หลงเลขาคนสนิทผู้ที่เป็เสมือนเพื่อนของผมทักขึ้น
"อยู่กัน 2 คนมึงเลิกเรียกกูว่าบอสก่อน" ผมไม่ชอบคำนี้สักเท่าไรเลยจริงๆ นะได้ยินแล้วรู้สึกเครียด
"ครับไอ้คุณจอมพล มึงดูเวลาสิแม่งหกโมงกว่าแล้วจะทำงานหาห่าอะไรมากมายวะ บริษัทก็บริษัทมึงี้เีหน่อยก็ได้หรอกมั้ง"
"ไอ้เหี้ยนี้ใส่กูมาเป็ชุดเลยนะมึง ถ้ามึงจะพูดมากขนาดนี้งั้นมึงช่วยเรียกกูว่าบอสเหมือนเดิมเถอะ"
"ไอ้เวรกูเป็ห่วงมึง ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้แดกเลยมึงจะรอไปรับประทานข้าวกับคุณน้องมึงเหรอครับ"
"เออสัสน้องกูหายเงียบเลยวะ" วันนี้น้องผมไม่ไลน์หรือส่ง Message มาหาเลยไอ้หลงพูดขึ้นทำให้ผมแปลกใจขึ้นมา ผมรีบหยิบมือถือขึ้นพร้อมเช็คดูให้แน่ใจอีกที
"ไงน้องหายเหรอมึง หมาคาบไปแดกแล้วมั้ง" ไอ้เหี้ยหลงพูดพร้อมหัวเราะกวนประสาทผม
"กูโทรหาน้องกูก่อน"
" เลขหมายปลายทางที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้... ." ผมยืนงงสตั้นไปประมาณ 10 วินาที
"ไอ้เหี้ยร้อยวันพันปีน้องกูไม่เคยติดต่อไม่ได้"
"สัญญาณไม่มีหรือเปล่าไอ้สัส อย่าเพิ่งคิดมาก"
"ไอ้หลงมึงเปิดคอมพิวเตอร์เช็คสัญญาณ GPRS ที่ติดกระเป๋าน้องสาวกูเดี๋ยวนี้" ผมหันไปสั่งไอ้หลงอย่างรวดเร็ว
"ไอ้เหี้ย.... .ความโรคจิตของมึงกูเพิ่งเห็นว่ามันจะประสบความสำเร็จก็วันนี้แหละคนเหี้ยอะไรแอบทำเครื่องติดสัญญาณ GPRS ไว้ในกระเป๋าน้องสาวตัวเอง" ไอ้หลงเดินไปที่คอมพิวเตอร์พร้อมบ่นชื่นชมในตัวผม
"ถ้าเป็ไปได้กูจะฝังชิพไว้ในตัวน้องสาวกูเลย รีบๆเลยมึง"
"เจอแล้วสัญญาณมันบอกยังอยู่ที่มหาลัยนะมึง"
" งั้นกูไปมหาลัยล่ะ มึงก็เลิกงานได้แล้ว" ผมพูดเสร็จก็รีบหยิบกุญแจรถพร้อมมือถือออกมา
"สัสเถอะครับมีเพื่อนแบบมึงเนี้ย" ไอ้หลงยังคงะโด่าผม
ผมรีบวิ่งตรงไปที่โรงอาหารมหาลัยตรงจุดสัญญาณ GPRS ขึ้นบอก.. .
มองตรงไปก็เห็นด้านหลังของน้องสาวผมที่กำลังนั่งหันหลังมาทางฝั่งผมและเพื่อนของเ้าจอมอีกสามสี่คนแต่... .ไอ้ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ นั้นใครวะ!!!!
ผมค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหา
"พี่คิเรไม่เอาค่ะ ไม่เล่น" ไอ้ห่านั้นกำลังทำอะไรกับมือถือของน้องสาวผมสักอย่าง
"เ้าจอม!!!" ผมเรียกด้วยอารมณ์ค่อนข้างโมโห
"พี่จอมพล" น้องสาวตัวดีหันมามองผมด้วยสายตาและสีหน้าใ
" วันนี้ทำไมไม่ส่งข้อความหาพี่ไม่โทรหาพี่ไม่รายงานพี่" ผมเดินตรงเข้าไปหาและหยุดตรงหน้าเ้าจอม
"เ้า... .เ้าติวหนังสืออยู่ค่ะ วันนี้ตรงโรงอาหารไม่ค่อยมีสัญญาณ" แล้วทำไมไม่ไปติวตรงที่มันมีสัญญาณวะ ผมได้แต่คิดบ่นในใจและสงสัยในความผิดปกติของน้องสาว
"พี่จอมพลสวัสดีค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะเ้าจอมอยู่กับพวกเราตลอด" จีจี้เพื่อนสนิทของเ้าจอมพูดขึ้นพร้อมยิ้มให้ผม
"จีจี้ ดอลลี่ เบบี้ เมย์ลี่ แล้วไอ้นั้นใคร?" เพื่อนน้องสาวผม ผมรู้จักทุกคนยกเว้นผู้ชายที่นั่งข้างเ้าจอม
"นี้พี่คิเรค่ะ พี่ที่คณะสถาปัตย์พี่เขามาช่วยติวให้" เ้าจอมพูดขึ้น
"ฮะ! ขี้เหร่.... .หรอ?" ผมพูดสวนกลับพร้อมจ้องหน้ามัน
"คิเรครับ คิเร" มันจ้องหน้าผมพร้อมพูดชื่อมันซ้ำๆ ไอ้เหี้ยนี้มึงไม่ตายดีแน่ผมได้แต่ด่ามันอยู่ในใจ
"พี่คิเรเป็ลูกครึ่งญี่ปุ่นค่ะแถมยังเป็เดือนคณะด้วย" จีจี้พูดขึ้นพร้อมด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
"ใช่ค่ะ พี่จอมพลขนาดอยู่ปี4 แล้วเดือนรุ่นไหนๆก็ยังสู้ความหล่อของพี่คิเรไม่ได้เลยนะคะ แต่ที่หนึ่งในใจเมย์ลี่เื่ความหล่อก็ยังคงเป็พี่จอมพลนะคะ" เมย์ลี่พูดขึ้นเสินพร้อมทำมินิฮาร์ดให้ผม ดูท่าทางไอ้เหี้ยนี่คงจะดังในมหาลัยไม่เบา แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับมันเท่าไหร่หรอกแต่ถ้ามันจีบน้องสาวผมมันได้ตายห่าคาตีนผมแน่
"ไปกลับบ้านเถอะพี่หิวข้าวแล้ว"
"แต่เ้ายังติวไม่เสร็จเลยนะคะ..." เ้าจอมพูดด้วยน้ำเสียงโอดครวญ
"ค่อยติววันอื่นก็ได้มั้งหรือถ้าไม่ได้จริงๆ พี่ก็บอกแล้วไงว่าให้จ้างอาจารย์มาสอนที่บ้าน ที่จริงพี่ไม่อยากให้เรามานั่งติวในมหาลัยเลยนะ"
"จะไม่ให้น้องสาวสูดดมอากาศภายนอกบ้านบ้างเลยเหรอครับ" ..... .
____________________________
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านหากมีข้อผิดพลาดประการใดสามารถติชมกันเข้ามาได้นะคะ ????????